การเดินทางหนึ่งวันกับคนแปลกหน้า

"การเดินทางของความรู้สึกที่ไม่ยอมรับแต่ปฏิเสธไม่ได้"
จุดเริ่มต้นคือเราอยากไปกาญจนบุรี เราอ่านในพันทิปที่หลายๆคนรีวิวเรื่องรถไฟสายมรณะ ทำให้เราอยากจะไป แล้วเราก็คิดว่าถ้ามีตากล้องเป็นเพื่อนร่วมทางไปด้วย ภาพที่ถ่ายออกมาต้องสวยมากแน่ๆ พอคิดได้อย่างนั้นเราก็ทักเฟสบุ๊คของคนคนหนึ่งไป เราไม่เคยคุยกันแบบเป็นกิจลักษณะ จำได้รางๆว่าไม่เขาก็เราที่เคยมาHBDให้กันในเฟสบุ๊ค เราทักเขาไปว่า"นายเราจะทริปมานำเสนอ เราจะไปกาญฯ"แล้วก็บอกรายละเอียดจนครบถ้วน เขาตอบตกลงร่วมทริปกับเรา เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นตากล้องคนนี้ทั้งๆที่เราก็มีเพื่อนที่ชอบถ่ายรูป

ที่จริงเราก็จำได้ว่าเขาเรียนอยู่ที่จังหวัดเดียวกับเราแต่คนละโรงเรียน และอีกเหตุผลก็คือเราติดตามเขาในIGเห็นเขาเช็คอินที่ จรัล44 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรามากมันก็เลยทำให้เรากล้าชวนเขาร่วมทริป เราก็ตกลงนัดกัน วันเสาร์ ก่อน07.30 แต่พอถึงวันเสาร์เขามาถึงก่อนเราอีก เราเห็นเขานั่งคุยอยู่กับคุณลุง เลยทักไปบอกเขาว่ามาถึงแล้ว อยู่ด้านหลังแล้วเขาก็เดินมาหาเรากับเพื่อน 07.30 เพื่นเรามาครบกันทุกคนเลยไปซื้อตั๋ว(ฟรี)ที่สถานีรถไฟธนบุรี รถไฟมาที่ชานชาลาตอน07.50 เรามายืนรอกันมี่ชานชาลาที่1เพื่อรอขึ้นรถไฟ




ทริปนี้มีทั้งหมด7คน เรานั่งรถไฟชั้น3 ต้นทางที่ธนบุรี ปลายทางน้ำตก การเดินทางเริ่มต้นขึ้นเมื่อรถไฟวิ่งออกจากสถานีธนบุรีเวลา08.10 น

ตื่นเต้นมากเพราะนั่งรถไฟครั้งแรก แต่เขาและเพื่อนของเราสนิทกันเร็วมาก ก็ทำให้การเดินทางดูมีความสุขเพราะเขาและเพื่อนของเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เราก็เหมือนกันพึ่งรู้จักกับเขาก่อนมาทริป3วัน แต่เราเห็นหน้าเขาจริงๆก็พร้อมเพื่อนทั้ง6คนของเรานี่แหละ เจอหน้าเขาครั้งแรกเราก็รู้สึกแปลกๆกับใจตัวเอง

รถไฟจอดทุกสถานีก็หวานเย็นได้รสชาติอีกแบบ เรานั่งข้างกันตลอดสายจนเพื่อนแซว เราก็สงสัยว่ามันจะแซวกันทำไม

บนรถไฟมีของขายหลายอย่าง ผลไม้ ข้าวเหนียวหมูหวาน หมูแดดเดียว น้ำต่างๆ แต่ราคาจะสูงกว่าปกติยกเว้นน้ำเปล่าที่ราคาโอเค(10บาท)

ที่เห็นไม่ใช่หมอกตอนสายนะมันคือฝุ่น แนะนำให้ใส่แมทไปด้วยเพราะฝุ่นมีเยอะมากไม่จำเป็นอย่าใส่เสื้อขาวเพราะอาจจะได้เสื้อสีน้ำตาลกลับบ้าน พวกเรามาถึงสถานีน้ำตกตอน 13.10 น. ก็ถามเจ้าหน้าที่ว่ารถไฟรอบต่อไปออกกี่โมง เจ้าหน้าที่บอกว่าออก 15.30 น.  หลังจากไปถึงถามเรื่องรถไฟกลับเรียบร้อยเราก็นั่งสองแถวไปที่น้ำตาไทรโยคน้อย น้ำตาอยู่ห่างจากสถานี10กิโลเมตร ค่ารถ20บาท/คน พอรถมาส่งถึงน้ำตกไทรโยค

