เรามาถึงจุดนี้กันได้ไง...???????????????
ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ฟื้นจากการขาดทุน
จากที่เคยใช้เครื่อง A340
ก็เปลี่ยนเปลี่ยนมาใช้เครื่อง 777 แทน
ทั้งการ Downsize องค์กร
ด้วยการประกาศปลด พนง.นับพันคน
ให้กลับบ้านไปนอนเกาสะดือกันล็อทใหญ่
ขายทั้งออฟฟิศ
ขายทั้งบ้านพักใน ตปท.ทิ้ง
เพื่อที่จะรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่าย
ประกาศจะยกเลิกเที่ยวบินที่บินไปอเมริกา
แถมบาง route ในยุโรปก็ยกเลิกเช่นกัน เพราะขาดทุนจนตูดบาน
แต่ทั้งหมดนี้สถานการณ์ของ "การบินทุย.....รักลุงเท่าฟ้า" ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยซักนิด
อย่าโทษใครเลยครับ
จงโทษตัวเองนั่นแหละ
เพราะหลักๆแล้ว
น่าจะมาจากแผนธุรกิจที่ผิดพลาด
บวกด้วยการเล่นการเมืองในองค์กร
และ ซ้ำด้วยการทำงานที่ขาด Service mind ของระดับปฏิบัติ
มันเลยทำให้การบินทุยเดินมาถึงจุดที่ตกต่ำที่สุด
สมัยหนึ่งการบินทุยเคยเจอกับภาวะ "ตัวแดง"
แล้วก็ได้ "ปิยสวัสดิ์ อมระนันทน์" เข้ามาบริหาร
พอบริหารจากตัวแดงติดลบจนกลับมากำไรหายใจคล่องขึ้นมาหน่อยนึงปิยสวัสดิ์ก็อยู่ไม่ได้
เพราะดันไปปรับลดค่าใช้จ่ายองค์กรจนคนการบินทุยบางส่วนเกลียดขี้หน้าเพราะ "สบายน้อยลง"
ที่ญี่ปุ่นเคยมีเรื่องแบบนี้เป๊ะเลยครับ
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับ JAL ที่เป็นสายการบินแห่งชาติของเขาในปี 2010
โดยในตอนนั้นไม่รู้ว่ามันบริหารกันอีท่าไหนจน JAL มีหนี้สินท่วมหัวกว่า 25,000 ล้านยูเอสดอลล่า
หนี้เยอะขนาดนี้
ก็ต้องถึงคราวล้มละลาย
ต้องเอาบริษัทออกจากตลาดหุ้น
(ถึงไม่อยากจะออกแต่ตลาดหุ้นเขาก็คงต้องอัปเปหิออกแน่ๆ)
จากนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ "ฟื้นฟูกิจการ"
แต่ญี่ปุ่นมันโชคดีครับ
เพราะดันมีคนอย่าง "คาซูโอะ อินาโมริ" ผู้ซึ่งยืนยันว่า
"จริงๆแล้วไอเป็นเด็กอมมือในธุรกิจการบินว่ะ...I am a complete amateur in the transport industry."
http://www.bbc.com/news/business-20293487
คาซูโอะเป็นเจ้าของบริษัท "เคียวเซร่า"
คนในกะลาแลนด์คงคุ้นเคยกับโฆษณา "เครื่องถ่ายเอกสาร"
ที่มักซื้อ Air time อยู่ในรายการหมัดๆมวยๆคู่กับ Mita อยู่พอสมควร
ใช่ครับ...คาซูโอะคือเจ้าของแบรนด์ที่ว่านี้แหละ
คาซูโอะเข้าตารัฐบาลญี่ปุ่น
และ ถูกชวนให้มาช่วยกู้วิกฤติของ JAL
ตาลุงนี่ปฏิเสธข้อเสนอที่ว่านี้ไปหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ใจอ่อนยอมเข้ามาบริหาร JAL
"ตอนแรกไอปฏิเสธข้อเสนอ
เพราะไอไม่รู้เรื่องธุรกิจการบินเลย แต่ท้ายสุดก็ใจอ่อน
ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า JAL มันมีหนี้สินก้อนมโหฬารซะขนาดนี้"
คาซูโอะรับบริหาร JAL
โดยมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวว่าจะไม่ขอรับค่าตอบแทนซักสลึง
เพราะรวยจนชาตินี้ก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้ว แต่ที่ทำก็เพราะมันคือ "ความท้าทายของชายแก่ในวัย 78"
พอเริ่มลงมือทำงาน
ก็พบว่าปัญหาของ JAL นั้นโคตรจะคลาสสิค
เพราะ....
