ผมเป็นพลเรือนอายุ 20 ปี ได้หมายเรียกรับใช้ชาติตามกฏหมายสมัครเพื่อขอลดสิทธิ์อายุราชการ วุฒิ ปวส. 6เดือน ปลด ตอนนั้นคิดว่าเงินเดือนน้อยมาก + กับทำงานหนัก + อันตราย +เหนื่อยคิดไปหมด วันเเรกที่เข้าประจำการบอกได้เลยว่าคิดถึงบ้านมากแทบร้องไห้
ไม่มีกระจิตกระใจทำห่าไรเลย
พออยู่มาสัก2อาทิตย์ หนักมาก ปรับวินัยแบบทหารทุกระเบียบนิ้ว ทุกวินาทีที่หายใจในรั้วสีเขียว ท้อ..โคตรๆ
ตื่นตี4.30ทุกวัน วิ่งทุกวัน ปฎิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดนลงโทษบ้าง
ใครเด่นๆ ก็เจ็บตัวไป ใครด้อยๆ ก็เจ็บตัวเหมือนกัน เลยอยู่แบบนินจา55 เงียบสงบ สยบทุกการเคลื่อนไหวเรียนรู้การเอาตัวรอดทุกนาทีอยู่แบบไหนให้
รอด
เรื่องการกินก็ตามธรมเนียมแกงผักใส่วิญญานหมู ตามเคย ร้านค้าหรือPXเซ็นได้ นม ขนม เครื่องใช้ส่วนตัว กินเป็นเวลามีเวลากินขนมเวลานั่งเล่น เอาง่ายๆไม่มีโอกาศกำหนดทิศทางการเดินได้เลยช่วงเดือนเเรก...บอกล้ม ล้ม บอกลุก ลุก ไม่งั้นละ...ซวยแน่...แถมเพื่อนก็จะซวยตามไปด้วย แต่ก็มีบางคนที่พาเพื่อนซวยทุกวัน ก็งงกับมันพวกนี้จิตป่วย
แล้วอีกอย่างจะมีพวกเก่ง พวกขี้โม้ พวกโลกส่วนตัวแบบไม่สนโลก พวกเห็นแก่ตัว พวกขี้ยา(ง่วงตลอด) พวกคิดว่าตัวเองทำดี( คนอื่น

ผิดไปหมดพวกนี้อันตราย)
พยามยามไม่ไปยุ่งกะมัน รู้ไหมคนที่ดีที่สุดคือใคร คือคนที่คอยทำตามคำสั่งอย่างเดียวไงผิดถูกช่างมันเพราะมันมีเหตุผลอยู่ทำๆไปก่อน บางทีบอกดันพื้น50ครั้งเบาๆ กลับอู้ไม่ทำ ทำไม่ถูกท่าบ้าง
ก็โดนลงโทษไปเพิ่มเป็น100 200 ก็ว่าไป อาจจมีท่าเพิมขึ้นมาอีก....ก็เป็นได้
เสียสละเป็นหนึ่งเช่น ครูบอกว่า ขอ10นาย แบบแย่งกันกินเนื้อแบบกระหายหิวอ่ะ รุมวิ่งกลัวไม่ได้ทำงานทั้งที่รู้ว่างานมันไม่ได้สบายเหมือนการฝึกการรบ
ที่ไหนได้เขาสอนให้เสียสละ ขอ10 วิ่งรุม30 ขอ20คน วิ่งรุม50คน นับอยู่นั่นแหละ
ผ่านไป1เดือน เยี่ยมญาติได้ ญาติมาหา น้ำตานี่ไหลเลย พึ่งรู้ว่าเวลาที่อยู่กับคนสำคัญมันมีค่าแค่ไหนทุกวินาทีแทบจะไม่ห่างกันเลย
แม่เดินมาหาวิ่งไปกอดและทรุดก้มลงกราบเท้า....แบบหืมมมซึ้งมากน้ำตานี่ไม่รู้เลยว่าไหลมาตอนไหน รู้แค่ว่าเวลาที่ได้ใช้กับคนที่รักณตอนนี้มีค่ากว่าสิ่งใดแล้ว เย็นมา ส่งญาติกลับได้พลังเต็มเปี่ยม เพราะเยี่ยมได้ทุกวันอาทิตย์
ผ่านมาเดือนที่2 ทุกอย่างเริ่มลงตัวปรับสภาพเข้าได้ทุกอย่าง วิ่งวันละหลายสิบโล เป็นคนใหม่ เข้มแข็ง มั่นคง แข็งเเรง มีพลัง...
