หนังสือหนึ่งเล่ม กับแผนที่โง่ๆ และ คน2คน แบบ NO INTERNET (ฉบับลุย!!ไปดูผีที่มาเล!!) Malaysia 3 วัน 2 คืน

สวัสดีคะ เมื่อไม่นานมานี้ได้มีประสบการณ์ในวันที่ 30-1 พย.2558 สนุกๆบางอย่างมาฝาก!
ก็จะมาเล่าประสบกาณ์ให้ฟังกัน ทริปโง่ๆ กับคน2คน และ  NO INTERNET  NO PLAN!!  มีแค่หนังสือหนึ่งเล่ม กับแผนที่หนึ่งอันเท่านั้น  และวัน Halloween ~

ก่อนอื่นเลย ก็ไม่น่าจะเป็นการรีวิวเนอะ
ถือว่ามาเล่าให้ฟังกันเล่นๆก็แล้วกัน
“เฮ้ยยย อยากไปเที่ยววะช่วงนี้เครียดๆ ไปไหนกันดีวะ” เอาง่ายๆ ทริปนี้เริ่มมาจากคำนี้เลยคะ 55555555555555หลังจากนั้น จัส (ขอแทนตัวเองว่าจัสนะคะ) ก็จัดเตรียมทุกอย่าง ชวนเพื่อนไปนู้นไปนี่ หาข้อมูลต่างๆนาๆ บลาๆ  อ่อลืมบอกไป ไปกะเพื่อน2คนคะ สายลุยเหมือนกัน5555  
ตอนแรกเราก็ว่าจะเที่ยวในประเทศกัน แต่ไปมาๆ เพื่อนเคยชวนไว้ ดันเบี้ยวนัดสะงั้น!
  เลยตัดสินใจไป…..
“มาเล มาเล มาเล มาเล๊ มาเล มาเล ฉันอยากไปหาเธอที่มาเลเซีย”



พอได้สถานที่เที่ยวปุ๊บ จัสก็เป็นคนจัดการจองตั๋วเครื่องบินและจองโรงแรมทันที 555555 เนื่องจากเป็นผู้หญิงทั้งคู่
จึงต้องเลือกเยอะหน่อย กว่าจะจองโรงแรมที่ok
ได้ก็ปาไป 2-3 วัน สำหรับวันตัดสินใจ
เราตัดสินใจก่อนจะมามาเลเซียประมาณ 2 อาทิตย์นะคะ เพราะเราทั้งคู่ติดเรียน!
ใช่แล้วคะ เราเป็นนักศึกษาชั้นปี3 ของมหาลัยชื่อดังย่านบางแสน 555555
นึกไม่ออกเลยเนอะมหาลัยไหน  
ปล.จัสโดดเรียนไป2วิชา เพื่อไปเที่ยวคะ
รักเรียนมากกกกก แต่ทำไงได้ หัวใจมันเรียกร้องงงงงงงง่าก็ตามมมน้านนนนนเลยจ้าาา



อย่างที่บอกตอนแรก เรา2คนตัดสินใจมามาเลเซีย โดยไม่ซื้อซิม ไม่มีอินเตอร์เน็ต
และไม่ได้วางแพลนกันเลย 55 งงๆ ไหมคะ ทำไมเราไม่วางแพลน ทำไมเราไม่ซื้อซิม
มันมีเหตุผลคะ
จริงๆเราสองคนเคยไปสิงคโปร์มากันแล้ว
วางแพลนอย่างละเอียดทำให้สะดวกสบายๆ
เอามาๆ ซึ่งส่วนลึกของหัวใจอีกนิดนึงก็อยากรู้ว่าถ้าไม่มีแพลนและมันจะเป็นยังไงสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเราสองคน
เราจึงตัดสินใจไม่วางแพลนกันเพราะอยากรู้ๆจริงๆ ว่ามันจะเป็นยังไง รู้สึกยังไง
จะเหนื่อยแค่ไหน ไม่ได้บ้าคะแต่ใกล้เคียง 5555  และเราสองคนอยากลองเราจึงตัดสินใจ ซื้อหนังสือหนึ่งเล่ม และในหนังสือนั้นก็มีแผนที่แถมมาด้วย ฮ่าๆ สบายละ สบายใจละ

ปล.เรา2คนชอบmake friend ไว้ก่อนเสมอๆ
ไว้สอบถามและคุยเรื่องนู้นนี่นั่นเสมอๆ
เพราะไม่อยากพึ่งแค่ในหนังสือเท่านั้น
โดยแอปในiphone ที่ไว้คุยกับชาวต่างชาติได้ทั่วโลก หรือที่เรียกกันว่า แอปแมว นั่นเองแต่ก็นะ ต้องทำใจเรื่อง horny นิดนึงเนอะ
เจอทุกวัน ก็อย่าไปสนใจใส่ใจมัน
เพราะแอปนี้คนดีๆยังมีอยู่ เชื่อสิ จัสพิสูจมาแล้ววววววว




