สวัสดีครับนี่เป็นกระทู้แรกและเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผม ผมเป็นตำรวจอยู่ทางจังหวัดหนึ่งของภาคกลางเมืองขุนแผน (ไม่ได้บอกก็รู้ว่าเมืองอะไร) แฟนเก่าผมเป็นพยาบาลเป็นลูกสาวของยศ พ.ต.อ.ท่านนึงตำแหน่งรองผู้บังคับการ ที่ผมเขียนเรื่องนี้มาเพื่ออยากให้เขาได้อ่านก่อนแต่งงานไปซึ่งเขากำลังจะแต่งงานในเร็วๆนี้ และขอโทษที่เคยทำอะไรไม่ดีไว้ผมขออนุญาตใช้คำย่อชื่อของแฟนเก่าผมว่า "เอ" ผมกับแฟนเก่าผมเราเคยเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่าน ถ.นวมินทร์เราเรียนรุ่นเดียวกัน แต่ไม่รู้จักกันเพราะผมออกไปเรียนต่อที่อื่นตอนจบ ม.ต้นเขาเข้ามาเรียนต่อตอน ม.ปลาย เรารู้จักกันเพราะเพื่อนแนะนำให้รู้จักกันเมื่อวันไหว้ครูที่ 13/9/55 แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรในตอนแรก จนเมื่อวันที่ 1/11/55 ผมก็เข้าไปเรียนใน รร.ตำรวจแห่งหนึ่งทางภาคกลาง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ (โรงเรียนตำรวจมีหลายที่ และใช้คำย่อว่า ศฝร. =ศูนย์ฝึกอบรม นักเรียนนายสิบตำรวจใช้คำย่อว่า นสต.) จากนั้นช่วงปีใหม่ผมก็ได้กลับบ้านที่กรุงเทพเป็นช่วงวันเกิดผมพอดี เอก้ได้เข้ามาอวยพรวันเกิดใน FB ผมก็ขอบคุณแล้วเราก็คุยทักทายกันตามปกติแต่ผมก้แอบรู้สึกดีแต่ก้ยังไม่กล้าจีบ จนมาช่วงเริ่มปีใหม่ผมก็กลับเข้าไปเรียนใน รร.ตำรวจ ก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ขอเบอร์ จนอีก 2 สัปดาห์ผมได้กลับบ้านก็เลยทักเขาไปใน FB สักพักนึงผมก็ออกไปทำธุระข้างนอกเขาก็ขึ้นสเตัสว่า "รอเธอออน" ผมก็แอบคิดในใจว่ารอกูป่าวว่ะ (หลงตัวเองชะมัด55) และผมก็ขอเบอร์โทรศัพท์เขาโดยอ้างว่าเราอยู่จังหวัดเดียวกันเผื่อได้นัดเจอกินข้าวและกลับบ้านที่ กทม.ด้วยกัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้(ปล.เขาเรียนพยาบาลจังหวัดเดียวกับที่ผมเรียน รร.ตำรวจห่างกันประมาณ 20 กม.) เขาก็ให้เบอร์โทรศัพท์ผมจากนั้นผมก้โทรไปคุยกับทั้งช่วง เช้า สาย บ่าย เย็น ตอนผมอยู่ใน รร.ตำรวจเข้าไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ ถ้าใครจะโทรศัพท์ต้องซื้อบัตร TOT ใบละ 100 บาท (ผมเก็บไว้เฉพาะของผมคนเดียวตลอดจบ รร.ตำรวจ ใช้ไปประมาณ 50 ใบ) วึ่งถ้าใครจะโทรก็ต้องแย่งกันโทรเพราะนักเรียนตำรวจมี 142 คน ในกองร้อยผมมีตู้โทรศัพท์ 4 ตู้ ต้องวิ่งแข่งปล่อยม้าแย่งกันโทร 55 ผมก็คุยกับเขาตลอด จนอีกสัปดาห์ผมกลับบ้านวันนั้นวันนั้นวันที่ 18/1/55 ผมก็เลยอึดอัดเพราะอยากบอกความในใจกับเขาเวลาผมคุยกับเขาแล้วผมรู้สึกดี ผมก็เลยพิมพ์บอกความในเขาใน FB ผมเองก็ได้เอามือปิดช่องแชท