อ่านเกมจัสมิน-ดีแทค หลังพิงฝาสู้ศึก 4จี
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ความต้องการคลื่นเพื่อนำมาให้บริการ 4จี เช่น คลื่น 1800 กับ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่สามารถตอบโจทย์ในด้านเทคโนโลยีและการใช้งานในอนาคต ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูล แต่เป็นโอกาสของธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ ทั้งกลุ่มคอนเทนต์ที่ต่อไปจะรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ดาวน์โหลดวิดีโอ
หรือรับชมรายการถ่ายทอดสดฟุตบอล ได้อย่างไม่สะดุด ซื้อขายแบบอี-คอมเมิร์ซ การโอนจ่ายเงินแบบโมบายแบงก์กิ้ง รองรับไลฟ์สไตล์ที่รวดเร็ว
ด้วยความเร็วของ 4จี ที่มากกว่า 3จี ถึง 10 เท่า ส่งผลให้ 4จี ไม่ใช่แค่แข่งกันเองในธุรกิจโทรคมนาคม แต่ข้ามไปแข่งกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสาย หรือแลนด์ไลน์บรอดแบนด์ และธุรกิจบรอดคาสต์ เช่น ทีวีดิจิทัล ดังนั้นการชิงใบอนุญาตคลื่น 1800 กับ 900 จึงมีความต้องการที่ซับซ้อนซ่อนเกมหลายชั้นรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นการประมูลในรอบแรก เชื่อว่าภายในระยะเวลาเพียงปีแรกจะสามารถให้บริการเครือข่ายครอบคลุมถึง 80% และไม่เกิน 3 ปี จะครบ 100% เพราะทุกฝ่ายค่อนข้างมีความพร้อม ไม่ต้องติดตั้งเสาใหม่ แต่ใช้การแชริ่งเสา เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้แบบรวดเร็วตามกำหนดได้
"ถึงอย่างไรคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ก็ยังน่าสนใจ เพราะเป็นคลื่นที่มีความถี่ต่ำและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า ในขณะที่คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะนำไปใช้ในกลุ่ม บรอดแบนด์แอลทีอี ทุกค่ายจึงต้องมีทั้งสองคลื่นทำงานร่วมกัน และเงินลงทุนในส่วนนี้จะไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่รวมธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างโมบายแบงก์กิ้ง ท่องเที่ยว อี-คอมเมิร์ซ โมบายคอมเมิร์ซที่เริ่มมีการใช้งานบ้าง แต่ใน 3 ปี จะบูมแน่นอน" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว
ถึงแม้ว่าราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะเสร็จสิ้นและปิดยอดไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเอไอเอส 40,986 ล้านบาท และทรูมูฟ 39,792 ล้านบาท ส่วนจัสมินเฉียดฉิวไปที่ 38,996 ล้านบาท และดีแทค 17,504 ล้านบาท แม้ว่าตัวเลขจะดูสูงกว่าเมื่อครั้งใบอนุญาต 3จี ที่จบมูลค่าเงินประมูลรวม 41,625 ล้านบาท โดยครั้งก่อนเอไอเอสให้ราคาสูงสุดคือ 14,625 ล้านบาท
แต่หากมองค่าเฉลี่ยต่อปีในครั้งนี้ แม้เงินประมูลใบอนุญาตของ เอไอเอสจะแตะ 4 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อคำนวณต้นทุนค่าใบอนุญาตในแต่ละปีจะจ่ายเพียง 2,277 ล้านบาท ในขณะที่ทรูมูฟจะเสียค่า
ใบอนุญาตเฉลี่ยปีละ 2,210 ล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลขที่รับได้ และไม่น่าจะคืนทุนยากนักเมื่อหักกลบลบหนี้กับต้นทุนในปัจจุบัน
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจที่ทรูพยายามที่จะได้ใบอนุญาตสักใบบนสองคลื่นความถี่นี้ แต่หลังจากนี้ ดีแทคต้องทุ่มให้มากเพื่อที่จะหนีจากการโดนกินส่วนแบ่งตลาดจากทรูมากกว่า
