สวัสดีชาวพันทิปทุกคนนะคะ ^^
กระทู้นี้เราขอแชร์เรื่องความรักของเราเกี่ยวกับเพื่อนในมุมที่เราเคยเจอว่ากว่าจะได้เจอกับเพื่อนดี ๆ เราผ่านอะไรมาบ้าง
เรามั่นใจว่าทุก ๆ คนมีเพื่อน แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเพื่อนที่คุณคบอยู่นั้นเขาคือเพื่อนที่เขารักคุณจริง ๆ
เราคิดว่าเพื่อนเป็นคนสำคัญของเรานะ ถ้าจะให้เรานิยามคำว่าเพื่อนของเราก็คงต้องเป็นคนที่สามารถพูดคุยกับเราได้ทุกเรื่องโดยที่เราไม่ได้ใส่หน้ากากเข้าหา คอยเตือนเราได้เวลาที่เราทำอะไรที่เรียกว่าเกินไป ไม่ใช่คนที่คอยจะทำร้ายหรือเหยียบย่ำเราในวันที่เราพลาดก็คงประมาณนี้แหละ เราไม่รู้หรอกว่าความรักที่เราได้รับจากเพื่อนเป็นยังไง เราแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะต้องทำตัวแบบไหน จนเมื่อเราโตขึ้นและได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น เราก็ได้รู้แล้วว่า ความรักจากเพื่อนเป็นยังไง และต้องทำตัวยังไง และเราก็ได้รู้ว่าเวลาทำให้เราได้เรียนรู้และรู้จักกับคำว่า “เพื่อน” มากยิ่งขึ้น
เราขอเริ่มเล่าด้วยเรื่องวัยเด็กของเราคร่าว ๆ โดยย้อนไปตั้งแต่สมัยอนุบาลเลยแล้วกัน เราจำได้ว่าอนุบาลเราโดนเพื่อนแกล้งตลอด เจ็บตัวกลับบ้านทุกวันหนักสุดก็การโดนจับขาลากลงบันได ตอนประถมเริ่มเข้าช่วงประถมก็เข้ากับใครไม่ค่อยจะได้เก็บตัวเงียบอยู่ห้องสมุด จนสนิทกับครูบรรณารักษ์ ช่วงปลายของชั้นประถมตอนนั้นมีกลุ่มที่น่าจะเรียกว่าเพื่อนแล้วแต่ก็โดนแบนออกจากกลุ่ม เพียงเพราะเราได้คะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษมากกว่าคนในกลุ่มคนนึง (คงเป็นเพราะนางร้องไห้โวยวายด้วยแหละมั้ง) แถมยังโดนคนในห้องใส่ร้ายว่าขโมยนาฬิกาจนต้องพาแม่มายืนยัน ช่วงมัธยมต้นดีขึ้นมาหน่อยที่คุยแล้วก็เล่นกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายได้ แต่ก็ยังโดนผู้หญิงบางคนในห้องคอยหาเรื่องเราอยู่ดี (ก็คนที่ใส่ร้ายเราเรื่องนาฬิกานั่นแหละ อันนี้ข้องใจมากนางทำเพื่ออะไร) พอปวช. ก็ยังเจออีกโดนแบนจากงานกลุ่ม เราคงเป็นคนที่ทำตัวเองด้วยแหละมั้ง ก็คือเราทำงานที่ในกลุ่มแบ่งมาแล้วสุดท้ายก็บอกเราว่าไม่เอาแล้วให้อีกคนทำแล้ว เราก็โมโหร่อนงานกระจายทั่วห้องแล้วก็เดินออกมา (แรงเนอะเพิ่งคิดได้ก็ตอนผ่านมานี่แหละ) แต่เราก็ไม่ค่อยได้สนใจกลุ่มนั้นเท่าไหร่เพราะเรามีกลุ่มเพื่อนสนิทที่อยู่อีกสาขานึง