ในใจก็แอบลุ้นว่าถ้าเขามีแฟนแล้ว หรือไม่ได้คิดอะไรกับผมก็ไม่เป็นไร ผมก็ค่อยๆ.. เอามือเปิดหน้าจอเขาก็ตอบกลับมาว่า "เธอรู้สึกกับเราอย่าไง เราก็รู้สึกกับเธออย่างนั้น" ผมก็กระโดดดีใจจนตัวลอย จนอาม่าถามผมว่าเป็นอะไร 555 แล้วเราก็คุยกันเรื่อยมา จนมาวันที่ 22/1/56 เขาเสียใจเรื่องที่แม่เขาว่าเขาเพราะเกรดผลการเรียนไม่ดี ผมก็ปลอบใจ และได้ร้องเพลง "ฟ้ามีตา" ของดาเอนโดฟิน ให้เขาฟัง และขอเขาเป็นแฟนวันนั้นเขาดีใจจนน้ำตาไหลเลย จากนั้นเราก็นัดเจอกันที่มหาวิทยาลัยที่เขาเรียน และก็มีไปดูหนังด้วยกัน หนังเรื่องแรกที่ดูด้วยกันชื่อ ""WARM ZOMBIE ซอมบี้ที่รัก" ที่พระเอกเป็นซอมบี้แล้วเพราะความรักที่นางเอกมีให้สุดท้ายก็หายเป็นซอมบี้ ตอนดูหนังผมก็ไม่กล้าจับมือเขา เขาก็ดึงมือผมไปจับมือเขาคราวนี้ผมจับไม่ปล่อยเลย จากนั้นเราก็คบกันเรื่อยมามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาส่งพัสดุมาให้ผม ในพัสดุมี กีวีน้ำขัดรองเท้า ขนม ยา และมีจดหมายน้อยที่เขียนเกี่ยวกับนาต่างๆ คราวนี้ครูฝึกเปิดอ่านก่อนให้ผม ผมนี่โครตอายเลย 55 มีอยู่ครั้งหนึ่งวันนั้นเป็นวันที่ 13/2/56 ช่วงดึกผมก็แอบลงมาโทรศัพท์(หลัง 3 ทุ่ม ถ้าใครแอบลงมาโทรศัพท์จะมีโทษ) เราก็คุยกันจนข้ามวันที่14/2/56 ตอนเช้ามาไอ้โทรศัพท์เครื่องที่ผมโทรนั้นมันดันพัง เพื่อนผมมันก็ตะโกนว่าใครใช้เครื่องนั้นพังว่ะเครื่องยิ่งมีน้อยๆอยู่ ผมก็เลยบอกไปว่าไม่รู้หว่ะอย่าให้กุเจอนะสาส (แต่ความจริงคือกูเองแหละ ฮี่ๆ) แล้วมีอยู่วันนึงที่ รร.ให้ทำแหวนรุ่น ผมก้ได้สั่งทำแหวนรุ่น และแหวนญาติ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้(แหวนญาติคือแหวนที่เหมือนแหวนรุ่นแต่ขนาดจะเล็กกว่า นักเรียนตำรวจ-ทหารจะนิยมทำให้คนรัก ฯ) ผมก็ได้ลองขนาดนิ้วมือเขากับเพื่อนที่นิ้วใกล้เคียงแต่ไม่ได้บอกเอ เพราะกะจะเซอไพร้เขา พอมาถึงวันที่ต้องจ่ายค่าแหวนรุ่นผมไม่มีเงิน ผมเลยจะเอาพระหลวงปู่ทวดที่ผมมีไปจำนำกับครูฝึก ผมก็เล่าให้ครูฝึกฟังว่าผมชอบผู้หญิงคนนี้ ครูฝึกท่านก็สงสารท่านก็ให้เงินมาจ่ายค่าแหวนโดยที่ไม่ต้องยืม ผมก็เลยมีเงินจ่ายค่าแหวน จากนั้นสักพักผมมารู้ว่าติดต่อกับแฟนเก่า เราก้เลยห่างๆ กันไป พอถึงช่วงสงกรานต์ วันที่15/4/56 ผมก็เลยนัดเอาแหวนญาตไปให้เขา แต่ตัวผมก็เปียก และก็เละไปด้วยแป้งแต่ก็ได้ให้เขา และวันที่16/7/56 ก่อนวันเกิดตอน 5 ทุ่มกว่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เขาเกิดวันที่ 17/4/34 ผมก็แอบลงมาโทรหาเขาอยากจะอวยพรวันเกิดคนแรกจนครูฝึกจับได้ผมถามว่า "ทำไมลงมาโทรศัพท์เวลานี้" ผมตอบครูฝึกว่า "วันนี้วันเกิดคนที่ผมรักครับ" (หล่อสาสๆ 55) ผมเลยถูกลงโทษคือการเข้ายาม 2 ผลัด ผลัดละ 2 ชม. จากนั้นก็แยกย้ายแล้วก็ต่างคนก็ต่างใช้ชีวิตไป