-มีระบบอุปถัมภ์
-มีระบบเส้นสายในองค์กร
-อยู่กันแบบสบายๆเพราะเป็นสายการบินแห่งชาติที่รัฐอุ้มมาตลอด
-บางเส้นทางขาดทุนแต่ก็ยังทุรังบินไปทำพระแสงด้ามยาวอะไรก็ไม่รู้
-ผู้บริหารขาดความรับผิดชอบ , ขาด Awareness ต่อสถานการณ์ขององค์กร
-รายจ่ายจากเงินเดือน และ สวัสดิการที่ให้กับ พนง.และ Board ต่อปีนั้นสูงมาก
โอ้ววววววววววววว.....
นี่มัน JAL หรือ การบินทุย "รักลุงเท่าฟ้า" ว๊ะเนี่ยยยยย....?????????
คาซูโอะสารภาพว่า
"ไอโคตรเกลียด JAL เลย...เกลียดshipหาย
เพราะ JAL มันเจ้ายศเจ้าอย่าง JAL มันไม่ค่อยแคร์ผู้โดยสาร"
ลองไปอ่านดูได้ครับเดี๋ยวจะหาว่าจ่าเขียนเอง
http://www.reuters.com/article/2012/09/18/japanairlines-ipo-idUSL4E8KI00V20120918
คาซูโอะเริ่มต้นที่ผู้บริหารระดับสูง
ไอ้พวกระดับสูงนี่แหละโคตรจะตัวดีเลย
ขนาดตอนที่ JAL แย่ๆไอ้พวกนี้ยังไม่ยอมช่วยประหยัด
เพราะยังคงเบิกเงินบริษัทเอาไปถลุงในการตีกอล์ฟกับลูกค้าอยู่เลย
คาซูโอะจับเอาผู้บริหารระดับสูงมา Training
เพื่อที่จะละลายทัศนคติแบบเดิมให้หมดไป และ เปลี่ยนวิธีทำงาน
จากนั้นก็ไปที่ผู้บริหารระดับกลาง
แล้วก็ต่อเนื่องไปยัง พนง.ระดับ Operation
คาซูโอะทำแม้กระทั่งจิตวิทยาเล็กๆน้อยๆ
เช่น การติดราคาไว้ที่ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้น
เพื่อที่จะสร้าง "สำนึก" ให้ พนง.ว่าทุกครั้งที่หยิบอะไรไปใช้มันคือ "ต้นทุน" ขององค์กรในราคาเท่าไร
ขนาด "ผ้าขี้ริ้ว"
คาซูโอะยังสั่งให้ระงับการจัดซื้อ
และ เปลี่ยนมาใช้วิธีขอรับบริจาคเสื้อผ้าเก่าจาก พนง.เอามาทำผ้าขี้ริ้วแทน
หลังจากลงมือทำในทุกๆด้าน
"มหัศจรรย์แห่ง JAL" ก็เกิดขึ้น
เพราะ JAL สามารถกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้งในเวลาแค่ 3 ปี
ด้ ว ย ฝี มื อ ข อ ง ช า ย แ ก่ ที่ อ า ส า ม า ทำ ง า น ใ ห้ ฟ รี ๆ ......!!!!!!
