Siem Reap through my eyes

See Angkor Wat and died. ประโยคที่เราได้ยินจนชินหู จนทำให้เราตัดสินใจที่จะไปชม 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างนครวัดและนครธมค่ะ เราเดินทางกัน วันที่ 23-25 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพราะเราหยุดยาวกัน ซึ่งจากกรุงเทพฯ เราเลือกเดินทางโดยรถของคาสิโน ขึ้นที่สวนลุม เวลาตีสี่ครึ่ง เพราะเราอยู่ใกล้เราจึงเลือกขึ้นที่นี่ค่ะ เราอยากแนะนำว่าถ้าใครจะใช้บริการรถคาสิโนในช่วงเทศกาล ขอให้โทรจองที่กับคนขับก่อนนะคะ เพราะตอนที่เราไป เขาจะให้คนที่โทรจองขึ้นก่อนค่ะ ราคาค่าโดยสารจะอยู่ที่ 200 บาท ต่อคนนะคะ รถก็แอบเก่านิดนึง คันที่เรานั่งน้ำแอร์รั่วอย่างหนักเลยค่ะ และเพื่อนเราก็โชคดีได้ที่นั่งนั้นไป แต่ไม่เป็นไรค่ะพวกเราทนได้ ฮ่าๆ ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าเราเริ่มจากกรุงเทพฯ เราสามารถขึ้นได้หลายที่เลยค่ะ ทั้งรังสิต บางนา สาทร สวนลุม เพื่อนๆ ลองเข้าไปที่ กูเกิ้ลแล้วเสริชหาคำว่า ตารางรถทัวร์คาสิโน Grand Diamond City แล้วเพื่อนๆ ก็สามารถเลือกรอบรถ และสถานที่ขึ้นได้จากทีนี่เลยค่ะ หลังจากนั้นก็โทรไปจองที่กับคนขับก่อนวันเดินทางซักวันสองวันค่ะ



                   เราออกจาก กทม ตี่สี่ครึ่ง หลับๆตื่นๆ ได้ซักพักใหญ่ ๆ เราก็มาถึงด่านปอยเปตกันตอน แปดโมงกว่า ๆ พอลงจากรถได้พวกเราก็เดินไปเข้าห้องน้ำทำธุระให้เรียบร้อย แวะซื้อขนมและน้ำที่ 7/11 เป็นเสบียงตุนไว้ เพราะเรายังต้องเดินทางกันอีกสองชั่วโมงจากด่านไปยังเมืองเสียมเรียบ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เรามีเพื่อนร่วมเดินทางจากกรุงเทพฯ ทั้งหมด 6 คนค่ะ แต่พอเอาเข้าจริงเราเหลือเพื่อนเดินทางแค่ 5 คน เพราะเพื่อนอีกคนไม่ได้เช็คว่าพาสปอร์ตหมดอายุไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหา ทำให้เราต้องโบกมือลาบ๊ายบายกันที่ด่านปอยเปต

                    เมื่อเราผ่านด่านฝั่งไทยมาเรียบร้อยแล้ว เราต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 600 เมตร เพื่อที่จะไปแสตมป์พาสปอร์ตทางฝั่งเขมรค่ะ ระหว่างทางเราก็เริ่มได้กลิ่นละค่ะ ไม่ใช่กลิ่นอายของความเป็นเขมรนะคะ แต่เป็นกลิ่นเค็มของปลาและเกลือทะเล เค็มจนขึ้นคอเลยค่ะ ถึงตรงนี้เราอยากแนะนำว่าควรพกผ้าปิดจมูกไปด้วยนะคะ พกไว้เผื่อได้ป้องกันกลิ่น ป้องกันฝุ่นเหมือนพวกเรา ฮ่าๆ อมยิ้ม20