"ถึงอย่างไรเจ้าตลาดโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายย่อมไม่ต้องการให้มีรายใหม่เข้ามาอยู่แล้ว แต่การที่ จัสมินซึ่งเป็นรายใหม่มีแรงแข่งจนยอดเงินขึ้นมาถึง 38,996 ล้านบาท ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะเรียกได้ว่าเท หมดหน้าตัก และเชื่อว่าการประมูลในรอบถัดไปอย่างคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ก็น่าจะดุเดือดกว่าครั้งแรก เพราะ พันธมิตรของจัสมินก็น่าจะไม่ยอม ถอยง่ายๆ ส่งผลให้เงินประมูลใน
ครั้งหน้าอาจจะเคาะไปถึงหลัก 3 หมื่นล้านบาท แบบเร็วกว่าเดิมก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาท"
อย่างไรก็ตาม พิพัฒน์มองเกมการประมูลครั้งต่อไปว่า ทรูมูฟน่าจะเพียงพอกับใบอนุญาตที่ได้ไปแล้ว ที่เหลือน่าจะเป็นการแข่งขันระหว่าง เอไอเอส ดีแทค และจัสมิน มากกว่า เพราะครั้งนี้เรียกว่าต่างฝ่ายต่างก็ยอมกันไม่ได้อีกแล้ว เพราะถ้าดีแทคยอมอีกครั้งย่อมส่งผลกระทบด้านความเชื่อมั่นของลูกค้าแน่นอน
"จัสมินค่อนข้างพร้อมในเรื่องคอนเทนต์และพันธมิตรอยู่แล้ว หากได้ใบอนุญาตใบใดใบหนึ่งธุรกิจโมบายอินเทอร์เน็ตระส่ำเหมือนเมื่อครั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แน่นอน หากมองย้อนกลับไปการให้บริการในกลุ่มอินเทอร์เน็ตภายในบ้านที่มีผู้ให้บริการอย่างทรู ทีโอที และ 3บีบี แม้ว่าทรูจะเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มนี้ แต่ 3บีบี ก็เป็นรายแรกที่กล้า ลดราคาแพ็กเกจให้ถูกลง ทำให้ เจ้าตลาดอย่างทรูต้องออกแพ็กเกจ ให้ถูกลงเพื่อรักษาความเป็นเจ้าตลาด และในครั้งนี้หากจัสมินได้เข้ามาจับตลาดโมบายอินเทอร์เน็ตอีก ก็ เป็นไปได้ว่าจะส่งแพ็กเกจเอาใจลูกค้าที่จะตัดราคาให้ถูกลง ดังนั้น หากรายเก่าไม่ต้องการให้จัสมินเข้ามา ก็ต้องวางเกมประมูลรอบหน้าให้รัดกุมกว่านี้"
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้บริหารกลุ่ม บริษัท อีฟราสตรัคเจอร์ และนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า ความพร้อมของจัสมินในครั้งนี้น่าจะทำให้ทุกฝ่ายต้องกังวล เพราะถ้าจัสมินเข้ามาได้ย่อมส่งผล กระทบต่อความพยายามในตลาด คอนเทนต์ของทรู เพราะทั้งสองบริษัททำธุรกิจด้านคอนเทนต์คล้ายกัน
"เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ย่อมต้องลดราคาแพ็กเกจให้ถูกลง ทุกวันนี้จะเห็นว่าราคาแพ็กเกจที่เราใช้จ่ายเฉลี่ย 399-599 บาทนั้น แม้จะเป็นราคาที่ทุกคนรับได้ แต่ก็ยังสูงสำหรับคนบางกลุ่ม หากเป็นรายเดิมคงทำได้แค่รักษาฐานราคานี้ไว้ แต่ถ้าเป็นรายใหม่อย่างจัสมินเข้ามาแล้วลดราคาลงได้มากกว่าค่าเฉลี่ยเหมือนที่ทำกับบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต งานนี้กระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแน่นอน ส่วนดีแทคนั้นยังมองไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร" ภาวุธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากดีแทคยังไม่สามารถได้ใบอนุญาตบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2561 มีแนวโน้มว่าจะเป็นเหมือนเอไอเอสอย่างในปัจจุบันที่มีแต่คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ในมือสำหรับให้บริการ ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลให้เสียตำแหน่งจากเบอร์ 2 ไปให้แก่ทรูไม่ยากนัก เพราะตอนนี้ทรูมีฐานลูกค้าทั้งหมด 24.4 ล้านราย ในขณะที่ดีแทคมีอยู่ 28.4 ล้านราย ดังนั้น ศึกครั้งนี้คงต้องมองกันยาวๆ.