พอช่วงที่ผมใกล้จบการศึกษาจาก รร.ตำรวจ เราก็ได้กลับมาคบกัน เขาเลือกผมเพราะแฟนเก่าที่เขาคุยด้วยติดเกมส์ ไม่สนใจเรียน และไม่มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ ช่วงที่ผมจบใหม่ฯผมก็ถูกส่งเข้ามาเฝ้าม็อบผมก็จะมาพักที่กองบินตำรวจ เอและก็แม่เขาก็จะเอาน้ำ ขนมมาให้ บางทีก็รับไปกินข้าวข้างนอกด้วยจนเพื่อนตำรวจด้วยกันอิจฉา พอวันที่ 26/12/56 ผมถุกส่งไปที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ผมต้องปะทะ วันนั้นมีตำรวจบาดเจ็บจำนวนมาก เอก็ได้นั่ง ฮ.มาเพราะเขาเป็นพยาบาล และได้มาช่วยปฐมพยาบาลตำรวจที่บาดเจ็บ จากนั้นพอเหตุการณ์สงบเราก็คบกันเรื่อยมา จนมาช่วงเดือน มีนาคม 57 เราทะเลาะกันผมไปว่าเอแรงๆ แต่ก็จำไม่ได้ว่าไปด่าว่าเรื่องอะไร คราวนี้แม่เขารู้ก็ไม่พอใจผมมาก ผมก็ด้วยความที่อยากจะง้อก้เลยไปหาเพื่อนที่ขับวินมอไซด์ก็เลยขอยืมมอไซด์ และเสื้อวินเพื่อนบอกว่ากูจะไปง้อแฟนกูมันก็ตกใจว่าผมจะทำยังไง ผมก็เลยเขียนการ์ดตั้งใจจะไปให้แม่เขาประมาณว่า "ผมขอโทษที่ทำให้ลูกสาวคุณแม่เสียใจนะครับ ลูกสาวคุณแม่คือคนที่ผมรัก และอยากแต่งงานด้วย ผมกำลังเรียนใกล้จบปริญญาตรี ผมจะสอบนายร้อยตำรวจให้ได้ ทำอนาคตตัวเองให้ดี" ผมก็เขียนประมาณนี้จริงๆมันยาวกว่านี้แต่ผมจำไม่ค่อยได้ และผมก็ซื้อพวงมาลัยและกระเช้าแบร์นวีต้ามาเพื่อจะเอาไปให้แม่เขา ผมก็ปลอมตัวเป็นวินมอไซด์โดยใส่เสื้อวิน แว่นตาดำ หมวกกันน็อคเต็มใบ พอผมเข้าไปที่บ้านมันผิดแผนแม่เอและไม่อยู่พ่อเขารถน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ผมก็เลยไปไหว้พ่อเขาและบอกว่า "ขอนุญาตครับท่านมีตำรวจฝากของมาให้ครับ" พอทันทีที่ให้ของเสร็จผมก็รีบสับมอไซด์เกียร์ 1 ลากยาวออกไป และพอตอนเย็นๆ เอโทรมาหาผมด้วยคงามโมโหถามผมว่าผมทำอะไรไว้ ผมก้เลยบอกว่าแค่เอาของเข้าไปให้ เอบอกว่าพ่อเขาโมโหมากพอให้แม่เขาดูเสร็จก็ฉีกทิ้ง จากนั้นเราก็ได้กลับมาคืนดีกันแล้วเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องเล่าขำๆระหว่างเอและแม่เขาต่อไป
มีอยู่ครั้งที่เราทะเลาะกันแรงมากเมื่อเดือน พฤษภาคม 57 ก่อนทหารจะปฏิวัติ 2 วัน ผมก็จะไม่ได้ว่าเราทะเลาะอะไรกันเขาหลุดว่าผมคำหนึ่งว่า "ไอ้โง่ ไอ้ควาย จนแล้วไม่เจียมตัว" ผมก็เลยตัดสินใจว่าผู้หญิงคนนี้ผมจะไม่ยุ่งอีกแล้ว คราวนี้อีก 2 วันทหารปฏิวัติสลายม็อบเสื้อแดงที่พุทธมณฑล เอติดที่ที่นครปฐมกลับไมได้ผมเลยไปนั่งรถไปรับเขากลับลืมสิ่งที่เขาเคยว่าผมไปหมด เอบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าผมต้องมารับแล้วเขาก้ขอโทษผม เราก็คบกันเรื่อยมาจนเมื่อช่วงผมบวชเมื่อต้นเดือนตุลาคม 57 สามสัปดาห์ ผมก็ไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพราะโทรศัพท์มือถือเสียบวกกับจะตั้งใจปฏิบัติธรรม เอก็มีคนเข้ามาคุยแต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร จนมาเมื่อต้นปีที่ผมย้ายมาช่วยราชการที่ อำเภอเมืองจังหวัดเดิมที่ผมอยู่ซึ่งที่ใหม่ไม่ค่อยมีเวลาประกอบกับผมอยู่ชุดสืบ งานผมเสี่ยงทำงานพวกล่อซื้อยาบ้าตามหมายจับต่างๆลักษณะงานค่อนข้างเสี่ยงเคยถึงเกือบถูกยิงเกือบถุกกระทืบ แล้วผมไม่ค่อยมีเวลาตามง้อเขาด้วย ประกอบกับว่าเขาได้ที่ทำงานใหม่เจอสังคมใหม่ๆ แล้วเราทะเลาะกันบ่อยเราเลยห่างกันจนเลิกกัน แต่ผมก็พยายามตามง้อเวลาที่ผมกลับมาที่ กทม. จนมาล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อนเขามีแฟนใหม่กำลังจะแต่งงาน ผมก้เลยไปหาที่โรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย ผมก็รอจนเจอเขาเขาไม่อยากคุยกับผม เขาก็ขึ้นรถกำลังจะขับกลับผมก็เอาตัวไปขวางจนเขาขับออกผมก็เลยต้องหลบ ประกอบกับเขาไม่พอใจที่ผมโทรไปตามตื้อเขา สุดท้ายพ่อเขาท่านรองผู้บังคับการโทษหาผมและขอให้ผมเลิกยุ่งกับลูกสาวเขา ผมก็รับปาก... ซึ่งเรื่องทึ่ผ่านมาถ้าเขาได้เข้ามาอ่านผมแค่อยากจะบอกว่า "ผมขอโทษในทุกๆการกระทำที่เคยทำให้เสียใจ ผมยอมรับผิดทุกอย่างแม้วันนี้ผมจะไม่ได้พูดออกจากปากด้วยตัวเอง ผมขอแค่เขาได้อ่านก่อนที่เขาจะแต่งงานไป ถึงแม้วันนี้ผมจะทรมานผมจะเป็นคนแพ้ไม่มีน้ำตาเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร แต่ผมอยากจะบอกว่าผมเสียใจแต่ผมไม่เคยเสียดายที่ได้รักเอ" ตั้งแต่เลิกกับเอไปผมก็ไม่ได้ยุ่งกับใคร พยายามอ่านหนังสือจนใกล้จบปริญญาและเตรียมตัวสอบนายร้อยตำรวจ ผมรู้สึกว่าผมทำดีที่สุดแล้วและผมก็ไม่อยากแต่งงานกับใคร เพราะคนที่ผมอยากแต่งงานด้วยคือเอ และมันก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากค้างคาคือวันที่เขารับปริญญา ผมคงทำได้แค่ยืนมองดูเขาห่าง... เพราะวันนั้นเขาคงมีคนที่ดีข้างกายอยู่แล้วซึ่งเป็นวิศวกรมีบ้าน มีรถมีพร้อมทุกอย่างแล้วเขาก็กำลังจะแต่งงานกันในเร็วๆนี้ เรื่องของผมก็มีเท่านี้.... ผมก็ยังยินดีที่จะเห็นเขาแต่งานมีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น อย่างน้อยเขาก็ทำให้ผมได้รู้จักความรัก ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้ ผมก็ยังศรัทธาในรักแท้ แม้จะไม่ได้รัก... ขอเป็นกำลังใจให้ในทุกๆความรักนะครับ
รักที่เป็นไปไม่ได้ของ นายสิบตำรวจกับลูกสาวรองผู้บังคับการ...