                    ด่านของเขมร จะอยู่ข้างๆ คาสิโน Grand Diamond City นะคะ เราต้องเขียนใบขาเข้าก่อนนะคะตรงจุดนี้ ซึ่งขอได้กับพี่เขมรที่อยู่ข้างหน้าทางเข้าเลยค่ะ พอผ่านตรงนี้ไป ระหว่างที่เรายืนรอเพื่อน มีนายหน้ามาถามว่าจะไปแทกซี่มั้ยคิดหัวละสามร้อย นั่งได้ 5 คน ตรงนี้อยากจะทุบหัวตัวเองมากจริง ๆ หยอกเย้า ก็เราดันเอาราคา 300 ที่ได้ไปเปรียบเที่ยบกับค่ารถของรถตู้ที่จะไปขึ้นที่ บขส ปอยเปต ทำให้รู้สึกว่าตัวเองได้จ่ายถูกกว่าตั้ง 60 บาท แถมยังได้นั่งแทกซี่สะดวก ก็เลยตอบตกลงไป แต่พอมาคำนวนดูแล้ว แทกซี่ราคาที่หามาได้ ถ้าขึ้นที่วงเวียนไม่ผ่านนายหน้า ควรต่อราคาให้ได้คันละ 1000-1200 แต่วันนั้นที่เราโดนไป 1500 บาท อันนี้เราไม่ได้ถือว่าเขาโกงเรานะคะ แต่เราโทษตัวเอง เราซื่อบื้อเอง 5555 แต่เราก็ย้ำกับนายหน้านะคะ เธอไม่โกหกฉันนะ ต้องไปส่งฉันถึงหน้าโรงแรมเลยนะ ห้ามมาขายทัวร์ให้ด้วยนะ แกก็โอเคไม่โกหกแน่ๆ แล้วแกก็ไม่โกหกค่ะทั้งนายหน้าและแทกซี่ ตรงนี้แนะนำนะคะ หากใครที่ไปกัน 3-5 คนแนะนำเลยค่ะ ไปแทกซี่ยิงยาวสะดวกและเร็ว กำชับคนขับห้ามจอดร้านข้าวด้วยนะ



                     หลังจากที่เราตกลงไปกับแทกซี่ นายหน้าก็เดินไปส่งเราให้แทกซี่ และแล้วเราก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางกันตอนเกือบเที่ยง ออกมาได้ไม่ทันไรพี่แกก็บอกขอเติมแกสแป๊ปนึง ส่วนพวกเราก็ออกมาสูดอากาศกันนอกรถ กำลังคุยกันเพลินๆ ตาเหลือบไปเห็นคนขับจุดบุหรี่ดูดใกล้ ๆถังจ่ายแกส นาทีนั้นคิดเลยว่า แหม่ม ถ้ามันระเบิดจะรีบวิ่งไปหลบตรงไหนดี เพราะมองไปข้างหลังเจอกระถางต้นไม้แก่ๆ 1 ต้นคงไม่รอด ไหนๆก็ไหนๆละ งั้นขอยืนแบบแมนๆ ให้ระเบิดมันพุ่งใส่ดีกว่า พ่นน้ำหมาก   หลังจากยืนลุ้นกับถังแกส ก็ได้เวลาขึ้นรถเดินทางต่อ ระหว่างทางก็ชวนคนขับคุย คุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ถามไถ่ชื่อแก ก็ได้ความว่าชื่อเป๋า คือออกเสียงชื่อพี่แกอยู่สิบรอบ จนคอแห้ง ก็ยังไม่ถูกใจพี่แก ก็พี่แกดันพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พูดไทยได้นิ๊ดดดหน่อย ที่แน่ๆภาษาเขมรนี่ชัดแจ๋วเลยล่ะค่ะ นอกจากคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว การขับรถของคนที่นี่ก็จัดว่าเด็ดเลยค่ะ พี่แกแซงทั้งๆที่มีรถสวนมา เราชักไม่แน่ใจว่าถนนเขามีสามเลนรึป่าว คือเลนซ้าย เลนขวา และเลนกลางทีมีไว้ให้คนใจถึงแซงอะค่ะ นั่งไปช่วยพี่แกเบรคไป มีกรีดร้องช่วยดึงสติพี่แกเป็นระยะด้วยนะคะ คือพี่คะข้างหน้าพี่มีรถสิบล้อค่ะพี่ขา T T



                  ระหว่างทางพี่เป๋าแกแนะนำคนขับตุ๊กๆให้เรา แบบ One Day Tour ราคา 6 USD ต่อคน แต่เราก็ขอลดราคาให้เหลือ 5 USD แกก็ทำท่าทางคิด ๆ แล้วก็บอกโอเค (ความจริงเราไปตกลงกับคนขับตุ๊กๆอีกทีนะคะ) แล้วเสนอว่าขากลับ จะมารับพวกเราส่งที่ปอยเปตในราคา 1300 บาท แต่ค่ะแต่ เพื่อนเราขอลดเหลือ 1200 บาท แกก็ทำท่าทางเหมือนจะไม่ได้แต่สุดท้ายก็ได้นะคะ ฮ่าๆ   