นักวิชาการวิเคราะห์ 4จี
สิ่งที่กสทช.ต้องระวัง คือ 1. อย่าให้เกิดการล้มการ ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์2. อย่าเลื่อนประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพราะจะทให้เกิด การแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคม ในตลาดน้อย หรือมีรายใหม่ เข้ามาแข่งขันให้เต็มที่มากขึ้น 3. ไม่ควรยอมให้ผู้ประกอบการ ผ่อนผันหรือให้รัฐอุ้ม เพราะจะ เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ แข่งขันรายอื่น
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ถ้าครั้งนี้มีรายใหม่อย่าง จัสมินเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ให้ บริการ คาดว่าทรูต้องระส่ แน่นอน เพราะทรูและจัสมิน ทธุรกิจคอนเทนต์ที่ คล้ายกัน ทั้งการให้บริการ อินเทอร์เน็ตในบ้านและ ดิจิทัลทีวี หากจัสมินสามารถ ได้มาอย่างน้อยหนึ่งใบ อนุญาต จะเกิดการแข่งขัน ในสองธุรกิจนี้ดุเดือดแน่นอน
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุผู้บริหาร กลุ่มบริษัทอีฟาสทรัคเจอร์ และนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
ถ้ามองแบบผู้ใช้บริการที่ ไม่ได้อยู่ในแวดวง โทรคมนาคมอาจจะมอง เรื่องเม็ดเงินประมูลที่มี มูลค่า 8 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่ ผู้ให้บริการเอง ต้องมีการ คิดคนวณเรื่องค่าบริการและต้นทุนที่ต้องแบกรับ อยู่แล้ว ใบอนุญาตนี้จะอยู่ ได้นานถึง 18 ปีเนี่ย ค่อนข้างคุ้มกว่าการจ่าย ค่าสัมปทานปีละ 3 หมื่นกว่าล้านบาทแน่นอน
สืบศักดิ์ สืบภักดี อาจารย์และนักวิจัยด้านโทรคมนาคมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ถึงอย่างไรคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ยังคงน่าสนใจมากกว่า คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพราะเป็น คลื่นความถี่ต่ และครอบคลุม พื้นที่ได้กว้างกว่า จึงควรมีทั้ง สองคลื่นไปประกอบกัน คือ ทงานร่วมกัน มีการทวิจัย ออกมาแล้วว่า ใน 5 ปี จะมี เม็ดเงินลงทุนกว่า 5 แสนล้าน บาท ในการวางโครงข่ายและ ยังไม่รวมธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้ง แบงก์กิ้ง การเงิน ท่องเที่ยว อี-คอมเมิร์ซ โมบายคอมเมิร์ซ คาดว่าจะตอบสนองนโยบาย เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า B1 กลาง)
อ่านเกม จัสมิน-ดีแทค หลังพิงฝาสู้ศึก 4จี
อ่านเกมจัสมิน-ดีแทค หลังพิงฝาสู้ศึก 4จี
โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ความต้องการคลื่นเพื่อนำมาให้บริการ 4จี เช่น คลื่น 1800 กับ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่สามารถตอบโจทย์ในด้านเทคโนโลยีและการใช้งานในอนาคต ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความเร็วในการรับส่งข้อมูล แต่เป็นโอกาสของธุรกิจทั้งเก่าและใหม่ ทั้งกลุ่มคอนเทนต์ที่ต่อไปจะรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ดาวน์โหลดวิดีโอ
หรือรับชมรายการถ่ายทอดสดฟุตบอล ได้อย่างไม่สะดุด ซื้อขายแบบอี-คอมเมิร์ซ การโอนจ่ายเงินแบบโมบายแบงก์กิ้ง รองรับไลฟ์สไตล์ที่รวดเร็ว
