[CR] Review ปริ้นเตอร์ Epson รุ่น L310 ฉบับละเอียดยิบ+ว่างหนักมากกก

ก่อนอื่น...
สวัสดีค้าบ เพื่อนๆพี่น้องชาวพันทิปทุกทั่น
เนื่องจากผมมีเวลาว่างจากช่วงหยุดยาววันปิยมหาราช 3 วันติดๆ แทนที่จะนอนขี้เกียจ คิดเสียว่าเป็นช่วงเวลาดีๆที่จะได้หยิบปริ้นเตอร์ Epson รุ่น L310 ที่ Epson หยิบยกจุดเด่นว่า ปริ้นท์เอกสารได้เร็วถึง 33 แผ่นต่อนาที มารีวิวละเอียดยิบๆถึงรูปลักษณ์ภายนอก และการใช้งานจริงว่ามีข้อดี ข้อเลว เอ้ย.. ข้อด้อยอย่างไรบ้าง

ข้อมูลจากเว็บหลัก Epson L310 : http://goo.gl/vWQI6m

ผมขออนุญาตเขียนเป็น CR Review เนื่องจากปริ้นเตอร์นี้ ผมได้รับการแนะนำจากเพื่อนที่ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ (ขอไม่เอ่ยชื่อร้านเดี๋ยวถือเป็นการเนียนโฆษณา 555) ว่าเป็นรุ่นติดแท้งค์ที่ขายดี และผมซื้อมาในราคาถูกกว่าห้าง ร่วมกับการที่ผมได้ลองใช้มาสักพักนึง จึงอยากนำมารีวิวฉบับละเอียด+ว่างหนักมากกก เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาปริ้นเตอร์เครื่องใหม่ ใช้คำพูดผิดถูกออกทะเลอย่างไรขออภัยล่วงหน้าค้าบ หัวเราะ
มาเริ่มกันเลยดีกว่า...
ปริ้นเตอร์ Epson รุ่น L310 เป็นปริ้นท์เตอร์แบบ Ink Tank System หรือแบบต่อแท้งค์ด้านข้างแบบที่ชาวไทยอาจจะรู้จักกันดี ถ้าพี่น้องจำกันได้เมื่อ 5-10 ปีที่แล้วมีสินค้าแบบปริ้นเตอร์ติดแท้งค์เสริมระบาดกันมาก แท้งค์เถื่อนนั่นเอง ที่ผมจำได้ยี่ห้อ Brother, Epson โดนกันเยอะ เป็นที่นิยมกันทั้งประเทศ เท่าที่ผมมีประสบการณ์กับเครื่องติดแท้งค์แบบนั้นคือ พังง่ายมาก Epson ก็เลยหยิบคอนเซปนี้มาทำซะเองโดยได้ประโยชน์ตรงที่เป็นแทงค์มาตั้งแต่อยู่ในกล่องเลย (สิทธิบัตรเป็นของใครหว่า) โดย Epson ก็กล่าวอ้างด้วยว่ามีความเสถียรและมีคุณภาพกว่าปริ้นเตอร์ที่ถูกดัดแปลงต่อแท้งค์ทีหลังเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ ประกันไม่หลุด
อีกอย่างที่ Epson หยิบยกมาสำหรับรุ่นนี้ก็คือ สามารถปริ้นท์ได้เร็วถึง 33 แผ่นต่อนาที และมีระยะเวลาประกัน 2 ปี หรือ 30,000 แผ่น ถือว่าอยู่ในระยะที่ค่อนข้างนาน แต่ต้องลงทะเบียนออนไลน์ด้วย (ถ้าซื้อหน้าร้านจะได้ประกันแค่ปีเดียว) ในระยะประกันนี้ นี้ถ้าเกิดปัญหาใดๆสามารถเข้าศูนย์ซ่อมฟรี อย่างเช่นค่าแรง อะไหล่ หัวพิมพ์ ไม่ต้องใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม (หลายๆที่ หรือสินค้าหลายๆชนิด มักยกคำว่า “ส่วนต่าง” เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการซ่อม ทั้งๆที่อยู่ในระยะประกัน) ข้อนี้ผมถามย้ำพนักงานที่ห้างก็แจ้งเช่นเดียวกันครับ  ลองมาดูข้อมูลอื่นๆกันครับ

