ขอพูดหน่อยนะ แบบบางทีก็โดนคำถามว่ามีไปทำไม ได้อะไร มาเกาะกันหรอ ไรเงี้ย คือไม่ใช่ครับ
จะไม่มีก็ได้ครับแล้วแต่เจ้าของทรัพย์ ประเทศไทยไม่มีกฏหมายที่เวลาซื้อขายอสังหาฯต้องบังคับมีAgentเหมือนอย่างต่างประเทศบางประเทศ
ผมอยู่วงการนี้มาสักพักนะ คือแบบ....จะมาบอกว่าทำไมเจ้าของทรัพย์บางรายถึงปิดการขายไม่ได้สักที ประกาศขายไปครึ่งปีก็แล้ว ปีก็แล้ว 2-3ปีก็ยังขายไม่ได้ แล้วยิ่งเจ้าของทรัพย์บางรายร้อนเงินมากๆนะใช้เวลาในการขายนานมาก นานแล้วก็ยังขายไม่ได้ พอจะขายได้ก็โดนกดราคาเกินจริงก็ต้องยอมเพราะตัวเองขายไม่ได้
เป็นแบบนี้แล้วลองปรึกษาพวกผมดิ เพราะAgentมีผู้รอซื้อเยอะอยู่แล้วทรัพย์บางทรัพย์เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ บางอย่างก็ไม่ เรามีผู้ซื้ออยู่2ประเภทอยู่ในมือแล้ว Agentด้วยกันก็แบ่งผู้ซื้อผู้ขายกันอยู่เรื่อยๆไม่ขาดมือไม่ต้องกังวลว่าจะปิดการขายไม่ได้เลย
อย่างมากเจ้าของทรัพย์ก็ลงประกาศตามเว็บ ลงทุนหน่อยก็ยอมเสียเงินให้อยู่หน้าแรกๆ ติดประกาศขายหน้าบ้านตัวเอง แต่พวกผมดิ พวกผมที่ขายได้เพราะไร? พวกผมแม้งลุยพื้นที่เลยนะ ตากแดดตากลมไปติดป้าย ทำด้านการตลาดPR เปรียบเทียบตลาด แลกเปลี่ยนข้อมูลกับAgentด้วยกัน บลาๆๆ ขายไม่ได้ให้มันรู้ไปดิ ไม่ใช่แค่ผู้ขายที่happyนะ ผู้ซื้อก็happyด้วย ไม่ใช่ว่าจะไปขายส่งๆ เวลาขายก็ต้องขายให้ตอบโจทย์ผู้ซื้อด้วย ทำงานที่ไหน ลูกเรียนที่ไหน ชอบอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหนเอาให้มันตอบโจทย์อ่ะ ถ้ามีการซื้อขายต่อๆไปเค้าจะได้จ้างเราไง เงินมันก็สำคัญนะ แต่ความประทับใจอ่ะสำคัญกว่า ใจแลกใจไปดิ ถ้าจะโกงกันคนเรามันโกงกันได้ไม่กี่ครั้งหรอก
สำหรับผู้ซื้อ ถ้าเงินสดไม่พอผมพาไปขอสินเชื่อได้นะ แนะนำขั้นตอนทุกกระบวนการเลยนะ พาไปBankเลย ผู้ขายไม่ต้องลำบากเองหรอก
ผมแบ่งผู้ซื้อออกเป็น 5 ประเภทนะ
1.ซื้อเพื่ออยู่อาศัยถาวร นี่ต้องดูไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและที่ทำงานมากๆเลย สำคัญมากๆ รายระเอียดปลีกย่อยอีกเยอะแยะลูกค้าส่วนมากแคร์เรื่องฮวงจุ้ยด้วยนะ ตอนทำงานนี้ใหม่ๆผมก็ต้องหาความรู้เรื่องนี้อีกทั้งๆที่ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก
2.ซื้อเพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว ดูเหมือนข้อแรกแหละ เดี๋ยวสักพักเค้าก็ขายทำให้เค้ารู้สึกประทับใจก็พอนั้นงานเรา
