เมื่อฉันตอบแทนน้ำตาด้วยการประชดชีวิตตัวเอง (18+นิดๆ)ใครชอบฝรั่งอย่าพลาดเรื่องนี้

สวัสดีคะ  ขอใช้นามสมมุติแทนตัวเองว่า  “ฟ้า”  นะ
ก่อนอื่นต้องขอโทษล่วงหน้าถ้าพิมผิดไปบ้าง  เป็นคนไม่เก่งด้านตัวสะกดต้องตรวจทานหลายรอบเลยเวลาเขียนอะไรสักอย่าง  แต่จะพยายามเต็มที่นะอมยิ้ม04อมยิ้ม02

ตอนนี้ฟ้าอายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่มหาลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร  ฟ้านิสัยค่อนข้างจะลุยๆ ชิวๆไปไหนไปกัน  กลุ่มเพื่อนในมหาลัยเลยมีแต่ผู้ชายในกลุ่ม  (ต่างจากตอนสมัยเรียนโรงเรียนเพราะฟ้าเรียนโรงเรียนหญิงล้วน มาทั้งชีวิต)  ฟ้าเป็นคนไม่ชอบกฎระเบียบ  เวลาจะทำอะไรก็จะยึดความสุขตัวเองเป็นหลัก  ไม่ชอบก็จะไม่ทำ  ไม่ว่าจะใครไม่สั่งก็ไม่สน (ถ้าใครเคยดูฮอร์โมนจะนิสัยเหมือนแจนในเรื่องประมาณนั้น)  บอกก่อนนะว่าฟ้าไม่ใช่คนสวยอะไร  แต่เป็นคนมีบุคลิกค่อนข้างเด่น (คนอาจมองว่าอีนี้เป็นบ้าทำนองนั้นละมั๊ง  เห็นคนชอบมองเวลาไปไหน5555ไม่ได้มโนนะ คือบางทีมันก็มองจนรู้สึกแย่คิดว่าตัวเองเป็ยตัวประหลาด) และฟ้าตัวสูงด้วยเมื่อเทียบกับผู้หญิงไทยปกติ(170) มันก็เลยยิ่งเห็นชัดเวลาอยู่กลางผู้คน

เริ่มเรื่องเลยดีกว่า  เรื่องเริ่มต้นตอนที่ฟ้าเพิ่งเปิดเทอมขึ้นปี2 นี้แหละ มหาลัยฟ้ามีรับนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างชาติในคณะประมาณเกือบ 100 คน  มหาลัยเลยจัดให้จับบัดดี้ระหว่างนักศึกษาไทยกับเด็กต่างชาติที่มาแลกเปลี่ยน

ขอบอกก่อนนะว่าฟ้าเรียนภาคไทย  และโง่อังกฤษมากขนาดว่าตกทุกเทอมตั้งแต่ทั้งมอต้น ยันมอปลาย  เป็นอะไรที่เกลียดที่สุด  ตอนเห็นโครงการตอนแรกโอ้ยอยากสมัครมาก (คิดในใจอยากได้ผัวฝรั่งว่ะแกกก555คราวนี้แหละโอกาสมาถึงละ)  แต่อ่ะนะของบางอย่างทำได้ก็แค่มองจีๆ  อยากได้แต่คุยไม่รู้เรื่องก็ได้แต่ทำใจ  ปกติแค่ฝรั่งมาถามทางนี้วิ่งหนีแทบไม่ทันแล้วบองตง


แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก   เมื่อเพื่อนสนิทของฟ้า  (เพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่ฟ้ามีในคณะ)  ขอใช้นามสมมุติอีกว่า ชื่อ จิ๊บ (ถ้าเพื่อนคนไหนอ่านอยู่รู้เลยว่าใครตั้งกระทู้นี้ แต่ไม่ไหวละตอนนี้เครียดมากอยากระบายให้โลกรู้  รู้สึกว่าเรื่องนี้มีต่างจาก  club friday)  จิ๊บบอกฟ้าว่าไปสมัครเป็นบัดดี้  ตอนนั้นฟ้าก็ไม่ได้อะไร แบบโอเคก็ดี วันที่ปฐมนิเทศฟ้าก็ไปเป็นเพื่อนจิ๊บคะ  อุ๊หุแม่เจ้า!!  หาไม่ได้ในไทยนะ  สูง  ขาว  ล้ำ  จมูกโด่ง  ปากเล็ก  ผมทอง  ตาสีฟ้า โอ๊ยตายละ  ตอนนั้นจำได้ว่าพูดเป็นคำเดียวคือ  “จะเอาๆๆๆๆ5555”  ทำไมของต่างชาติมันดีกว่าของไทยเยอะจัง ตอนนั้นเลือกไม่ถูกเลยคะว่าจะอ๋อยใครดี55555 skillที่เคยสะสมมาไม่รู้จะงัดไม้ไหนออกมาใช้

ขอเล่าเรื่องตัวเองอีกนิดที่จริงฟ้าเป็นผู้หญิงเที่ยวหนัก a bit (มั๊ง555อาทิตย์ละครั้งสองครั้งสามไม่น่าเกิน)  แต่ฟ้าไม่ใช่ผู้หญิงเชิง one night stand  พูดไปเชื่อยากจากลุคและเพื่อนในแก๊งค์    แต่ของแบบนี้ขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคลคะไม่ใช่เพื่อนกับสถานที่  แล้วก็ไม่จำเป็นต้องโกหกในนี้  เหตุผลที่ฟ้าชอบออกไปเที่ยวแค่เพราะไม่อยากอยู่บ้าน แต่ที่จะบอกคือประเด็นสำคัญที่สุดคือฟ้ายัง  virgin แค่จูบยังไม่เคย  ไม่เคยมีแฟนแบบที่ฟ้าตอบว่าตกลงเราคบกันเลยสักครั้ง ฟ้าคงเป็นคนแปลก(เห็นใครๆก็ชอบพูดงี้)  ออกแนวฟ้าเป็นคนขี้เบื่อมั๊ง  ไม่ติดโทรศัพท์  ไม่ชอบให้ใครโทรตาม คุยกับใครไม่ค่อยได้นาน ทุกคนจะผ่านมาแล้วผ่านไปฟ้าก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  อาจเป็นเพราะตัวฟ้าเป็นคนนิสัยไม่ดี  เอาแต่ใจตัวเอง  ติดเพื่อน(ไปไหนที่เราสองสามสี่ห้าคนตลอด)  ให้ make love ก็ไม่ได้  เพราะฟ้าคิดมากเรื่องอย่างว่า  หัวโบราณเรื่องนี้  แค่โดนมือฟ้าก็จะพูดเลยว่า   “ นี้หลอกจับมือออ่อ555555เนียนเนอะ”  ดูเป็นคนเล่นๆไปหมด  แต่หลายครั้งนะคะที่ฟ้าจริงจังกับคนที่ฟ้าชอบ  ฟ้าชอบคนชิวๆง่ายๆ ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาแต่ต้องเป็นคนเก่งด้วย   และทุกครั้งที่ฟ้าเจอคนที่ใช่  (ย้ำว่าทุกครั้ง)  ฟ้าจะได้ตำแหน่งเมียน้อยตลอดไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไม่เคยมาทัน  ดูหนังหักมุมมันก็สนุกดีแต่ถ้าเราไม่ใช่นางเอกมันก็คงไม่สนุก  ฟ้าเหมือนดูหนัง  remake ซ้ำไปซ้ำมาเรื่องเดิมๆแค่เปลี่ยนตัวละครตัวใหม่  จนฟ้าเข็ดไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใคร

ขอย้อนกลับมาเหตุการณ์วันนั้นคะ  คิดภาพตามคะ  ในหมู่ของเทวดาจะมีต้องมีพญาของเทวดา  ภาษาชาวบ้านเรียกว่า  ตัว  boss  พระเจ้าตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่าฝรั่งที่ว่าหล่อในห้องทั้งหมดเทียบไม่ได้กับชายคนนี้  เหมือนตาเรามองเขาได้แค่คนเดียว นี้มันพระเอก  fifty shade of grey ชัดๆอ่ะ เหมือนมาก  ขอแทนชื่อชายฝรั่งคนนี้ว่า  Grey  เลยละกัน ตอนนั้นฟ้านั่งอยู่แถวหน้าสุด  เพราะมาช้าในห้องมีคนสักสองร้อยคน   Greyเหมือนเป็นตัวแทนนักเรียนฝรั่งที่ออกมาพูด   ก็เลยเดาไปว่าเป็นอาจารย์หรอว่ะ  หน้าแก่ไปนิดแต่ก็ไม่น่าแก่พอจะเป็นอาจารย์  น่าจะสัก 26  ได้   เก็ตช่ะว่าฝรั่งมันจะดูแก่กว่าคนไทยอยู่แล้ว  เดาอายุจริงๆยาก  ตอนนั้นสารภาพตามตรงเลยไม่เข้าใจที่มันพูดสักคำ55555 แต่มีประโยคหนึ่งเห็นในห้องเขา  hooo เลยหันไปถามจิ๊บว่าตะกี้พูดไรอ่อว่ะ  จิ๊บบอกว่า  “เกล์ยบอกว่าเนี่ยต่อให้คุณจากมากจากประเทศอะไร  ก่อนหน้านี้เคยได้ยินเรื่องราวของคนไทยว่ายังไง  ซื้อได้ด้วยเงิน  บลาๆๆๆ ไม่ใช่ที่นี้  คนทุกคนต่างกันอย่างตัดสินใครเพียงเพราะสิ่งที่เคยได้ยินต่อๆกันมา  อย่าเหมารวม”  เหยดโด้บอกเลยจุดนั้นต้องขออุทาน  ตกใจอ่ะแบบเอ้ยชายคนนี้มันพ่อของลูก  55555 หันไปถามจิ๊บว่านี้กูจะอ๋อยเขาไงดีว่ะ  โห่ยิ้มสูงไปอ่ะ(ไม่ได้หมายถึงส่วนสูง  สูงแบบเหมือนเราเป็นหมามองเครื่องบินอ่ะ)  ชอบอ่ะนี้กูส่งสายตาอ๋อยเขาสุดความสามารถละยิ้มจะได้ผลป่าวว่ะ(เหมือนจะนั่งหน้าไปจนเขามองไม่เห็น)  มีแอบถ่ายรูปด้วยนะ5555 ร้องเพลง  Call me maybe แปบ พี่ลูกเคยสอนมาว่าเวลาเจอหรั่งถูกใจให้ร้องเพลงนี้จีบ

และแล้วความซวยก็มาเยือน  อย่างที่บอกไม่รู้เพราะอะไรเวลาไปไหนเป็นจุดรวมตาตลอด  อยู่ดีๆอาจารย์(คนไทยนะเป็นตุ๊ด  น่าจะสอนภาคอินเตอร์) ก็เดินมาหา  งงมากแบบมันก็มีคนอื่นนั่งรอเพื่อนเยอะแยะตอนนั้นครึ่งห้องได้  ไม่รู้ดลใจจารย์พุ่งมาหาเลย   “แบบหนูๆมานั่งทำไรรอเพื่อนอ่อ  ไม่อยากมีเพื่อนใหม่เป็นฝรั่งอ่อ  สนุกนะเชื่อจารย์  ลองดูๆ  เรียนอินเตอร์ป่ะ  ทำไมหน้าไม่คุ้น”  เราก็ตอบไปว่าป่าวก็อยากนะคะแต่หนูโง่อังกฤษบัดซบไม่ไหวหรอก  ไม่ได้สมัครด้วย(เหมือนมันต้องลงทะเบียนมาก่อนประมาณ1อาทิตย์ก่อนนี้)  อาจารย์เขาก็แบบทำหน้าอยากให้ลองว่าเอาๆเหอะ  จัดมาเลยสองหน่วย  