ด้วยความเร็วของ 4จี ที่มากกว่า 3จี ถึง 10 เท่า ส่งผลให้ 4จี ไม่ใช่แค่แข่งกันเองในธุรกิจโทรคมนาคม แต่ข้ามไปแข่งกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสาย หรือแลนด์ไลน์บรอดแบนด์ และธุรกิจบรอดคาสต์ เช่น ทีวีดิจิทัล ดังนั้นการชิงใบอนุญาตคลื่น 1800 กับ 900 จึงมีความต้องการที่ซับซ้อนซ่อนเกมหลายชั้นรองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นการประมูลในรอบแรก เชื่อว่าภายในระยะเวลาเพียงปีแรกจะสามารถให้บริการเครือข่ายครอบคลุมถึง 80% และไม่เกิน 3 ปี จะครบ 100% เพราะทุกฝ่ายค่อนข้างมีความพร้อม ไม่ต้องติดตั้งเสาใหม่ แต่ใช้การแชริ่งเสา เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้แบบรวดเร็วตามกำหนดได้
"ถึงอย่างไรคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ก็ยังน่าสนใจ เพราะเป็นคลื่นที่มีความถี่ต่ำและครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่า ในขณะที่คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะนำไปใช้ในกลุ่ม บรอดแบนด์แอลทีอี ทุกค่ายจึงต้องมีทั้งสองคลื่นทำงานร่วมกัน และเงินลงทุนในส่วนนี้จะไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท ไม่รวมธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างโมบายแบงก์กิ้ง ท่องเที่ยว อี-คอมเมิร์ซ โมบายคอมเมิร์ซที่เริ่มมีการใช้งานบ้าง แต่ใน 3 ปี จะบูมแน่นอน" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว
ถึงแม้ว่าราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะเสร็จสิ้นและปิดยอดไปกว่า 8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเอไอเอส 40,986 ล้านบาท และทรูมูฟ 39,792 ล้านบาท ส่วนจัสมินเฉียดฉิวไปที่ 38,996 ล้านบาท และดีแทค 17,504 ล้านบาท แม้ว่าตัวเลขจะดูสูงกว่าเมื่อครั้งใบอนุญาต 3จี ที่จบมูลค่าเงินประมูลรวม 41,625 ล้านบาท โดยครั้งก่อนเอไอเอสให้ราคาสูงสุดคือ 14,625 ล้านบาท
แต่หากมองค่าเฉลี่ยต่อปีในครั้งนี้ แม้เงินประมูลใบอนุญาตของ เอไอเอสจะแตะ 4 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อคำนวณต้นทุนค่าใบอนุญาตในแต่ละปีจะจ่ายเพียง 2,277 ล้านบาท ในขณะที่ทรูมูฟจะเสียค่า
ใบอนุญาตเฉลี่ยปีละ 2,210 ล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลขที่รับได้ และไม่น่าจะคืนทุนยากนักเมื่อหักกลบลบหนี้กับต้นทุนในปัจจุบัน
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจที่ทรูพยายามที่จะได้ใบอนุญาตสักใบบนสองคลื่นความถี่นี้ แต่หลังจากนี้ ดีแทคต้องทุ่มให้มากเพื่อที่จะหนีจากการโดนกินส่วนแบ่งตลาดจากทรูมากกว่า
"ถึงอย่างไรเจ้าตลาดโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายย่อมไม่ต้องการให้มีรายใหม่เข้ามาอยู่แล้ว แต่การที่ จัสมินซึ่งเป็นรายใหม่มีแรงแข่งจนยอดเงินขึ้นมาถึง 38,996 ล้านบาท ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะเรียกได้ว่าเท หมดหน้าตัก และเชื่อว่าการประมูลในรอบถัดไปอย่างคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ก็น่าจะดุเดือดกว่าครั้งแรก เพราะ พันธมิตรของจัสมินก็น่าจะไม่ยอม ถอยง่ายๆ ส่งผลให้เงินประมูลใน
