The Gift แค้นนี้ต้องชำระ
7.5/10
ชื่อไทยคือ ‘ของขวัญวันตาย’ จัดเป็นหนังแนวทริลเลอร์จิตวิทยาที่พล็อตดีเลยแหละ หากแต่การเดินเรื่องยังไม่ค่อยสุดเท่าไร ออกแนวราบเรียบไปหน่อย และชวนให้นึกถึงหนังเกาหลีแนวหักมุมในหลายเรื่อง รวมถึงหนังฝรั่งเศสอย่าง The Page Turner (เรื่องราวเกี่ยวกับสาวน้อยรายหนึ่งที่มาสมัครเป็นคนคอยเปิดหน้าโน้ตเพลงให้กับสาวใหญ่นักเปียโนชื่อดังรายหนึ่ง พร้อมกับจุดประสงค์น่ากลัวบางอย่าง) เลยล่ะ
ที่บอกแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าหนังไม่ให้ความแปลกใหม่ แต่ต้องบอกว่านี่คือการนำเสนอหนังในแนวทางเดิมๆ แต่เพิ่มเติมด้วยส่วนขยายเรื่องที่ชวนติดตามดี โดยหนังจะเล่าถึงครอบครัวสุดแสนเพอร์เฟ็กต์ครอบครัวหนึ่งที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ ตัวสามีบังเอิญได้ไปเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน หลังจากนั้นมา อีกฝ่ายก็เข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวนี้ พร้อมกับมอบของขวัญสุดพิเศษให้โดยที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม
แต่อย่างที่บอก หนังมันราบเรียบเลยแหละ นิ่งๆ เนิบๆ ช่วงต้นเรื่องออกแนวน่าเบื่อไปหน่อย ก่อนจะขยับเข้าใกล้ความสนุกสไตล์หนังทริลเลอร์ประมาณกลางเรื่อง สถานการณ์หลายอย่างเริ่มไม่น่าไว้ใจ กดดัน ชวนหวาดระแวง และลุ้นระทึก ตอบโจทย์หนังแนวนี้ได้ดี นอกจากนี้นักแสดงหลักทั้งสามยังเล่นเด่นสมบทบาทด้วย ถือเป็นหนังแนวล้างแค้นที่ช่วงตั้งแต่กลางเรื่องไปจนจบจัดว่าสนุกและมันส์หยด ขณะที่การหักมุมก็ถือว่าโอเคมาก ไม่คิดว่าหนังจะเล่นประเด็นนี้ ซึ่งก็ถือว่าเจ็บแสบเลยทีเดียว
ฝากเพจรีวิวหนังและนำเสนอตัวอย่างหนังใหม่ๆ ด้วยจ้า >>>
https://www.facebook.com/kimkanamagazine/
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
+++ประสบการณ์แย่ๆ ในการดูหนังเรื่องนี้ ศุกร์ 13
รอบ 18.50 โรง 6 เมเจอร์เซ็นทรัลปิ่นเกล้า+++
เหตุเกิดวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. 58 รอบฉายหนัง The Gift เวลา 18.50 น.
ณ โรง 6 เมเจอร์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (พอดีรอบวันนี้ เฉพาะหนังเรื่องนี้ลดเหลือ 100 บาท)
>>>ศุกร์ 13 จริงๆ!
