สวัสดีค่ะ เราเป็นคุณแม่ลูกเล็กค่ะ ตอนนี้ลูกอายุ 9 เดือนแล้ว ตั้งแต่ลูกเกิด เราก็เป็นคุณแม่ฟูลไทม์ เลี้ยงลูกเองมาตลอดค่ะ นั่นหมายถึง เราไม่เคยห่างจากลูกเลย จนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คุณสามีพาไปเที่ยวค่ะ เรื่องอาจจะยาวนิดนึงเนื่องจากไปหลายวัน และเกิดเหตุการณ์หลายอย่างระหว่างวางแผนเที่ยวยันเดินทางกลับค่ะ ถือว่าอ่านกันเพลินๆ แล้วกันนะคะ เป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะไปเที่ยวสิงคโปร์ หรือคุณแม่ที่วางแผนจะ(หนี)ลูกเที่ยว เหมือนเราสองคนค่ะ หากมีเรื่องอะไรผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ตรงนี้ก่อนด้วยนะคะ
มาเริ่มที่จุดกำเนิดของเรื่องกันเลยค่ะ ที่เรียกว่าบังเอิญเพราะว่า เมื่อช่วงต้นปี ตอนนั้นเราพึ่งคลอดน้องได้ประมาณเดือนเดียว คุณสามีบังเอิญเจอโปรตั๋วเครื่องบินไปกลับสิงคโปร์ 2 คนในราคา 3,120.-!! จะเหลือหรอคะ คุณสามีก็จองสิคะ แต่ด้วยความที่ลูกยังเบบี๋ ก็เลยจองตั๋วเดินทางไว้เดือนพย. ซะเลย ให้ลูกโตซักหน่อยเผื่อไปด้วยกันได้ ก็จองวันเดินทางไปวันที่ 5พย. เวลา 18.50 น. กลับวันที่ 10 พย. เวลา 22.10 น. คุณสามีจัดการลางานเรียบร้อย เราสองไปแบบไม่โหลดสัมภาระค่ะ แบคแพคกันไป ตอนจองก็ดูกฎเค้าไว้ละว่าถ้าเราจะพาลูกไปด้วยก็แค่จ่ายเพิ่มอีก 1,000.- ก่อนกำหนดเดินทาง เป็นการซื้อที่ให้ลูก (ก็นั่งตักเรานั่นแหละ) ถ้าเปลี่ยนใจไม่พาไปก็ไม่ต้องเสียอะไรเพิ่ม เท่ากับว่าตอนนี้เราเสียค่าตั๋วเครื่องบิน 3พัน+ ถ้าลูกไปด้วยก็ 4พัน+ เท่านั้น หลังจากจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดดูรีวิวของคนอื่นเป็นระยะๆ รู้สึกว่าช่วงกลางปีที่ผ่านมา รีวิวสิงคโปร์ออกมาเยอะพอดี๊พอดี เราสองก็เก็บข้อมูลกันไป เลี้ยงลูกรอเวลากันไปสบายๆ และด้วยความที่สามีได้เดินทางไปทำงานที่สิงคโปร์บ่อยๆ เราเลยไม่ค่อยห่วงเรื่องที่พักและการเดินทาง จึงไม่กังวลเรื่องจัดทริปกันเท่าไหร่นัก
2 เดือนก่อนถึงกำหนดเดินทาง ลูกอายุได้ 7 เดือน เราสองเริ่มลังเลว่าควรพาลูกไปด้วยดีมั้ย ห่วงกลัวเค้าลำบาก ห่วงเรื่องอาหาร ห่วงการเดินทาง ห่วงกลัวเค้านอนไม่พอ บลาๆๆ แต่ก็อยากไปเที่ยวกันสามคนพ่อแม่ลูกเหมือนกัน ถ้าจะพาลูกไปก็ต้องไปทำพาสปอร์ต ตัดสินใจช้าเดี๋ยวไม่ทันการ คิดไม่ตก เราสองจึงไปแย๊บๆ กับปู่ย่าของลูก ว่าจะไปสิงคโปร์กันนะ ไม่ต้องพูดอะไรต่อ คุณย่าเซย์โน ไม่ให้พาหลานไปด้วยค่ะ ปู่ย่าอาสาดูแลหลานให้ในระหว่างที่เราสองไปเที่ยวสิงคโปร์กัน ถึงตอนนี้ เรื่องลูกก็จบไป เราสองไปต่ออายุพาสปอร์ท เริ่มวางทริปให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ส่วนใหญ่คุณสามีเป็นคนจัดการ โดยคุณเธอบอกว่าจะจัดเป็นทริปไปพักผ่อนนะ สบายๆ ให้เราได้พักหลังจากเลี้ยงลูกเหนื่อยมาเกือบปี เรายังไงก็ได้ สิงคโปร์เหมือนถิ่นเค้า เราตามใจเค้าเลยค่ะ (ในกรณีของเราที่ฝากลูกไว้กับปู่ย่า บางคนอาจสงสัยว่าเค้าจะดูแลเด็กไหวหรอ เด็ก 9 เดือน กำลังคลาน กำลังปีนเกาะยืนเลย คือที่บ้านของพ่อแม่สามี ยังมีน้องชายของสามีอยู่ด้วยอีก 2 คนค่ะ เท่ากับมีคนช่วยดูกัน 4 คนแล้วค่ะ สำหรับใครที่กำลังหาทางหนีทีไล่ในการฝากเด็กเล็กวัยกำลังคลานให้ผู้ใหญ่ช่วยดู อาจต้องดูกำลังของผู้ใหญ่ด้วยนะคะ อย่างลูกเรานี่ซนมาก แรงเยอะมาก ถ้าแค่ปู่ย่า 2 คน เอาไม่อยู่แน่นอน แต่มีอาผู้ชายวัยกลางคนอีก 2 คนอยู่ด้วย แบบนี้เราพอหายห่วงทั้งปู่ย่าและลูกเราค่ะ)
1 เดือนก่อนถึงกำหนดเดินทาง ข่าวออกว่าสิงคโปร์เจอปัญหาหมอกควันพิษจากไฟไหม้ป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาเกิดละสิ จะถึงวันเดินทางอยู่ละ ดีที่ยังไม่ได้จองที่พักหรืออะไรอื่นเลย มีแค่ตั๋วเครื่องบิน เลยคุยกันว่าจะรอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามันอันตรายก็ทิ้งค่าตั๋วดีกว่าไปแล้วป่วยกลับมาไม่คุ้มกัน ช่วงนั้นคือเฝ้าดูค่า PSI ของสิงคโปร์วันเว้นวันเลยทีเดียว
2 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดเดินทาง รุ่นน้องของสามีเดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์พอดี เลยได้โอกาสถามเค้าเรื่องสภาพอากาศ เค้าบอกปกติ เราเชคค่า PSI ดูก็ถือว่า โอเคแล้ว เย่ๆ เดินหน้าทริป!!!
1 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดเดินทาง ค่าหมอกควันสูงขึ้นอีกแล้ว!!! คือไร?? เริ่มถอดใจว่าจะไม่ไปดีมั้ย ฮือออออ ที่พักก็ยังไม่ได้จอง ถ้าไป เรานอนตั้งหลายคืนจะมีห้องที่ว่างยาวพอดีกับที่เราจะพักมั้ย บลาๆๆ ช่วงนี้คือตามค่า PSI เช้าเย็นทุกวัน เช็คสภาพอากาศ ดูความน่าจะเป็น จะไปหรือไม่ไปต้องตัดสินใจแล้ว สามีรอดูจนถึง 4 วันสุดท้ายค่ะ ค่า PSI ลงมาอยู่ในจุดที่พอรับได้ คุณเธอเลยตัดสินใจเข้าไปเช็คห้องว่างของโรงแรม โอเคพอมี ยังไม่จอง รอดูสถานการณ์อีกวันสองวัน แต่ก็ 80-90% แล้วแหละว่าไปได้ เราก็เริ่มจัดของลูกสำหรับไปอยู่บ้านย่า 1 อาทิตย์ เตรียมอาหารแช่แข็งของลูก เราเขียนนิสัยลูก กิจวัตรประจำวัน ข้อควรระวัง อาหารที่ทานได้แล้ว/ห้ามทาน และสิ่งที่ลูกชอบ/ไม่ชอบ เป็นไกด์ไลน์ให้ปู่ย่าไว้ด้วยค่ะ (เราขี้กังวลค่ะ ไม่เคยให้ใครช่วยเลี้ยงลูกเลยนี่นา ใครจะรู้ใจลูกเท่าเราหละ) ต่อมาก็เตรียมกระเป๋าสำหรับเราสอง เราถามสามีเรื่องตู้เย็นโรงแรมว่ามีฟรีซมั้ย ถ้ามีเราจะเตรียมของสำหรับแพคนมลูกกลับมา นางว่าฟรีซไม่น่าได้เพราะเป็นตู้เย็นเล็ก นางบอกให้ปั๊มออกแล้วกัน ถือว่าไปพัก ไปกินให้เต็มที่ เราก็โอเค เพราะถ้าฟรีซไม่ได้ ปั๊มออกมาก็เอากลับไม่ได้อยู่ดี
2 วันสุดท้าย คุณสามีจัดการจองโรงแรมและแลกเงิน เพราะดูทรงแล้วค่าหมอกควันคงที่ในเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่ดำรงชีวิตกันได้ เราก็ลุยโลดดด
[CR] ทริป(บังเอิญ)หนีลูกเที่ยวสิงคโปร์ แต่วางแผนเกือบปี!!