=============================================
ข้อมูลเชิงเทคนิค
ข้อมูลจากเว็บหลัก Epson ล้วนๆ ตรงนี้มิใช่จากการประเมินส่วนตัวนะครับ โดยผมจะอธิบายกำกับในบางข้อเผื่อหลายๆคนอาจจะไม่เข้าใจเน้อ
ฟังก์ชั่น – ปริ้นท์ หรือ พิมพ์ (รุ่นนี้ไม่ใช่มัลติฟังก์ชั่นครับ แสกนกับถ่ายสำเนาจะเป็นรุ่นอื่น)
ความละเอียดการปริ้นท์ – 5,760 x 1,440 DPI หรือ จำนวนจุด / 1 ตารางนิ้ว โหดอยู่
ความเร็วในการปริ้นท์ - ขาวดำ 33แผ่น/นาที, สี แผ่น15แผ่น/นาที ถือเป็นจุดขายของ Epson
ชนิดหมึก – Epson Dye Ink หรือแบบหมึกเหลวเติมแทงค์นั่นเอง
การเชื่อมต่อ – USB อย่างเดียว รุ่นนี้เชื่อมต่อ Wifi ไม่ได้
ปริมาณการปริ้นท์ (โดยประมาณ) ต่อการเติมสี 1 ครั้ง – ขาวดำ 6,500 แผ่น และ สี 4,000 แผ่น โดยประมาณ
การรับประกัน – 30,000 แผ่น หรือ 2 ปี (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ถือว่าค่อนข้างนานครับ การรับประกันจะครอบคลุมถึงค่าแรง, อะไหล่, หัวพิมพ์ ฟรีทั้งหมด
ราคาตลาด – ประมาณ 4,xxx บาท
=============================================

แพคเกจ+รูปลักษณ์


รูปกล่องภายนอก น้ำหนักประมาณ 3 กิโลฯกว่าๆ ถ้ารวมตัวเครื่องนะครับ


Epson L310 ประมาณนี้เลย (ยกออกมา เห็นกล่องแอบยุบนิดนึงซะด้วย เนื่องจากเอากล่องไปเก็บเข้ากรุแล้วโดนบี้)


บนกล่องก็จะโชว์จุดขาย หรือสเป๊คของรุ่นนี้ หลักๆก็คือ ปริ้นท์ขาวดำ/สีได้เร็ว 33/15 แผ่นต่อนาที และมีความคมชัดในการปริ้นท์ถึง 5760x1440 DPI หรือ Dots per Inch นั่นเองทั่นผู้ชม


อุปกรณ์ที่แถมมาด้วย ก็จะมีสาย USB, สายไฟ (รุ่นนี้ไม่ใช้หม้อแปลงแฮะ), หมึกทั้ง 4 สี เรียกแบบไท๊ยไทยง่ายๆ ก็คือแม่สีต่างๆนั่นเอง ได้แก่ แดง(Magenta) น้ำเงิน(Cyan) เหลือง(Yellow) และ ดำ(Black) ครับ อันนี้ผมเติมใช้ไปเรียบร้อยตั้งแต่ได้รับมา รวมถึง CD Driver แบบ Quick Setup แต่มีเรื่องจะสารภาพก็คือ ผมทำคู่มือหายไปไหนไม่รู้ 555 น่าจะไปอยู่โรงงานรีไซเคิลเรียบร้อย


ป๊าบ! อันนี้รูปที่กระผมติดตั้งไว้ใช้งานเรียบร้อย ถอดสายก่อนเพื่อหมุนเครื่องรีวิวได้สะดวก แทงค์ต่อบริเวณด้านข้างตัวเครื่อง ทำให้เครื่องยาวออกมา ต่างกับรุ่นที่เป็นแบบตลับที่ตัวหมึกจะต่อบนหัวฉีดพอดี ทำให้ต้องเตรียมพื้นที่จัดวางเครื่องเพิ่มขึ้น