@DAY1 30/09/2015 ออกเดินทาง (สนามบินดอนเมือง)
เราสองคนมาขึ้นเครื่องเวลา 8.35 ใช่แล้ว
ซึ่ง เช้ามากสำหรับเรา 2 คน แต่ก็จะทำใจไว้แล้ว เพราะเรามีเวลาเที่ยวน้อยและเป็นเวลาที่ตั๋วเครื่องบินถูก (งกไว้ก่อน5555) ก่อนขึ้นเครื่องก็หาหนมใน 7-11 กินนิดหน่อยเพราะเรามาเช้ามาก
และมีเวลาเหลือเฟือ หลังจากกินและแลกเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ไปgateก็ขึ้นเครื่องบินตามปกติ ฟิ้ววววววววว ฟ้าจะบินนนนนนน ….เจอกัน KL




แล้วเวลาก็ผ่านไป มาถึงKL ประมาณ 11.00 กว่าๆ คะ
คือ เวลาของมาเลเซียจะเร็วกว่าบ้านเราประมาณ 1 ชมกว่าๆ ถึงขึ้นตม.สะทีสินะ
คนเยอะเป็นบ้าเลย เราสองคนก็ต่อแถวรอๆ
ไป จนถึงคิว ต้องบอกก่อนว่า ตม.ที่มาเลเซีย สะดวกสบายดี ไม่ต้องมีใบอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวาย (รึเปล่า)
เค้าจะแสกนนิ้วชี้เราสองข้างแค่นั้น ตม.นางก็ถามนิดหน่อยว่ามากี่วัน ตอบไป 3 day ปั๊ม จบ!555555
  แล้วเรา 2 คนก็ได้เหยียบประเทศมาเลเซีย!

เปิดหนังสือดิ้ๆ กางเผนที่ดิ้ๆ คำนี้จะออกมาจากปากเรา2คนเสมอๆ เพราะเราไม่มีแพลนไง
ดูเดี๋ยวนั้น กางเดี๋ยวนั้นเลยและการไม่มีแพลนเป็นการทำให้เราได้ฝึกภาษาไปในตัวอีกด้วย เพราะต้องถามคนอื่นๆบ่อยๆมาก ๆ55555
(คิดแง่ดีไว้ก่อน) แต่ถามก็ไม่ได้ผลเท่าไหร่นะ คนมาเลเซียก็บอกเราผิดทางเหมือนกัน
คือ เมืองมันใหญ่และค่อนข้างที่จะไม่เป็นที่เป็นทางมากกกกก เหนื่อยสุดๆ บวกกับสนุกสุดๆเช่นกัน

และแล้วเราก็รู้แล้วว่าเราต้องนั่งรถไฟ จาก สนามบิน klcc2 เข้าไปยังตัวเมือง…
ดังนั้นเราจึงไปซื้อตั๋วกัน (KLIA express)
ราคาตั๋วอยู่ที่ 35 RM ใช้ได้รอบเดียวเท่านั้น   แล้วเราก็ไปลุยกันเล้ยยยยยย!
*ตัวอย่างบัตรนะคะ



เราต้องนั่งรถไฟไปลงที่ kl sentral เพื่อที่จะต่อรถไฟ LRT ไปลงสถานีที่ใกล้ที่สุดกับโรงแรงของเราคะ ซึ่งเรา2คนรู้สึกว่าโง่มาก เพราะเราลงไกลมาๆ โชว์โง่ไป1ที แต่ก็สนุกดี ถือว่าได้แบกเป้หนักๆ เดินชมเมืองเนอะ 555555



การขึ้น LRT ก็จะคล้ายๆ กับ MRT บ้านเราเลยคะ  แต่จะมีตู้ให้กดแลกเหรียญ TOKEN (เหรียญสีฟ้า)   มาโดยเราจะไปไหน เราก็ดูว่าใกล้กับสถานีอะไร
มันจะขึ้นจำนวนเงินขึ้นมาให้เราใส่เงิน ซึ่งจะมีเครื่องหมาย บวก สีฟ้า ข้างๆ
หากเรามา2คน เราก็กดเป็น บวก2  
ก็จะได้เหรียญ2เหรียญ โดยตู้แลกเหรียญนั้น
จะใส่ได้
เฉพาะเหรียญและแบงค์1RM กับ 5RM เท่านั้น
หากเราไม่มีสามารถเดินไปแลกที่เคาเตอร์ได้คะ