ครั้งหน้าอาจจะเคาะไปถึงหลัก 3 หมื่นล้านบาท แบบเร็วกว่าเดิมก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาท"
อย่างไรก็ตาม พิพัฒน์มองเกมการประมูลครั้งต่อไปว่า ทรูมูฟน่าจะเพียงพอกับใบอนุญาตที่ได้ไปแล้ว ที่เหลือน่าจะเป็นการแข่งขันระหว่าง เอไอเอส ดีแทค และจัสมิน มากกว่า เพราะครั้งนี้เรียกว่าต่างฝ่ายต่างก็ยอมกันไม่ได้อีกแล้ว เพราะถ้าดีแทคยอมอีกครั้งย่อมส่งผลกระทบด้านความเชื่อมั่นของลูกค้าแน่นอน
"จัสมินค่อนข้างพร้อมในเรื่องคอนเทนต์และพันธมิตรอยู่แล้ว หากได้ใบอนุญาตใบใดใบหนึ่งธุรกิจโมบายอินเทอร์เน็ตระส่ำเหมือนเมื่อครั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แน่นอน หากมองย้อนกลับไปการให้บริการในกลุ่มอินเทอร์เน็ตภายในบ้านที่มีผู้ให้บริการอย่างทรู ทีโอที และ 3บีบี แม้ว่าทรูจะเป็นเจ้าตลาดในกลุ่มนี้ แต่ 3บีบี ก็เป็นรายแรกที่กล้า ลดราคาแพ็กเกจให้ถูกลง ทำให้ เจ้าตลาดอย่างทรูต้องออกแพ็กเกจ ให้ถูกลงเพื่อรักษาความเป็นเจ้าตลาด และในครั้งนี้หากจัสมินได้เข้ามาจับตลาดโมบายอินเทอร์เน็ตอีก ก็ เป็นไปได้ว่าจะส่งแพ็กเกจเอาใจลูกค้าที่จะตัดราคาให้ถูกลง ดังนั้น หากรายเก่าไม่ต้องการให้จัสมินเข้ามา ก็ต้องวางเกมประมูลรอบหน้าให้รัดกุมกว่านี้"
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้บริหารกลุ่ม บริษัท อีฟราสตรัคเจอร์ และนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า ความพร้อมของจัสมินในครั้งนี้น่าจะทำให้ทุกฝ่ายต้องกังวล เพราะถ้าจัสมินเข้ามาได้ย่อมส่งผล กระทบต่อความพยายามในตลาด คอนเทนต์ของทรู เพราะทั้งสองบริษัททำธุรกิจด้านคอนเทนต์คล้ายกัน
"เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ย่อมต้องลดราคาแพ็กเกจให้ถูกลง ทุกวันนี้จะเห็นว่าราคาแพ็กเกจที่เราใช้จ่ายเฉลี่ย 399-599 บาทนั้น แม้จะเป็นราคาที่ทุกคนรับได้ แต่ก็ยังสูงสำหรับคนบางกลุ่ม หากเป็นรายเดิมคงทำได้แค่รักษาฐานราคานี้ไว้ แต่ถ้าเป็นรายใหม่อย่างจัสมินเข้ามาแล้วลดราคาลงได้มากกว่าค่าเฉลี่ยเหมือนที่ทำกับบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต งานนี้กระทบกับภาพรวมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมแน่นอน ส่วนดีแทคนั้นยังมองไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร" ภาวุธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากดีแทคยังไม่สามารถได้ใบอนุญาตบนคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในปี 2561 มีแนวโน้มว่าจะเป็นเหมือนเอไอเอสอย่างในปัจจุบันที่มีแต่คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ในมือสำหรับให้บริการ ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลให้เสียตำแหน่งจากเบอร์ 2 ไปให้แก่ทรูไม่ยากนัก เพราะตอนนี้ทรูมีฐานลูกค้าทั้งหมด 24.4 ล้านราย ในขณะที่ดีแทคมีอยู่ 28.4 ล้านราย ดังนั้น ศึกครั้งนี้คงต้องมองกันยาวๆ.