ภาพเครื่องอีกมุมหนึ่งของรุ่น L310 พื้นผิวสวยใช้ได้ทีเดียว ไม่ก๊องแก๊ง


ด้านบนซ้ายของเครื่อง มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง กับปุ่มที่มีไฟแจ้งเตือนปัญหากระดาษและระดับน้ำหมึก ซึ่งเราใช้ปุ่มนี้ในการชาร์จหมึก และปริ้นท์ซ้ำหลังจากขึ้นเตือนกว่ากระดาษหมด


ไฟเตือนเมื่อไม่มีกระดาษจะเป็นลักษณะนี้ครับ เราก็ใส่กระดาษและกดที่ปุ่มไฟสีส้มได้เลย เครื่องจะทำงานต่อครับ


หมุนดูด้านหลังเล็กน้อย บริเวณด้านล่างสุดของเครื่อง ตรงกลางจะมีช่องเสียบสายไฟ ส่วนสายไฟของปริ้นเตอร์รุ่นนี้ ไม่มีหม้อแปลงนะครับ


เขยิบมาขวาอีกนิด จะเจอจุดเชื่อมต่อสาย USB สังเกตว่าอยู่ห่างจากจุดที่ต่อสายไฟพอสมควร


เวลาใช้งาน ด้านขวาของเครื่องจะเป็นจุดต่อแท้งค์ การเก็บสาย งานประกอบเนี้ยบดีครับ สายไม่ยกออกมาด้านนอกเหมือนกับแท้งค์เถื่อนที่ถูกดัดแปลง มีฝาปิดเปิดเพื่อไว้สำหรับเติมน้ำหมึก ตัวแท้งค์สามารถยกเข้ายกออกจากสลักได้เพื่อง่ายต่อการเติมน้ำหมึก


เห็นภาพไหมครับ แท้งค์หมึกเป็นแค่ตะขอที่เกี่ยวเข้ากับตัวเครื่อง ไม่มีอะไรล็อคมากกว่านี้ เวลายกต้องระวัง ให้ยกบริเวณเฉพาะตัวเครื่อง อย่ายกตัวแท้งค์ ไม่งั้นมันจะแยกร่างอย่างที่ผมเจอแน่นอน ดีที่ผมยังไม่ได้เติมน้ำหมึก


สังเกตใช่ไหมครับว่า อ่าว เอียงแบบนี้เปิดจุก ก็หกหมดสิ เราก็ต้องวางนอนลงไปอีกทางให้จุกหันขึ้นครับ


หลังจากนั้น วิธีเติมหมึกก็ไม่ยากครับ เปิดจุกสีที่เราจะเติม ใช้หมึกของ Epson ที่แถมมาเทลงไป (ผมแอบบีบเล็กน้อย ไม่งั้นมันจะค่อยๆหยด) ด้านในฝาครอบ จะมีสีกำกับอยู่ ระวังหยอดผิดสีแท้งค์นะครับงานงอกเลย 555 ถ้าผิดจริงๆคิดว่าสามารถรื้อสลับแท้งค์ได้ แต่ยุ่งยากหน่อยนะครับ ผมเติมครั้งแรก เติมหมดขวดที่ทาง Epson ให้มาได้เต็มพอดีครับ ไม่เหลือเลย หลังจากนั้นปิดจุกให้แน่น ปิดฝาครอบ และนำแท้งค์ต่อเข้าสลักของเครื่องดังเดิม ถ้าติดตั้งครั้งแรกตามคู่มือก็คือ ตอนแรกไฟตรงปุ่มวัดระดับน้ำหมึกจะติดค้าง ให้กดปุ่มวัดระดับน้ำหมึกค้างไว้ 2-3 วินาทีจนไฟดับ จากนั้นรอให้เสร็จสิ้น 10-20นาที น้ำหมึกจะชาร์จจากตัวแท้งค์เข้าสู่หัวฉีด เป็นอันพร้อมใช้งาน