2อาทิตย์สุดท้าย นับวันนับคืนจะได้กลับบ้าน....เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน....จวบจนวันสุดท้าย คือแบบ คืนนนั้น แทไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว
นอนไม่หลับดีใจมาก เช้ามานี่ญาติมารับพร้อมรับประทานอาหารแล้วก็พิธีปิดการฝึก...กลับบ้าน...10 วัน
เรื่องเงินไม่ต้องคิดมาก ไม่เหลือครับ บอกได้เลยว่า ร้านค้าอย่าเซ็นให้มากเหลือกลับบ้าน5000 เงิน 2หมื่น 2เดือน หักโน่นนี่นั่น ย้ำว่าใครจะไปเป็นทหารมีอะไรที่เขาล็อคไว้ว่าต้องจ่ายถึงมันจะไม่ยุติธรรม อย่าแสดงอาการเด็ดขาดเพราะจะซวย...กลับบ้านแล้วค่อยบ่น..
พัก10วันขึ้นกองร้อยเสร็จ แยกหน่วยทำงานตามหน้าที่ ไปไหนมาไหนไม่ได้ตามอำเภอใจแต่ก็สบายใจไม่ได้มีคนมาวุ่นวายเหมือนเมื่อก่อน
อยู่แบบชิลๆ แล้วก็รอวันปลดประจำเป็นทหารก็ดี
ใครเรียนไม่จบ เค้าส่งเรียน จนจบ ปวส. มีเงินเก็บ
มีโอกาศก้าวหน้าทางราชการทหาร สอบรรจุ สอบเข้าโรงเรียนนายสิบบ้าง....
อนาคตสดใส จบไปก็มีวุฒิการศึกษา มีวิชาที่ทางทหารได้สอนไว้
สอบบรรจุ สอบเข้าโรงเรียนได้ สบายยันพ่อแม่ ลูกเมีย ครอบครัวดภาคภูมิใจ นี่แหละชีวิตทหารของผม
ยาวไปหน่อย ข้องใจอะไรตรงไหนถามได้น่ะครับ ขอบคุณครับที่ติดตาม
บอกเล่าประสบการณ์ ทหารเกณฑ์. ซึ่งไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
ไม่มีกระจิตกระใจทำห่าไรเลย
พออยู่มาสัก2อาทิตย์ หนักมาก ปรับวินัยแบบทหารทุกระเบียบนิ้ว ทุกวินาทีที่หายใจในรั้วสีเขียว ท้อ..โคตรๆ
ตื่นตี4.30ทุกวัน วิ่งทุกวัน ปฎิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดนลงโทษบ้าง
ใครเด่นๆ ก็เจ็บตัวไป ใครด้อยๆ ก็เจ็บตัวเหมือนกัน เลยอยู่แบบนินจา55 เงียบสงบ สยบทุกการเคลื่อนไหวเรียนรู้การเอาตัวรอดทุกนาทีอยู่แบบไหนให้
รอด
เรื่องการกินก็ตามธรมเนียมแกงผักใส่วิญญานหมู ตามเคย ร้านค้าหรือPXเซ็นได้ นม ขนม เครื่องใช้ส่วนตัว กินเป็นเวลามีเวลากินขนมเวลานั่งเล่น เอาง่ายๆไม่มีโอกาศกำหนดทิศทางการเดินได้เลยช่วงเดือนเเรก...บอกล้ม ล้ม บอกลุก ลุก ไม่งั้นละ...ซวยแน่...แถมเพื่อนก็จะซวยตามไปด้วย แต่ก็มีบางคนที่พาเพื่อนซวยทุกวัน ก็งงกับมันพวกนี้จิตป่วย
แล้วอีกอย่างจะมีพวกเก่ง พวกขี้โม้ พวกโลกส่วนตัวแบบไม่สนโลก พวกเห็นแก่ตัว พวกขี้ยา(ง่วงตลอด) พวกคิดว่าตัวเองทำดี( คนอื่น