นักวิชาการวิเคราะห์ 4จี
สิ่งที่กสทช.ต้องระวัง คือ 1. อย่าให้เกิดการล้มการ ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์2. อย่าเลื่อนประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพราะจะทให้เกิด การแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคม ในตลาดน้อย หรือมีรายใหม่ เข้ามาแข่งขันให้เต็มที่มากขึ้น 3. ไม่ควรยอมให้ผู้ประกอบการ ผ่อนผันหรือให้รัฐอุ้ม เพราะจะ เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ แข่งขันรายอื่น
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
ถ้าครั้งนี้มีรายใหม่อย่าง จัสมินเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ให้ บริการ คาดว่าทรูต้องระส่ แน่นอน เพราะทรูและจัสมิน ทธุรกิจคอนเทนต์ที่ คล้ายกัน ทั้งการให้บริการ อินเทอร์เน็ตในบ้านและ ดิจิทัลทีวี หากจัสมินสามารถ ได้มาอย่างน้อยหนึ่งใบ อนุญาต จะเกิดการแข่งขัน ในสองธุรกิจนี้ดุเดือดแน่นอน
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุผู้บริหาร กลุ่มบริษัทอีฟาสทรัคเจอร์ และนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
ถ้ามองแบบผู้ใช้บริการที่ ไม่ได้อยู่ในแวดวง โทรคมนาคมอาจจะมอง เรื่องเม็ดเงินประมูลที่มี มูลค่า 8 หมื่นล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่ ผู้ให้บริการเอง ต้องมีการ คิดคนวณเรื่องค่าบริการและต้นทุนที่ต้องแบกรับ อยู่แล้ว ใบอนุญาตนี้จะอยู่ ได้นานถึง 18 ปีเนี่ย ค่อนข้างคุ้มกว่าการจ่าย ค่าสัมปทานปีละ 3 หมื่นกว่าล้านบาทแน่นอน
สืบศักดิ์ สืบภักดี อาจารย์และนักวิจัยด้านโทรคมนาคมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ถึงอย่างไรคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ยังคงน่าสนใจมากกว่า คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพราะเป็น คลื่นความถี่ต่ และครอบคลุม พื้นที่ได้กว้างกว่า จึงควรมีทั้ง สองคลื่นไปประกอบกัน คือ ทงานร่วมกัน มีการทวิจัย ออกมาแล้วว่า ใน 5 ปี จะมี เม็ดเงินลงทุนกว่า 5 แสนล้าน บาท ในการวางโครงข่ายและ ยังไม่รวมธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้ง แบงก์กิ้ง การเงิน ท่องเที่ยว อี-คอมเมิร์ซ โมบายคอมเมิร์ซ คาดว่าจะตอบสนองนโยบาย เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 (หน้า B1 กลาง)