รักที่เป็นไปไม่ได้ของ นายสิบตำรวจกับลูกสาวรองผู้บังคับการ...

สวัสดีครับนี่เป็นกระทู้แรกและเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผม  ผมเป็นตำรวจอยู่ทางจังหวัดหนึ่งของภาคกลางเมืองขุนแผน (ไม่ได้บอกก็รู้ว่าเมืองอะไร)  แฟนเก่าผมเป็นพยาบาลเป็นลูกสาวของยศ พ.ต.อ.ท่านนึงตำแหน่งรองผู้บังคับการ    ที่ผมเขียนเรื่องนี้มาเพื่ออยากให้เขาได้อ่านก่อนแต่งงานไปซึ่งเขากำลังจะแต่งงานในเร็วๆนี้   และขอโทษที่เคยทำอะไรไม่ดีไว้ผมขออนุญาตใช้คำย่อชื่อของแฟนเก่าผมว่า "เอ" ผมกับแฟนเก่าผมเราเคยเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งย่าน ถ.นวมินทร์เราเรียนรุ่นเดียวกัน    แต่ไม่รู้จักกันเพราะผมออกไปเรียนต่อที่อื่นตอนจบ ม.ต้นเขาเข้ามาเรียนต่อตอน ม.ปลาย    เรารู้จักกันเพราะเพื่อนแนะนำให้รู้จักกันเมื่อวันไหว้ครูที่ 13/9/55 แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรในตอนแรก    จนเมื่อวันที่ 1/11/55 ผมก็เข้าไปเรียนใน รร.ตำรวจแห่งหนึ่งทางภาคกลาง[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้     จากนั้นช่วงปีใหม่ผมก็ได้กลับบ้านที่กรุงเทพเป็นช่วงวันเกิดผมพอดี   เอก้ได้เข้ามาอวยพรวันเกิดใน  FB ผมก็ขอบคุณแล้วเราก็คุยทักทายกันตามปกติแต่ผมก้แอบรู้สึกดีแต่ก้ยังไม่กล้าจีบ    จนมาช่วงเริ่มปีใหม่ผมก็กลับเข้าไปเรียนใน รร.ตำรวจ ก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ขอเบอร์    จนอีก 2 สัปดาห์ผมได้กลับบ้านก็เลยทักเขาไปใน FB สักพักนึงผมก็ออกไปทำธุระข้างนอกเขาก็ขึ้นสเตัสว่า "รอเธอออน" ผมก็แอบคิดในใจว่ารอกูป่าวว่ะ   (หลงตัวเองชะมัด55)    และผมก็ขอเบอร์โทรศัพท์เขาโดยอ้างว่าเราอยู่จังหวัดเดียวกันเผื่อได้นัดเจอกินข้าวและกลับบ้านที่ กทม.ด้วยกัน [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เขาก็ให้เบอร์โทรศัพท์ผมจากนั้นผมก้โทรไปคุยกับทั้งช่วง เช้า สาย บ่าย เย็น ตอนผมอยู่ใน รร.ตำรวจเข้าไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ    ถ้าใครจะโทรศัพท์ต้องซื้อบัตร TOT ใบละ 100 บาท (ผมเก็บไว้เฉพาะของผมคนเดียวตลอดจบ รร.ตำรวจ ใช้ไปประมาณ 50 ใบ)    วึ่งถ้าใครจะโทรก็ต้องแย่งกันโทรเพราะนักเรียนตำรวจมี 142 คน ในกองร้อยผมมีตู้โทรศัพท์ 4 ตู้ ต้องวิ่งแข่งปล่อยม้าแย่งกันโทร 55 ผมก็คุยกับเขาตลอด   จนอีกสัปดาห์ผมกลับบ้านวันนั้นวันนั้นวันที่ 18/1/55 ผมก็เลยอึดอัดเพราะอยากบอกความในใจกับเขาเวลาผมคุยกับเขาแล้วผมรู้สึกดี  ผมก็เลยพิมพ์บอกความในเขาใน FB  ผมเองก็ได้เอามือปิดช่องแชท ในใจก็แอบลุ้นว่าถ้าเขามีแฟนแล้ว หรือไม่ได้คิดอะไรกับผมก็ไม่เป็นไร  