เป็นการดูหนังที่ไม่สนุกเลย เพราะเจอครอบครัวประสาท หนังเล่นไปประมาณสิบห้านาที
เสียงเด็กผู้ชายดังลั่นเข้ามาในโรง หันไปมองเจอตัว แม่จูงลูกเข้ามา ซวยละ ดันนั่งแถวเดียวกันอีก นึกในใจเลย
เด็กห้าหกขวบ! พามาดูหนังเนี่ยนะ หนังจิตๆ ด้วยนะ
ตัวลูกก็ถามนู่นนี่ตลอดเวลา น่ามคาน ตัวแม่ก็ดูเฉย ไม่เตือนลูก
นี่ใช้หางตามองนะ แต่ไฮไลต์เด็ดมันอยู่ที่ตรงตัวพ่อ โผล่มาตอนจะครึ่งเรื่อง
มาทำไมวะ
แถมตอนเดินเข้ามานั่งแถวเดียวกัน ผ่านหน้าเราพร้อมกระเป๋าที่เกี่ยวแก้วน้ำของเราตกพื้น
น้ำหกหมด ย้ำว่าหมด ก่อนจะพูดแค่ว่า ขอโทษครับๆ นี่ก็ไม่สนใจมองหน้านะ
รีบก้มเก็บฝาแก้วก่อน กลัวมันเหยียบ แต่ในใจอ่ะเริ่มเดือดละ
เริ่มไม่โฟกัสที่หนัง เพราะตลอดเวลาที่ดูหนัง
ในหัวก็คิดว่าจะเอายังไงดี จะให้มันซื้อน้ำให้ใหม่ หรือจะปล่อยผ่านไป
จนกระทั่งหนังจบ นี่เลยยังไม่ยอมลุก แต่ไม่หันไปมองมันนะ แค่เหล่ๆ
สรุปมันและเมียบวกลูกเห็นเราไม่ลุก มันเลยค่อยๆ ลุกแล้วเดินออกไปอีกทาง
นี่เลยรีบลุกตาม กะไปดักอีกทาง เห็นได้ชัดว่ามันรีบเดินมาก
แล้วคือหนังที่เพิ่งดูจบมันจิตไง
ถ้าเดินตามไปเอาเรื่องคงดูแค้นจัดเหมือนในหนังไป
เพราะจริงๆ ก็เริ่มหายเดือดแล้วด้วย (ช่วงท้ายของหนังสนุกจนลืมนึกว่าตัวเองโกรธอยู่)
แต่พอมันเห็นเราหน้าโรงเท่านั้นล่ะ
รีบหลบหน้าเดินไปทางห้องน้ำหญิงเลย เราก็คิดแล้วล่ะ ไม่เอาเรื่องไรหรอก
เพราะดูอีกฝ่ายน่าจะไม่เต็ม ที่สำคัญ พอมานึกๆ ดู ที่เราหงุดหงิดเนี่ย
ไม่ใช่เรื่องที่มันมาเดินชนแก้วน้ำหกหมด แต่หงุดหงิดที่มันเอาเด็กเล็กมาดูหนังด้วย
น่ารำคาญมาก โอ๊ย ด่ามากไม่ได้ เพราะเป็นคนสุภาพ ขอระบายทางนี้ละกัน
อีที่นั่ง XX XX XX ครอบครัวประสาท!<<<
ตอนที่พิมพ์ข้อความข้างต้น บอกเลยว่าอารมณ์ล้วนๆ
สิ่งหนึ่งที่เรามานึกๆ ดูแล้วว่าไม่ควรให้อภัยเลยจริงๆ
คือการกระทำแย่ๆ ของเขา (ในความรู้สึกของเรา)
ถ้าตอนหนังจบ เขาเดินเข้ามาขอโทษอีกครั้ง เราอาจจะไม่เก็บเรื่องนี้มาคิดไม่เลิกอยู่แบบนี้
และแน่นอนว่าต้องให้อภัยเขาจากใจจริงเช่นกัน
เพราะพอเรามานึกดู ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ในเมื่อเห็นว่าน้ำมันหกทั้งแก้วแบบนั้น
ซึ่งแน่นอน เราไม่ได้กิน และไม่เริ่มไม่แน่ใจว่าเขาเหยียบฝาแก้วหรือเปล่า
เพราะเพิ่งมาสังเกตทีหลังว่ามันมีรอย (คิดในแง่ดี อาจจะมีอยู่แล้ว)