มาเริ่มที่จุดกำเนิดของเรื่องกันเลยค่ะ ที่เรียกว่าบังเอิญเพราะว่า เมื่อช่วงต้นปี ตอนนั้นเราพึ่งคลอดน้องได้ประมาณเดือนเดียว คุณสามีบังเอิญเจอโปรตั๋วเครื่องบินไปกลับสิงคโปร์ 2 คนในราคา 3,120.-!! จะเหลือหรอคะ คุณสามีก็จองสิคะ แต่ด้วยความที่ลูกยังเบบี๋ ก็เลยจองตั๋วเดินทางไว้เดือนพย. ซะเลย ให้ลูกโตซักหน่อยเผื่อไปด้วยกันได้ ก็จองวันเดินทางไปวันที่ 5พย. เวลา 18.50 น. กลับวันที่ 10 พย. เวลา 22.10 น. คุณสามีจัดการลางานเรียบร้อย เราสองไปแบบไม่โหลดสัมภาระค่ะ แบคแพคกันไป ตอนจองก็ดูกฎเค้าไว้ละว่าถ้าเราจะพาลูกไปด้วยก็แค่จ่ายเพิ่มอีก 1,000.- ก่อนกำหนดเดินทาง เป็นการซื้อที่ให้ลูก (ก็นั่งตักเรานั่นแหละ) ถ้าเปลี่ยนใจไม่พาไปก็ไม่ต้องเสียอะไรเพิ่ม เท่ากับว่าตอนนี้เราเสียค่าตั๋วเครื่องบิน 3พัน+ ถ้าลูกไปด้วยก็ 4พัน+ เท่านั้น หลังจากจองตั๋วเรียบร้อยแล้ว ก็เปิดดูรีวิวของคนอื่นเป็นระยะๆ รู้สึกว่าช่วงกลางปีที่ผ่านมา รีวิวสิงคโปร์ออกมาเยอะพอดี๊พอดี เราสองก็เก็บข้อมูลกันไป เลี้ยงลูกรอเวลากันไปสบายๆ และด้วยความที่สามีได้เดินทางไปทำงานที่สิงคโปร์บ่อยๆ เราเลยไม่ค่อยห่วงเรื่องที่พักและการเดินทาง จึงไม่กังวลเรื่องจัดทริปกันเท่าไหร่นัก
2 เดือนก่อนถึงกำหนดเดินทาง ลูกอายุได้ 7 เดือน เราสองเริ่มลังเลว่าควรพาลูกไปด้วยดีมั้ย ห่วงกลัวเค้าลำบาก ห่วงเรื่องอาหาร ห่วงการเดินทาง ห่วงกลัวเค้านอนไม่พอ บลาๆๆ แต่ก็อยากไปเที่ยวกันสามคนพ่อแม่ลูกเหมือนกัน ถ้าจะพาลูกไปก็ต้องไปทำพาสปอร์ต ตัดสินใจช้าเดี๋ยวไม่ทันการ คิดไม่ตก เราสองจึงไปแย๊บๆ กับปู่ย่าของลูก ว่าจะไปสิงคโปร์กันนะ ไม่ต้องพูดอะไรต่อ คุณย่าเซย์โน ไม่ให้พาหลานไปด้วยค่ะ ปู่ย่าอาสาดูแลหลานให้ในระหว่างที่เราสองไปเที่ยวสิงคโปร์กัน ถึงตอนนี้ เรื่องลูกก็จบไป เราสองไปต่ออายุพาสปอร์ท เริ่มวางทริปให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ส่วนใหญ่คุณสามีเป็นคนจัดการ โดยคุณเธอบอกว่าจะจัดเป็นทริปไปพักผ่อนนะ สบายๆ ให้เราได้พักหลังจากเลี้ยงลูกเหนื่อยมาเกือบปี เรายังไงก็ได้ สิงคโปร์เหมือนถิ่นเค้า เราตามใจเค้าเลยค่ะ (ในกรณีของเราที่ฝากลูกไว้กับปู่ย่า บางคนอาจสงสัยว่าเค้าจะดูแลเด็กไหวหรอ เด็ก 9 เดือน กำลังคลาน กำลังปีนเกาะยืนเลย คือที่บ้านของพ่อแม่สามี ยังมีน้องชายของสามีอยู่ด้วยอีก 2 คนค่ะ เท่ากับมีคนช่วยดูกัน 4 คนแล้วค่ะ สำหรับใครที่กำลังหาทางหนีทีไล่ในการฝากเด็กเล็กวัยกำลังคลานให้ผู้ใหญ่ช่วยดู อาจต้องดูกำลังของผู้ใหญ่ด้วยนะคะ อย่างลูกเรานี่ซนมาก แรงเยอะมาก ถ้าแค่ปู่ย่า 2 คน เอาไม่อยู่แน่นอน แต่มีอาผู้ชายวัยกลางคนอีก 2 คนอยู่ด้วย แบบนี้เราพอหายห่วงทั้งปู่ย่าและลูกเราค่ะ)
