หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] น้ำตาไหลในน้ำตกเอราวัญ กาญนะจ๊ะบุรีรมณ์ T___T
กระทู้รีวิว
ภาพถ่ายทิวทัศน์
โดยปกติแล้วเรากับรูมเมทเป็นคู่หูดูโอ้ที่ชอบเที่ยวมาก ครั้งแรกของการออกทริปของเราคือการนั่งรถไฟไปเชียงใหม่ แล้วตีรถกลับมาลำปางเพื่อมาเที่ยวบ้านเพื่อนอีกคนหนึ่ง สำหรับครั้งนั้นก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ประทับใจมากๆ นั้นเป็นเพราะเป็นการเดินทางครั้งแรก สำหรับครั้งนี้ก็เช่นกันเราตัดสินใจวางตัวเองลงบนรถไฟฟรีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเดินทางสองคน เป็นทริปที่ค่อนข้างกะทันหัน เกรินมานานเริ่มเลยแล้วกันน้อ
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2558
หลังจากเลิกเรียน เราตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก รีบกลับห้องมาเก็บของ ในกระเป๋ามีเงินอยู่ 940บาท เรานั่งแท็กซี่จากหอในมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปสถานีรถไฟ 118 บาทเป็นช่วงเวลาที่เฉียดฉิวมาก รถไฟออก21.06น. เราถึงสถานีรถไฟประมาน 20.45น. แต่เอาเข้าจริงการรถไฟไทยไม่มีเลยความตรงต่อเวลา กว่าจะเคลื่อนวงล้อออกจากสถานีได้ประมาน21.45น.
เราว่าเสน่ห์ของรถไฟน่าจะเป็นห้องน้ำทั้งหลักการปล่อยของเสียระหว่างทางเราว่ามันเป็นเสน่ห์จริงๆ
เป็นเพื่อนร่วมทางที่เราโคตรหวงแหน
วงล้อของรถไฟฟรีหนองคาย-กรุงเทพ เหยียบกรุงเทพประมาณ06.12น. แต่กว่าจะผ่านแต่ละสถานที่คือจอดนานมากโดยเฉพาะ บางซื่อ สามเสน หลักสี่ กว่าจะถึงหัวลำโพงโดยสวัสดิภาพก็ประมาณ07.08น. เราตั้งใจกับเพื่อนไว้ว่าจะพากันไปนั่งรถไฟสายธนบุรี-กาญจนบุรี ก่อนเพราะได้ยินข่าวเลืองลือมาว่าเป็นรถไฟสายที่สวยที่สุด แต่ประเด็นอยู่ที่ว่ารถไฟสายนั้นออก07.55น. แต่ไม่มีอะไรล้มเลิกความตั้งใจเราไว้ได้ เราพากันตัดสินใจนั่งพี่ตุ๊กตุ๊กเคียงข้างคู่คนไทย พี่แกใช้เวลาเดินทางประมาณ20นาทีก็ถึงสถานีธนบุรีโดยสวัสดิภาพ
เมื่อถึงสถานีเรารีบวิ่งไปยังจุดขายตั๋ว รับตั๋วรถไฟฟรีเสร็จก็รีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ ในช่วงเวลานั้นเราทำได้แค่ล้างหน้าแปรงฟันเนื่องจากเหลือเวลาเพียงเสี้ยวนาที
แต่.....การรถไฟไทยไม่เคยทำให้เราผิดหวัง ครั้งนี้วงล้อเคลื่อนออกจากสถานี 09.30น.
หลังจากรถไฟเคลื่อนที่รู้สึกตื่นเต้นมาก เราว่ารถไฟฟรีมันมีเสน่ห์มาก ภาพของวิถีชีวิตบ้านๆของแต่ละพื้นที่ กลิ่นสนิทที่บ่งบอกถึงความดึกดำบรรพ์ หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้จัก หลังจากเดินทางมาได้สักพักใหญ่ๆๆๆๆก็ถึงสถานีกาญจนบุรีประมาณ13.30น.