จนมาถึงตอนที่เราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เราเข้ามาเรียนที่นี่คนเดียว เราต้องเริ่มรู้จักคนใหม่ ๆ ตอนปี 1 เราเริ่มเข้าหาคนอื่น แล้วเรามีกลุ่มแต่อยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่พอซักพักอยู่กันเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก แล้วจู่ ๆ เราก็โดนแบบนออกจากกลุ่ม (อีกแล้ววว) ตอนนั้นน่าจะเป็นตอนปีสามเทอมหนึ่ง เปิดเทอมมาเรารู้สึกว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดจริง ๆ รู้สึกได้ตั้งแต่ตอนปีสองเทอมสองแล้ว ทุกคนดูเริ่มจะห่าง ๆ เราก็สงสัยว่าทำไมแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร จนเปิดเทอมนี่แหละ ชัดมากกกก!!!! แต่ดีตรงที่เรามีกลุ่มเพื่อนที่เราเรียกได้ว่าเพื่อนได้จริง ๆ อยู่กลุ่มนึง แต่เราสงสัยมากว่าทำไมทุกคนในกลุ่มเราถึงไม่มีใครคุยด้วยเลย เห้ย!!! เราไม่ได้คิดไปเองนะ เพราะเพื่อนเราคนนึงในกลุ่มเป็นคนที่ไม่ค่อยจะอะไรกับใครเท่าไหร่ ไม่เคยจะพูดจารุนแรงคำหยาบไม่เคยจะหลุดออกจากปากเลย ต่างจากเราลิบลับแต่ก็กลับไม่มีใครคุยด้วยซักคน ไหนเราจะโดนนินทาลับหลัง จริง ๆ เราก็อยากรู้นะว่าเป็นเพราะอะไร เราโดนคนเดียวเราจะไม่อะไรเลยนะ แต่คนที่มาคุยโดนไปด้วยเนี่ยคือไร??
เราก็เลยลองคิดดูว่าเป็นเพราะอะไร อย่างแรกเลยนะเราคิดว่าคงเป็นเพราะตัวเราเองแหละ ที่เราเป็นตัวของตัวเอง พูดอะไรตรง ๆ ไม่ค่อยถนอมน้ำใจใครเท่าไหร่นัก เราไม่ชอบใส่หน้ากากเข้าหาใคร หรือว่าสิ่งที่เราเป็นแบบนี้เรียกว่าเป็นข้อเสียของตัวเราเอง แต่เวลาเราจะคบใครเราให้ใจเขาก่อนตลอดนะ ไม่รู้เพราะอะไรเราถึงต้องมาเจอะไรแบบนี้ เราเบื่อแล้ว เราเจอจนเราชินอ่ะ แต่เราก็ต้องเจอไปตลอดชีวิตแหละ เราเข้าใจดูเหมือนเรื่องแบบนี้จะกลายเป็นสัจธรรมที่ทำให้เราได้รู้ว่าใครดีกับเราและใครต้องการทำร้ายเรา เราขอบคุณคนที่ทำให้เราได้รู้จักความว่าจอมปลอม ที่ทำให้เราเข้มแข็งและชินชากับคำนินทา การเสียดสี ทำให้เราได้มีความสุขบนคำนินทาของคนเหล่านั้น และเราก็ขอบคุณเพื่อนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสาวในสมัยปวช. เพื่อนในรั้วมหาวิยาลัย และเพื่อนที่เราสามารถเรียกได้เต็มปาก เราขอบคุณจริง ๆ ในความหวังดี ความห่วงใย ความใส่ใจของพวกคุณ ขอบคุณที่พวกคุณยอมรับ เข้าใจ และไม่รังเกียจในความเป็นเรา เราไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกคุณให้เราเรียกว่าความรักรึเปล่า แต่เราเชื่อว่านั่นคือความรักของพวกคุณ เรารักพวกคุณมากเท่ากับที่พวกคุณรักเรานะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ อยากให้เราเล่าตรงไหนเพิ่มบอกได้นะ ถ้าเราผิดพลาดอะไรตรงไหน เราขอโทษด้วยนะ ^^"