1 เดือนก่อนถึงกำหนดเดินทาง ข่าวออกว่าสิงคโปร์เจอปัญหาหมอกควันพิษจากไฟไหม้ป่าของประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาเกิดละสิ จะถึงวันเดินทางอยู่ละ ดีที่ยังไม่ได้จองที่พักหรืออะไรอื่นเลย มีแค่ตั๋วเครื่องบิน เลยคุยกันว่าจะรอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามันอันตรายก็ทิ้งค่าตั๋วดีกว่าไปแล้วป่วยกลับมาไม่คุ้มกัน ช่วงนั้นคือเฝ้าดูค่า PSI ของสิงคโปร์วันเว้นวันเลยทีเดียว
2 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดเดินทาง รุ่นน้องของสามีเดินทางไปดูงานที่สิงคโปร์พอดี เลยได้โอกาสถามเค้าเรื่องสภาพอากาศ เค้าบอกปกติ เราเชคค่า PSI ดูก็ถือว่า โอเคแล้ว เย่ๆ เดินหน้าทริป!!!
1 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดเดินทาง ค่าหมอกควันสูงขึ้นอีกแล้ว!!! คือไร?? เริ่มถอดใจว่าจะไม่ไปดีมั้ย ฮือออออ ที่พักก็ยังไม่ได้จอง ถ้าไป เรานอนตั้งหลายคืนจะมีห้องที่ว่างยาวพอดีกับที่เราจะพักมั้ย บลาๆๆ ช่วงนี้คือตามค่า PSI เช้าเย็นทุกวัน เช็คสภาพอากาศ ดูความน่าจะเป็น จะไปหรือไม่ไปต้องตัดสินใจแล้ว สามีรอดูจนถึง 4 วันสุดท้ายค่ะ ค่า PSI ลงมาอยู่ในจุดที่พอรับได้ คุณเธอเลยตัดสินใจเข้าไปเช็คห้องว่างของโรงแรม โอเคพอมี ยังไม่จอง รอดูสถานการณ์อีกวันสองวัน แต่ก็ 80-90% แล้วแหละว่าไปได้ เราก็เริ่มจัดของลูกสำหรับไปอยู่บ้านย่า 1 อาทิตย์ เตรียมอาหารแช่แข็งของลูก เราเขียนนิสัยลูก กิจวัตรประจำวัน ข้อควรระวัง อาหารที่ทานได้แล้ว/ห้ามทาน และสิ่งที่ลูกชอบ/ไม่ชอบ เป็นไกด์ไลน์ให้ปู่ย่าไว้ด้วยค่ะ (เราขี้กังวลค่ะ ไม่เคยให้ใครช่วยเลี้ยงลูกเลยนี่นา ใครจะรู้ใจลูกเท่าเราหละ) ต่อมาก็เตรียมกระเป๋าสำหรับเราสอง เราถามสามีเรื่องตู้เย็นโรงแรมว่ามีฟรีซมั้ย ถ้ามีเราจะเตรียมของสำหรับแพคนมลูกกลับมา นางว่าฟรีซไม่น่าได้เพราะเป็นตู้เย็นเล็ก นางบอกให้ปั๊มออกแล้วกัน ถือว่าไปพัก ไปกินให้เต็มที่ เราก็โอเค เพราะถ้าฟรีซไม่ได้ ปั๊มออกมาก็เอากลับไม่ได้อยู่ดี
2 วันสุดท้าย คุณสามีจัดการจองโรงแรมและแลกเงิน เพราะดูทรงแล้วค่าหมอกควันคงที่ในเกณฑ์ที่ผู้ใหญ่ดำรงชีวิตกันได้ เราก็ลุยโลดดด