ผมก็ค่อยๆ.. เอามือเปิดหน้าจอเขาก็ตอบกลับมาว่า "เธอรู้สึกกับเราอย่าไง เราก็รู้สึกกับเธออย่างนั้น" ผมก็กระโดดดีใจจนตัวลอย จนอาม่าถามผมว่าเป็นอะไร 555  แล้วเราก็คุยกันเรื่อยมา จนมาวันที่ 22/1/56  เขาเสียใจเรื่องที่แม่เขาว่าเขาเพราะเกรดผลการเรียนไม่ดี ผมก็ปลอบใจ และได้ร้องเพลง "ฟ้ามีตา" ของดาเอนโดฟิน ให้เขาฟัง  และขอเขาเป็นแฟนวันนั้นเขาดีใจจนน้ำตาไหลเลย    จากนั้นเราก็นัดเจอกันที่มหาวิทยาลัยที่เขาเรียน     และก็มีไปดูหนังด้วยกัน หนังเรื่องแรกที่ดูด้วยกันชื่อ ""WARM ZOMBIE ซอมบี้ที่รัก"  ที่พระเอกเป็นซอมบี้แล้วเพราะความรักที่นางเอกมีให้สุดท้ายก็หายเป็นซอมบี้  ตอนดูหนังผมก็ไม่กล้าจับมือเขา  เขาก็ดึงมือผมไปจับมือเขาคราวนี้ผมจับไม่ปล่อยเลย  จากนั้นเราก็คบกันเรื่อยมามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาส่งพัสดุมาให้ผม  ในพัสดุมี กีวีน้ำขัดรองเท้า ขนม ยา และมีจดหมายน้อยที่เขียนเกี่ยวกับนาต่างๆ   คราวนี้ครูฝึกเปิดอ่านก่อนให้ผม ผมนี่โครตอายเลย 55     มีอยู่ครั้งหนึ่งวันนั้นเป็นวันที่ 13/2/56 ช่วงดึกผมก็แอบลงมาโทรศัพท์(หลัง 3 ทุ่ม ถ้าใครแอบลงมาโทรศัพท์จะมีโทษ) เราก็คุยกันจนข้ามวันที่14/2/56    ตอนเช้ามาไอ้โทรศัพท์เครื่องที่ผมโทรนั้นมันดันพัง    เพื่อนผมมันก็ตะโกนว่าใครใช้เครื่องนั้นพังว่ะเครื่องยิ่งมีน้อยๆอยู่     ผมก็เลยบอกไปว่าไม่รู้หว่ะอย่าให้กุเจอนะสาส   (แต่ความจริงคือกูเองแหละ ฮี่ๆ)    แล้วมีอยู่วันนึงที่ รร.ให้ทำแหวนรุ่น ผมก้ได้สั่งทำแหวนรุ่น และแหวนญาติ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้  ผมก็ได้ลองขนาดนิ้วมือเขากับเพื่อนที่นิ้วใกล้เคียงแต่ไม่ได้บอกเอ     เพราะกะจะเซอไพร้เขา    พอมาถึงวันที่ต้องจ่ายค่าแหวนรุ่นผมไม่มีเงิน  ผมเลยจะเอาพระหลวงปู่ทวดที่ผมมีไปจำนำกับครูฝึก    ผมก็เล่าให้ครูฝึกฟังว่าผมชอบผู้หญิงคนนี้    ครูฝึกท่านก็สงสารท่านก็ให้เงินมาจ่ายค่าแหวนโดยที่ไม่ต้องยืม ผมก็เลยมีเงินจ่ายค่าแหวน จากนั้นสักพักผมมารู้ว่าติดต่อกับแฟนเก่า  เราก้เลยห่างๆ กันไป  พอถึงช่วงสงกรานต์ วันที่15/4/56 ผมก็เลยนัดเอาแหวนญาตไปให้เขา  แต่ตัวผมก็เปียก และก็เละไปด้วยแป้งแต่ก็ได้ให้เขา   และวันที่16/7/56 ก่อนวันเกิดตอน 5 ทุ่มกว่า  [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้     ผมก็แอบลงมาโทรหาเขาอยากจะอวยพรวันเกิดคนแรกจนครูฝึกจับได้ผมถามว่า   "ทำไมลงมาโทรศัพท์เวลานี้"   ผมตอบครูฝึกว่า   "วันนี้วันเกิดคนที่ผมรักครับ"  (หล่อสาสๆ 55)  ผมเลยถูกลงโทษคือการเข้ายาม 2 ผลัด  ผลัดละ 2 ชม.  จากนั้นก็แยกย้ายแล้วก็ต่างคนก็ต่างใช้ชีวิตไป    