พอช่วงที่ผมใกล้จบการศึกษาจาก รร.ตำรวจ เราก็ได้กลับมาคบกัน เขาเลือกผมเพราะแฟนเก่าที่เขาคุยด้วยติดเกมส์ ไม่สนใจเรียน และไม่มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่ ช่วงที่ผมจบใหม่ฯผมก็ถูกส่งเข้ามาเฝ้าม็อบผมก็จะมาพักที่กองบินตำรวจ เอและก็แม่เขาก็จะเอาน้ำ ขนมมาให้ บางทีก็รับไปกินข้าวข้างนอกด้วยจนเพื่อนตำรวจด้วยกันอิจฉา พอวันที่ 26/12/56 ผมถุกส่งไปที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง ผมต้องปะทะ วันนั้นมีตำรวจบาดเจ็บจำนวนมาก เอก็ได้นั่ง ฮ.มาเพราะเขาเป็นพยาบาล และได้มาช่วยปฐมพยาบาลตำรวจที่บาดเจ็บ จากนั้นพอเหตุการณ์สงบเราก็คบกันเรื่อยมา จนมาช่วงเดือน มีนาคม 57 เราทะเลาะกันผมไปว่าเอแรงๆ แต่ก็จำไม่ได้ว่าไปด่าว่าเรื่องอะไร คราวนี้แม่เขารู้ก็ไม่พอใจผมมาก ผมก็ด้วยความที่อยากจะง้อก้เลยไปหาเพื่อนที่ขับวินมอไซด์ก็เลยขอยืมมอไซด์ และเสื้อวินเพื่อนบอกว่ากูจะไปง้อแฟนกูมันก็ตกใจว่าผมจะทำยังไง ผมก็เลยเขียนการ์ดตั้งใจจะไปให้แม่เขาประมาณว่า "ผมขอโทษที่ทำให้ลูกสาวคุณแม่เสียใจนะครับ ลูกสาวคุณแม่คือคนที่ผมรัก และอยากแต่งงานด้วย ผมกำลังเรียนใกล้จบปริญญาตรี ผมจะสอบนายร้อยตำรวจให้ได้ ทำอนาคตตัวเองให้ดี" ผมก็เขียนประมาณนี้จริงๆมันยาวกว่านี้แต่ผมจำไม่ค่อยได้ และผมก็ซื้อพวงมาลัยและกระเช้าแบร์นวีต้ามาเพื่อจะเอาไปให้แม่เขา ผมก็ปลอมตัวเป็นวินมอไซด์โดยใส่เสื้อวิน แว่นตาดำ หมวกกันน็อคเต็มใบ พอผมเข้าไปที่บ้านมันผิดแผนแม่เอและไม่อยู่พ่อเขารถน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ผมก็เลยไปไหว้พ่อเขาและบอกว่า "ขอนุญาตครับท่านมีตำรวจฝากของมาให้ครับ" พอทันทีที่ให้ของเสร็จผมก็รีบสับมอไซด์เกียร์ 1 ลากยาวออกไป และพอตอนเย็นๆ เอโทรมาหาผมด้วยคงามโมโหถามผมว่าผมทำอะไรไว้ ผมก้เลยบอกว่าแค่เอาของเข้าไปให้ เอบอกว่าพ่อเขาโมโหมากพอให้แม่เขาดูเสร็จก็ฉีกทิ้ง จากนั้นเราก็ได้กลับมาคืนดีกันแล้วเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องเล่าขำๆระหว่างเอและแม่เขาต่อไป
มีอยู่ครั้งที่เราทะเลาะกันแรงมากเมื่อเดือน พฤษภาคม 57 ก่อนทหารจะปฏิวัติ 2 วัน ผมก็จะไม่ได้ว่าเราทะเลาะอะไรกันเขาหลุดว่าผมคำหนึ่งว่า "ไอ้โง่ ไอ้ควาย จนแล้วไม่เจียมตัว" ผมก็เลยตัดสินใจว่าผู้หญิงคนนี้ผมจะไม่ยุ่งอีกแล้ว คราวนี้อีก 2 วันทหารปฏิวัติสลายม็อบเสื้อแดงที่พุทธมณฑล เอติดที่ที่นครปฐมกลับไมได้ผมเลยไปนั่งรถไปรับเขากลับลืมสิ่งที่เขาเคยว่าผมไปหมด เอบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าผมต้องมารับแล้วเขาก้ขอโทษผม