ข้าวเช้าระหว่างทาง หมูแผ่น แผ่นจริงๆประมาณว่าบางกว่าลอริเอ๊ะได้เลย
ตามด้วยสถานีสะพานข้ามแม่น้ำแควที่จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของกาญจนบุรี ระหว่างการเดินทางนอกหน้าต่างของรถไฟถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาลูกโตๆ ต้นไม้สีเขียวๆ สถานีที่เราประทับใจมากๆอีกที่คือสถานีถ้ำกระแซ ซึ่งจะมีทางรถไฟที่เป็นรางไม้ที่ถือเป็นรางรถไฟไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คนกาญจนบุรีรู้จักกันในนาม”รถไฟสายมรณะ” จากประวัติแล้ว การก่อสร้างทางรถไฟ ในช่วงนี้ มีเทือกเขาสูงชันติดกับลำน้ำแควน้อย วิศวกรญี่ปุ่น จำเป็นต้องสร้างเลียบลำน้ำทางรถไฟจะลัดเลาะ ไปตามภูเขายาว 400 เมตร ซึ่งเป็นช่วงที่เชลยศึกต้องเสียชีวิตมากที่สุด ประมาณ 1,000 กว่าคน เป็นรางรถไฟที่ข้ามเหวลึกที่ยาวที่สุด เส้นทางรถไฟสายนี้ สร้างเสร็จในเวลาอันรวดเร็วมาก นักโทษเชลยศึกสงครามได้ทำงานกันอย่างบ้าคลั่ง จากคำสั่งของผู้คุมนักโทษชาวญี่ปุ่น ที่รู้จักดีในคำที่เรียกว่า "สปีดโด" (Speedo) หรือ "ทำไปอย่าหยุด" จากเดือนเมษายน 2486 การก่อสร้างดำเนิน การรุดหน้าไปเร็วมาก เนื่องด้วยฝ่ายญี่ปุ่นต้องการให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามความคาดหมายคือเดือนสิงหาคม ซึ่งถูกกำหนดเป็นเส้นตายของ การก่อสร้าง ห้วงเวลาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่รู้จักกันในนามของห้วงเวลาแห่งความเร่งด่วน (Speedo) เชลยศึกและคนงานชาวเอเชียถูกลงโทษ ให้ทำงานจนค่ำ ที่บริเวณซึ่งทำการตัดช่องเขาขาดนั้น แสงแวบๆ จากกองไฟส่องกระทบเรือนร่าง ที่ผอมโซของคนงาน จึงเป็นที่มาของชื่อ “ช่องไฟนรก” (Hellfire Pass) หรือ “ช่องเขาขาด” ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่
http://www.paiduaykan.com/province/central/kanjanaburi/railway.html
นะค่ะ สถานีสุดท้ายสำหรับรถไฟขบวนนี้ก็คือสถานีน้ำตก บอกได้เลยว่ากว่าจะถึงเพลียร่างมาก ออกเดินทาง09.30น. ถึงสถานีปลายทาง15.00น.
วิถีคนอ้วนทั้งสองแพนเค้กยัก
เราเริ่มซีเรียสกับการเดินทางกลับมาก เพราะต้องถึงสถานีกาญจนบุรีก่อนห้าโมงครึ่ง เนื่องจากรถเที่ยวสุดท้ายจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีไปน้ำตกเอราวัณหมด17.20น. เราเดินไปถามพี่เจ้าหน้าที่รถไฟแกบอกว่าน่าจะถึงประมาณห้าโมงเย็น คือแบบมันเป็นการเดินทางที่เฉียดฉิวอีกแล้ว ในตอนนั้นทำได้แค่ภาวนาให้ทันรถ เพื่อนเราเลยโทรถามเจ้าหน้าที่อุทยานพี่แกบอกว่าถ้ามาถึงเย็นอาจต้องรอให้เจ้าหน้าที่กางเต็นท์ให้นานหน่อยเพราะหมดเวลาทำงานแล้ว ตอนนั้นคิดว่านานแค่ไหนก้อได้ขอแค่มีที่นอน ขากลับเราว่าสองข้างทางบรรยากาศดีมาก เลยทำให้ลดระดับความเครียดได้ แต่ดีหน่อยที่ขากลับระหว่างทางบรรยากาศข้างทางโคตรจะดีโคตรจะฟิน
