วันนี้อยากจะมาเล่าประวัติของตัวเองซะหน่อย ผมเกิดวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2543 ปัจจุบันอายุ15ปี ตอนเด็กๆก็ใช้ชีวิตตามประสาเด็กๆ ตื่นเช้าไปโรงเรียน พอกลับบ้านมาก็มาเล่นอุตร้าแมนหลังบ้านคนเดียว (เล่นคนเดียวแต่เล่นเป็นหลายๆตัว55) และบางครั้วเวลามีรถวิ่งผ่านไปมาผมก็มักจะทำท่ากวนๆใส่รถที่วิ่งผ่านมา ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรเหมือนกัน เวลาพ่อแม่ดุด่าก็เป็นธรรมดาที่ร้องไห้ และก็ชอบคิดว่าท่านไม่ใช่พ่อแม่ผมจริงๆ พ่อกับแม่ผมก็จะสลับกันทำงานไปมา เวลาที่แม่กลับมาบ้าน พ่อก็จะไปทำงานที่ต่างจังหวัด พอพ่อกลับมาแม่ก็ไปทำงานที่จังหวัดอื่นเหมือนกัน พอมาตอนป.3พ่อกับแม่เลิกกัน แม่ไปอยู่ที่อื่น ส่วนตอนนั้นพ่อผมก็ทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด เท่าที่ผมจำได้ ผมไม่ร้องไห้เลย ปกติแล้วตอนนั้นผมำม่ค่อยใส่ใจการเรียน เรียกว่าโง่เลยก็ได้ จากนั้นผมรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ เลยให้พ่อสอนหนังสือให้ และตาหรือยายนี่แหละก็เป่าคาถาให้ผมเรียนเก่งขึ้น ผมหัดอ่านหนังสืออยู่ประมาณกี่วันนี่แหละ จากคนที่อ่านหนังสือไม่ได้ผมก็เริ่มฉลาดขึ้นเรื่อยๆ พอมาป.4สิ่งที่น่าประทับใจก็คือ ผมมีความรัก แอบรักอยู่ประมาณ2ปีครับ จากนั้นผมก็ไปอยู่กับแม่ที่นครปฐมประมาณ1เดือน พอกลับมาบ้านผมก็ร้องไห้เพราะอยากไปอยู่กับแม่ ผมเลยย้ายไปอยู่กับแม่ครับ รพหว่างที่เรียนที่นั่น ผมขาดเรียนบ่อยๆบางครั้งก็ไม่ไปโรงเรียนถึง1-2อาทิตย์ ผมอยูากับแม่ครึ่งปี จากนั้นก็ย้ายกลับมาบ้าน และผู้หญิงคนที่ผมตกหลุมรักเค้าก็ย้ายโรงเรียนไปแล้ว พอเข้าม.1ผมก็เริ่มเข้าสู่สังคมมืด เพราะมีเพื่อนคนนึงชวนผมโดดเรียนและไปอยู่ใต้สะพาน ที่ใต้สะพานมีคนอยู่เยอะแยะ จากนั้นผมก็เป็นเพื่อนกับพวกเค้า และผมก็เริ่มสูบบุหรี่ จากนั้นก็ติดกาว ช่วงนั้นผมติดเพื่อนมากจนลาออกจากโรงเรียน จากนั้นก็ติดยาครับ ช่วงที่ติดยาก็ไปเป็นเด็กเดินยาให้คนอื่น และก็เริ่มรีดไถตังจากพ่อ พอพ่อไม่ให้ก็ด่าครับ บางครั้งก็ขโมยเงินพ่อ ผมเคยทำให้ำ่อร้องไห้2-3ครั้ง และผมก็ไปกู้เงินจากรุ่นพี่คนนึงมา แล้วก็เอาเงินไปซื้อยามาขาย และก็เป็นหนี้อีกมากมาย ถึงขั้นขโมยโน๊ตบุ๊คของรุ่นพี่มาขายเลยครับ หนี้สินทุกอย่างทางครอบครัวและพ่อของผมก็หาเงินมาใช้ให้ บางครั้งก็ขโมยพระไปปล่อย จากนั้นผมก็ถูกส่งมาอยู่กับพี่สาวแต่ก็ไม่ได้มาอยู่ประจำครับก็ไปๆมาๆประมาณ2-3ครั้ง พอผมย้ายกลับมาบ้านก็ติดยาเหมือนเดิม และวันนึงตำรวจจับผมได้ครับ แต่เค้าเห็นว่าเป็นเด็กเลยอยากจะให้เป็นสายให้ เค้าบอกว่าจะมาหาผมวันจันทร์ ระหว่างที่ถูกจับตำรวจเค้าก็ถามว่าไปเอายามาจากไหน ผมก็บอกไปว่าให้เด็กในบ้านพักไปเอามาให้ แล้วเค้าถามว่าไปเอายากับใครผมเลยบอกชื่อคนที่เป็นเอเย้นไปและบอกว่าเค้าน่าจะอยู่ในป่าครับ ตำรวจเลยจะให้เป็นสายให้ จากนั้นก็มีป้าคนนึงเค้าบอกคนอื่นว่า ผมบอกทางไปบ้านของเอเย้นอีกคนนึงครับ(คือว่ามันมีเอเย้นหลายคนหน่ะครับ)พอคกเย็นมาตอนนั้นพ่อตากับรุ่นพี่คนนึงบอกให้หนีไปอยู่ที่อื่น และก็พอดีว่าตอนนั้นคนข้างบ้านผมกำลังจะไปกรุงเทพครับ ผมเลยไปด้วย ตอนนี้ผมมาอยู่กับแม่ครับ หลังจากที่มาอยู่ที่นี่ผมก็ทะเลาะกับแม่บ่อยๆ และก็ได้เสพยาประมาณ3ครั้ง อ๋อลืมบอกไปครับ ผลจากการเสพยามันทำให้ผมแทบจะควบคุมความคิดตัวเองไม่ได้หน่ะครับ มักจะมีอาการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ กับพระพุทธเจ้า ความจริงผมเป็นมาตั้งแต่ประมาณอายุ13-14แล้วหล่ะ แต่ผมก็ไม่บอกใครครับ พอมาอยู่กับแม่ วันๆนึงผมก็อยู่แต่ในบ้าน ส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในห้อง อยู่ที่นี่ผมไม่มีเพื่อน จะไปไหนก็ไม่กล้าไป จนรู้สึกเหงาครับ และความคิดผมก็ค่อยๆเปลี่ยนไป อาจจะเป็รเพราะเหงา ความเหงาและเรื่องราวต่างๆใรอดีตมันอาจจะค่อยๆสอนผม ทำให้ตัวเองอาจจะเข้าใจโลกมากขึ้น เข้าใจในหลายๆอย่างได้มากขึ้น จนตัวเองน่าจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้แก่คนอื่น แต่ว่าคนที่มาปรึกษาผมก็ไม่ค่อยมี บางครั้งผมก็อยากจะนำสิ่งที่ตัวเองคิดได้ไปบอกต่อให้คนอื่นๆ ผมอาจจะหวังให้คนพวกนั้นซาบซึ้งน้ำใจละมั้ง ในตอนนั้นชีวิตของผมจะเรียกว่าจืดชื่นเลยก็ได้ เพราะมันว่างมาก เหมือนความสงบหลังพายุเลยหล่ะครับ ชีวิตของผมมันดูน่าเบื่อมาก จนแรงจูงใจที่จะมีชีวิตอยู่มันลดถอยลงไป แต่สิ่งนึงที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตอยู่ต่อนั่นก็คือความรัก ผมอยากมีความรัก ตั้งแต่เด็กเท่าที่จำได้ มีครั้งรึงผมอยากจะโตอยู่ ม.2 ม.3เร็วๆ จะได้มีแฟนมีคนรักหน่ะครับ และเมื่อประมาณ3-4เดือนก่อน ผมก็เปิดดูคลิปนรกจนทำให้ผมกลัวและกังวลมาก ผมจึงเริ่มนั่งสมาธิและสวดมนต์ แต่ก่อนหน้านั้นผมก็สวดมนต์มาแล้วนะครับ ตอนนี้ผมยังสูบบุหรี่อยู่ ส่วนยาบ้าผมเองก็น่าจะเลิกได้แล้วหล่ะครับ ผมอยู่กับแม่มา1ปี3เดือนละครับ ทุกวันก็จะอยู่แต่ในบ้าน จะออกไปก็เฉพาะตอนที่ไปซื้อจ้าวเติมเงินหรือซื้อขนม และผมก็เป็นประเภทที่ชอบพูดคนเดียวหน่ะครับ มีเรื่องอะไรก็จะไม่ค่อยบอกครอบครัว ถ้าตัวเองรับไม่ไหวจริงๆก็ค่อยบอก ตอนเด็กๆผมก็มักจะมาที่สะพานมาระบายและคุยเรื่องต่างๆครับ เพราะมีคนบอกผมว่าที่สะพานมีพญานาค และผมก็เคยตกน้ำ และมีคนบอกว่าท่านเคยช่วยผมไว้ ผมก็เลยมักจะไปนั่งพูดคุยอยู่ใต้สะพานหน่ะครับ แต่คุยคนเดียวครับ (จะว่าบ้าก็คงไม่ใช่) นี่แหละครับชีวิตของผม ใครจะประนามว่าผมยังไงก็แล้วแต่เลยครับ

(ปล.ขออภัยด้วยหากกระทู้นี้ไม่ถูกใจผู้ที่เข้ามาอ่าน)
ประวัติของฉัน