เราก็คบกันเรื่อยมาจนเมื่อช่วงผมบวชเมื่อต้นเดือนตุลาคม 57 สามสัปดาห์ ผมก็ไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพราะโทรศัพท์มือถือเสียบวกกับจะตั้งใจปฏิบัติธรรม เอก็มีคนเข้ามาคุยแต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร จนมาเมื่อต้นปีที่ผมย้ายมาช่วยราชการที่ อำเภอเมืองจังหวัดเดิมที่ผมอยู่ซึ่งที่ใหม่ไม่ค่อยมีเวลาประกอบกับผมอยู่ชุดสืบ งานผมเสี่ยงทำงานพวกล่อซื้อยาบ้าตามหมายจับต่างๆลักษณะงานค่อนข้างเสี่ยงเคยถึงเกือบถูกยิงเกือบถุกกระทืบ แล้วผมไม่ค่อยมีเวลาตามง้อเขาด้วย ประกอบกับว่าเขาได้ที่ทำงานใหม่เจอสังคมใหม่ๆ แล้วเราทะเลาะกันบ่อยเราเลยห่างกันจนเลิกกัน แต่ผมก็พยายามตามง้อเวลาที่ผมกลับมาที่ กทม. จนมาล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อนเขามีแฟนใหม่กำลังจะแต่งงาน ผมก้เลยไปหาที่โรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย ผมก็รอจนเจอเขาเขาไม่อยากคุยกับผม เขาก็ขึ้นรถกำลังจะขับกลับผมก็เอาตัวไปขวางจนเขาขับออกผมก็เลยต้องหลบ ประกอบกับเขาไม่พอใจที่ผมโทรไปตามตื้อเขา สุดท้ายพ่อเขาท่านรองผู้บังคับการโทษหาผมและขอให้ผมเลิกยุ่งกับลูกสาวเขา ผมก็รับปาก... ซึ่งเรื่องทึ่ผ่านมาถ้าเขาได้เข้ามาอ่านผมแค่อยากจะบอกว่า "ผมขอโทษในทุกๆการกระทำที่เคยทำให้เสียใจ ผมยอมรับผิดทุกอย่างแม้วันนี้ผมจะไม่ได้พูดออกจากปากด้วยตัวเอง ผมขอแค่เขาได้อ่านก่อนที่เขาจะแต่งงานไป ถึงแม้วันนี้ผมจะทรมานผมจะเป็นคนแพ้ไม่มีน้ำตาเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร แต่ผมอยากจะบอกว่าผมเสียใจแต่ผมไม่เคยเสียดายที่ได้รักเอ" ตั้งแต่เลิกกับเอไปผมก็ไม่ได้ยุ่งกับใคร พยายามอ่านหนังสือจนใกล้จบปริญญาและเตรียมตัวสอบนายร้อยตำรวจ ผมรู้สึกว่าผมทำดีที่สุดแล้วและผมก็ไม่อยากแต่งงานกับใคร เพราะคนที่ผมอยากแต่งงานด้วยคือเอ และมันก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากค้างคาคือวันที่เขารับปริญญา ผมคงทำได้แค่ยืนมองดูเขาห่าง... เพราะวันนั้นเขาคงมีคนที่ดีข้างกายอยู่แล้วซึ่งเป็นวิศวกรมีบ้าน มีรถมีพร้อมทุกอย่างแล้วเขาก็กำลังจะแต่งงานกันในเร็วๆนี้ เรื่องของผมก็มีเท่านี้.... ผมก็ยังยินดีที่จะเห็นเขาแต่งานมีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น อย่างน้อยเขาก็ทำให้ผมได้รู้จักความรัก ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้ ผมก็ยังศรัทธาในรักแท้ แม้จะไม่ได้รัก... ขอเป็นกำลังใจให้ในทุกๆความรักนะครับ