17.10น.สถานีนี้คือสถานีกาญจนบุรีขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสัมภาระก่อนลง ตอนนั้นรีบวิ่งพุ่งตรงไปยังพี่วินมอเตอร์ไซต์ พี่ค่ะขอด่วนๆ ขอแรงๆ ไปสถานีขนส่งกาญจนบุรีค่ะรถหนูออก17.20น.ค่ะพี่ แล้วแบบว่าพี่แกได้ใจมาก5นาทีถึงสำหรับค่ารถพี่วินคนละ25บาท เราติดสปีดวิ่งหารถประจำทางกาญจนุบรี-น้ำตกเอราวัณ ถามพี่กระเป๋ารถเมย์ พี่แกบอกรถออก 17.40น. ยังพอมีเวลาให้เราสองคนเตรียมเสบียงอาหาร เราวิ่งตรงไปยังโรงอาหารหลักขอคนไทย ใช่ค่ะ7-11 เราได้เกี๊ยวกุ้ง ไส้กรอก มาม่า ขนมปังแผ่น น้ำเปล่า ขนมกรุบกรอบ2ห่อ แค่นี้ก้อเพียงพอ รถเริ่มเคลือนออกจากกาญ17.50น. ในใจคิดอย่างเดียวว่า ขอให้มีที่นอน เพื่อนเราได้พูดคุยกับพี่กระเป๋ารถ พี่แกบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะยังไงแล้วอุทยานต้องรอรถเที่ยวสุดท้าย นั่นก้อคือคันนี้ พี่แกแนะนำดีมาก บอกตารางการเดินรถ เล่าให้ฟังทุกอย่าง พี่แกอัธยาศัยดีมาก พี่แกบอกว่ามีพี่สองคนที่จะไปน้ำตกเหมือนเราตอนนั้นโล่งมากคิดว่าอย่างน้อยถ้าเราไม่มีที่นอนพี่สองคนนนั้นก็ไม่มีที่นอนว่ะ5555++ เราเคยได้ยินมาว่ารถสายนี้ถูกขนานนามว่า”รถหวานเย็น” เราไม่แปลกใจเลยทำไมถึงเรียกว่าว่ารถหวานเย็น สำหรับเราเราคิดว่าคงเป็นเพราะ ความเป็นกันเองของเพื่อนผู้ร่วมเดินทาง ความเป็นกันเองของคนขับรถ ของพี่กระเป๋ารถ เป็นรถประจำทางคันแรกในชีวิตที่เราประทับใจมากๆ
เราถึงน้ำตกเอราวัณประมาณ19.30น. สำหรับค่าเข้าอุทยานวันจันทร์-ศุกร์ 50 บาท ถ้ามีบัตรนศ.ลดครึ่งราคาเหลือ 25บาท วันเสาร์-อาทิตย์100บาท ถ้ามีบัตรนศ.ลดครึ่งราคาเหลือ50บาท เมื่อรถจอดพี่กระเป๋ารถหวานเย็น พาเราเดินไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พี่เจ้าหน้าที่ให้เราติดต่อเรื่องเต็นท์เครื่องนอนเครื่องประกอบอาหาร จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวต้องเดินเข้าไปยังอาคารอุปกรณ์เพื่อรับของสถานที่กางเต็นท์ก็อยู่ที่นั้น ทางเดินไปอาคารอุปกรณ์น่ากลัวมากเป็นทางเดินมืดๆ ข้างทางเป็นป่าเดินมาได้ครึ่งทาง คือหวิวมาก หันไปมองหน้าเพื่อน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรากลับเหอะ พอหันหลังกลับเท่านั้นละโชคดีที่พี่สองคนที่เป็นแฟนกันเดินมาพอดี พี่แกบอกว่าถูกทางแล้วค่ะ เราได้ไปรับอุปกรณ์ที่อาคารอุปกรณ์ มีเต็นท์1หลัง(หลังใหญ่มากๆนอนได้4คนสภาพเต็นท์ดีมากๆ) ที่ปูรองนอน2อัน หมอน1อัน เตาถ่าน1อัน ถ่าน1ถุง กระทะตะหลิว ทั้งหมด255บาท สำหรับเรื่องเต็นท์ไม่ต้องกางเองพี่เจ้าหน้าที่จัดการให้เรียบร้อย ทำเพียงแค่รูดซิบแล้วเข้าไปนอนได้เลย เมื่อถึงสถานที่กางเต็นท์แวบแรก โอ้ย....อะไรจะวิเศษขนาดนี้ กางเต็นท์ริมแม่น้ำแคว ถัดไปเป็นภูเขาลูกโตๆ2ลูกตอนนั้นเวลาประมาณ20.30น. สำหรับเรื่องห้องน้ำถือว่าโอเคมากเป็นชักโครก มีศาลาสำหรับชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือ คือนั้นเป็นคืนที่ดาวสวยมากๆ ไม่มีแสงใดๆมาแข่งขันกับแสงดาว มันวิเศษจริงๆ เราหลับตาลงไปพร้อมกับภาพความทรงจำสุดท้ายของดาวดวงเล็กๆบนท้องฟ้า
วันอาทิตย์ที่20กันยายน 2558
