เรื่องกลัวกระแสแฟนบอลตก กับ ประโยชน์ที่จะได้รับจากการอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมทีม ถึงเวลาที่ต้องลำดับความสำคัญให้ดี
ปัญหาคือ ที่ผ่านมาเราแทบไม่ได้อุ่นเครื่องกับทีมระดับสูงเลย แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าเรื่องอันดับฟีฟ่าที่ตกต่ำเป็นอุปสรรคที่ทำให้หาทีมมาอุ่นเครื่องลำบากขึ้น ถ้าไม่นับเกมกับเกาหลีเหนือและบาห์เรนช่วงต้นปีรวมถึงกับแคเมอรูนที่แม้เราจะโชว์ฟอร์มได้ไม่เลวแต่ก็โดนยิงไปจนพรุน ที่เหลือส่วนใหญ่ก็อุ่นกับทีมระดับต่ำกว่าแทบทั้งนั้น เลยได้ทดสอบแต่เกมรุก ทำให้เกมรับยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงเท่าไหร่เพราะไม่เคยเจอของจริงกับทีมที่ดีกว่าเลย จะเห็นได้จากเกมเจออิรักกับไต้หวัน บอกได้ชัดเจนว่าเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนเจอของจริงรอบ12ทีมสุดท้าย
แต่วันนี้ก็ยังไม่สาย เอาเป็นว่ามองไปข้างหน้ายาวๆ เริ่มจากเกมเจออิรักนอกบ้านอีก4เดือนข้างหน้าเลย ตั้งเป้าไว้เลยว่าจะต้องไม่เสียประตูกลับมาเพื่อเป็นบทพิสูจน์เบื้องต้นว่าเกมรับเราดีพอที่จะเข้าไปเจอทีมระดับแถวหน้าของเอเชียในฐานะแชมป์กลุ่ม
หลังจากนั้นมีเวลาอีกราว 5 เดือนก่อนเกมรอบ 12 ทีมสุดท้ายจะเริ่มขึ้น คาดว่าระหว่าง 5 เดือนนี้ ช่วงฟีฟ่าเดย์เราน่าจะหาทีมที่แข็งแกร่งระดับเอเชียมาอุ่นด้วยได้ไม่ยากเหมือนที่ผ่านมา (ถ้าตั้งใจจะหาจริงๆจังๆ) ทีมระดับ บาห์เรน โอมาน เลบานอน คูเวต เกาหลีเหนือ หรือแม้แต่ทีมเกรด A อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อุซเบกิสถาน อิหร่าน ออสเตรเลีย ซาอุ ยูเออี กาต้าร์ ถ้าไม่ได้อยู่ในสายเดียวกันในรอบ12ทีม ยังไงเค้าก็น่าจะหันมาสนใจอุ่นกับเราบ้างแล้วในฐานะหนึ่งใน 12 ทีมที่ดีที่สุดในเวลานั้น
เริ่มจากทีพีแอลวางโปรแกรมลีกให้ดีๆอย่าให้ชนกับฟีฟ่าเดย์ สมาคมรับลูกติดต่อประสานงานล่วงหน้าทีมระดับแนวหน้าดังกล่าวเพื่อขออุ่นเครื่องทั้งในและนอกบ้าน ทีมชาติเรียกเข้าแคมป์เก็บตัวสม่ำเสมอด้วยระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่กระทบโปรแกรมลีกและสโมสร
เริ่มตั้งแต่วันนี้ ตั้งเป้าหมายให้สูง วางแผนอย่างเป็นระบบ และเริ่มลงมือทำตามแผนอย่างเคร่งครัด ย่อมดีกว่ามาวางแผนกันแค่ระยะสั้นๆแล้วรอไปปรับแก้หรือหยิบฉวยอะไรแค่ใกล้ๆแก้ขัดเอาตอนจวนตัวเหมือนที่ผ่านมา
การตั้งเป้าไว้ให้สูง แล้วทำตามแผนอย่างเป็นระบบ สุดท้ายแม้ผลลัพธ์เราอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างน้อยก็มั่นใจได้เลยว่าเราจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นและจบอยู่ในจุดที่ใกล้เคียงกับความสำเร็จอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อนแน่นอน
