อยากขอความคิดเห็นหน่อยครับ
เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้ดำเนินการเปิดบัญชีกับธนาคาร ....... แบบออมทรัพย์ แบบไม่มีบัตร ATM เงินในบัญชี มีอยู่ 120,xxx บาท สาขาต่างจังหวัด
แล้วสมุดบัญชีหาย (หรือโดนล้วงกระเป๋าก็ไม่แน่ใจ) ในวันอาทิตย์ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ไม่รู้ว่า ทำหาย (หรือโดนล้วงกระเป่า) ที่ไหน
รู้ตัวอีกที ก็วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เลยไปแจ้งความอายัติบัญชี ตอน บ่าย 2 โมง วันเดียวกัน และเอาใบแจ้งความ ไปแจ้งธนาคาร ......
ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่...... เรื่องมันเกิดจากตรงนี้แหละครับ
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม เวลาประมาณ บ่าย 4 โมง ตำรวจ ร้อยเวร ............................................ ได้โทรศัพท์ เข้ามาบอกว่า คุณถอนเงินออกจากบัญชี ธนาคาร ..........
ไป 120,000 บาท ใช่ไหม ?
งง เลยนะครับ อึ้งไปเลย รีบบอกตำรวจเลยว่า " ไม่ได้ถอนครับ ยังไงก็ไม่ได้ถอนแน่นอน"
ตำรวจบอกว่า "แต่ว่า คุณถอนเงินออกจากบัญชี วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ตอน 10. xx น . สาขา ........... กรุงเทพฯ นะครับ" มันแปลกไปนะครับ
ผมยืนยันว่า "ไม่จริงแน่นอน" สุดท้ายก็ไปที่โรงพัก ไปคุยกับร้อยเวร............................ ไปยืนยันกับร้อยเวร
ร้อยเวร............................... บอกว่า
" มีคนเอาสมุดบัญชีของคุณ + บัตรประชาชนชื่อผม ไปเบิกงานออกไป 120,000 บาท"
ใจผมหวิวไปเลย เข่าทรุด คิดในใจ " บ้าแล้ว อยู่ดี ๆ เงินหาย ใครมาเบิกไปก็ไม่รู้ ธนาคารให้เบิกเงินไปได้ไงว่ะ"
บอกร้อยเวร อยากดูกล้องวงจรปิดของธนาคารหน่อยได้ไหมครับ ร้อยเวรบอกว่า รอวันจันทร์นะครับ (โห่ อย่างเศร้า ต้องรอ 2 วัน เสาร์-อาทิตย์ ธนาคารปิด)
พอวันจันทร์ไปโรงพัก รู้เรื่องเลย
ไม่ใช่ผมเลย ใครก็ไม่รู้ ไปเบิกเงินออกไป
ก็บอกร้อยเวรว่าแจ้งความเพิ่มนะครับ แล้วก็เอาไปแจ้งความ ไปธนาคาร....... ที่เป็นปัญหา (จะหาคนรับผิดชอบนะครับ)
ธนาคารรับเรื่องไว้ "บอกจะดำเนินการตรวจสอบหาคนรับผิดชอบให้นะครับ"
ใจผม อย่างกับไฟเผาเลย ร้อนใจสุด ๆ แต่ก็ต้องรอต่อไป 2 อาทิตย์ผ่านไป เรื่องก็ยังเงียบ ขยันไปหาร้อยเวร ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า
ไปหาธนาคาร........... ก็เหมือนเรื่องจะเงียบ
เลยไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นทนายความ "แนะนำให้ไปธนาคาร ............... สาขาใหญ่ที่กรุงเทพ ฯ เลย เรื่องจะเร็วกว่าเดิมแน่นอน
ธนาคาร............... เขาต้องกลัวเสียชื่อเสียง เสียความน่าเชื่อถือ รับรอง เรื่องเร็วแน่นอน เราก็ขับรถไปเลยเอง
ธนาคาร ................. ก็รับเรื่องครับ บอกว่า "จะติดตามเรื่องให้แน่นอนครับ ว่างใจได้ แล้วเราจะติดต่อกลับไปนะครับ ขอสืบสวนก่อน"
วันที่ 2 พฤศจิกายน ธนาคาร............. โทรมานัดไกล่เกลี้ย นัดเจอกัน ธนาคาร............. สาขาใหญ่ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ครับ