"เพื่อน" คำง่ายๆที่หายาก
กระทู้นี้เราขอแชร์เรื่องความรักของเราเกี่ยวกับเพื่อนในมุมที่เราเคยเจอว่ากว่าจะได้เจอกับเพื่อนดี ๆ เราผ่านอะไรมาบ้าง
เราคิดว่าเพื่อนเป็นคนสำคัญของเรานะ ถ้าจะให้เรานิยามคำว่าเพื่อนของเราก็คงต้องเป็นคนที่สามารถพูดคุยกับเราได้ทุกเรื่องโดยที่เราไม่ได้ใส่หน้ากากเข้าหา คอยเตือนเราได้เวลาที่เราทำอะไรที่เรียกว่าเกินไป ไม่ใช่คนที่คอยจะทำร้ายหรือเหยียบย่ำเราในวันที่เราพลาดก็คงประมาณนี้แหละ เราไม่รู้หรอกว่าความรักที่เราได้รับจากเพื่อนเป็นยังไง เราแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะต้องทำตัวแบบไหน จนเมื่อเราโตขึ้นและได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น เราก็ได้รู้แล้วว่า ความรักจากเพื่อนเป็นยังไง และต้องทำตัวยังไง และเราก็ได้รู้ว่าเวลาทำให้เราได้เรียนรู้และรู้จักกับคำว่า “เพื่อน” มากยิ่งขึ้น
เราขอเริ่มเล่าด้วยเรื่องวัยเด็กของเราคร่าว ๆ โดยย้อนไปตั้งแต่สมัยอนุบาลเลยแล้วกัน เราจำได้ว่าอนุบาลเราโดนเพื่อนแกล้งตลอด เจ็บตัวกลับบ้านทุกวันหนักสุดก็การโดนจับขาลากลงบันได ตอนประถมเริ่มเข้าช่วงประถมก็เข้ากับใครไม่ค่อยจะได้เก็บตัวเงียบอยู่ห้องสมุด จนสนิทกับครูบรรณารักษ์ ช่วงปลายของชั้นประถมตอนนั้นมีกลุ่มที่น่าจะเรียกว่าเพื่อนแล้วแต่ก็โดนแบนออกจากกลุ่ม เพียงเพราะเราได้คะแนนสอบวิชาภาษาอังกฤษมากกว่าคนในกลุ่มคนนึง (คงเป็นเพราะนางร้องไห้โวยวายด้วยแหละมั้ง) แถมยังโดนคนในห้องใส่ร้ายว่าขโมยนาฬิกาจนต้องพาแม่มายืนยัน ช่วงมัธยมต้นดีขึ้นมาหน่อยที่คุยแล้วก็เล่นกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายได้ แต่ก็ยังโดนผู้หญิงบางคนในห้องคอยหาเรื่องเราอยู่ดี (ก็คนที่ใส่ร้ายเราเรื่องนาฬิกานั่นแหละ อันนี้ข้องใจมากนางทำเพื่ออะไร) พอปวช. ก็ยังเจออีกโดนแบนจากงานกลุ่ม เราคงเป็นคนที่ทำตัวเองด้วยแหละมั้ง ก็คือเราทำงานที่ในกลุ่มแบ่งมาแล้วสุดท้ายก็บอกเราว่าไม่เอาแล้วให้อีกคนทำแล้ว เราก็โมโหร่อนงานกระจายทั่วห้องแล้วก็เดินออกมา (แรงเนอะเพิ่งคิดได้ก็ตอนผ่านมานี่แหละ) แต่เราก็ไม่ค่อยได้สนใจกลุ่มนั้นเท่าไหร่เพราะเรามีกลุ่มเพื่อนสนิทที่อยู่อีกสาขานึง