          พอช่วงที่ผมใกล้จบการศึกษาจาก รร.ตำรวจ เราก็ได้กลับมาคบกัน     เขาเลือกผมเพราะแฟนเก่าที่เขาคุยด้วยติดเกมส์     ไม่สนใจเรียน และไม่มีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่    ช่วงที่ผมจบใหม่ฯผมก็ถูกส่งเข้ามาเฝ้าม็อบผมก็จะมาพักที่กองบินตำรวจ    เอและก็แม่เขาก็จะเอาน้ำ ขนมมาให้  บางทีก็รับไปกินข้าวข้างนอกด้วยจนเพื่อนตำรวจด้วยกันอิจฉา  พอวันที่ 26/12/56 ผมถุกส่งไปที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง    ผมต้องปะทะ วันนั้นมีตำรวจบาดเจ็บจำนวนมาก เอก็ได้นั่ง ฮ.มาเพราะเขาเป็นพยาบาล และได้มาช่วยปฐมพยาบาลตำรวจที่บาดเจ็บ จากนั้นพอเหตุการณ์สงบเราก็คบกันเรื่อยมา จนมาช่วงเดือน มีนาคม 57 เราทะเลาะกันผมไปว่าเอแรงๆ แต่ก็จำไม่ได้ว่าไปด่าว่าเรื่องอะไร    คราวนี้แม่เขารู้ก็ไม่พอใจผมมาก    ผมก็ด้วยความที่อยากจะง้อก้เลยไปหาเพื่อนที่ขับวินมอไซด์ก็เลยขอยืมมอไซด์    และเสื้อวินเพื่อนบอกว่ากูจะไปง้อแฟนกูมันก็ตกใจว่าผมจะทำยังไง    ผมก็เลยเขียนการ์ดตั้งใจจะไปให้แม่เขาประมาณว่า    "ผมขอโทษที่ทำให้ลูกสาวคุณแม่เสียใจนะครับ  ลูกสาวคุณแม่คือคนที่ผมรัก และอยากแต่งงานด้วย ผมกำลังเรียนใกล้จบปริญญาตรี  ผมจะสอบนายร้อยตำรวจให้ได้ ทำอนาคตตัวเองให้ดี"    ผมก็เขียนประมาณนี้จริงๆมันยาวกว่านี้แต่ผมจำไม่ค่อยได้    และผมก็ซื้อพวงมาลัยและกระเช้าแบร์นวีต้ามาเพื่อจะเอาไปให้แม่เขา    ผมก็ปลอมตัวเป็นวินมอไซด์โดยใส่เสื้อวิน  แว่นตาดำ  หมวกกันน็อคเต็มใบ   พอผมเข้าไปที่บ้านมันผิดแผนแม่เอและไม่อยู่พ่อเขารถน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน    ผมก็เลยไปไหว้พ่อเขาและบอกว่า  "ขอนุญาตครับท่านมีตำรวจฝากของมาให้ครับ"   พอทันทีที่ให้ของเสร็จผมก็รีบสับมอไซด์เกียร์ 1 ลากยาวออกไป     และพอตอนเย็นๆ เอโทรมาหาผมด้วยคงามโมโหถามผมว่าผมทำอะไรไว้   ผมก้เลยบอกว่าแค่เอาของเข้าไปให้    เอบอกว่าพ่อเขาโมโหมากพอให้แม่เขาดูเสร็จก็ฉีกทิ้ง     จากนั้นเราก็ได้กลับมาคืนดีกันแล้วเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องเล่าขำๆระหว่างเอและแม่เขาต่อไป

           มีอยู่ครั้งที่เราทะเลาะกันแรงมากเมื่อเดือน พฤษภาคม 57  ก่อนทหารจะปฏิวัติ 2 วัน ผมก็จะไม่ได้ว่าเราทะเลาะอะไรกันเขาหลุดว่าผมคำหนึ่งว่า   "ไอ้โง่  ไอ้ควาย  จนแล้วไม่เจียมตัว"   ผมก็เลยตัดสินใจว่าผู้หญิงคนนี้ผมจะไม่ยุ่งอีกแล้ว    คราวนี้อีก 2 วันทหารปฏิวัติสลายม็อบเสื้อแดงที่พุทธมณฑล    เอติดที่ที่นครปฐมกลับไมได้ผมเลยไปนั่งรถไปรับเขากลับลืมสิ่งที่เขาเคยว่าผมไปหมด    เอบอกว่ารู้อยู่แล้วว่าผมต้องมารับแล้วเขาก้ขอโทษผม   เราก็คบกันเรื่อยมาจนเมื่อช่วงผมบวชเมื่อต้นเดือนตุลาคม 