คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
ปกติรายงานงบการเงินจะออกทุกไตรมาส 3 เดือน ครับ ดังนั้นบริษัทก็จะอยากให้ได้ผลกำไรสม่ำเสมอทุกๆไตรมาส
ที่นี้ผลประกอบการบริษัทขึ้นอยู่กับความสำเร็จของหนังล้วนๆ
ที่แน่ๆคือกดดันแน่ เพราะบริษัทอยากได้กำไรเยอะๆมาปันผลหุ้นเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้น การออกหนังอาจจะต้องถี่ขึ้น ต้องการกำไรมากขึ้น บ้าตัวเลขมากกว่าเดิม
บริษัทมีโปรดักที่ขายได้แค่ชั่วคราวมาตูมเดียวรู้กัน ไม่ใช่ขายกินได้เรื่อยๆ คนทำหนังต้องทำหนังตามใบสั่งมากขึ้นแน่
ข้อดีคือ ได้เงินเข้าบริษัทโดยไม่ต้องกู้เลย ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ย
แน่นอนว่าเข้าตลาดแล้วต้องตามระบบ มีการสอบบัญชี มีขั้นตอนตรวจสอบอีก
ส่วนตัวถ้าผมเป็นคนทำหนัง ผมก็ไม่เอาครับ ได้เงินทุนมาก็ไม่รู้จะทำให้มันงอกเงยได้ยังไง ไม่ใช่ธรรมชาติของบริษัท เพราะเท่าที่ทำอยู่มันอยู่ที่การคิดกลั่นกรอง ทำบทมาอย่างดีล้วนๆ ไม่ใช่แค่ได้เงินมาแล้วงานจะดีทำเงินได้
ที่นี้ผลประกอบการบริษัทขึ้นอยู่กับความสำเร็จของหนังล้วนๆ
ที่แน่ๆคือกดดันแน่ เพราะบริษัทอยากได้กำไรเยอะๆมาปันผลหุ้นเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้น การออกหนังอาจจะต้องถี่ขึ้น ต้องการกำไรมากขึ้น บ้าตัวเลขมากกว่าเดิม
บริษัทมีโปรดักที่ขายได้แค่ชั่วคราวมาตูมเดียวรู้กัน ไม่ใช่ขายกินได้เรื่อยๆ คนทำหนังต้องทำหนังตามใบสั่งมากขึ้นแน่
ข้อดีคือ ได้เงินเข้าบริษัทโดยไม่ต้องกู้เลย ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ย
แน่นอนว่าเข้าตลาดแล้วต้องตามระบบ มีการสอบบัญชี มีขั้นตอนตรวจสอบอีก
ส่วนตัวถ้าผมเป็นคนทำหนัง ผมก็ไม่เอาครับ ได้เงินทุนมาก็ไม่รู้จะทำให้มันงอกเงยได้ยังไง ไม่ใช่ธรรมชาติของบริษัท เพราะเท่าที่ทำอยู่มันอยู่ที่การคิดกลั่นกรอง ทำบทมาอย่างดีล้วนๆ ไม่ใช่แค่ได้เงินมาแล้วงานจะดีทำเงินได้
แสดงความคิดเห็น
สมมติว่าถ้า GTH จะเอาบริษัทตลาดหลัดทรัพย์จริงๆ มันจะมีผลดีผลเสียต่อวงการภาพยนตร์ยังไงบ้างครับ