3.ซื้อให้ผู้อื่น อันนี้ต้องสอบถามผู้อยู่แทนนะ ผู้ซื้อไม่ค่อยมีอิทธิพลในการเลือกเท่าไหร่
4.ซื้อเพื่อลงทุน ผู้ซื้อส่วนนี้คือผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในอสังหาฯริมทรัพย์ เป็นลูกค้าในจำนวนที่เปิดใจยากมากที่สุด เพราะลูกค้าแบบนี้มีความรู้ในด้านอสังหาฯส่วนหนึ่งอยู่แล้ว แล้วไงง่ายนิดเดียวก็ต้องรู้ให้มากกว่าสิ เอารู้จริงนะไม่ใช่ราคาคุย ถ้าเป็นการแนะนำเรื่องลดหย่อนภาษีได้ก็ดีนะประหยัดไปอีกเยอะ หาทรัพย์ที่ทำเงินได้ให้เค้า เค้าได้ทรัพย์ เราได้เงิน โครตวินบอกเลย แล้วลูกค้าแบบนี้ไม่หยุดอยู่ที่ทรัพย์ๆเดียวหรอกเดี๋ยวก็มีอีก หาทรัพย์ดีๆให้เค้า ทรัพย์ที่ทำเงินได้จริง แค่นั้นพอ
5.ซื้อเพื่อการพาณิชย์ ซื้อเพื่อให้เช่าต่อ หรือทำอื่นๆ เช่น ทำตลาด โกดังเก็บของ อพาร์ทเม้นท์ หรืออื่นๆ ลูกค้าแบบนี้ก็มีอีกวิธีที่จะมัดใจ เค้าสนเพียงอย่างเดียว ทำเล....
ในเมื่อมีผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายก็แตกยอดมาอีกทีจากผู้ซื้อแหละครับ
แต่ก็อย่างว่าแหละครับถ้าเจอAgentไม่ดี ก็ไม่ดีแหละครับจะยังไงล่ะ555
ซื้อขายอสังหาฯ ต้องมีนายหน้า(Agent) ด้วยหรอ? นั้นดิต้องมีด้วยหรอ?
จะไม่มีก็ได้ครับแล้วแต่เจ้าของทรัพย์ ประเทศไทยไม่มีกฏหมายที่เวลาซื้อขายอสังหาฯต้องบังคับมีAgentเหมือนอย่างต่างประเทศบางประเทศ
ผมอยู่วงการนี้มาสักพักนะ คือแบบ....จะมาบอกว่าทำไมเจ้าของทรัพย์บางรายถึงปิดการขายไม่ได้สักที ประกาศขายไปครึ่งปีก็แล้ว ปีก็แล้ว 2-3ปีก็ยังขายไม่ได้ แล้วยิ่งเจ้าของทรัพย์บางรายร้อนเงินมากๆนะใช้เวลาในการขายนานมาก นานแล้วก็ยังขายไม่ได้ พอจะขายได้ก็โดนกดราคาเกินจริงก็ต้องยอมเพราะตัวเองขายไม่ได้
เป็นแบบนี้แล้วลองปรึกษาพวกผมดิ เพราะAgentมีผู้รอซื้อเยอะอยู่แล้วทรัพย์บางทรัพย์เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ บางอย่างก็ไม่ เรามีผู้ซื้ออยู่2ประเภทอยู่ในมือแล้ว Agentด้วยกันก็แบ่งผู้ซื้อผู้ขายกันอยู่เรื่อยๆไม่ขาดมือไม่ต้องกังวลว่าจะปิดการขายไม่ได้เลย