เปลือกตาเราเปิดข้นเวลา06.00น. รูดซิบเปิดเต็นท์ขึ้นมา ภาพที่เห็น โอ้โห้ คือจะบรรยายยังไงให้ล้ำค่ามากกว่าคำว่าสวยงาม ตอนนั้นหมอกลงเยอะมากแทบจะไม่เห็นแสงของดวงอาทิตย์ สิ่งแรกที่เราทำคือการหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป คำแรกที่เพื่อนพูดกับเราก็คือ"เดี๋ยวๆ กุแคะขี้ตาก่อน กุมองไม่เห็น” มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก กับการทำอะไรที่เร่งรีบกับแสงแดดเร่งรีบกับสายหมอก วินาทีนั้นอยากกดปุ่มหยุดเวลาไว้
เราชอบภาพนี้ที่สุด คือเราถ่ายรูปโดยใช้ไอโฟนใช้ไม่เซลฟี่เลยคุยกันว่าๆเรามากระโดดกันภาพที่ได้เลยเป็นแบบนี้ 555++
หลังจากเก็บภาพถ่ายอย่างสาสมใจเราเตรียมตัวไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพื่อเตรียมตัวเดินทางผจญภัยชมความงดงามของน้ำตก หลังจากอาบน้ำเสร็จเรารีบก่อไฟอุ่นเสบียงอาหารที่เตรียมมา เมนูอาหารวันนี้เป็นครั้งแรกที่สามารถสื่อความหมายถึงคำว่า”อาหารเช้า” อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นห้องครัว เป็นห้องอาหารที่สมบูรณ์แบบมากๆในชีวิต
[img]http://f.ptcdn.info/264/037/000/nxliml115gi7MOwsaE
ชื่อสินค้า:
แด่น้ำตาที่เสียไปกับความทรงจำในใจที่ได้มา
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวกาญฯ ทางรถไฟสายมรณะ-น้ำตกเอราวัณ 2 ที่นี้ ในเวลา 2 วันยังไงดีครับ (ไปรถไฟ)
จะทัวร์กาญจนบุรีครับ จะไป ทางรถไฟสายมรณะ-น้ำตกเอราวัณ โดยรถไฟไทย มีเวลา 2 วัน 1 คืน จะบริหารเวลายังไงดีครับ งบ 1000 บาท แก้ไขครั้งทีี่ 1 *****แผนที่ 1 คือ ขึ้นรถไฟจาก กทม ไปลงที่ ทางรถไฟสายมรณะ แล้
สมาชิกหมายเลข 1036072
ไปกางเต็นท์ อิต่อง ปิล๊อค ช่วงสงกรานต์ อากาศจะร้อนมากไหมครับ
ตามหัวข้อเลยครับ กำลัง ชั่งใจเล็กน้อยจะไป กางเต็นท์ อีต่อง หรือ ไปหากางเต็นท์เพชรบุรี ดีครับ
สมาชิกหมายเลข 8614639
อยากให้ช่วยเเนะนำที่พักที่กาญเเละน้ำตกเอราวัญ
ขอโทดนะครับพอดีผมกับเพื่อนๆจะจัดทริปเเบบประหยัดกันก่อนเเยกกันไปเรียนมหาลัยครับผมเป็นคนวางเเพลนในทริปครั้งนี้ผมเลยอยากทราบว่า... -สะพานข้ามเเม่น้ำแควเนี่ยเขามีตลาดนัดหรืออะไรไหมครับผมว่าจะพักนอนที่นั่น
สมาชิกหมายเลข 2676701
เบิกฟ้าที่คมขวาน-ฅนคมขวานแคมป์ปิ้ง ดูแสงแรกแห่งสยาม ล่องเรือไปแค้มป์ริมแม่น้ำโขง กลางคืนก็ล่าดาว
https://www.youtube.com/watch?v=1sRYiTDOSoo เพจ https://web.facebook.com/profile.php?id=100045427794916 พิกัด จุดลงเรือ (บริเวณแค้มป์ไม่มีถนน ต้องนั่งเรือไป) เป็นชุมชนท่องเที่ยวบ้านปากลา เวลาลงเรือ
ไอ้คล้าวผจญภัย
EP.4 น้ำตกเอราวัณ 2 วัน 1 คืน นั่งรถไฟ | ไปนอนเต็นท์ | เล่นน้ำตก @ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี
จุดเริ่มต้น ' สวัสดีครับบบบบบ ‘ เข้าสู่กระทู้ที่ 4 แล้ววว กระทู้นี้เรื่องมีอยู่ว่าเพื่อนบ่นบลา ๆ อยากไปนอนเต็นท์ครับ ทำนองเบื่อห้องสี่เหลี่ยมในเมืองกรุง เลยหาข้อมูลกันแล้วได้ข้อสรุปว่าไปน้ำตก
By - เพียงเธอ
จากกรุง ไป น้ำตกเอราวัญ ไปยังไงค่ะ ?