http://blogs.wsj.com/japanrealtime/2012/07/30/mikoshi-management-how-kazuo-inamori-lifted-japan-airlines/
คาซูโอะเชื่อมั่นว่า
“I think the fact that I assumed the chairmanship without pay
affected JAL employees in tangible and intangible ways”
"ไอว่าการที่ไอรับงานนี้โดยไม่เอาตังค์ซักสลึงนั้น
มันน่าจะเป็นอะไรที่กระทบใจ พนง.ของ JAL ทั้งแบบรูปธรรม และ นามธรรมว่ะ"
http://www.japantoday.com/category/business/view/kyocera-founder-explains-his-strategy-to-revive-jal
แม้ปัญหาของ JAL และ การบินทุยจะคล้ายกัน
แต่ที่แน่ๆพนักงานของ JAL เขาแยกแยะกันเป็น
ว่าอะไรคือการทำงานแบบมืออาขีพ และ อะไรคือความชอบส่วนตัว
ดังนั้น............
กัปตันของ JAL
จะไม่ไล่ผู้โดยสารลง
เพียงเพราะเขาอยู่คนละ "สี"
Cabin crew ของ JAL
จะไม่เอาข้อมูลการเดินทางของ ผดส.มาเผยแพร่
เพียงเพราะไม่ชอบพ่อผู้ซึ่งเป็นนักการเมืองของ ผดส.ในเที่ยวบินนั้น
ในขณะที่ของการบินทุย โดยเฉพาะสหภาพฯนั้นเป็นที่รู้ๆกันว่า "รักลุงเท่าฟ้า"
ญี่ปุ่นมันโชคดีจริงๆว่ะ ที่มีคนอย่าง "คาซูโอะ อินาโมริ" ...!!!!!!
ขอบคุณพี่ผุยแห่งห้องย่อยบีเทิ่ลส์ ที่สละล็อคอินมาให้จ่าลุยต่อครับ
จ่าพิเชษฐ์
@@@@@-----เฮ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.................. ฉั น รั ก J A L .............!!!!!!!!!!!!!!!-----@@@@@
ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ฟื้นจากการขาดทุน
จากที่เคยใช้เครื่อง A340
ก็เปลี่ยนเปลี่ยนมาใช้เครื่อง 777 แทน
ทั้งการ Downsize องค์กร
ด้วยการประกาศปลด พนง.นับพันคน
ให้กลับบ้านไปนอนเกาสะดือกันล็อทใหญ่
ขายทั้งออฟฟิศ
ขายทั้งบ้านพักใน ตปท.ทิ้ง
เพื่อที่จะรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่าย
ประกาศจะยกเลิกเที่ยวบินที่บินไปอเมริกา
แถมบาง route ในยุโรปก็ยกเลิกเช่นกัน เพราะขาดทุนจนตูดบาน
แต่ทั้งหมดนี้สถานการณ์ของ "การบินทุย.....รักลุงเท่าฟ้า" ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลยซักนิด
อย่าโทษใครเลยครับ
จงโทษตัวเองนั่นแหละ
เพราะหลักๆแล้ว
น่าจะมาจากแผนธุรกิจที่ผิดพลาด
บวกด้วยการเล่นการเมืองในองค์กร
และ ซ้ำด้วยการทำงานที่ขาด Service mind ของระดับปฏิบัติ
มันเลยทำให้การบินทุยเดินมาถึงจุดที่ตกต่ำที่สุด
สมัยหนึ่งการบินทุยเคยเจอกับภาวะ "ตัวแดง"
แล้วก็ได้ "ปิยสวัสดิ์ อมระนันทน์" เข้ามาบริหาร
พอบริหารจากตัวแดงติดลบจนกลับมากำไรหายใจคล่องขึ้นมาหน่อยนึงปิยสวัสดิ์ก็อยู่ไม่ได้
เพราะดันไปปรับลดค่าใช้จ่ายองค์กรจนคนการบินทุยบางส่วนเกลียดขี้หน้าเพราะ "สบายน้อยลง"
ที่ญี่ปุ่นเคยมีเรื่องแบบนี้เป๊ะเลยครับ
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับ JAL ที่เป็นสายการบินแห่งชาติของเขาในปี 2010
โดยในตอนนั้นไม่รู้ว่ามันบริหารกันอีท่าไหนจน JAL มีหนี้สินท่วมหัวกว่า 25,000 ล้านยูเอสดอลล่า
หนี้เยอะขนาดนี้
ก็ต้องถึงคราวล้มละลาย
ต้องเอาบริษัทออกจากตลาดหุ้น
(ถึงไม่อยากจะออกแต่ตลาดหุ้นเขาก็คงต้องอัปเปหิออกแน่ๆ)
จากนั้นก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ "ฟื้นฟูกิจการ"
แต่ญี่ปุ่นมันโชคดีครับ
เพราะดันมีคนอย่าง "คาซูโอะ อินาโมริ" ผู้ซึ่งยืนยันว่า
"จริงๆแล้วไอเป็นเด็กอมมือในธุรกิจการบินว่ะ...I am a complete amateur in the transport industry."