57 สามสัปดาห์    ผมก็ไม่ได้ใช้โทรศัพท์เพราะโทรศัพท์มือถือเสียบวกกับจะตั้งใจปฏิบัติธรรม   เอก็มีคนเข้ามาคุยแต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไร   จนมาเมื่อต้นปีที่ผมย้ายมาช่วยราชการที่  อำเภอเมืองจังหวัดเดิมที่ผมอยู่ซึ่งที่ใหม่ไม่ค่อยมีเวลาประกอบกับผมอยู่ชุดสืบ    งานผมเสี่ยงทำงานพวกล่อซื้อยาบ้าตามหมายจับต่างๆลักษณะงานค่อนข้างเสี่ยงเคยถึงเกือบถูกยิงเกือบถุกกระทืบ    แล้วผมไม่ค่อยมีเวลาตามง้อเขาด้วย    ประกอบกับว่าเขาได้ที่ทำงานใหม่เจอสังคมใหม่ๆ    แล้วเราทะเลาะกันบ่อยเราเลยห่างกันจนเลิกกัน    แต่ผมก็พยายามตามง้อเวลาที่ผมกลับมาที่  กทม.   จนมาล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อนเขามีแฟนใหม่กำลังจะแต่งงาน    ผมก้เลยไปหาที่โรงพยาบาลเป็นครั้งสุดท้าย    ผมก็รอจนเจอเขาเขาไม่อยากคุยกับผม    เขาก็ขึ้นรถกำลังจะขับกลับผมก็เอาตัวไปขวางจนเขาขับออกผมก็เลยต้องหลบ    ประกอบกับเขาไม่พอใจที่ผมโทรไปตามตื้อเขา    สุดท้ายพ่อเขาท่านรองผู้บังคับการโทษหาผมและขอให้ผมเลิกยุ่งกับลูกสาวเขา    ผมก็รับปาก...    ซึ่งเรื่องทึ่ผ่านมาถ้าเขาได้เข้ามาอ่านผมแค่อยากจะบอกว่า  "ผมขอโทษในทุกๆการกระทำที่เคยทำให้เสียใจ    ผมยอมรับผิดทุกอย่างแม้วันนี้ผมจะไม่ได้พูดออกจากปากด้วยตัวเอง    ผมขอแค่เขาได้อ่านก่อนที่เขาจะแต่งงานไป    ถึงแม้วันนี้ผมจะทรมานผมจะเป็นคนแพ้ไม่มีน้ำตาเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร     แต่ผมอยากจะบอกว่าผมเสียใจแต่ผมไม่เคยเสียดายที่ได้รักเอ"    ตั้งแต่เลิกกับเอไปผมก็ไม่ได้ยุ่งกับใคร    พยายามอ่านหนังสือจนใกล้จบปริญญาและเตรียมตัวสอบนายร้อยตำรวจ    ผมรู้สึกว่าผมทำดีที่สุดแล้วและผมก็ไม่อยากแต่งงานกับใคร   เพราะคนที่ผมอยากแต่งงานด้วยคือเอ    และมันก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากค้างคาคือวันที่เขารับปริญญา    ผมคงทำได้แค่ยืนมองดูเขาห่าง...   เพราะวันนั้นเขาคงมีคนที่ดีข้างกายอยู่แล้วซึ่งเป็นวิศวกรมีบ้าน   มีรถมีพร้อมทุกอย่างแล้วเขาก็กำลังจะแต่งงานกันในเร็วๆนี้     เรื่องของผมก็มีเท่านี้....  ผมก็ยังยินดีที่จะเห็นเขาแต่งานมีลูกมีครอบครัวที่อบอุ่น      อย่างน้อยเขาก็ทำให้ผมได้รู้จักความรัก     ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้    ผมก็ยังศรัทธาในรักแท้    แม้จะไม่ได้รัก...    ขอเป็นกำลังใจให้ในทุกๆความรักนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ไม่ได้อ่านจริงๆ ครับ ตาลายเหมือนกัน ไม่ไหว เว้นวรรค ช่องว่าง นิดนุง หุหุ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่