เราก็ฟุ้งเข้าไปเซเว่นซื้อน้ำกันก่อน แล้วก็ข้ามถนนไปเพื่อขึ้นไปดูน้ำตกไทรโยคน้อย



น้ำตกก็สวย แต่น้ำขุ่นเพราะวันที่ไปมีเด็กมาทัศนศึกษา เด็กก็เล่นน้ำกันอย่างสนุก พอเหนื่อเราก็เดินหาที่ทานข้าว



กับข้าวก็มีทั้งร้านอาหารตามสั่ง และเป็นกับข้าวสำหรับครอบครัวใหญ่พวกเราเลือกทานข้าวร้านอาหารตามสั่งราคาก็ปกติ40บาท ถ้ามีไข่ดาวก็เพิ่ม10บาท ส้มตำปูปลาร้าเด็ดมาก พอเราทานข้าวเสร็จก็เกือบจะบ่ายสาม เราเดินมารอรถที่ศาลาเขียวหน้าน้ำตกไทรโยคขึ้นรถสองแถวกลับมาที่สถานีน้ำตก แล้วมันก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นคือรถไฟรอบที่มาสถานีธนบุรีออกไปแล้วทั้งๆที่ตอนนั้นเวลา15.10 น. คือรอบ15.30จะเข้าไปในตัวเมืองกาญฯแล้วปลายทางคือบ้านโป่ง ราชบุรี (เจ้าหน้าที่คงจะเข้าใจว่าเราจะไปในเมืองกาญฯ)เราก็เลยได้ตั๋วไปที่เมืองกาญ ชั้น3(ฟรี) ขากลับคนไม่ค่อยเยอะ

เราเดินทางออกจากสถานีน้ำตกตอนเวลา15.30น.  



สวนไทรโยคเป็นรีสอร์ต ที่มีกิจกรรมมากมาย แนะนำให้ไปลองพักเพราะปลายเดือน 29 พ.ย.-7 ธ.ค.เมืองกาญฯจะมีการจัดกิจกรรมขึ้น ที่พักจะมีราคาสูงขึ้น(เจ้าถิ่นเขาบอกมาอีกที)

รถไฟพัก30นาที เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ลงไปถ่ายรูปได้ เราได้รูปมาเยอะมาก เพื่อนก็แซวอีกว่าเรามาด้วยกันสองคนหรอ เพราะเราสลับกันถ่ายรูปกันไปมา


พอรถไฟพักครบตามเวลาก็ออกเดินทางต่อ สองฝั่งบนรางรถไฟสะพานข้ามแม่น้ำแังมีนักท่องเที่ยวอยู่หนาตา บนผิวน้ำก็มีเรือร่องแกร่ง ร้านอาหารเป็นแสงสีเมืองกาญ เราก็ยืนดูวิวอีกฝั่ง แต่เรากลับรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้เราตกลงกับหัวใจตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

เรามาถึงสถานีกาญฯก็นั่งรถสองแถวไปที่ บขส.(ราคา20บาท). แล้วก็ต่อรถตู้กลับกรุงเทพ(ราคา110บาท) ขากลับเรานั่งคนละเบาะเรานั่งหลังสุดกับเพื่อน3คน และเขานั่งเบาะหน้าหน้า เราก็มองทางปกติแล้วเขาก็ถามว่าฟังเพลงมั้ย เราบอกว่าฟังก็ได้ เขายื่นหูฟังมาให้ก็รู้สึกเขินแปลกๆ เราไม่เคยฟังเพลงคนละหูฟังกับใครเลยสักคน มันก็ฟินดีนะ
พอจบทริปกลับถึงหอเพื่อนก็แซวว่าวันนี้ตัวติดกันทั้งวันเลยนะ แต่ก็จริงเพราะเราแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และเราก็รู้สึกแปลกเราเป็นคนติดโทรศัพท์มาก แต่การที่เราไปทริปวันนี้เราแทบจะไม่จับโทรศัพท์ แต่จับกล้องมากกว่า เราบอกเพื่อนว่าอย่าแซวมากขอตกลงกับใจตัวเองก่อน ตอนนี้เรายังไม่ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ชอบ(ความรู้สึกเราก็แปลกดีเนาะ)เหมือนชื่อเพลงความรักมันไม่เลือกเวลาเกิด
สรุปค่าใช้จ่าย:
ค่าข้าวเหนียวหมู30บ.
ค่ารถสองแถว60บ.
ค่าข้าว40บาท
ค่ารถตู้110บาท
ค่าน้ำเปล่า30บาท รวมทั้งหมด270บาท
การเดินทางมีอุปสรรค และฝุ่นควันมากมาย มาคอยวัดใจเรา แต่การเดินทางจะไม่มีความสุขหากขาดเพื่อนร่วมทาง

จบบันทึกการเดินทาง

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  บันทึกนักเดินทาง เที่ยวไทย รถไฟ ภาพถ่าย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่