คือจะสอบถามว่าจากกรุงเทพไปกาญจนบุรี นี่ไปยังไงได้บ้างค่ะ จะไปน้ำตกเอราวัญ และจะไปกางเต้นนอนที่น้ำตกนี่ต้องตองล่วงหน้ามั้ยค่ะ คือเราก้หาที่ติดต่อไม่ได้เลย รบกวนเพื่อนๆให้คำแนะนำหน่อยนะค่ะ หรือใครมีช่อง
สมาชิกหมายเลข 3701054
จากสถานีรถไฟถ้ำกระแซไปน้ำตกเอราวัญ มีรถโดยสารไปโดยตรงไหมคะ?
ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ จากสถานีรถไฟถ้ำกระแซไปน้ำตกเอราวัญ มีรถโดยสารไปโดยตรง โดยไม่ต้องย้อนเข้าไปต่อรถในตัวเมืองไหมคะ? ใครทราบช่วยบอกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
สมาชิกหมายเลข 896092
การเดินทางจากสถานีกาญจนบุรี ไปน้ำตกเอราวัณ
ขอสอบถามครับผมกับเพื่อนมีทริปไปเที่ยวกาญจนบุรี จะนั่งรถไฟจากกรุงเทพไปลงที่สถานีกาญจนบุรี ผมมีแพลนว่าจะไปเที่ยวที่น้ำตกเอราวัณ แล้วก็ไปพักที่แพ เดอะวอเตอร์ปาร์ครีสอร์ท(ตรงเขื่อนศรีนครินทร์) อยากทราบว่
สมาชิกหมายเลข 8768235
สรุปการเดินนทางวันที่ 12 ของทริปที่ 139
สรุปการเดินทางวันที่ 12 ของทริปที่ 139🚌 ภูชี้ฟ้า at Good View🥰 ลานที่ 10 ของทริป🎯 เมื่อคืนที่ภูซัน ผาช้างน้อย อากาศในเต็นท์ดีมาก ห่มผ้า 2 ผืน เพื่อนบ้านทั้งเต็นท์ บ้านพัก พอสมควร ไม่เหงาครับ ตื่นตี
สมาชิกหมายเลข 4116122
แชร์ประสบการณ์เที่ยวแบบประหยัด จากร้อยเอ็ดมุ่งหน้าไป บ้านห้วยหมี อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ด้วยมอไซค์คู่ใจ(ย้อนไปปี2024)
ผมเป็นคนชอบเที่ยว แต่ติดที่มีงบน้อย ถ้าจะเที่ยวแบบขับรถยนต์นอนรีสอร์ทสำหรับผมไม่ไหว ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เห็นช่วงนั้นคนนิยมขับมอไซค์เที่ยวกัน ผมก็เลยลองดูบ้าง ผมมีงบติดตัวแค่5,000บาท แต่เลือกที่จะเดิน
สมาชิกหมายเลข 7750001
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ภาพถ่ายทิวทัศน์
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 1
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] น้ำตาไหลในน้ำตกเอราวัญ กาญนะจ๊ะบุรีรมณ์ T___T
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2558
หลังจากเลิกเรียน เราตื่นเต้นกับการเดินทางครั้งนี้มาก รีบกลับห้องมาเก็บของ ในกระเป๋ามีเงินอยู่ 940บาท เรานั่งแท็กซี่จากหอในมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปสถานีรถไฟ 118 บาทเป็นช่วงเวลาที่เฉียดฉิวมาก รถไฟออก21.06น. เราถึงสถานีรถไฟประมาน 20.45น. แต่เอาเข้าจริงการรถไฟไทยไม่มีเลยความตรงต่อเวลา กว่าจะเคลื่อนวงล้อออกจากสถานีได้ประมาน21.45น.