บวกกับการที่เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามเดินหนี
โอเค ถ้าคุณไม่อยากควักเงินเพื่อชดใช้ เราเข้าใจ
แต่อย่างน้อย เข้ามาบอกขอโทษอีกครั้งแบบต่อหน้ากันสิ แสดงให้เห็นว่าคุณขอโทษจากใจจริง
มากกว่าขอโทษแบบขอไปที โอเคๆ เข้าใจว่ากลัวความผิด ไม่อยากสู้หน้า
และมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กของคุณ
ซึ่งบอกเลยว่า เราเจอคนนิสัยแบบนี้เข้าไป เซ็งโคตรอภิมหาโคตร
ลงเรื่องนี้ในเฟซส่วนตัว เพื่อนส่วนใหญ่ยังถามเลยว่า
ทำไมถึงยอม คิดอีกแง่ เราก็คิดถูกแล้วมั้งที่ไม่เอาเรื่องเขา
เดี๋ยวเรื่องจะยาว และกลายเป็นไปทะเลาะกันต่อหน้าเด็กอีก
แล้วปกตินิสัยของเรา ก็ไม่ชอบมีเรื่องกับใครอยู่แล้ว
ที่สำคัญ ถ้าถามว่าเรารู้สึกแย่กับครอบครัวนี้ตรงไหน
ก็คงเป็นเรื่องที่พวกเขามาเด็กเล็กมาดูหนังด้วยนี่แหละ
โอเค งั้นจบแบบนี้ก็ดี แต่ที่ไม่ดีคือเรายังค้างคาใจไงล่ะ
จึงเลือกมาเล่า (ระบายแทนนั่นแหละ) ให้เพื่อนๆ ที่ชอบดูหนังได้รับรู้ เพื่อให้ระมัดระวังเวลาเจอคนประเภทนี้
- พาเด็กเล็กมาดูหนังผิดประเภท เด็กพูดคุยตลอดทั้งเรื่องแต่ไม่ตักเตือน ทำเป็นเรื่องปกติเฉยเลย
- พ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กเล็ก ถ้าพวกคุณอยากดูหนังมากๆ แต่ไม่มีใครดูลูก พวกคุณควรจะเลือกเสียสละไม่มาดูหนัง และอยู่ดูลูกที่บ้านไปสิ ไม่ใช่เอาลูกมาดูหนังด้วย
- ต้องเข้าโรงช้าแน่ๆ ก็อย่าจองที่ตรงกลาง เลือกไปสิที่ริม ถ้าที่ริมมันเต็ม ก็ไม่ต้องดู ไปเลือกรอบวันอื่นแทน
- ไม่พร้อม อย่าดูหนัง เราเสียตังค์มาดูหนัง ไม่ได้เสียตังค์มาดูคนเห็นแก่ตัว
- ความเกรงใจ ต้องมี ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องมาดูในโรง (สาธารณะ)
- อีกประเภทที่หลังๆ เจอบ่อย พวกวัยเรียน วัยเกรียน ถ้าเป็นกลุ่มนะจะคึกมากเป็นพิเศษ เล่นกันในโรง ตะโกนเสียงดัง กะว่าเท่ กะให้คนอื่นฮา แต่เอาจริงป่ะ คนอื่นเค้าสมเพช หวังว่าโตไปจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้ในโรงนะน้อง
- นึกไม่ออกแล้ว เอาเป็นว่า อะไรดีบุ๋มก็ว่าดีอ่ะ อะไรแย่ๆ ก็แค่อยากเล่าเป็นประสบการณ์ เอาไว้เตือนตัวเองด้วยแหละว่า เราจะไม่ทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นแน่นอน
ขอบคุณที่รับฟังจ้า ^O^ (เติมอีโมลดความตึงเครียด)