http://www.bbc.com/news/business-20293487
คาซูโอะเป็นเจ้าของบริษัท "เคียวเซร่า"
คนในกะลาแลนด์คงคุ้นเคยกับโฆษณา "เครื่องถ่ายเอกสาร"
ที่มักซื้อ Air time อยู่ในรายการหมัดๆมวยๆคู่กับ Mita อยู่พอสมควร
ใช่ครับ...คาซูโอะคือเจ้าของแบรนด์ที่ว่านี้แหละ
คาซูโอะเข้าตารัฐบาลญี่ปุ่น
และ ถูกชวนให้มาช่วยกู้วิกฤติของ JAL
ตาลุงนี่ปฏิเสธข้อเสนอที่ว่านี้ไปหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ใจอ่อนยอมเข้ามาบริหาร JAL
"ตอนแรกไอปฏิเสธข้อเสนอ
เพราะไอไม่รู้เรื่องธุรกิจการบินเลย แต่ท้ายสุดก็ใจอ่อน
ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า JAL มันมีหนี้สินก้อนมโหฬารซะขนาดนี้"
คาซูโอะรับบริหาร JAL
โดยมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวว่าจะไม่ขอรับค่าตอบแทนซักสลึง
เพราะรวยจนชาตินี้ก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้ว แต่ที่ทำก็เพราะมันคือ "ความท้าทายของชายแก่ในวัย 78"
พอเริ่มลงมือทำงาน
ก็พบว่าปัญหาของ JAL นั้นโคตรจะคลาสสิค
เพราะ....
-มีระบบอุปถัมภ์
-มีระบบเส้นสายในองค์กร
-อยู่กันแบบสบายๆเพราะเป็นสายการบินแห่งชาติที่รัฐอุ้มมาตลอด
-บางเส้นทางขาดทุนแต่ก็ยังทุรังบินไปทำพระแสงด้ามยาวอะไรก็ไม่รู้
-ผู้บริหารขาดความรับผิดชอบ , ขาด Awareness ต่อสถานการณ์ขององค์กร
-รายจ่ายจากเงินเดือน และ สวัสดิการที่ให้กับ พนง.และ Board ต่อปีนั้นสูงมาก
โอ้ววววววววววววว.....
นี่มัน JAL หรือ การบินทุย "รักลุงเท่าฟ้า" ว๊ะเนี่ยยยยย....?????????
