
วันนี้จะพามารีวิวห้องอาหาร Loop Terrace and Bar ห้องอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนขนานแท้ ที่คัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศอิตาลี และ รังสรรค์เมนูต่าง ๆ โดยเชฟชาวอิตาเลี่ยน ฉะนั้นเมนูที่ออกมาแต่ละเมนูนี่มีเสน่ห์ ได้ซึมซับวัฒนธรรมการกินแบบอิตาเลี่ยนแท้ ๆ ได้อย่างแน่นอน

Loop อยู่ที่ชั้น 8 ของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ที่อยู่ข้าง ๆ MBK ก็คงไม่ต้องบรรยายเรื่องการเดินทางอะไรกันมาก เข้าใจง่ายอยู่แล้ว มาพูดถึงบรรยากาศห้องอาหารเลยดีกว่า ก็มีทั้งโต๊ะอาหารที่อยู่ในส่วนที่ของห้องแอร์ และภายนอกที่เห็นวิวสระน้ำได้ไม่ยาก ข้อดีข้อเสียก็ต่างกัน แต่ถ้าให้ผมเลือกขอนั่งข้างในเพราะแอร์เย็นกว่า ส่วนข้างนอกก็ค่อนข้างอบอ้าวครับ

ภาพบรรยากาศภายนอก

ภาพบรรยากาศภายใน

เมนูของที่ Loop ก็มีเยอะพอสมควรแต่ละเมนูก็ล้วนแต่เป็นเมนูแบบต้นตำรับทั้งนั้น เข้าใจยากนิดหน่อยนะครับสำหรับคนที่ไม่เคยกิน อาจต้องสอบถามทางพนักงานเพิ่มเติมเอานะครับ งั้นผมเริ่มเมนูแรกที่ผมรีวิวในวันนี้กันเลยครับ
Bruchetta Beef Toscana – 400 THB
หน้าตาดีมาก ซอสอิตาเลี่ยนเบซิลอร่อยกลมกล่อมมาก เนื้อวัวฟิลเล่ก็นุ่มมากถ้ามีกลิ่นหอมกว่านี้สักหน่อยจะดีมากเลยครับ ขนมปังเป็นแบบฟอคคาเซียที่กรอบที่ผิวซึ่งผมคิดว่ามันแข็งและเหนียวไปหน่อย แต่ข้างในกลับยังนุ่มอยู่ก็พอทำให้กินได้หน่อย กินคู่กับผักร็อกเก็ต, น้ำมันมะกอก และ มะเขือเทศอบแห้ง ถ้าขนมปังกรอบนอกนุ่มในกว่านี้ก็ถือเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีเลยครับ
Fantasy Salmon – 400 THB
เมนูนี้อร่อยมากครับ เป็นปลาแซลมอนสดนำมาแล่แล้วนำไปคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก นำมาม้วนด้วยแซลมอนหั่นเต๋า แล้วเสิร์ฟพร้อมเคเปอร์ มะเขือเทศ ร็อคเก็ตป่า แล้วมีซอสบัลซามิคเล็กน้อย กินแล้วอร่อยมาก แซลมอนสดจริง ๆ นี่ถ้ามีเลมอนบีบสักเล็กน้อยนะ ฟินมากเลยล่ะครับ
Del Pescatore (pizza cover pasta) – 360 THB
เป็นเมนูพาสต้าที่คลุมภาชนะด้วยแป้งพิซซ่า ภายในก็คือเส้นลิงกวินี่ ที่ผัดมากับซอสสูตรพิเศษที่มีพื้นฐานจากผักชนิดต่าง ๆ รวมถึงแครอท จึงได้สีออกมาส้ม ๆ แดง ๆ ผสมกับซอสมะเขือเทศและไวน์ขาวอีกเล็กน้อย เนื้อสัตว์ที่กินคู่กันก็คือ กุ้งลายเสือ, หอยเชลล์,ปลาหมึก เป็นต้น รสชาติอ่อนตามสไตล์ต้นดำรับ ผมว่าถ้าใช้ซอสมากกว่านี้หรือปรุงให้รสเข้มกว่านี้จะถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้นครับ
