…จำเป็นต้อง “หยุด”จำนำข้าวไว้เพียงแค่นี้ ???...

ช่วง ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ประกาศนโยบาย โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือเรียก 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อปี 2545 ช่วงนั้น วงการแพทย์สะท้านสะเทือน นี่เป็นจุดเริ่มต้นความเกลียดชังทักษิณของเหล่าบรรดาแพทย์ เพราะคลินิกทั้งหลายที่เจริญรุ่งเรืองจากความเจ็บไข้ของผู้คน ถูกผลกระทบไปตามๆกัน..มากบ้างน้อยบ้าง

30 บาทรักษาทุกโรค ดูแลคนไทยจำนวน 47 ล้านคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เลือกชั้นวรรณะ ในอดีตชาวบ้านตาดำๆ ผู้ยากไร้ ต้องขายวัวขายควายหรือแม้แต่กระทั้งขายบ้านเพื่อมารักษาตัว หรือพ่อแม่ลูกเมียที่เจ็บป่วย โอกาสจะเข้าถึงหมอนั้นยากแสนเข็ญ อย่างดีก็เป็นคนไข้อนาถา รอหมอว่างๆค่อยมารักษาให้ แต่เมื่อนโยบายนี้ประกาศใช้ ชาวบ้านทั้งหลาย ก็มีโอกาสเข้าถึงหมอมากขึ้น ทั้งยังมีศักดิ์ศรีความเป็นคนเพิ่มขึ้น ไม่ดูน่าอนาถเหมือนแต่ก่อน มีสุขอนามัยดีขึ้น..มีความสุขเพิ่มขึ้น

ในที่สุด 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ถูกดึงมาเป็นเกมการเมือง เมื่อพรรคฝ่ายค้านพรรคหนึ่ง ร่วมมือกับบรรดาคุณหมอๆ ดาหน้าออกมาโจมตีอย่างหนัก กล่าวหาว่าเป็นประชานิยม ทำให้รัฐขาดทุนจำนวนมหาศาล รัฐต้องเอาเงินไปอุดปีละหลายพันหลายหมื่นล้าน มีการทุจริตคดโกง เรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการนี้เสีย หัวหน้าพรรคบางพรรคถึงกับเอาเท้าเหยียบอักษร  “30 บาทรักษาทุกโรค” และพูดดูถูกว่า “30 บาท ตายทุกโรค”..ชาวบ้านยังไม่ลืม !


30 บาทรักษาทุกโรค ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 10 ปี ช่วยคนไทยให้มีชีวิตดีขึ้นจำนวนหลายล้านคน บางยุค พรรคการเมืองบางพรรคก็ทำนโยบายแข่งขัน คือรักษาฟรีไม่เสียสักบาท แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ บางคราวก็เกือบจะโดนยุบเลิกไปเสียเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็น “ประชานิยม” แต่แล้ว องค์กรอนามัยโลก หรือ WTO ก็ตีตราประทับรับรองว่าเป็นนโยบายที่เยี่ยม นำไปเป็นต้นแบบ รณรงค์ให้ทุกๆประเทศนำไปใช้..จนทุกวันนี้

ปัจจุบัน 30 บาทฯ เป็นนโยบายติดลมบนไปแล้ว การจะสกัดตัดขาจึงเป็นเรื่องยาก แม้จะยังมีความพยายาม เพราะกระทบกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ มันจึงเป็นหนามตำใจของคนบางพวกบางฝ่าย เพราะพูดเรื่องนี้ที่ไร ก็คิดถึงหน้าทักษิณ..เมื่อนั้น




ครั้นเมื่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในโอกาสเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 เมื่อสิงหาคม 2554 ประกาศจะดำเนินนโยบาย “จำนำข้าว” เกวียนละ 15,000 บาท เพื่อช่วยเหลือชาวนา 23 ล้านคน เพื่อให้มีชีวิตที่ดี ลืมตาอ้าปากได้เท่านั้น  จึงกลายเป็นจุดเริ่มความเกลียดชังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ของพวกพ่อค้าข้าว ผู้ส่งออก นายทุน เสือนอนกิน เพราะกระทบกับผลประโยชน์ของตนที่นั่งทับอยู่เป็นเวลานาน..จึงเคืองแค้น !

ก็หนังม้วนเดิม ตัวแสดงหน้าเดิมๆ ก็แห่กันมาอีก !  พรรคการเมืองกระสือพรรคเดิมที่แพ้การเลือกตั้งเป็นนิจ  ร่วมกับบรรดาพ่อค้าส่งออกข้าว ทั้งไปหนีบเอาบรรดาพรรคพวกนักวิชาการผี องค์กรเปรต ดาหน้ากันรุมถล่มนโยบายนี้กันจ้าละหวั่น ด้วยข้อกล่าวหาสารพัดจะงัดเอามาพูด โกงบ้าง ทำให้รัฐขาดทุนบ้าง ประชานิยมบ้าง ทำลายกลไลตลาดบ้าง จนในที่สุด ก็แท็คทีมกันเขี่ยยิ่งลักษณ์ตกจากเก้าอี้..แบบหน้าตาเฉย

คนพวกนี้ สลับหน้ากันออกมาเล่น เป้าหมายก็เพื่อสกัด “โครงการจำนำข้าว” หรือ “หยุด”โครงการนี้ไว้ให้ได้แต่เพียงแค่นี้เท่านั้น   เพราะหากปล่อยให้รัฐบาลทำได้เต็มศักยภาพ ก็จะเหมือนกับโครงการ 30 บาทฯ ของทักษิณที่บังเกิดผลดีดังที่พวกเขาเห็นมาแล้ว  ..จึงหวาดกลัว !

เพราะอะไร ?? ก็เพราะว่า หากโครงการจำนำข้าวสำเร็จ มันจะเอื้อประโยชน์กับชาวนาและเกษตรกรฐานรากอื่นๆอีกจำนวนนับไม่ถ้วน จนอาจทำให้ทักษิณและยิ่งลักษณ์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ ก้าวหน้าที่ประชานไม่อาจลืมเลือนจนชั่วลูกชั่วหลาน   ที่สำคัญ ในทางการเมือง อาจกลายเป็นบุคคลแห่งศตวรรษ เป็นรัฐบุรุษของไทยที่นำประเทศไปสู่ความเป็นอารยะ และจะกลายเป็นพรรคที่ไม่มีวันแพ้..มันน่ากลัว !



แน่นอน แนวคิดของโครงการจำนำข้าว รัฐยึดชาวนาเป็นศูนย์กลาง ให้ความสำคัญกับชาวนา ส่วนพ่อค้าคนกลางที่เคยเป็นเห็บเกาะกินชาวนา คอยกำหนดราคาข้าวให้ชาวนา  ต้องด้อยสถานะลงไป ไม่อาจมากดขี่ชาวนาได้เหมือนก่อน แต่น่าเสียดาย ที่วันเปลี่ยนเวียนไปไม่นาน พวกเขาก็กลับมาใหม่อีกครั้ง  วันนี้ ชาวนาขายได้เกวียนละ 6-7000 บาททั้งๆที่ฝนแล้งทำนาก็ยาก  ส่วนพ่อค้าส่งออกขายข้าวได้เกวียนละ 13,000 -14,000 บาท สบายๆ จนทวงแชมป์ส่งออกข้าวคืนมาได้แล้ว..ดีใจจริงๆ !!!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่