                  สองชั่วโมงผ่านไป เราทุกคนก็เข้าเขตเมืองเสียมเรียบด้วยความปลอดภัย โดยที่พี่เป๋าแกมาส่งเราให้กับ ดารา คนขับตุ๊กๆ ทีแกติดต่อให้เรา แต่ด้วยความระแวงเราเลยโวยวายเลยค่ะ “เฮ้ย ไหนบอกจะไปส่งโรงแรมไง มาส่งที่ไหนเนี้ยะ” พี่เป๋าสวนกลับมา “ก็มาส่งให้ตุ๊กๆไง” อ้าว แล้วฟรีมั้ย ฉันต้องเสียเงินรึป่าว และด้วยความที่ภาษาแกไม่แข็งแรงแกเลยอ้าปากอธิบายไม่ทันพวกเรา เราเองก็ไม่ยอมลงจากรถค่ะ 555 แต่เหมือนคนขับตุ๊ก ๆ ที่รอเราไม่เห็นพวกเราลงจากรถ แกเลยเดินเข้ามา แต่ยังค่ะ เรายังไม่ยอมลงจากรถ เรารีบเปิดกระจกรถถามว่า เธอจะไปส่งพวกฉันที่โรงแรมใช่มั้ย ฟรีใช่มั้ย ฉันพักที่ One Stop Hostel รู้จักมั้ย ฟรีใช่มั้ย เราย้ำอยู่คำเดียวฟรีใช่มั้ย ฮ่าๆ พอคนขับตุ๊กๆบอกฟรีเราก็เลยยอมลงจากรถ พอนึกถึงแล้วก็แอบสงสารพี่เป๋าแก เหมือนกัน คงปวดหัวน่าดู ฮ่าๆ  Facepalm




                    ดารา พาเรามาส่งถึงหน้าที่พัก เราก็เลยทำการตกลงราคา โดยเราได้ราคามาที่ 5 USD ต่อคน นั่งตุ๊กๆได้ 5 คน เป็นแบบ Mini Tour ดูพระอาทิต์ขึ้น นครวัด นครธม (บายน) บาบวน ลานช้าง ตาพรหม บันทาย ขเดย (ขอโทษถ้าเขียนผิดนะคะ) จบทริป บาเค็งดูพระอาทิตย์ตก ซึ่งเอาเข้าจริง สองในห้าไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แถมยังให้ดารามารับใหม่ตอน 10 โมง แกเลยขอเก็บเราเพิ่มเป็นคนละ 6 USD ซึ่งเราโอเค เรารับได้ เพราะเราผิดเอง ฮ่าๆ ส่วนตอนเย็นเราก็ไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ตกเพราะ รุ้สึกเดินกันเหนื่อยมากเลยบอกให้ดาราไปส่งที่โรงแรม แต่ดาราคงกลัวเราไม่คุ้ม เพราะเราจะกลับกันตอนเกือบห้าโมงเย็น พี่แกเลยพาเราไปแวะสวนสาธารณะ ไปดูค้างคาวเยอะมาก ๆ และใกล้ๆกันก็มีสถานที่ให้ไปไหว้พระขอพร ดาราบอกว่า ถ้าใครมีลูกยากให้มาขอพรที่นี่ จะสมหวัง แต่อย่าถามว่าที่นี่ชื่อว่าอะไรนะคะ เราจำไม่ได้เลยค่ะ เพราะอะไรเหรอคะ เพราะนี่ค่ะ เรามามุงซื้อลูกชิ้นทอดกินกัน พระเพอะไม่ได้ไหวเลยค่ะ ตั้งหน้าตั้งตาเลือกลูกชิ้นกันอย่างเดียวเลย ลูบหัว