พยามยามไม่ไปยุ่งกะมัน รู้ไหมคนที่ดีที่สุดคือใคร คือคนที่คอยทำตามคำสั่งอย่างเดียวไงผิดถูกช่างมันเพราะมันมีเหตุผลอยู่ทำๆไปก่อน บางทีบอกดันพื้น50ครั้งเบาๆ กลับอู้ไม่ทำ ทำไม่ถูกท่าบ้าง
ก็โดนลงโทษไปเพิ่มเป็น100 200 ก็ว่าไป อาจจมีท่าเพิมขึ้นมาอีก....ก็เป็นได้
เสียสละเป็นหนึ่งเช่น ครูบอกว่า ขอ10นาย แบบแย่งกันกินเนื้อแบบกระหายหิวอ่ะ รุมวิ่งกลัวไม่ได้ทำงานทั้งที่รู้ว่างานมันไม่ได้สบายเหมือนการฝึกการรบ
ที่ไหนได้เขาสอนให้เสียสละ ขอ10 วิ่งรุม30 ขอ20คน วิ่งรุม50คน นับอยู่นั่นแหละ
ผ่านไป1เดือน เยี่ยมญาติได้ ญาติมาหา น้ำตานี่ไหลเลย พึ่งรู้ว่าเวลาที่อยู่กับคนสำคัญมันมีค่าแค่ไหนทุกวินาทีแทบจะไม่ห่างกันเลย
แม่เดินมาหาวิ่งไปกอดและทรุดก้มลงกราบเท้า....แบบหืมมมซึ้งมากน้ำตานี่ไม่รู้เลยว่าไหลมาตอนไหน รู้แค่ว่าเวลาที่ได้ใช้กับคนที่รักณตอนนี้มีค่ากว่าสิ่งใดแล้ว เย็นมา ส่งญาติกลับได้พลังเต็มเปี่ยม เพราะเยี่ยมได้ทุกวันอาทิตย์
ผ่านมาเดือนที่2 ทุกอย่างเริ่มลงตัวปรับสภาพเข้าได้ทุกอย่าง วิ่งวันละหลายสิบโล เป็นคนใหม่ เข้มแข็ง มั่นคง แข็งเเรง มีพลัง...
2อาทิตย์สุดท้าย นับวันนับคืนจะได้กลับบ้าน....เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน....จวบจนวันสุดท้าย คือแบบ คืนนนั้น แทไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว
นอนไม่หลับดีใจมาก เช้ามานี่ญาติมารับพร้อมรับประทานอาหารแล้วก็พิธีปิดการฝึก...กลับบ้าน...10 วัน
เรื่องเงินไม่ต้องคิดมาก ไม่เหลือครับ บอกได้เลยว่า ร้านค้าอย่าเซ็นให้มากเหลือกลับบ้าน5000 เงิน 2หมื่น 2เดือน หักโน่นนี่นั่น ย้ำว่าใครจะไปเป็นทหารมีอะไรที่เขาล็อคไว้ว่าต้องจ่ายถึงมันจะไม่ยุติธรรม อย่าแสดงอาการเด็ดขาดเพราะจะซวย...กลับบ้านแล้วค่อยบ่น..
พัก10วันขึ้นกองร้อยเสร็จ แยกหน่วยทำงานตามหน้าที่ ไปไหนมาไหนไม่ได้ตามอำเภอใจแต่ก็สบายใจไม่ได้มีคนมาวุ่นวายเหมือนเมื่อก่อน
อยู่แบบชิลๆ แล้วก็รอวันปลดประจำเป็นทหารก็ดี
ใครเรียนไม่จบ เค้าส่งเรียน จนจบ ปวส. มีเงินเก็บ
มีโอกาศก้าวหน้าทางราชการทหาร สอบรรจุ สอบเข้าโรงเรียนนายสิบบ้าง....
อนาคตสดใส จบไปก็มีวุฒิการศึกษา มีวิชาที่ทางทหารได้สอนไว้
สอบบรรจุ สอบเข้าโรงเรียนได้ สบายยันพ่อแม่ ลูกเมีย ครอบครัวดภาคภูมิใจ นี่แหละชีวิตทหารของผม
ยาวไปหน่อย ข้องใจอะไรตรงไหนถามได้น่ะครับ ขอบคุณครับที่ติดตาม