12 พ.ย.58 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยมีแนวโน้มจะเลือกระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ว่า อยากจะขนานนามว่า "1 กา 3 ได้" ประกอบด้วย "1 บัตร 3 ได้" หรือ "1 กา 3 ตำแหน่ง" หรือ "1 บัตร 3 ตำแหน่ง" คือ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกาบัตรเลือก ส.ส.เขต แบบเขตละคนใบเดียวครั้งเดียว ได้ 3 ตำแหน่งเลย คือ 1.ได้ ส.ส.เขตในเขตนั้นที่ได้คะแนนนิยมสูงสุด 2.ได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจากคะแนนนิยมทุกคะแนนที่ลงให้ผู้สมัครทุกคนจากทุกพรรคไปคิดคำนวณอีกที 3.ได้นายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ล่าสุด อ่านจากข่าวว่า กรธ.โดยเฉพาะประธาน กรธ.มีแนวโน้มเห็นด้วยกับที่มานายกฯ ระบบใหม่ ที่นอกจากจะให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกแล้ว ยังกำหนดเพิ่มต้องให้เลือกจากรายชื่อที่พรรคการเมืองทุกพรรคเสนอต่อประชาชน ในการรณรงค์หาเสียง พรรคละ 5 รายชื่อ โดยไม่บังคับว่าจะต้องเป็น ส.ส.หรือไม่ เพราะในขั้นตอนเสนอ 5 รายชื่อ ต่อประชาชนของทุกพรรค ยังไม่มีใครเป็น ส.ส.อยู่แล้ว โดย 5 รายชื่อ ที่แต่ละพรรคเสนอ อาจซ้ำกันได้ ถ้าผู้ถูกเสนอยินยอม รายละเอียดยังไม่มีมากกว่านี้ แต่ก็พอเห็นข้อดีชัดเจน ข้อใหญ่ที่สุดคือ ง่ายต่อประชาชนมาก จาก "2 กา" ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2544 มาเป็น "1 กา" ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามโรดแมปปัจจุบัน ในปี 2560 ข้อต่อมาคือ ไม่ว่านายกฯ จะเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่ก็ถือว่าได้ผ่านตาประชาชนในการรณรงค์หาเสียง และในคูหาเลือกตั้งมาในระดับหนึ่งแล้ว จะถือว่าเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมก็พอว่าได้
"แต่ก็ยังมีข้อด้อยให้ต้องพิจารณากัน แต่วันนี้ยังไม่พูดถึง เพราะบทบัญญัติจริงยังไม่ได้เผยแพร่ จึงยังไม่เห็นรายละเอียดต่างๆ ที่อาจจะตอบคำถามข้อด้อยไว้หมดแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ในฐานะตำแหน่งใดๆ ที่ดำรงอยู่" นายคำนูณ กล่าว
ที่มา:
http://www.naewna.com
ขนานนามระบบลต.ใหม่'1กาได้3' คือส.ส.เขต-บัญชีรายชื่อ-นายกฯ
ทั้งนี้ นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ล่าสุด อ่านจากข่าวว่า กรธ.โดยเฉพาะประธาน กรธ.มีแนวโน้มเห็นด้วยกับที่มานายกฯ ระบบใหม่ ที่นอกจากจะให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เลือกแล้ว ยังกำหนดเพิ่มต้องให้เลือกจากรายชื่อที่พรรคการเมืองทุกพรรคเสนอต่อประชาชน ในการรณรงค์หาเสียง พรรคละ 5 รายชื่อ โดยไม่บังคับว่าจะต้องเป็น ส.ส.หรือไม่ เพราะในขั้นตอนเสนอ 5 รายชื่อ ต่อประชาชนของทุกพรรค ยังไม่มีใครเป็น ส.ส.อยู่แล้ว โดย 5 รายชื่อ ที่แต่ละพรรคเสนอ อาจซ้ำกันได้ ถ้าผู้ถูกเสนอยินยอม รายละเอียดยังไม่มีมากกว่านี้ แต่ก็พอเห็นข้อดีชัดเจน ข้อใหญ่ที่สุดคือ ง่ายต่อประชาชนมาก จาก "2 กา" ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2544 มาเป็น "1 กา" ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามโรดแมปปัจจุบัน ในปี 2560 ข้อต่อมาคือ ไม่ว่านายกฯ จะเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่ก็ถือว่าได้ผ่านตาประชาชนในการรณรงค์หาเสียง และในคูหาเลือกตั้งมาในระดับหนึ่งแล้ว จะถือว่าเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมก็พอว่าได้
"แต่ก็ยังมีข้อด้อยให้ต้องพิจารณากัน แต่วันนี้ยังไม่พูดถึง เพราะบทบัญญัติจริงยังไม่ได้เผยแพร่ จึงยังไม่เห็นรายละเอียดต่างๆ ที่อาจจะตอบคำถามข้อด้อยไว้หมดแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ในฐานะตำแหน่งใดๆ ที่ดำรงอยู่" นายคำนูณ กล่าว
ที่มา: http://www.naewna.com