Original Carbonara – 320 THB
เมนูนี้ถ้าใครคิดว่า ก็เป็นคาโบนาร่าทั่วไป ผมบอกได้เลยว่า ใช่ ครับ คือมันจะคล้ายกับคาโบนาร่าทั่วไป แต่มีความพิเศษอยู่ 2 ส่วนคือ ซอสที่เคลือบเส้นสปาเก็ตตี้อยู่จะไม่มีส่วนผสมของครีมแต่จะเป็นไข่แดงและชีส 2 ชนิดเป็นส่วนผสม คือ Poricano และ Parmesan และที่พิเศษอีกอย่าคือเนื้อสัตว์ที่เห็นไม่ใช่เบคอนแต่เป็นเนื้อแก้มหมูซึ่งเชฟบอกว่าแท้จริงแล้วคาโบนาร่าจะต้องไม่ใส่ครีม ไม่ใส่เบคอน และไม่ใส่หอมใหญ่ แต่ที่เรากิน ๆ กันก็มีส่วนผสมเหล่านี้ทั้งนั้น วันนี้ถือว่าได้ความรู้อีกขั้นของคาโบนาร่าก็คือเดิมเค้าใช้แก้มวัวมาปรุงไม่ใช่เบคอน
Polenta E Cinghiale Umido E Funghi – 550 THB
เมนูนี้กินแล้วไม่ค่อยคล้ายอาหารอิตาเลี่ยนสักเท่าไหร่ จะออกผสมผสานอิตาเลี่ยน ผรั่งเศส และเมดิเตอร์เรเนี่ยน นิดหน่อย เนื้อหมูป่าและเห็ดแชมปิยองที่ผัดกับน้ำมันมะกอกไวน์แดงรสชาติเค็มมัน กินคู่กับแป้งข้าวโพด(โพเลนต้า) และชีสที่โรยมาด้านบนก็อร่อยไม่เบาเลย สำหรับผมผมชอบนะ แต่ถ้าบางคนไม่ค่อยได้กินเนื้ออะไรแปลก ๆ มากอาจไม่ชอบเจ้าเนื้อหมุป่าในจานนี้ครับ
Pizza Half Schiacciata Summer / Scamorza E Spicy Salami
เป็นพิซซ่าที่ชื่อเรียกยากที่สุดเท่าที่เยได้ยินมา แต่หน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมาจากที่เราเคยกิน ๆ กัน ก็คือหน้าร็อคเก็ต ใส่เบซิล ใส่พาเมซานนี่แหล่ะ แล้วอีกครึ่งนึงก็เป็นหน้าซาลามี่รสเผ็ดที่หน้าตาไม่แปลกแต่รสชาติไม่เคยพบคือเป็นซาลามี่รสเผ็ดเลย หอมเค็มอร่อยดีครับ แป้งพิซซ่าก็นุ่มกำลังดี ชีสมาแบบเต็ม ๆ กินร้อน ๆ ยืด ๆ อร่อยดีครับ
Alla Pescatora – 460 THB
ข้าวริซอตโต้ที่หุงมาแบบยังไม่สุกมาก ให้อารมณ์เคี้ยวแล้วมีกรุบ ๆ นิด ๆ ตามสไตล์อิตาเลี่ยน ผมเจอมาหลายร้านแล้วที่ชาวอิตาเลี่ยนปรุงริซอตโต้ออกมากึ่งดิบแบบนี้ แต่เค้ากินกันแบบนี้จริง ๆ ถ้าเป็นผม ผมชอบสุกกว่านี้อีกเล็กน้อยแล้วก็ต้องมีกลิ่นชีสมากกว่านี้ แต่เชฟบอกว่าเมนุอาหารทะเลเค้าจะปรุงแบบไม่ใส่ชีสเพราะกลิ่นชีสจะไปกลบกลิ่นอาหารทะเลหมด โอเคอันนี้ยอมรับแต่ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี เพราะผมคิดว่าเราแยกกินข้าวรีซอตโต้ กับเนื้อซีฟู๊ดได้ ฉะนั้นสำหรัรบผม ๆ ชอบให้ข้าวรีซอตโต้นุ่ม มีรสชาติและเข้มข้นด้วยชีสมากกว่านี้ครับ
Apple Cake – 180 THB