[CR] The Gift แค้นนี้ต้องชำระ + ประสบการณ์แย่ๆ ในการดูหนังเรื่องนี้ ศุกร์ 13 รอบ 18.50 โรง 6 เมเจอร์เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
7.5/10
ชื่อไทยคือ ‘ของขวัญวันตาย’ จัดเป็นหนังแนวทริลเลอร์จิตวิทยาที่พล็อตดีเลยแหละ หากแต่การเดินเรื่องยังไม่ค่อยสุดเท่าไร ออกแนวราบเรียบไปหน่อย และชวนให้นึกถึงหนังเกาหลีแนวหักมุมในหลายเรื่อง รวมถึงหนังฝรั่งเศสอย่าง The Page Turner (เรื่องราวเกี่ยวกับสาวน้อยรายหนึ่งที่มาสมัครเป็นคนคอยเปิดหน้าโน้ตเพลงให้กับสาวใหญ่นักเปียโนชื่อดังรายหนึ่ง พร้อมกับจุดประสงค์น่ากลัวบางอย่าง) เลยล่ะ
ที่บอกแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าหนังไม่ให้ความแปลกใหม่ แต่ต้องบอกว่านี่คือการนำเสนอหนังในแนวทางเดิมๆ แต่เพิ่มเติมด้วยส่วนขยายเรื่องที่ชวนติดตามดี โดยหนังจะเล่าถึงครอบครัวสุดแสนเพอร์เฟ็กต์ครอบครัวหนึ่งที่ย้ายมาอยู่บ้านใหม่ ตัวสามีบังเอิญได้ไปเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน หลังจากนั้นมา อีกฝ่ายก็เข้ามายุ่งวุ่นวายกับครอบครัวนี้ พร้อมกับมอบของขวัญสุดพิเศษให้โดยที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม
แต่อย่างที่บอก หนังมันราบเรียบเลยแหละ นิ่งๆ เนิบๆ ช่วงต้นเรื่องออกแนวน่าเบื่อไปหน่อย ก่อนจะขยับเข้าใกล้ความสนุกสไตล์หนังทริลเลอร์ประมาณกลางเรื่อง สถานการณ์หลายอย่างเริ่มไม่น่าไว้ใจ กดดัน ชวนหวาดระแวง และลุ้นระทึก ตอบโจทย์หนังแนวนี้ได้ดี นอกจากนี้นักแสดงหลักทั้งสามยังเล่นเด่นสมบทบาทด้วย ถือเป็นหนังแนวล้างแค้นที่ช่วงตั้งแต่กลางเรื่องไปจนจบจัดว่าสนุกและมันส์หยด ขณะที่การหักมุมก็ถือว่าโอเคมาก ไม่คิดว่าหนังจะเล่นประเด็นนี้ ซึ่งก็ถือว่าเจ็บแสบเลยทีเดียว
ฝากเพจรีวิวหนังและนำเสนอตัวอย่างหนังใหม่ๆ ด้วยจ้า >>> https://www.facebook.com/kimkanamagazine/
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
+++ประสบการณ์แย่ๆ ในการดูหนังเรื่องนี้ ศุกร์ 13
รอบ 18.50 โรง 6 เมเจอร์เซ็นทรัลปิ่นเกล้า+++
เหตุเกิดวันศุกร์ที่ 13 พ.ย. 58 รอบฉายหนัง The Gift เวลา 18.50 น.
ณ โรง 6 เมเจอร์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (พอดีรอบวันนี้ เฉพาะหนังเรื่องนี้ลดเหลือ 100 บาท)
>>>ศุกร์ 13 จริงๆ!
