[CR] กาลครั้งหนึ่ง...เมื่อฉันมีดั้ง



อยากมาแชร์ประสบการณ์การศัลยกรรมที่เราได้ไปขึ้นเขียงอัพดั้งเป็นครั้งแรก (ดูอลังมะ..55+) บางคนมองว่าแค่ไปศัลจมูกเอง ทำตื่นเต้นไปได้! แหม!! ก็คนมันไม่เคยศัลมาก่อนนี่คะ ครั้งแรกมันก็ตื่นเต้นสิ จริงมั้ย? เอาเป็นว่าเผื่อใครคิดอยากศัลจมูกอยู่ ก็ลองฟังประสบการณ์ของเราดูก่อน แล้วจะรู้ว่าอัพสวยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด...อิอิ


มาดูรูปสมัยที่ไม่มีดั้งกันหน่อยดีกว่า....



โตขึ้นมาหน่อย มหาลัยปี 3 เริ่มเปลี่ยนทรงผม...อิอิ แต่ดั้งยังเท่าเดิม T^T



จนเราไม่ไหวละ อยากสวย 555+ ก็เลยคิดอยากอัพดั้ง...เราหาข้อมูลเยอะมาก เว็บไหนดัง เว็บไหนขึ้นชื่อเรื่องรีวิวศัลยกรรม ศึกษาข้ามวันข้ามคืนเลยค่ะ (ทุ่มเทยิ่งกว่าการเรียนอีก 555+) พอเริ่มได้ข้อมูลมาจนมั่นใจละ คราวนี้เราก็จะเริ่มโทรไปสอบถามและทำการนัดหมอ


ต้องบอกก่อนว่า...ช่วงเวลาก่อนจะไปศัลต้องดูแลตัวเองด้วยห้ามเป็นหวัดหรือมีสิวที่จมูกเด็ดขาดเพราะคุณหมอจะไม่ทำให้นะจ๊ะ เนื่องจากว่าการเป็นหวัดมันจะมีน้ำมูก ซึ่งมันส่งผลไม่ดีต่อแผลที่เย็บ อีกอย่างเราคงไม่อยากจาม หรือสั่งน้ำมูกในเวลาแบบนี้หรอก (เสียวดั้งหลุดอะเนอะ) ส่วนสิวที่จมูกถ้าใครเป็นบอกเลยว่าต้องรีบทำให้ยุบโดยเร็ว เพราะเวลาเราอัพดั้งแล้วเนี่ยจมูกมันจะติดพลาสเตอร์(เฝือก)เพื่อดามจมูกให้คงที่ ตรงนั้นแหละมันจะอับและทำให้สิวอักเสบ เพราะฉะนั้นต้องดูแลตัวเองให้ดี จะได้ไม่มีปัญหา เสริมดั้งมาจะสวย มั่นใจ!




และแล้ววันนี้ก็มาถึง...ชั้นจะมีดั้งไว้หายใจแล้ว 555+  เริ่มแรกก่อนเข้าห้องไปอัพดั้ง เราก็ต้องไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดคลุม จากนั้นใส่หมวกเก็บผม ล้างหน้าด้วยแอลกอฮอล์ (ไม่แน่ใจว่าคนอื่นล้างมั้ย..แต่เราล้าง) จากนั้นก็เข้าห้อง (ฮือ..ตื่นเต้น กลัวด้วย) หลังจากนั้นคุณหมอก็จะถ่ายรูปเราก่อน ประมาณว่าหันข้าง หน้าตรง 90องศา 45องศา คุยกับเราว่าอยากได้แบบไหน เราก็ตอบไปเลยว่าขอโด่งๆ คุณหมอก็จะมาจับๆจมูกดู บอกว่าได้นะ แต่จะทะลุเพราะโด่งเกิน พอได้ยินแบบนั้นเราเลยบอกหมอว่า งั้นขอโด่งที่สุดแต่ไม่ทะลุค่ะ 555+ หมอบอกจัดให้ ขึ้นเตียงเลย!!!