เราว่าเสน่ห์ของรถไฟน่าจะเป็นห้องน้ำทั้งหลักการปล่อยของเสียระหว่างทางเราว่ามันเป็นเสน่ห์จริงๆ
เป็นเพื่อนร่วมทางที่เราโคตรหวงแหน
วงล้อของรถไฟฟรีหนองคาย-กรุงเทพ เหยียบกรุงเทพประมาณ06.12น. แต่กว่าจะผ่านแต่ละสถานที่คือจอดนานมากโดยเฉพาะ บางซื่อ สามเสน หลักสี่ กว่าจะถึงหัวลำโพงโดยสวัสดิภาพก็ประมาณ07.08น. เราตั้งใจกับเพื่อนไว้ว่าจะพากันไปนั่งรถไฟสายธนบุรี-กาญจนบุรี ก่อนเพราะได้ยินข่าวเลืองลือมาว่าเป็นรถไฟสายที่สวยที่สุด แต่ประเด็นอยู่ที่ว่ารถไฟสายนั้นออก07.55น. แต่ไม่มีอะไรล้มเลิกความตั้งใจเราไว้ได้ เราพากันตัดสินใจนั่งพี่ตุ๊กตุ๊กเคียงข้างคู่คนไทย พี่แกใช้เวลาเดินทางประมาณ20นาทีก็ถึงสถานีธนบุรีโดยสวัสดิภาพ
เมื่อถึงสถานีเรารีบวิ่งไปยังจุดขายตั๋ว รับตั๋วรถไฟฟรีเสร็จก็รีบวิ่งตรงไปยังห้องน้ำ ในช่วงเวลานั้นเราทำได้แค่ล้างหน้าแปรงฟันเนื่องจากเหลือเวลาเพียงเสี้ยวนาที
แต่.....การรถไฟไทยไม่เคยทำให้เราผิดหวัง ครั้งนี้วงล้อเคลื่อนออกจากสถานี 09.30น.
หลังจากรถไฟเคลื่อนที่รู้สึกตื่นเต้นมาก เราว่ารถไฟฟรีมันมีเสน่ห์มาก ภาพของวิถีชีวิตบ้านๆของแต่ละพื้นที่ กลิ่นสนิทที่บ่งบอกถึงความดึกดำบรรพ์ หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทางที่ไม่รู้จัก หลังจากเดินทางมาได้สักพักใหญ่ๆๆๆๆก็ถึงสถานีกาญจนบุรีประมาณ13.30น.
ตามด้วยสถานีสะพานข้ามแม่น้ำแควที่จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของกาญจนบุรี ระหว่างการเดินทางนอกหน้าต่างของรถไฟถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาลูกโตๆ ต้นไม้สีเขียวๆ สถานีที่เราประทับใจมากๆอีกที่คือสถานีถ้ำกระแซ ซึ่งจะมีทางรถไฟที่เป็นรางไม้ที่ถือเป็นรางรถไฟไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คนกาญจนบุรีรู้จักกันในนาม”รถไฟสายมรณะ” จากประวัติแล้ว การก่อสร้างทางรถไฟ ในช่วงนี้ มีเทือกเขาสูงชันติดกับลำน้ำแควน้อย วิศวกรญี่ปุ่น จำเป็นต้องสร้างเลียบลำน้ำทางรถไฟจะลัดเลาะ ไปตามภูเขายาว 400 เมตร ซึ่งเป็นช่วงที่เชลยศึกต้องเสียชีวิตมากที่สุด ประมาณ 1,000 กว่าคน เป็นรางรถไฟที่ข้ามเหวลึกที่ยาวที่สุด เส้นทางรถไฟสายนี้ สร้างเสร็จในเวลาอันรวดเร็วมาก นักโทษเชลยศึกสงครามได้ทำงานกันอย่างบ้าคลั่ง จากคำสั่งของผู้คุมนักโทษชาวญี่ปุ่น ที่รู้จักดีในคำที่เรียกว่า "สปีดโด" (Speedo) หรือ "ทำไปอย่าหยุด" จากเดือนเมษายน 2486 การก่อสร้างดำเนิน การรุดหน้าไปเร็วมาก เนื่องด้วยฝ่ายญี่ปุ่นต้องการให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามความคาดหมายคือเดือนสิงหาคม ซึ่งถูกกำหนดเป็นเส้นตายของ การก่อสร้าง ห้วงเวลาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นที่รู้จักกันในนามของห้วงเวลาแห่งความเร่งด่วน (Speedo) เชลยศึกและคนงานชาวเอเชียถูกลงโทษ ให้ทำงานจนค่ำ ที่บริเวณซึ่งทำการตัดช่องเขาขาดนั้น แสงแวบๆ จากกองไฟส่องกระทบเรือนร่าง ที่ผอมโซของคนงาน จึงเป็นที่มาของชื่อ “ช่องไฟนรก” (Hellfire Pass) หรือ “ช่องเขาขาด” ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ http://www.paiduaykan.com/province/central/kanjanaburi/railway.html นะค่ะ สถานีสุดท้ายสำหรับรถไฟขบวนนี้ก็คือสถานีน้ำตก บอกได้เลยว่ากว่าจะถึงเพลียร่างมาก ออกเดินทาง09.30น. ถึงสถานีปลายทาง15.00น.