เป็นการดูหนังที่ไม่สนุกเลย เพราะเจอครอบครัวประสาท หนังเล่นไปประมาณสิบห้านาที
เสียงเด็กผู้ชายดังลั่นเข้ามาในโรง หันไปมองเจอตัว แม่จูงลูกเข้ามา ซวยละ ดันนั่งแถวเดียวกันอีก นึกในใจเลย
เด็กห้าหกขวบ! พามาดูหนังเนี่ยนะ หนังจิตๆ ด้วยนะ
ตัวลูกก็ถามนู่นนี่ตลอดเวลา น่ามคาน ตัวแม่ก็ดูเฉย ไม่เตือนลูก
นี่ใช้หางตามองนะ แต่ไฮไลต์เด็ดมันอยู่ที่ตรงตัวพ่อ โผล่มาตอนจะครึ่งเรื่อง
มาทำไมวะ
แถมตอนเดินเข้ามานั่งแถวเดียวกัน ผ่านหน้าเราพร้อมกระเป๋าที่เกี่ยวแก้วน้ำของเราตกพื้น
น้ำหกหมด ย้ำว่าหมด ก่อนจะพูดแค่ว่า ขอโทษครับๆ นี่ก็ไม่สนใจมองหน้านะ
รีบก้มเก็บฝาแก้วก่อน กลัวมันเหยียบ แต่ในใจอ่ะเริ่มเดือดละ
เริ่มไม่โฟกัสที่หนัง เพราะตลอดเวลาที่ดูหนัง
ในหัวก็คิดว่าจะเอายังไงดี จะให้มันซื้อน้ำให้ใหม่ หรือจะปล่อยผ่านไป
จนกระทั่งหนังจบ นี่เลยยังไม่ยอมลุก แต่ไม่หันไปมองมันนะ แค่เหล่ๆ
สรุปมันและเมียบวกลูกเห็นเราไม่ลุก มันเลยค่อยๆ ลุกแล้วเดินออกไปอีกทาง
นี่เลยรีบลุกตาม กะไปดักอีกทาง เห็นได้ชัดว่ามันรีบเดินมาก
แล้วคือหนังที่เพิ่งดูจบมันจิตไง
ถ้าเดินตามไปเอาเรื่องคงดูแค้นจัดเหมือนในหนังไป
เพราะจริงๆ ก็เริ่มหายเดือดแล้วด้วย (ช่วงท้ายของหนังสนุกจนลืมนึกว่าตัวเองโกรธอยู่)
แต่พอมันเห็นเราหน้าโรงเท่านั้นล่ะ
รีบหลบหน้าเดินไปทางห้องน้ำหญิงเลย เราก็คิดแล้วล่ะ ไม่เอาเรื่องไรหรอก
เพราะดูอีกฝ่ายน่าจะไม่เต็ม ที่สำคัญ พอมานึกๆ ดู ที่เราหงุดหงิดเนี่ย
ไม่ใช่เรื่องที่มันมาเดินชนแก้วน้ำหกหมด แต่หงุดหงิดที่มันเอาเด็กเล็กมาดูหนังด้วย
น่ารำคาญมาก โอ๊ย ด่ามากไม่ได้ เพราะเป็นคนสุภาพ ขอระบายทางนี้ละกัน
อีที่นั่ง XX XX XX ครอบครัวประสาท!<<<
ตอนที่พิมพ์ข้อความข้างต้น บอกเลยว่าอารมณ์ล้วนๆ
สิ่งหนึ่งที่เรามานึกๆ ดูแล้วว่าไม่ควรให้อภัยเลยจริงๆ
คือการกระทำแย่ๆ ของเขา (ในความรู้สึกของเรา)
ถ้าตอนหนังจบ เขาเดินเข้ามาขอโทษอีกครั้ง เราอาจจะไม่เก็บเรื่องนี้มาคิดไม่เลิกอยู่แบบนี้
และแน่นอนว่าต้องให้อภัยเขาจากใจจริงเช่นกัน
เพราะพอเรามานึกดู ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ในเมื่อเห็นว่าน้ำมันหกทั้งแก้วแบบนั้น
ซึ่งแน่นอน เราไม่ได้กิน และไม่เริ่มไม่แน่ใจว่าเขาเหยียบฝาแก้วหรือเปล่า
เพราะเพิ่งมาสังเกตทีหลังว่ามันมีรอย (คิดในแง่ดี อาจจะมีอยู่แล้ว)