ฟีฟ่าเดย์หลังจากนี้ ถึงเวลาที่ต้องเน้นคุณภาพ
ปัญหาคือ ที่ผ่านมาเราแทบไม่ได้อุ่นเครื่องกับทีมระดับสูงเลย แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าเรื่องอันดับฟีฟ่าที่ตกต่ำเป็นอุปสรรคที่ทำให้หาทีมมาอุ่นเครื่องลำบากขึ้น ถ้าไม่นับเกมกับเกาหลีเหนือและบาห์เรนช่วงต้นปีรวมถึงกับแคเมอรูนที่แม้เราจะโชว์ฟอร์มได้ไม่เลวแต่ก็โดนยิงไปจนพรุน ที่เหลือส่วนใหญ่ก็อุ่นกับทีมระดับต่ำกว่าแทบทั้งนั้น เลยได้ทดสอบแต่เกมรุก ทำให้เกมรับยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงเท่าไหร่เพราะไม่เคยเจอของจริงกับทีมที่ดีกว่าเลย จะเห็นได้จากเกมเจออิรักกับไต้หวัน บอกได้ชัดเจนว่าเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนก่อนเจอของจริงรอบ12ทีมสุดท้าย
แต่วันนี้ก็ยังไม่สาย เอาเป็นว่ามองไปข้างหน้ายาวๆ เริ่มจากเกมเจออิรักนอกบ้านอีก4เดือนข้างหน้าเลย ตั้งเป้าไว้เลยว่าจะต้องไม่เสียประตูกลับมาเพื่อเป็นบทพิสูจน์เบื้องต้นว่าเกมรับเราดีพอที่จะเข้าไปเจอทีมระดับแถวหน้าของเอเชียในฐานะแชมป์กลุ่ม
หลังจากนั้นมีเวลาอีกราว 5 เดือนก่อนเกมรอบ 12 ทีมสุดท้ายจะเริ่มขึ้น คาดว่าระหว่าง 5 เดือนนี้ ช่วงฟีฟ่าเดย์เราน่าจะหาทีมที่แข็งแกร่งระดับเอเชียมาอุ่นด้วยได้ไม่ยากเหมือนที่ผ่านมา (ถ้าตั้งใจจะหาจริงๆจังๆ) ทีมระดับ บาห์เรน โอมาน เลบานอน คูเวต เกาหลีเหนือ หรือแม้แต่ทีมเกรด A อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อุซเบกิสถาน อิหร่าน ออสเตรเลีย ซาอุ ยูเออี กาต้าร์ ถ้าไม่ได้อยู่ในสายเดียวกันในรอบ12ทีม ยังไงเค้าก็น่าจะหันมาสนใจอุ่นกับเราบ้างแล้วในฐานะหนึ่งใน 12 ทีมที่ดีที่สุดในเวลานั้น
เริ่มจากทีพีแอลวางโปรแกรมลีกให้ดีๆอย่าให้ชนกับฟีฟ่าเดย์ สมาคมรับลูกติดต่อประสานงานล่วงหน้าทีมระดับแนวหน้าดังกล่าวเพื่อขออุ่นเครื่องทั้งในและนอกบ้าน ทีมชาติเรียกเข้าแคมป์เก็บตัวสม่ำเสมอด้วยระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่กระทบโปรแกรมลีกและสโมสร
เริ่มตั้งแต่วันนี้ ตั้งเป้าหมายให้สูง วางแผนอย่างเป็นระบบ และเริ่มลงมือทำตามแผนอย่างเคร่งครัด ย่อมดีกว่ามาวางแผนกันแค่ระยะสั้นๆแล้วรอไปปรับแก้หรือหยิบฉวยอะไรแค่ใกล้ๆแก้ขัดเอาตอนจวนตัวเหมือนที่ผ่านมา
การตั้งเป้าไว้ให้สูง แล้วทำตามแผนอย่างเป็นระบบ สุดท้ายแม้ผลลัพธ์เราอาจไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างน้อยก็มั่นใจได้เลยว่าเราจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นและจบอยู่ในจุดที่ใกล้เคียงกับความสำเร็จอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อนแน่นอน