คาซูโอะสารภาพว่า
"ไอโคตรเกลียด JAL เลย...เกลียดshipหาย
เพราะ JAL มันเจ้ายศเจ้าอย่าง JAL มันไม่ค่อยแคร์ผู้โดยสาร"
ลองไปอ่านดูได้ครับเดี๋ยวจะหาว่าจ่าเขียนเอง
http://www.reuters.com/article/2012/09/18/japanairlines-ipo-idUSL4E8KI00V20120918
คาซูโอะเริ่มต้นที่ผู้บริหารระดับสูง
ไอ้พวกระดับสูงนี่แหละโคตรจะตัวดีเลย
ขนาดตอนที่ JAL แย่ๆไอ้พวกนี้ยังไม่ยอมช่วยประหยัด
เพราะยังคงเบิกเงินบริษัทเอาไปถลุงในการตีกอล์ฟกับลูกค้าอยู่เลย
คาซูโอะจับเอาผู้บริหารระดับสูงมา Training
เพื่อที่จะละลายทัศนคติแบบเดิมให้หมดไป และ เปลี่ยนวิธีทำงาน
จากนั้นก็ไปที่ผู้บริหารระดับกลาง
แล้วก็ต่อเนื่องไปยัง พนง.ระดับ Operation
คาซูโอะทำแม้กระทั่งจิตวิทยาเล็กๆน้อยๆ
เช่น การติดราคาไว้ที่ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้น
เพื่อที่จะสร้าง "สำนึก" ให้ พนง.ว่าทุกครั้งที่หยิบอะไรไปใช้มันคือ "ต้นทุน" ขององค์กรในราคาเท่าไร
ขนาด "ผ้าขี้ริ้ว"
คาซูโอะยังสั่งให้ระงับการจัดซื้อ
และ เปลี่ยนมาใช้วิธีขอรับบริจาคเสื้อผ้าเก่าจาก พนง.เอามาทำผ้าขี้ริ้วแทน
หลังจากลงมือทำในทุกๆด้าน
"มหัศจรรย์แห่ง JAL" ก็เกิดขึ้น
เพราะ JAL สามารถกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้งในเวลาแค่ 3 ปี
ด้ ว ย ฝี มื อ ข อ ง ช า ย แ ก่ ที่ อ า ส า ม า ทำ ง า น ใ ห้ ฟ รี ๆ ......!!!!!!
http://blogs.wsj.com/japanrealtime/2012/07/30/mikoshi-management-how-kazuo-inamori-lifted-japan-airlines/
คาซูโอะเชื่อมั่นว่า
“I think the fact that I assumed the chairmanship without pay
affected JAL employees in tangible and intangible ways”
"ไอว่าการที่ไอรับงานนี้โดยไม่เอาตังค์ซักสลึงนั้น
มันน่าจะเป็นอะไรที่กระทบใจ พนง.ของ JAL ทั้งแบบรูปธรรม และ นามธรรมว่ะ"
http://www.japantoday.com/category/business/view/kyocera-founder-explains-his-strategy-to-revive-jal
แม้ปัญหาของ JAL และ การบินทุยจะคล้ายกัน
แต่ที่แน่ๆพนักงานของ JAL เขาแยกแยะกันเป็น
ว่าอะไรคือการทำงานแบบมืออาขีพ และ อะไรคือความชอบส่วนตัว
ดังนั้น............
กัปตันของ JAL
จะไม่ไล่ผู้โดยสารลง
เพียงเพราะเขาอยู่คนละ "สี"
Cabin crew ของ JAL
จะไม่เอาข้อมูลการเดินทางของ ผดส.มาเผยแพร่
เพียงเพราะไม่ชอบพ่อผู้ซึ่งเป็นนักการเมืองของ ผดส.ในเที่ยวบินนั้น
ในขณะที่ของการบินทุย โดยเฉพาะสหภาพฯนั้นเป็นที่รู้ๆกันว่า "รักลุงเท่าฟ้า"
ญี่ปุ่นมันโชคดีจริงๆว่ะ ที่มีคนอย่าง "คาซูโอะ อินาโมริ" ...!!!!!!
ขอบคุณพี่ผุยแห่งห้องย่อยบีเทิ่ลส์ ที่สละล็อคอินมาให้จ่าลุยต่อครับ
จ่าพิเชษฐ์