อย่างมากเจ้าของทรัพย์ก็ลงประกาศตามเว็บ ลงทุนหน่อยก็ยอมเสียเงินให้อยู่หน้าแรกๆ ติดประกาศขายหน้าบ้านตัวเอง แต่พวกผมดิ พวกผมที่ขายได้เพราะไร? พวกผมแม้งลุยพื้นที่เลยนะ ตากแดดตากลมไปติดป้าย ทำด้านการตลาดPR เปรียบเทียบตลาด แลกเปลี่ยนข้อมูลกับAgentด้วยกัน บลาๆๆ ขายไม่ได้ให้มันรู้ไปดิ ไม่ใช่แค่ผู้ขายที่happyนะ ผู้ซื้อก็happyด้วย ไม่ใช่ว่าจะไปขายส่งๆ เวลาขายก็ต้องขายให้ตอบโจทย์ผู้ซื้อด้วย ทำงานที่ไหน ลูกเรียนที่ไหน ชอบอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหนเอาให้มันตอบโจทย์อ่ะ ถ้ามีการซื้อขายต่อๆไปเค้าจะได้จ้างเราไง เงินมันก็สำคัญนะ แต่ความประทับใจอ่ะสำคัญกว่า ใจแลกใจไปดิ ถ้าจะโกงกันคนเรามันโกงกันได้ไม่กี่ครั้งหรอก
สำหรับผู้ซื้อ ถ้าเงินสดไม่พอผมพาไปขอสินเชื่อได้นะ แนะนำขั้นตอนทุกกระบวนการเลยนะ พาไปBankเลย ผู้ขายไม่ต้องลำบากเองหรอก
ผมแบ่งผู้ซื้อออกเป็น 5 ประเภทนะ
1.ซื้อเพื่ออยู่อาศัยถาวร นี่ต้องดูไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและที่ทำงานมากๆเลย สำคัญมากๆ รายระเอียดปลีกย่อยอีกเยอะแยะลูกค้าส่วนมากแคร์เรื่องฮวงจุ้ยด้วยนะ ตอนทำงานนี้ใหม่ๆผมก็ต้องหาความรู้เรื่องนี้อีกทั้งๆที่ผมเป็นคนไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก
2.ซื้อเพื่ออยู่อาศัยชั่วคราว ดูเหมือนข้อแรกแหละ เดี๋ยวสักพักเค้าก็ขายทำให้เค้ารู้สึกประทับใจก็พอนั้นงานเรา
3.ซื้อให้ผู้อื่น อันนี้ต้องสอบถามผู้อยู่แทนนะ ผู้ซื้อไม่ค่อยมีอิทธิพลในการเลือกเท่าไหร่
4.ซื้อเพื่อลงทุน ผู้ซื้อส่วนนี้คือผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนในอสังหาฯริมทรัพย์ เป็นลูกค้าในจำนวนที่เปิดใจยากมากที่สุด เพราะลูกค้าแบบนี้มีความรู้ในด้านอสังหาฯส่วนหนึ่งอยู่แล้ว แล้วไงง่ายนิดเดียวก็ต้องรู้ให้มากกว่าสิ เอารู้จริงนะไม่ใช่ราคาคุย ถ้าเป็นการแนะนำเรื่องลดหย่อนภาษีได้ก็ดีนะประหยัดไปอีกเยอะ หาทรัพย์ที่ทำเงินได้ให้เค้า เค้าได้ทรัพย์ เราได้เงิน โครตวินบอกเลย แล้วลูกค้าแบบนี้ไม่หยุดอยู่ที่ทรัพย์ๆเดียวหรอกเดี๋ยวก็มีอีก หาทรัพย์ดีๆให้เค้า ทรัพย์ที่ทำเงินได้จริง แค่นั้นพอ
5.ซื้อเพื่อการพาณิชย์ ซื้อเพื่อให้เช่าต่อ หรือทำอื่นๆ เช่น ทำตลาด โกดังเก็บของ อพาร์ทเม้นท์ หรืออื่นๆ ลูกค้าแบบนี้ก็มีอีกวิธีที่จะมัดใจ เค้าสนเพียงอย่างเดียว ทำเล....
ในเมื่อมีผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายก็แตกยอดมาอีกทีจากผู้ซื้อแหละครับ
แต่ก็อย่างว่าแหละครับถ้าเจอAgentไม่ดี ก็ไม่ดีแหละครับจะยังไงล่ะ555