เป็นเมนูที่น่าจะเคยกินแต่ที่ไหนจำไม่ได้แล้วจะเป็นเค้กเนื้อนุ่มคล้ายชิฟฟ่อน หรือขนมเค้กไข่อะไรประมาณนั้น แล้วมีเนื้อแอ็ปเปิ้ลผัดกับน้ำตาลใส่อยู่ด้านในจำนวนมาก เนื้อจะนุ่มมากแล้วแอปเปิ้ลด้านในที่ผ่านการอบมาก็อ่อนตัวเข้ากับแป้งเค้กได้เป็นอย่างดี แล้วยิ่งกินคู่กับไอศกรีมก็ช่วยเพิ่มความอร่อยและน่าสนใจกับเมนูคลาสสิคจานนี้ได้มากเลยครับ
Tiramisu – 180 THB
อร่อยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ เลย มีความหอม มัน แบบโดดเด่น กลิ่นกาแฟชัดเจนมาก ตัวมาสคาโปนชีสก็นุ่มละมุน แต่ผมว่าปริมาณของมาสคาโปนเยอะไปหน่อย กินหลาย ๆ คำอาจทำให้เลี่ยนได้ ถ้ามีชั้นที่เป็นแป้งเค้กพรมมาด้วยบรั่นดีมากกว่านี้จะทำให้เมนูนี้ชุ่มฉ่ำยิ่งขึ้นและไม่เลี่ยนด้วยครับ
Crème Catalana – 180 THB
เมนูนี้ถ้าตามที่เราเคยได้ยินกันก็เรียกว่า ครีมบลูเร่ นั่นเอง แต่ที่นี่เค้าเรียกแบบนี้กันครับ ซึ่งเนื้อสัมผัสจริง ๆ ก็เหมือนกับที่เรารู้ ๆ ครับ หอมคัสตาร์ดและวานิลลา มีกลิ่นอบเชยนิด ๆ ผิวหน้ากรอบด้วยน้ำตาลไหม้ และได้กลิ่นหอมสดชื่นด้วยเปลือกส้มขูดฝอย รสชาติอร่อยแบบไม่ต้องบรรยายครับ
Italian Soda รสชาติต่าง ๆ

สรุป ห้องอาหาร Loop ก็เป็นห้องอาหารที่บรรยากาศถือว่าดีเลยครับ เรื่องอาหารผมว่ามีเสน่ห์ที่สุดครับ เพราะเป็นการให้บริการอาหารแบบอิตาเลี่ยนขนานแท้ เพราะเชฟชาวอิตาเลี่ยนเป็นคนควบคุมการผลิตเองเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องปรุง ส่วนผสมที่สำคัญต่าง ๆ ก็นำเข้าโดยส่งตรงมากจากอิตาลีโดยตรงเลย ต้นทุนจึงสูงกว่าที่อื่น แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้และสัมผัสกับเมนูอิตาเลี่ยนแบบขนานแท้ได้ดีทีเดียว เรื่องราคาผมว่าแพงครับ แต่ปริมาณเมนูที่เสิร์ฟมา กับมาตรฐานของอาหารในโรงแรมที่อยู่ในเมืองก็น่าจะราว ๆ นี้ครับ เรื่องความอร่อย สำหรับผมรู้สึกว่ายังไม่เข้มข้น รสชาติอ่อนครับ แต่คิดว่าน่าจะเป็นสไตล์ต้นตำรับน่ะครับ การบริการคิดว่าน่าจะดี แต่วันที่ผมไปดันไปนั่งในหลืบเลยยังต้องมีเรียกพนักงานมาบริการเองนิดหน่อย ก็ถ้าใครอยากลองอาหารอิตาเลี่ยนที่เป็นอิตาเลี่ยนขนานแท้แบบนี้ก็มาจัดกันไปได้ที่ Loop แห่งนี้ครับ
รูปภาพและรีวิวเพิ่มเติม :
http://www.bumres.com/th/restaurant/Loop-Terrace-and-Bar-Pathumwan-Princess-Hotel/review/6198
ข้อมูลห้องอาหาร :
http://www.bumres.com/th/restaurant/Loop-Terrace-and-Bar-Pathumwan-Princess-Hotel/4945
[SR] Loop ห้องอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนขนานแท้ โดยเชฟชาวอิตาเลี่ยน กับบรรยากาศริมสระน้ำ ของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