จนมาถึงตอนที่เราเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เราเข้ามาเรียนที่นี่คนเดียว เราต้องเริ่มรู้จักคนใหม่ ๆ ตอนปี 1 เราเริ่มเข้าหาคนอื่น แล้วเรามีกลุ่มแต่อยู่กันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่พอซักพักอยู่กันเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก แล้วจู่ ๆ เราก็โดนแบบนออกจากกลุ่ม (อีกแล้ววว) ตอนนั้นน่าจะเป็นตอนปีสามเทอมหนึ่ง เปิดเทอมมาเรารู้สึกว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดจริง ๆ รู้สึกได้ตั้งแต่ตอนปีสองเทอมสองแล้ว ทุกคนดูเริ่มจะห่าง ๆ เราก็สงสัยว่าทำไมแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร จนเปิดเทอมนี่แหละ ชัดมากกกก!!!! แต่ดีตรงที่เรามีกลุ่มเพื่อนที่เราเรียกได้ว่าเพื่อนได้จริง ๆ อยู่กลุ่มนึง แต่เราสงสัยมากว่าทำไมทุกคนในกลุ่มเราถึงไม่มีใครคุยด้วยเลย เห้ย!!! เราไม่ได้คิดไปเองนะ เพราะเพื่อนเราคนนึงในกลุ่มเป็นคนที่ไม่ค่อยจะอะไรกับใครเท่าไหร่ ไม่เคยจะพูดจารุนแรงคำหยาบไม่เคยจะหลุดออกจากปากเลย ต่างจากเราลิบลับแต่ก็กลับไม่มีใครคุยด้วยซักคน ไหนเราจะโดนนินทาลับหลัง จริง ๆ เราก็อยากรู้นะว่าเป็นเพราะอะไร เราโดนคนเดียวเราจะไม่อะไรเลยนะ แต่คนที่มาคุยโดนไปด้วยเนี่ยคือไร??
เราก็เลยลองคิดดูว่าเป็นเพราะอะไร อย่างแรกเลยนะเราคิดว่าคงเป็นเพราะตัวเราเองแหละ ที่เราเป็นตัวของตัวเอง พูดอะไรตรง ๆ ไม่ค่อยถนอมน้ำใจใครเท่าไหร่นัก เราไม่ชอบใส่หน้ากากเข้าหาใคร หรือว่าสิ่งที่เราเป็นแบบนี้เรียกว่าเป็นข้อเสียของตัวเราเอง แต่เวลาเราจะคบใครเราให้ใจเขาก่อนตลอดนะ ไม่รู้เพราะอะไรเราถึงต้องมาเจอะไรแบบนี้ เราเบื่อแล้ว เราเจอจนเราชินอ่ะ แต่เราก็ต้องเจอไปตลอดชีวิตแหละ เราเข้าใจดูเหมือนเรื่องแบบนี้จะกลายเป็นสัจธรรมที่ทำให้เราได้รู้ว่าใครดีกับเราและใครต้องการทำร้ายเรา เราขอบคุณคนที่ทำให้เราได้รู้จักความว่าจอมปลอม ที่ทำให้เราเข้มแข็งและชินชากับคำนินทา การเสียดสี ทำให้เราได้มีความสุขบนคำนินทาของคนเหล่านั้น และเราก็ขอบคุณเพื่อนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสาวในสมัยปวช. เพื่อนในรั้วมหาวิยาลัย และเพื่อนที่เราสามารถเรียกได้เต็มปาก เราขอบคุณจริง ๆ ในความหวังดี ความห่วงใย ความใส่ใจของพวกคุณ ขอบคุณที่พวกคุณยอมรับ เข้าใจ และไม่รังเกียจในความเป็นเรา เราไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกคุณให้เราเรียกว่าความรักรึเปล่า แต่เราเชื่อว่านั่นคือความรักของพวกคุณ เรารักพวกคุณมากเท่ากับที่พวกคุณรักเรานะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ อยากให้เราเล่าตรงไหนเพิ่มบอกได้นะ ถ้าเราผิดพลาดอะไรตรงไหน เราขอโทษด้วยนะ ^^"