พอเราลงรถไฟ เราก็เดินเล่นกันมาเรื่อยๆ
เพราะเชื่อว่าสถานีเนี๊ย ใกล้สุดละ แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเรา สถานีที่เราลงมันดันเป็นสถานีที่ไกลมากกกกกกกก
ซึ่งเราคำนวนกันผิดเอง  เราไม่มีinternet
ไม่สามารถที่จะเปิดmap นำทางได้ ก็เลยถึงเวลาต้องถามคนแถวนั้นคะ เป็นข้อดี ทำให้เรากล้าคุยกับชาวต่างชาติเยอะขึ้นเลย 55555 เพราะมันจำเป็น  เริ่มแรกเราไปถามป้าใน7-11 เป็นภาษาอังกฤษสะดิบดี  แต่ป้าแกตอบกลับมา "ไม่เข้าใจ" 55555555 เราสองคนนี่ เอิ่ม รัวอิ้งตั้งนาน  ...เพื่อไรเนี่ย
แต่แล้วป้าแกก็บอกทางคะ เราก็เชื่อแกเดินมาเรื่อยๆ เริ่มรู้สึก เฮ้ยยย มันไม่ใช่แล้วปะวะ ทางมันไม่ใช่ละเซนส์มันบอก
(ความรู้สึกผู้หญิงมักไว้เสมอ)
ก็เลยเกิดการคุยกับคนที่ 2 คือคุณลุงแก่ๆ
คนนึง คุณลุงบอกให้เดินไปทางเดิมถูกแล้ว
แต่แล้วเดิน เดิน เดิน  ก็ยังไม่มีวี่แววสักที
เราเลยหาจุดเด่นๆในแผนที่ว่ามีอะไรบ้าง
เดินไปทางไหน เหนือ ใต้ ออก ตก แล้วเราก็พึ่งแอปทิศทางในiphone อีกรอบ
สรุป เราเห็นโรงพยาบาลในแผนที่ที่เด่นสุด และเราก็เลยเจอโรงพยาบาล
ตอนนั้นก็รู้สึก เฮ้ยยยย จะถึงละเว้ยยย  
และสุดท้ายก็ถึงจริงๆ ที่พักของเรา ... อยากทิ้งตัวลงนอนแล้วว

My hotel @bukitbintung



เราเลือกพักที่นี่เพราะว่าการเดินทางสะดวก
มีทั้งรถบัส รถไฟ
และการเดินไปเที่ยวย่านท่องเที่ยวใน bukit เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น
ราคาอยู่ที่ คืนละ700-800 บาทไทย
สามารถนอนได้ 2 คน มีแอร์ น้ำอุ่น เตียง ตู้
ก็ถือว่าคุ้มสำหรับความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับผู้หญิง2คนคะ
แต่กลิ่นภายในโรงแรมค่อนข้างแรงนิดนึงเพราะชาวอาหรับ แขก อินเดีย อยู่กันค่อนข้างเยอะ
ก็ต้องทนๆเอาจ้า แต่ก็ไม่แรงถึงกะทนไม่ได้น้ายังพอไหวกันอยู่ 555555
*หลังจากที่เราพักกันสักนิด จิบน้ำสักหน่อย ก็ถึงเวลาลุยละฮ้าาา ไปกันเลย

@ berjaya tume square
เป็นห้างที่มีประมาณ10ชั้น ไม่หรูมา แต่ว่ามีสวนสนุก cosmo'world ภายในห้างเลย เครื่องเล่นหวาดเสียวๆสุดๆ ของจริง ไม่กล้าเล่น กลัวหัวกระแทกขอบปูน 5555555  ซึ่งเป็นห้างที่ค่อนข้างเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นเลยก็ว่าได้



แล้วก็ไปหาไรกินบนห้างนั่นแหละ เดินไปเดินมาเจอร้านไหนก็กินร้านนั้นเลย เพราะหิวมากกกกก
เครื่องเทศจะค่อนข้างแรงเล็กน้อย



หนังท้องตึง หนักตาเริ่มหย่อนนนนน ไปไหนกันดีละเราสองคน นี่ก็เริ่มดึกมากแล้วด้วยยย กลับโรงแรมไปพักกันเถอะ พรุ่งนี้ค่อยลุย ทางกลับโรงแรมก็จะอยู่ถนนเส้นครึกครื้นเลยก็ว่าได้ แถบbukit bintung ก็เลยแวะเดินผ่านละกลับไปนอนดีฟ่าาา~ (เก๊าลืมถ่ายรูปมาอ่าาา เพราะใช้ระบบ walk only ใช้ LRT บางเวลาเท่าน้า)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่