เราเริ่มซีเรียสกับการเดินทางกลับมาก เพราะต้องถึงสถานีกาญจนบุรีก่อนห้าโมงครึ่ง เนื่องจากรถเที่ยวสุดท้ายจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีไปน้ำตกเอราวัณหมด17.20น. เราเดินไปถามพี่เจ้าหน้าที่รถไฟแกบอกว่าน่าจะถึงประมาณห้าโมงเย็น คือแบบมันเป็นการเดินทางที่เฉียดฉิวอีกแล้ว ในตอนนั้นทำได้แค่ภาวนาให้ทันรถ เพื่อนเราเลยโทรถามเจ้าหน้าที่อุทยานพี่แกบอกว่าถ้ามาถึงเย็นอาจต้องรอให้เจ้าหน้าที่กางเต็นท์ให้นานหน่อยเพราะหมดเวลาทำงานแล้ว ตอนนั้นคิดว่านานแค่ไหนก้อได้ขอแค่มีที่นอน ขากลับเราว่าสองข้างทางบรรยากาศดีมาก เลยทำให้ลดระดับความเครียดได้ แต่ดีหน่อยที่ขากลับระหว่างทางบรรยากาศข้างทางโคตรจะดีโคตรจะฟิน
17.10น.สถานีนี้คือสถานีกาญจนบุรีขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสัมภาระก่อนลง ตอนนั้นรีบวิ่งพุ่งตรงไปยังพี่วินมอเตอร์ไซต์ พี่ค่ะขอด่วนๆ ขอแรงๆ ไปสถานีขนส่งกาญจนบุรีค่ะรถหนูออก17.20น.ค่ะพี่ แล้วแบบว่าพี่แกได้ใจมาก5นาทีถึงสำหรับค่ารถพี่วินคนละ25บาท เราติดสปีดวิ่งหารถประจำทางกาญจนุบรี-น้ำตกเอราวัณ ถามพี่กระเป๋ารถเมย์ พี่แกบอกรถออก 17.40น. ยังพอมีเวลาให้เราสองคนเตรียมเสบียงอาหาร เราวิ่งตรงไปยังโรงอาหารหลักขอคนไทย ใช่ค่ะ7-11 เราได้เกี๊ยวกุ้ง ไส้กรอก มาม่า ขนมปังแผ่น น้ำเปล่า ขนมกรุบกรอบ2ห่อ แค่นี้ก้อเพียงพอ รถเริ่มเคลือนออกจากกาญ17.50น. ในใจคิดอย่างเดียวว่า ขอให้มีที่นอน เพื่อนเราได้พูดคุยกับพี่กระเป๋ารถ พี่แกบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะยังไงแล้วอุทยานต้องรอรถเที่ยวสุดท้าย นั่นก้อคือคันนี้ พี่แกแนะนำดีมาก บอกตารางการเดินรถ เล่าให้ฟังทุกอย่าง พี่แกอัธยาศัยดีมาก พี่แกบอกว่ามีพี่สองคนที่จะไปน้ำตกเหมือนเราตอนนั้นโล่งมากคิดว่าอย่างน้อยถ้าเราไม่มีที่นอนพี่สองคนนนั้นก็ไม่มีที่นอนว่ะ5555++ เราเคยได้ยินมาว่ารถสายนี้ถูกขนานนามว่า”รถหวานเย็น” เราไม่แปลกใจเลยทำไมถึงเรียกว่าว่ารถหวานเย็น สำหรับเราเราคิดว่าคงเป็นเพราะ ความเป็นกันเองของเพื่อนผู้ร่วมเดินทาง ความเป็นกันเองของคนขับรถ ของพี่กระเป๋ารถ เป็นรถประจำทางคันแรกในชีวิตที่เราประทับใจมากๆ