คู่มือแนะนำว่าไม่ควรให้ระดับหมึกต่ำกว่าเส้นขอบล่าง จะทำให้เกิดความเสียหายได้ ยังไงจะใช้ก็อย่าลืมตรวจเช็คระดับหมึก แต่ผมเข้าใจว่าคอมพิวเตอร์เราก็จะแจ้งเตือนตลอดแหละครับว่าหมึกใกล้หมด อย่าฝืนใช้ก็พอ


เปิดฝาตัวเครื่อง L310 ปุ๊บ จะเห็นสายที่ต่อจากแท้งค์เข้ามา สายถูกเก็บเรียบร้อยดีครับ

ฐานรองกระดาษหน้าเครื่อง เฉียงขึ้นแปลกตา

=============================================
การใช้งานจริง
มาดูซอฟต์แวร์ที่ทาง Epson L310 ให้มาติดตั้งในเครื่องกันครับ โดยถ้าใครทำแผ่นหาย เว็บ Epson ก็มีให้โหลดครับ เพียงแต่โหลดให้ตรงรุ่น และตรงระบบปฏิบัติการของผู้ใช้ก็พอ
โหลดที่นี่ Epson L310 : http://goo.gl/vWQI6m

เมนูสั่งปริ้นท์จากโปรแกรม Microsoft Word หน้าตาของซอฟต์แวร์ปริ้นเตอร์ Epson จะเป็นแบบนี้ครับ เป็นพื้นฐานของปริ้นเตอร์ทั่วไปก็คือสามารถจัดวางหน้ากระดาษ ปรับคุณภาพของงานพิมพ์ จำนวนสำเนา รวมถึงแสดงปริมาณน้ำหมึก และมีโหมดบำรุงรักษาด้วยครับ


Epson Easy Photo Print เป็นซอฟต์แวร์เสริมที่เราสามารถเลือกติดตั้งแบบ Custom Setup ครับ ใช้ในการเลือกพิมพ์ภาพอย่างรวดเร็วทีละมากๆ การปรับค่าทีละมากๆ ฯลฯ ลองใช้แล้วถือว่าสะดวกดีครับ

=============================================

เอาล่ะ! มาถึงพาร์ทที่จะเริ่มทดสอบหนุกๆแล้ว โดยผมจะทดสอบการปริ้นท์งานต่างๆ (ในที่นี้จะเป็นขนาด A4 หมดเลยครับ) โดยผมได้จำแนกเงื่อนไขต่างๆไว้แล้ว ลองมาดูกันซิว่า การใช้งานจริงแต่ละอย่าง ให้ผลเป็นยังไงบ้าง
1. ปริ้นท์ข้อความ ขาวดำเต็มหน้า โหมดความคมชัดธรรมดา จำนวน 10 แผ่น จับเวลาหาค่าเฉลี่ย ดูความคมชัดของตัวอักษร
ผมขออนุญาตเว็บเมเนเจอร์สำหรับบทความทดสอบ http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9580000079781  ครับ ใช้ฟอนต์ Angsana New ขนาดตัวอักษร = 10
ผลที่ได้ก็คือ...



พอกดสั่งปริ้นท์ปุ๊บ เครื่องจะใช้เวลาเตรียมตัวเองก่อนปริ้นท์ 8.41 วินาที เมื่อเริ่มปริ้นท์ จะใช้เวลาปริ้นท์ 10 แผ่นทั้งสิ้น 27.14 วินาที หรือ 1 แผ่นใช้เวลาประมาณ 2.7 วินาทีนั่นเอง (เมื่อไม่นับเวลาเตรียมตัว)


ตัวอักษร Angsana new ขนาด 10 ถือว่าเล็กมากครับ แต่เมื่อมองลึกเข้าไป ผลที่ได้ก็คมชัดพอสมควร บริเวณที่มัวเกิดจากฝีมือกล้องของผมนั่นแหละ
ชื่อสินค้า:   Epson รุ่น L310
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่