ไปถึง เจอ รองผู้จัดการ พนักงานธนาคาร (คนที่อนุญาตให้เบิกเงินไป) ผู้จัดการสาขาที่เกิดเรื่อง ฝ่ายกฏหมาย
บทสนทนา
ฝ่ายธนาคาร : ทางเราได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว พนักงานคนนี้ ได้ประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้คนอื่นมาเบิกเงินออกไป โดยมิใช่
เจ้าของบัญชีตัวจริงนั้น ทางเรายินดี ชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นจำนวน 60,000 บาท โดนจะผ่อนชำระให้เดือนล่ะ 6,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือนครับ
โดยจะหักจากเงินเดือนของพนักงานคนนี้ เดือนละ 6,000 บาท มาชดใช้ให้ ละจะดำเนินการพักงาน พนักงานคนนี้ด้วยนะครับ
ไม่ทราบว่า "พอใจไหมครับ"
ตัวผม : ต้องชดใช้ให้เต็มจำนวน 120,000 บาท ถึงจะถูกสิ ธนาคาร........... กับพนักงาน ประมาทร้ายแรงเลยนะ
ฝ่ายธนาคาร : ทางคุณเองก็มีส่วนรับผิดชอบครึ่งหนึ่งด้วยนะครับ ที่ทำสมุดหาย แล้วมาแจ้งอายัติช้าตั้ง 3 วัน แถม ผ่านไป 2 วัน
ยังมีคนมาถอนเงินออกไปอีก 120,000 บาท เกือบหมดบัญชี
ไม่คิดว่า มันบังเอิญเกินไปเหรอครับ คุณอาจสมรู้ ร่วมคิด กับคนนอก
มาปลอมเอกสาร เพื่อจะถอนเงินออกไป โดยเหตุผลบ้างอย่าง แล้วมาแจ้งหาย เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานก็ได้นะครับ
ตัวผม : บ้าแล้ว (เสียงสูง) คิดได้ยังไง ผู้เป็นผู้เสียหายนะ ใครจะอยากทำเงินหาย แล้วที่แจ้งหายช้า เพราะมีเรื่องใช้เงิน ถึงได้ไปหาสมุด ไม่งั้นปานนี้
ผมยังไม่รู้เรื่องเลยนะ แล้วภาพจากกล้องวงจรปิดก็เห็นชัดอยู่แล้วว่า มันต้องเป็นกระบวนการ มีคนทำมากกว่า 2 คน
ปลอมทั้งบัตรประชาชนซะเหมือนขนาดนั้น ( ข้อมูลเหมือนทุกอย่าง ยกเว้นหน้า ที่ไม่เหมือน แต่คล้าย ๆ )
ฝ่ายธนาคาร : ถ้าต้องการเงินชดใช้มากกว่า 60,000 บาท คงต้องฟ้องศาลละกันนะครับ เพราะทางเราคงชดใช้ให้ได้แค่ 60,000 บาทเท่านั้นจริง ๆ
ตัวผม : งั้น ผมรับเงินชดเชย 60,000 บาท แล้วให้ พนักงานคนที่ให้เบิกเงินไป ชดใช้ผม ต่างหาก 40,000 บาท ก็ได้นะ ผมยอมลดให้เลย
เรื่องจะได้ไม่ต้องฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลให้เสียเวลา เสียเงินต่อไป
ฝ่ายธนาคาร : คงไม่ได้นะครับ ทางน้อง (พนักงานที่ให้เบิกเงินไป) ไม่มีทรัพย์สินมากพอที่จะชดใช้ให้ถึง 40,000 บาท เอาจริง ๆ นะครับ แค่หักเงินเดือน
เดือนล่ะ 6,000 บาท น้อง (พนักงานที่ให้เบิกเงินไป) ยังลำบากเลยครับ เพราะน้องเขาก็มีภาระเหมือนกัน
ตั
วผม : แต่ผมต้องใช้เงินก้อนนะ ให้น้อง (พนักงานที่ให้เบิกเงินไป) กู้เงินจากธนาคาร มาชดใช้ผมก็ได้นิ อย่างน้อย ผมก็มีเงินใช้ไปก่อน
อย่างนี้ ผม ok มากกว่านะ
ฝ่ายธนาคาร :ยังงั้น
คงไม่ได้ครับ เพราะน้องเขาไม่มีจริง ๆ ทางเราได้ตรวจสอบแล้ว จึงเสนอ ทางเลือกที่ดีที่สุดให้ครับ
ถ้าต้องการมากกว่านี้ หรือได้เป็นเงินก้อน ก็ต้องคุยในศาลครับ
ถึงวันนี้ ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้เลยนะครับ
บทสนทนาก็จบลง ผมก็กลับบ้านมา คิดไม่ตกจริง
อยากขอคำปรึกษา หรือแนะนำ ชี้ทาง เสนอแนะ ถึงทางออกให้หน่อยครับ (ผมปวดหัวจริง ๆ มืด 8 ด้านไปหมด)
ขอบคุณล่วงหน้าด้วยครับ
เคยมีปัญหากับธนาคารบ้างไหม ?
เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้ดำเนินการเปิดบัญชีกับธนาคาร ....... แบบออมทรัพย์ แบบไม่มีบัตร ATM เงินในบัญชี มีอยู่ 120,xxx บาท สาขาต่างจังหวัด
แล้วสมุดบัญชีหาย (หรือโดนล้วงกระเป๋าก็ไม่แน่ใจ) ในวันอาทิตย์ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ไม่รู้ว่า ทำหาย (หรือโดนล้วงกระเป่า) ที่ไหน
รู้ตัวอีกที ก็วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558 เลยไปแจ้งความอายัติบัญชี ตอน บ่าย 2 โมง วันเดียวกัน และเอาใบแจ้งความ ไปแจ้งธนาคาร ......
ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่...... เรื่องมันเกิดจากตรงนี้แหละครับ
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม เวลาประมาณ บ่าย 4 โมง ตำรวจ ร้อยเวร ............................................ ได้โทรศัพท์ เข้ามาบอกว่า คุณถอนเงินออกจากบัญชี ธนาคาร ..........
ไป 120,000 บาท ใช่ไหม ?
งง เลยนะครับ อึ้งไปเลย รีบบอกตำรวจเลยว่า " ไม่ได้ถอนครับ ยังไงก็ไม่ได้ถอนแน่นอน"
ตำรวจบอกว่า "แต่ว่า คุณถอนเงินออกจากบัญชี วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ตอน 10. xx น . สาขา ........... กรุงเทพฯ นะครับ" มันแปลกไปนะครับ
ผมยืนยันว่า "ไม่จริงแน่นอน" สุดท้ายก็ไปที่โรงพัก ไปคุยกับร้อยเวร............................ ไปยืนยันกับร้อยเวร
ร้อยเวร............................... บอกว่า " มีคนเอาสมุดบัญชีของคุณ + บัตรประชาชนชื่อผม ไปเบิกงานออกไป 120,000 บาท"
ใจผมหวิวไปเลย เข่าทรุด คิดในใจ " บ้าแล้ว อยู่ดี ๆ เงินหาย ใครมาเบิกไปก็ไม่รู้ ธนาคารให้เบิกเงินไปได้ไงว่ะ"
บอกร้อยเวร อยากดูกล้องวงจรปิดของธนาคารหน่อยได้ไหมครับ ร้อยเวรบอกว่า รอวันจันทร์นะครับ (โห่ อย่างเศร้า ต้องรอ 2 วัน เสาร์-อาทิตย์ ธนาคารปิด)
พอวันจันทร์ไปโรงพัก รู้เรื่องเลย ไม่ใช่ผมเลย ใครก็ไม่รู้ ไปเบิกเงินออกไป
ก็บอกร้อยเวรว่าแจ้งความเพิ่มนะครับ แล้วก็เอาไปแจ้งความ ไปธนาคาร....... ที่เป็นปัญหา (จะหาคนรับผิดชอบนะครับ)
ธนาคารรับเรื่องไว้ "บอกจะดำเนินการตรวจสอบหาคนรับผิดชอบให้นะครับ"
ใจผม อย่างกับไฟเผาเลย ร้อนใจสุด ๆ แต่ก็ต้องรอต่อไป 2 อาทิตย์ผ่านไป เรื่องก็ยังเงียบ ขยันไปหาร้อยเวร ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า
ไปหาธนาคาร........... ก็เหมือนเรื่องจะเงียบ
เลยไปปรึกษาเพื่อนที่เป็นทนายความ "แนะนำให้ไปธนาคาร ............... สาขาใหญ่ที่กรุงเทพ ฯ เลย เรื่องจะเร็วกว่าเดิมแน่นอน
ธนาคาร............... เขาต้องกลัวเสียชื่อเสียง เสียความน่าเชื่อถือ รับรอง เรื่องเร็วแน่นอน เราก็ขับรถไปเลยเอง
ธนาคาร ................. ก็รับเรื่องครับ บอกว่า "จะติดตามเรื่องให้แน่นอนครับ ว่างใจได้ แล้วเราจะติดต่อกลับไปนะครับ ขอสืบสวนก่อน"
วันที่ 2 พฤศจิกายน ธนาคาร............. โทรมานัดไกล่เกลี้ย นัดเจอกัน ธนาคาร............. สาขาใหญ่ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ครับ
ไปถึง เจอ รองผู้จัดการ พนักงานธนาคาร (คนที่อนุญาตให้เบิกเงินไป) ผู้จัดการสาขาที่เกิดเรื่อง ฝ่ายกฏหมาย