เราถึงน้ำตกเอราวัณประมาณ19.30น. สำหรับค่าเข้าอุทยานวันจันทร์-ศุกร์ 50 บาท ถ้ามีบัตรนศ.ลดครึ่งราคาเหลือ 25บาท วันเสาร์-อาทิตย์100บาท ถ้ามีบัตรนศ.ลดครึ่งราคาเหลือ50บาท เมื่อรถจอดพี่กระเป๋ารถหวานเย็น พาเราเดินไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พี่เจ้าหน้าที่ให้เราติดต่อเรื่องเต็นท์เครื่องนอนเครื่องประกอบอาหาร จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวต้องเดินเข้าไปยังอาคารอุปกรณ์เพื่อรับของสถานที่กางเต็นท์ก็อยู่ที่นั้น ทางเดินไปอาคารอุปกรณ์น่ากลัวมากเป็นทางเดินมืดๆ ข้างทางเป็นป่าเดินมาได้ครึ่งทาง คือหวิวมาก หันไปมองหน้าเพื่อน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเรากลับเหอะ พอหันหลังกลับเท่านั้นละโชคดีที่พี่สองคนที่เป็นแฟนกันเดินมาพอดี พี่แกบอกว่าถูกทางแล้วค่ะ เราได้ไปรับอุปกรณ์ที่อาคารอุปกรณ์ มีเต็นท์1หลัง(หลังใหญ่มากๆนอนได้4คนสภาพเต็นท์ดีมากๆ) ที่ปูรองนอน2อัน หมอน1อัน เตาถ่าน1อัน ถ่าน1ถุง กระทะตะหลิว ทั้งหมด255บาท สำหรับเรื่องเต็นท์ไม่ต้องกางเองพี่เจ้าหน้าที่จัดการให้เรียบร้อย ทำเพียงแค่รูดซิบแล้วเข้าไปนอนได้เลย เมื่อถึงสถานที่กางเต็นท์แวบแรก โอ้ย....อะไรจะวิเศษขนาดนี้ กางเต็นท์ริมแม่น้ำแคว ถัดไปเป็นภูเขาลูกโตๆ2ลูกตอนนั้นเวลาประมาณ20.30น. สำหรับเรื่องห้องน้ำถือว่าโอเคมากเป็นชักโครก มีศาลาสำหรับชาร์ตแบตโทรศัพท์มือถือ คือนั้นเป็นคืนที่ดาวสวยมากๆ ไม่มีแสงใดๆมาแข่งขันกับแสงดาว มันวิเศษจริงๆ เราหลับตาลงไปพร้อมกับภาพความทรงจำสุดท้ายของดาวดวงเล็กๆบนท้องฟ้า
วันอาทิตย์ที่20กันยายน 2558
เปลือกตาเราเปิดข้นเวลา06.00น. รูดซิบเปิดเต็นท์ขึ้นมา ภาพที่เห็น โอ้โห้ คือจะบรรยายยังไงให้ล้ำค่ามากกว่าคำว่าสวยงาม ตอนนั้นหมอกลงเยอะมากแทบจะไม่เห็นแสงของดวงอาทิตย์ สิ่งแรกที่เราทำคือการหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูป คำแรกที่เพื่อนพูดกับเราก็คือ"เดี๋ยวๆ กุแคะขี้ตาก่อน กุมองไม่เห็น” มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก กับการทำอะไรที่เร่งรีบกับแสงแดดเร่งรีบกับสายหมอก วินาทีนั้นอยากกดปุ่มหยุดเวลาไว้
หลังจากเก็บภาพถ่ายอย่างสาสมใจเราเตรียมตัวไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายเพื่อเตรียมตัวเดินทางผจญภัยชมความงดงามของน้ำตก หลังจากอาบน้ำเสร็จเรารีบก่อไฟอุ่นเสบียงอาหารที่เตรียมมา เมนูอาหารวันนี้เป็นครั้งแรกที่สามารถสื่อความหมายถึงคำว่า”อาหารเช้า” อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เป็นห้องครัว เป็นห้องอาหารที่สมบูรณ์แบบมากๆในชีวิต
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น