วันนี้จะพามารีวิวห้องอาหาร Loop Terrace and Bar ห้องอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนขนานแท้ ที่คัดสรรและนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศอิตาลี และ รังสรรค์เมนูต่าง ๆ โดยเชฟชาวอิตาเลี่ยน ฉะนั้นเมนูที่ออกมาแต่ละเมนูนี่มีเสน่ห์ ได้ซึมซับวัฒนธรรมการกินแบบอิตาเลี่ยนแท้ ๆ ได้อย่างแน่นอน
Loop อยู่ที่ชั้น 8 ของโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ที่อยู่ข้าง ๆ MBK ก็คงไม่ต้องบรรยายเรื่องการเดินทางอะไรกันมาก เข้าใจง่ายอยู่แล้ว มาพูดถึงบรรยากาศห้องอาหารเลยดีกว่า ก็มีทั้งโต๊ะอาหารที่อยู่ในส่วนที่ของห้องแอร์ และภายนอกที่เห็นวิวสระน้ำได้ไม่ยาก ข้อดีข้อเสียก็ต่างกัน แต่ถ้าให้ผมเลือกขอนั่งข้างในเพราะแอร์เย็นกว่า ส่วนข้างนอกก็ค่อนข้างอบอ้าวครับ
ภาพบรรยากาศภายนอก
ภาพบรรยากาศภายใน
เมนูของที่ Loop ก็มีเยอะพอสมควรแต่ละเมนูก็ล้วนแต่เป็นเมนูแบบต้นตำรับทั้งนั้น เข้าใจยากนิดหน่อยนะครับสำหรับคนที่ไม่เคยกิน อาจต้องสอบถามทางพนักงานเพิ่มเติมเอานะครับ งั้นผมเริ่มเมนูแรกที่ผมรีวิวในวันนี้กันเลยครับ
Bruchetta Beef Toscana – 400 THB
หน้าตาดีมาก ซอสอิตาเลี่ยนเบซิลอร่อยกลมกล่อมมาก เนื้อวัวฟิลเล่ก็นุ่มมากถ้ามีกลิ่นหอมกว่านี้สักหน่อยจะดีมากเลยครับ ขนมปังเป็นแบบฟอคคาเซียที่กรอบที่ผิวซึ่งผมคิดว่ามันแข็งและเหนียวไปหน่อย แต่ข้างในกลับยังนุ่มอยู่ก็พอทำให้กินได้หน่อย กินคู่กับผักร็อกเก็ต, น้ำมันมะกอก และ มะเขือเทศอบแห้ง ถ้าขนมปังกรอบนอกนุ่มในกว่านี้ก็ถือเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ดีเลยครับ
Fantasy Salmon – 400 THB
เมนูนี้อร่อยมากครับ เป็นปลาแซลมอนสดนำมาแล่แล้วนำไปคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก นำมาม้วนด้วยแซลมอนหั่นเต๋า แล้วเสิร์ฟพร้อมเคเปอร์ มะเขือเทศ ร็อคเก็ตป่า แล้วมีซอสบัลซามิคเล็กน้อย กินแล้วอร่อยมาก แซลมอนสดจริง ๆ นี่ถ้ามีเลมอนบีบสักเล็กน้อยนะ ฟินมากเลยล่ะครับ
Del Pescatore (pizza cover pasta) – 360 THB
เป็นเมนูพาสต้าที่คลุมภาชนะด้วยแป้งพิซซ่า ภายในก็คือเส้นลิงกวินี่ ที่ผัดมากับซอสสูตรพิเศษที่มีพื้นฐานจากผักชนิดต่าง ๆ รวมถึงแครอท จึงได้สีออกมาส้ม ๆ แดง ๆ ผสมกับซอสมะเขือเทศและไวน์ขาวอีกเล็กน้อย เนื้อสัตว์ที่กินคู่กันก็คือ กุ้งลายเสือ, หอยเชลล์,ปลาหมึก เป็นต้น รสชาติอ่อนตามสไตล์ต้นดำรับ ผมว่าถ้าใช้ซอสมากกว่านี้หรือปรุงให้รสเข้มกว่านี้จะถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้นครับ