บวกกับการที่เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามเดินหนี
โอเค ถ้าคุณไม่อยากควักเงินเพื่อชดใช้ เราเข้าใจ
แต่อย่างน้อย เข้ามาบอกขอโทษอีกครั้งแบบต่อหน้ากันสิ แสดงให้เห็นว่าคุณขอโทษจากใจจริง
มากกว่าขอโทษแบบขอไปที โอเคๆ เข้าใจว่ากลัวความผิด ไม่อยากสู้หน้า
และมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กของคุณ
ซึ่งบอกเลยว่า เราเจอคนนิสัยแบบนี้เข้าไป เซ็งโคตรอภิมหาโคตร
ลงเรื่องนี้ในเฟซส่วนตัว เพื่อนส่วนใหญ่ยังถามเลยว่า
ทำไมถึงยอม คิดอีกแง่ เราก็คิดถูกแล้วมั้งที่ไม่เอาเรื่องเขา
เดี๋ยวเรื่องจะยาว และกลายเป็นไปทะเลาะกันต่อหน้าเด็กอีก
แล้วปกตินิสัยของเรา ก็ไม่ชอบมีเรื่องกับใครอยู่แล้ว
ที่สำคัญ ถ้าถามว่าเรารู้สึกแย่กับครอบครัวนี้ตรงไหน
ก็คงเป็นเรื่องที่พวกเขามาเด็กเล็กมาดูหนังด้วยนี่แหละ
โอเค งั้นจบแบบนี้ก็ดี แต่ที่ไม่ดีคือเรายังค้างคาใจไงล่ะ
จึงเลือกมาเล่า (ระบายแทนนั่นแหละ) ให้เพื่อนๆ ที่ชอบดูหนังได้รับรู้ เพื่อให้ระมัดระวังเวลาเจอคนประเภทนี้
- พาเด็กเล็กมาดูหนังผิดประเภท เด็กพูดคุยตลอดทั้งเรื่องแต่ไม่ตักเตือน ทำเป็นเรื่องปกติเฉยเลย
- พ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กเล็ก ถ้าพวกคุณอยากดูหนังมากๆ แต่ไม่มีใครดูลูก พวกคุณควรจะเลือกเสียสละไม่มาดูหนัง และอยู่ดูลูกที่บ้านไปสิ ไม่ใช่เอาลูกมาดูหนังด้วย
- ต้องเข้าโรงช้าแน่ๆ ก็อย่าจองที่ตรงกลาง เลือกไปสิที่ริม ถ้าที่ริมมันเต็ม ก็ไม่ต้องดู ไปเลือกรอบวันอื่นแทน
- ไม่พร้อม อย่าดูหนัง เราเสียตังค์มาดูหนัง ไม่ได้เสียตังค์มาดูคนเห็นแก่ตัว
- ความเกรงใจ ต้องมี ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องมาดูในโรง (สาธารณะ)
- อีกประเภทที่หลังๆ เจอบ่อย พวกวัยเรียน วัยเกรียน ถ้าเป็นกลุ่มนะจะคึกมากเป็นพิเศษ เล่นกันในโรง ตะโกนเสียงดัง กะว่าเท่ กะให้คนอื่นฮา แต่เอาจริงป่ะ คนอื่นเค้าสมเพช หวังว่าโตไปจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้ในโรงนะน้อง
- นึกไม่ออกแล้ว เอาเป็นว่า อะไรดีบุ๋มก็ว่าดีอ่ะ อะไรแย่ๆ ก็แค่อยากเล่าเป็นประสบการณ์ เอาไว้เตือนตัวเองด้วยแหละว่า เราจะไม่ทำอะไรแบบนี้กับคนอื่นแน่นอน
ขอบคุณที่รับฟังจ้า ^O^ (เติมอีโมลดความตึงเครียด)