ตอนที่นอนอยู่บนเตียง...คุณหมอก็ให้พยาบาลมาฉีดยานอนหลับให้ ก่อนฉีดเราว่าทุกคนแหละต้องคิดแบบเดียวกับเราว่า “ถ้ามันไม่หลับละคะหมอ?” คือเก็ทป้ะ ถ้าไม่หลับอะมันต้องเจ็บแน่ๆ (ไม่ใช่ไร...กลัว) หมอตอบเราว่าหลับสิพร้อมกับยิ้มให้ เราก็งึมงัมๆหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ 555+ มารู้ตัวอีกทีคุณหมอปลุก ตอนนั้นก็แบบ งงๆอะกำลังหลับสบาย พอได้สตินี่รู้เลยคุณหมอกำลังเอาซิลิโคนยัดเข้าไปในจมูก มันดังแบบครืนๆอะ แต่แปลกนะไม่เจ็บเลยสักนิด คือโดนหยิกยังเจ็บกว่า อาจเพราะยาชาด้วยแหละมั้ง...อิอิ มีการบอกหมอรอบสองด้วยนะ ว่าขอแบบเรียวๆไม่ใหญ่นะคะ หมอก็ถอดออกมาเหลาๆอีกรอบ ละใส่เข้าไปใหม่ เออ!! มันโอเคอะ มันไม่เจ็บ (นี่ชั้นไม่ได้ซาดิสไปใช่มะ 555+) สักพักคุณหมอก็จะบอกเราว่าจะเย็บแผลแล้วนะ หลังจากนั้นพยาบาลก็จะมาเช็ดๆหน้าเราให้สะอาด แปะพลาสเตอร์ที่สันจมูก เอาผ้าคลุมหน้าออก 30 นาทีเท่านั้น เสร็จค่ะ!!!

พอเสร็จแล้วพยาบาลก็จะพาเรามาพักที่ห้องพัก ให้ยาชามันหมดฤทธิ์ ไม่งั้นเดินๆไปอาจล้มดั้งที่อัพมาพังนะคะ เราก็เข้าไปนอนพอเริ่มดีขึ้นก็กลับบ้าน พร้อมยาที่คุณหมอสั่งให้ ก็จะมียาแก้ปวด แก้อักเสบ แล้วก็คูลเจล ประคบทุกๆชั่วโมง (เรากลัวมันบวม...เลยประคบตลอด) พอกลับมาถึงบ้านก็ประคบเย็นต่อสลับกับกินยาแก้ปวดทุกๆ 4 ชั่วโมง ที่เคยได้ยินมาว่าหมดฤทธิ์ยาชาแล้วจะปวด ไม่จริงเลยอะ คือมันไม่ปวด ไม่เจ็บ แค่ตึงๆเอง ตอนแรกเราก็กลัวเจ็บมาก หลังจากนั้น 5 วันเราก็ออกจากบ้าน เพราะสามวันแรกจะบวมสุด ไม่มั่นหน้าพอที่จะออกไปพบสาธารณชนจริงๆค่ะ...555 ต่อจากนั้นมันก็จะค่อยๆยุบเหลือรอยช้ำเล็กน้อย ออกไปลั้ลลาได้สบาย


วันแรก...


วันที่ 3 บวมเลยค่ะ


วันที่ 7



1 เดือนแล้วก็ยังบวมๆอยู่แต่ชอบอะ...สวย



โดยส่วนตัวกับการศัลยกรรมครั้งแรกเราถือว่าดีนะ ได้จมูกออกมาสวยพอใจเลยล่ะ ถามว่ากลัวมั้ย? ทุกคนแหละต้องกลัวอยู่แล้ว เราเองยังกลัวเลย แต่พอเอาเข้าจริงๆมันไม่เจ็บเลยอะ ภาพความรู้สึกในจินตนาการที่เคยได้ยินมาว่าเจ็บ ปวด ร้องไห้ สารพัดนั้น ลบมันทิ้งไปได้เลยค่ะ เพราะหลังทำเสร็จมันปกติมากกกกก ใครที่อยากศัลจมูกก็ไม่ต้องกังวลไป ไม่เจ็บแน่นอน เราคอนเฟิร์ม เหมือนเราอะบ้านอยู่ฝั่งธน ก็มีโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อเรื่องการศัลยกรรมอยู่บ้างเราก็เลือกทำที่ใกล้บ้านที่สุด ยังไงถ้าเพื่อนๆอยากศัลก็สอบถามเราได้ แต่อย่าลืมนะ...ต้องเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สะอาด จะได้สวยแบบปลอดภัยเนอะ...อิอิ


มาดูภาพกันหน่อยว่าก่อนศัล หลังศัลเป็นไง ^^ (เราทำมาจะ 2 ปีแล้ว ใครมีข้อสงสัยอะไรถามเราหลังไมค์ได้เลย ยินดีตอบทุกคำถามนะ ^^)




นี่รูปปัจจุบันนะคะ จะ 2 ปีแล้ว^^


ชื่อสินค้า:   จมูกเราเอง อิอิ
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่