Original Carbonara – 320 THB
เมนูนี้ถ้าใครคิดว่า ก็เป็นคาโบนาร่าทั่วไป ผมบอกได้เลยว่า ใช่ ครับ คือมันจะคล้ายกับคาโบนาร่าทั่วไป แต่มีความพิเศษอยู่ 2 ส่วนคือ ซอสที่เคลือบเส้นสปาเก็ตตี้อยู่จะไม่มีส่วนผสมของครีมแต่จะเป็นไข่แดงและชีส 2 ชนิดเป็นส่วนผสม คือ Poricano และ Parmesan และที่พิเศษอีกอย่าคือเนื้อสัตว์ที่เห็นไม่ใช่เบคอนแต่เป็นเนื้อแก้มหมูซึ่งเชฟบอกว่าแท้จริงแล้วคาโบนาร่าจะต้องไม่ใส่ครีม ไม่ใส่เบคอน และไม่ใส่หอมใหญ่ แต่ที่เรากิน ๆ กันก็มีส่วนผสมเหล่านี้ทั้งนั้น วันนี้ถือว่าได้ความรู้อีกขั้นของคาโบนาร่าก็คือเดิมเค้าใช้แก้มวัวมาปรุงไม่ใช่เบคอน
Polenta E Cinghiale Umido E Funghi – 550 THB
เมนูนี้กินแล้วไม่ค่อยคล้ายอาหารอิตาเลี่ยนสักเท่าไหร่ จะออกผสมผสานอิตาเลี่ยน ผรั่งเศส และเมดิเตอร์เรเนี่ยน นิดหน่อย เนื้อหมูป่าและเห็ดแชมปิยองที่ผัดกับน้ำมันมะกอกไวน์แดงรสชาติเค็มมัน กินคู่กับแป้งข้าวโพด(โพเลนต้า) และชีสที่โรยมาด้านบนก็อร่อยไม่เบาเลย สำหรับผมผมชอบนะ แต่ถ้าบางคนไม่ค่อยได้กินเนื้ออะไรแปลก ๆ มากอาจไม่ชอบเจ้าเนื้อหมุป่าในจานนี้ครับ
Pizza Half Schiacciata Summer / Scamorza E Spicy Salami
เป็นพิซซ่าที่ชื่อเรียกยากที่สุดเท่าที่เยได้ยินมา แต่หน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมาจากที่เราเคยกิน ๆ กัน ก็คือหน้าร็อคเก็ต ใส่เบซิล ใส่พาเมซานนี่แหล่ะ แล้วอีกครึ่งนึงก็เป็นหน้าซาลามี่รสเผ็ดที่หน้าตาไม่แปลกแต่รสชาติไม่เคยพบคือเป็นซาลามี่รสเผ็ดเลย หอมเค็มอร่อยดีครับ แป้งพิซซ่าก็นุ่มกำลังดี ชีสมาแบบเต็ม ๆ กินร้อน ๆ ยืด ๆ อร่อยดีครับ
Alla Pescatora – 460 THB
ข้าวริซอตโต้ที่หุงมาแบบยังไม่สุกมาก ให้อารมณ์เคี้ยวแล้วมีกรุบ ๆ นิด ๆ ตามสไตล์อิตาเลี่ยน ผมเจอมาหลายร้านแล้วที่ชาวอิตาเลี่ยนปรุงริซอตโต้ออกมากึ่งดิบแบบนี้ แต่เค้ากินกันแบบนี้จริง ๆ ถ้าเป็นผม ผมชอบสุกกว่านี้อีกเล็กน้อยแล้วก็ต้องมีกลิ่นชีสมากกว่านี้ แต่เชฟบอกว่าเมนุอาหารทะเลเค้าจะปรุงแบบไม่ใส่ชีสเพราะกลิ่นชีสจะไปกลบกลิ่นอาหารทะเลหมด โอเคอันนี้ยอมรับแต่ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี เพราะผมคิดว่าเราแยกกินข้าวรีซอตโต้ กับเนื้อซีฟู๊ดได้ ฉะนั้นสำหรัรบผม ๆ ชอบให้ข้าวรีซอตโต้นุ่ม มีรสชาติและเข้มข้นด้วยชีสมากกว่านี้ครับ
Apple Cake – 180 THB