บทสนทนา
ฝ่ายธนาคาร : ทางเราได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว พนักงานคนนี้ ได้ประมาทเลินเล่อ อย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้คนอื่นมาเบิกเงินออกไป โดยมิใช่
เจ้าของบัญชีตัวจริงนั้น ทางเรายินดี ชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นจำนวน 60,000 บาท โดนจะผ่อนชำระให้เดือนล่ะ 6,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 เดือนครับ
โดยจะหักจากเงินเดือนของพนักงานคนนี้ เดือนละ 6,000 บาท มาชดใช้ให้ ละจะดำเนินการพักงาน พนักงานคนนี้ด้วยนะครับ
ไม่ทราบว่า "พอใจไหมครับ"
ตัวผม : ต้องชดใช้ให้เต็มจำนวน 120,000 บาท ถึงจะถูกสิ ธนาคาร........... กับพนักงาน ประมาทร้ายแรงเลยนะ
ฝ่ายธนาคาร : ทางคุณเองก็มีส่วนรับผิดชอบครึ่งหนึ่งด้วยนะครับ ที่ทำสมุดหาย แล้วมาแจ้งอายัติช้าตั้ง 3 วัน แถม ผ่านไป 2 วัน
ยังมีคนมาถอนเงินออกไปอีก 120,000 บาท เกือบหมดบัญชี ไม่คิดว่า มันบังเอิญเกินไปเหรอครับ คุณอาจสมรู้ ร่วมคิด กับคนนอก
มาปลอมเอกสาร เพื่อจะถอนเงินออกไป โดยเหตุผลบ้างอย่าง แล้วมาแจ้งหาย เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานก็ได้นะครับ
ตัวผม : บ้าแล้ว (เสียงสูง) คิดได้ยังไง ผู้เป็นผู้เสียหายนะ ใครจะอยากทำเงินหาย แล้วที่แจ้งหายช้า เพราะมีเรื่องใช้เงิน ถึงได้ไปหาสมุด ไม่งั้นปานนี้
ผมยังไม่รู้เรื่องเลยนะ แล้วภาพจากกล้องวงจรปิดก็เห็นชัดอยู่แล้วว่า มันต้องเป็นกระบวนการ มีคนทำมากกว่า 2 คน
ปลอมทั้งบัตรประชาชนซะเหมือนขนาดนั้น ( ข้อมูลเหมือนทุกอย่าง ยกเว้นหน้า ที่ไม่เหมือน แต่คล้าย ๆ )
ฝ่ายธนาคาร : ถ้าต้องการเงินชดใช้มากกว่า 60,000 บาท คงต้องฟ้องศาลละกันนะครับ เพราะทางเราคงชดใช้ให้ได้แค่ 60,000 บาทเท่านั้นจริง ๆ
ตัวผม : งั้น ผมรับเงินชดเชย 60,000 บาท แล้วให้ พนักงานคนที่ให้เบิกเงินไป ชดใช้ผม ต่างหาก 40,000 บาท ก็ได้นะ ผมยอมลดให้เลย
เรื่องจะได้ไม่ต้องฟ้องร้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลให้เสียเวลา เสียเงินต่อไป
ฝ่ายธนาคาร : คงไม่ได้นะครับ ทางน้อง (พนักงานที่ให้เบิกเงินไป) ไม่มีทรัพย์สินมากพอที่จะชดใช้ให้ถึง 40,000 บาท เอาจริง ๆ นะครับ แค่หักเงินเดือน
เดือนล่ะ 6,000 บาท น้อง (พนักงานที่ให้เบิกเงินไป) ยังลำบากเลยครับ เพราะน้องเขาก็มีภาระเหมือนกัน
ตัวผม : แต่ผมต้องใช้เงินก้อนนะ ให้น้อง (พนักงานที่ให้เบิกเงินไป) กู้เงินจากธนาคาร มาชดใช้ผมก็ได้นิ อย่างน้อย ผมก็มีเงินใช้ไปก่อน
อย่างนี้ ผม ok มากกว่านะ
ฝ่ายธนาคาร :ยังงั้น คงไม่ได้ครับ เพราะน้องเขาไม่มีจริง ๆ ทางเราได้ตรวจสอบแล้ว จึงเสนอ ทางเลือกที่ดีที่สุดให้ครับ
ถ้าต้องการมากกว่านี้ หรือได้เป็นเงินก้อน ก็ต้องคุยในศาลครับ
ถึงวันนี้ ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้เลยนะครับ
บทสนทนาก็จบลง ผมก็กลับบ้านมา คิดไม่ตกจริง
อยากขอคำปรึกษา หรือแนะนำ ชี้ทาง เสนอแนะ ถึงทางออกให้หน่อยครับ (ผมปวดหัวจริง ๆ มืด 8 ด้านไปหมด)
ขอบคุณล่วงหน้าด้วยครับ