ปราสาทตาพรหม




นครธม ปราสาทบายน







                    พอกลับถึงโรงแรมเราก็พักผ่อนกันตามอัธยาสัย แล้วนัดกันว่าสองทุ่มจะออกไปหาข้าวกินแล้วก็จะแวะดื่มเบียร์กันชิลที่ pub street เราพักที่โฮสเทลค่ะ ที่นี่ดีและคุ้มเกินคาด ราคา 7 USD ต่อคนต่อคืน ใกล้ผับสตรีท ไนท์มาร์เกต old market มีผ้าเช็ดตัวให้ยืมฟรี ห้องน้ำมีสบู่ ยาสระผม ไดร์เป่าผมให้ใช้ แต่น้ำมีกลิ่นสนิมนิดๆนะคะ ส่วนในห้องมีเตียงขนาดใหญ่และนุ่น แอร์เย็น ล๊อกเกอร์มีกุญแจให้ด้วย แถมวันนั้นไม่มีเพื่อนร่วมห้อง มีแค่พวกเรา 5 คน กับเตียง 8 เตียง สบ๊ายย อิอิ  




                    คืนนี้เป็นคืนส่งท้ายแล้วค่ะ ที่ pub street จะคึกคักมากในช่วงวันเสาร์ ฝรั่งนักท่องเที่ยวที่นี่เด็ด ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ หน้าตาดี วัยยังละอ่อน พอเรากินข้าวเสร็จ เราก็ไปนั่งกันที่ Angkor What? Pub ผับที่นี่เปิดถึงตีสี่เลยนะคะ เราดื่มไปได้นิดหน่อยก็กลับไปนอนค่ะ เพราะวันต่อไปต้องกลับ กทม แล้ว โดยเรานัดคนขับพี่เป๋าไว้ตอน เก้าโมงครึ่ง







                   
                    เก้าโมงสิบห้า พี่เป๋าแกมารอรับละค่ะ เราก็อำลาเมืองเสียมเรียบแล้วออกเดินทางไปด่าน ใช้เวลาเท่าเดิมค่ะ พอเรามาถึงก็ทำเรื่องขาออกที่ด่าน แล้วแวะเข้าไปดูคาสิโนนิดหน่อย แล้วก็ออกมาซื้อตั๋วรถตู้ข้างๆ 7/11 ราคา 196 บาท โดยรถจะใช้เวลาสามชั่วโมงกว่า ๆ แวะลงได้ที่ สุวรรณภูมิ โลตัสสุขุมวิท 50 (BTS อ่อนนุช) และเข้าขนส่งที่เอกมัยค่ะ





                     สำหรับทริปนี้ เราประทับใจและสนุกมากๆ เลยค่ะ ก่อนเราไปเราคิดว่าคนเขมร จะน่ากลัว ระวังจะโดนโกง แต่พอได้ไปสัมผัส เฮ้ยย คนที่นี่ใจดี ไม่น่ากลัว บางคนพูดไทยได้ พูดได้นิดหน่อยก็พยายามจะพูดกับเรา น่ารักดี ส่วนเด็กๆที่มาขายของที่ตาพรหม มีบางคนเตือนให้ระวังถ้าเราไม่ซื้อให้เดินหนี แต่เรากับเพื่อนปล่อยให้เด็กมารุมแล้วต่อราคาแม่เหล็กกันอย่างสนุกสนาน จากราคา 10 อัน 100 บาท เราต่อไปจน 20 อัน 100 บาท เฮ้ย! เด็กมันจะขายให้เฉยเลย ฮ่าๆ แต่เพื่อนเราก็ซื้อมาในราคา 12 อัน 100 บาท อันที่จริงเด็กๆเขาน่าสงสารนะคะ ถ้าเขาไม่จน เขาคงไม่มาเดินขายตามตื้อนักท่องเที่ยวแบบเราๆ กัน ถ้ามีโอกาสก็ช่วยๆอุดหนุนเด็กๆด้วยนะคะ  อมยิ้ม17



                    สุดท้าย สำหรับเรา การไปเที่ยวอาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยราคาถูกที่สุดเสมอไป แต่เรายอมจ่ายในราคาที่เรารับได้และยอมจ่ายโดยไม่คิดมาก แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ สุดท้ายจริง ๆ ค่ะ ถ้าหากการเขียนของเรา รบกวนจิตใจคนอ่าน เขียนงงหรือไม่ถูกใจ ต้องขอโทษมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ เราเขียนไม่เก่ง และขอบคุณที่อ่านจนจบ ส่วนใครอยากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับทริปนี้ ถามมาได้เลยนะคะ แล้วจะมาตอบให้ค่ะ



อมยิ้ม17อมยิ้ม17อมยิ้ม04
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่