เป็นเมนูที่น่าจะเคยกินแต่ที่ไหนจำไม่ได้แล้วจะเป็นเค้กเนื้อนุ่มคล้ายชิฟฟ่อน หรือขนมเค้กไข่อะไรประมาณนั้น แล้วมีเนื้อแอ็ปเปิ้ลผัดกับน้ำตาลใส่อยู่ด้านในจำนวนมาก เนื้อจะนุ่มมากแล้วแอปเปิ้ลด้านในที่ผ่านการอบมาก็อ่อนตัวเข้ากับแป้งเค้กได้เป็นอย่างดี แล้วยิ่งกินคู่กับไอศกรีมก็ช่วยเพิ่มความอร่อยและน่าสนใจกับเมนูคลาสสิคจานนี้ได้มากเลยครับ
Tiramisu – 180 THB
อร่อยไม่แพ้เมนูอื่น ๆ เลย มีความหอม มัน แบบโดดเด่น กลิ่นกาแฟชัดเจนมาก ตัวมาสคาโปนชีสก็นุ่มละมุน แต่ผมว่าปริมาณของมาสคาโปนเยอะไปหน่อย กินหลาย ๆ คำอาจทำให้เลี่ยนได้ ถ้ามีชั้นที่เป็นแป้งเค้กพรมมาด้วยบรั่นดีมากกว่านี้จะทำให้เมนูนี้ชุ่มฉ่ำยิ่งขึ้นและไม่เลี่ยนด้วยครับ
Crème Catalana – 180 THB
เมนูนี้ถ้าตามที่เราเคยได้ยินกันก็เรียกว่า ครีมบลูเร่ นั่นเอง แต่ที่นี่เค้าเรียกแบบนี้กันครับ ซึ่งเนื้อสัมผัสจริง ๆ ก็เหมือนกับที่เรารู้ ๆ ครับ หอมคัสตาร์ดและวานิลลา มีกลิ่นอบเชยนิด ๆ ผิวหน้ากรอบด้วยน้ำตาลไหม้ และได้กลิ่นหอมสดชื่นด้วยเปลือกส้มขูดฝอย รสชาติอร่อยแบบไม่ต้องบรรยายครับ
Italian Soda รสชาติต่าง ๆ
สรุป ห้องอาหาร Loop ก็เป็นห้องอาหารที่บรรยากาศถือว่าดีเลยครับ เรื่องอาหารผมว่ามีเสน่ห์ที่สุดครับ เพราะเป็นการให้บริการอาหารแบบอิตาเลี่ยนขนานแท้ เพราะเชฟชาวอิตาเลี่ยนเป็นคนควบคุมการผลิตเองเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องปรุง ส่วนผสมที่สำคัญต่าง ๆ ก็นำเข้าโดยส่งตรงมากจากอิตาลีโดยตรงเลย ต้นทุนจึงสูงกว่าที่อื่น แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้และสัมผัสกับเมนูอิตาเลี่ยนแบบขนานแท้ได้ดีทีเดียว เรื่องราคาผมว่าแพงครับ แต่ปริมาณเมนูที่เสิร์ฟมา กับมาตรฐานของอาหารในโรงแรมที่อยู่ในเมืองก็น่าจะราว ๆ นี้ครับ เรื่องความอร่อย สำหรับผมรู้สึกว่ายังไม่เข้มข้น รสชาติอ่อนครับ แต่คิดว่าน่าจะเป็นสไตล์ต้นตำรับน่ะครับ การบริการคิดว่าน่าจะดี แต่วันที่ผมไปดันไปนั่งในหลืบเลยยังต้องมีเรียกพนักงานมาบริการเองนิดหน่อย ก็ถ้าใครอยากลองอาหารอิตาเลี่ยนที่เป็นอิตาเลี่ยนขนานแท้แบบนี้ก็มาจัดกันไปได้ที่ Loop แห่งนี้ครับ
รูปภาพและรีวิวเพิ่มเติม : http://www.bumres.com/th/restaurant/Loop-Terrace-and-Bar-Pathumwan-Princess-Hotel/review/6198
ข้อมูลห้องอาหาร : http://www.bumres.com/th/restaurant/Loop-Terrace-and-Bar-Pathumwan-Princess-Hotel/4945
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น