สรุปว่าเราซึ่งน่าจะเป็นคนที่โง่อังกฤษที่สุดในห้องนั้นแต่ต้องเป็นบัดดี้ฝรั่งสองคนเลยที่เดียว  นามสมมุติอีกตามเคย  ชื่อ  “เนย” กับ  “อาบัง”  ละกัน  ส่วนบัดดี้ของจิ๊บเพื่อนเรา  ให้ชื่อ “เซป” ทุกคนเป็นผู้ชายและมาจากเยอรมัน  เนยนี้หัวทองมากทองแบบยิ่งกว่าราพันเวลไปไหนสาวไทยกรี๊ดตลอด  อาบังจะออกแนวแขกๆหน่อยขวัญใจ lady boy หุ่นดีมากเป็นผู้ชายเข้มๆ   ส่วนจิ๊บโชคดีมาเพราะเซปเป็นลูกครึ่งไทยแต่โตเยอรมันพูดไทยได้นิดหน่อย

ตอนนั้นรู้สึกโง่มากยังดีมีจิ๊บกับเซปช่วยแปล  วันแรกจำได้ว่าแทบจะร้องไห้  ลืมดูเกล์ยที่รักยิ่งไปเลยเพราะมั่วปวดหัวกับสองคนนี้ เรื่องหาข้าวกิน  มันยากมากนะเพราะสำเนียงอังกฤษคนเยอรมันจะ  อือๆอ่าๆเสียงต่ำ  ฟังยาก  แต่สรุปว่าวันแลกก็ไป  party กันเลยจร้า  5555(ขนาดนี้คุยกันไม่เรื่อง)  ตอนแรกก็นัดกันว่าจะพาบัดดี้ไป,,,,,,เวลาสามทุ่มครึ่งเจอหน้าร้าน  เป็นผับชื่อดังแถวมหาลัยนั้นแหละ  เมื่อมาถึงแทบจะเป็นลม(คิดภาพคนกลัวฝรั่งนะ)  คุณพระตอนแรกคิดว่ามากันสามคน  ฝรั่งมาเป็นสิบเกือบ20  ไม่รู้ว่าเพื่อนใครเป็นเพื่อนใคร  มาเยอะชนิดว่าเจ้าของร้านจะไม่ให้เข้า  จิ๊บมารับหน้าก่อน แต่เจ้าของร้านกังวล  อารมว่ากลัวคิดออกป่ะ  ผับแถวมอส่วนใหญ่ก็มีแต่เด็กมหาลัยนี้ทั้งนั้น  แล้วฝรั่งขนาดตัวก็ใหญ่  เจ้าของร้านก็เลยกลัวจะมีเรื่อง  และจุดเปลี่ยนสังคมก็มาถึง  เหมือนทุกคนยืนรอเรา(55555 อิอิ พื้นฐานเป็นคนน่ารักไปไหนใครรักใคร่) เพราะเรารู้จักกับเจ้าของร้าน 55555สรุปวันนั้นเลยมีฝรั่งมาคุยกับเราเยอะมาก ประหนึ่ง  hero   แบบจำชื่อกันแทบไม่ไหว เหมือนทุกคนที่มาจะเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่มาจากเยอรมันก็เลยชวนกันมาประมาณนั้น

เรื่องราวผ่านไปนาน  เหมือนเป็นช่วงเวลาที่เพื่อชายในกลุ่มไปมีแฟนหมด  และแฟนเพื่อนก็ไม่ชอบให้มันอยู่กับเราเท่าไร    ฟ้าใช้ชีวิตกับฝรั่งมากกว่าไทย  ช่วงนั้นสนุกมากแต่เหนื่อยโคตรๆมีอะไรให้ทำทุกวัน  วันนี้ปาร์ตี้สระน้ำ  พนเพ้นบอล  แตะบอล  เบียร์ปอง  hang out  มีอะไรสนุกให้ทำทุกวันเลย
เดือนหนึ่งผ่านไป  ฟ้าเกือบลืมเกล์ยไปสนิท  สรุป มารู้ตอนถามเพื่อนๆฝรั่งว่าเกล์ยเป็นรุ่นพี่ปีก่อน มาจากเยอรมันเหมือนกันแล้วกลับมาทำงานที่ไทย


คืนนั้นก็เป็นคืนที่ออกมา  hang out กับฝรั่งตามเคย  แต่เป็นอารมนั่งชิวๆมากกว่าตื้ดๆ  ตอนนี้เริ่มมีคนไทยคนอื่นมาด้วยเป็นพวกเรียนภาคอินเตอร์ที่ฝรั่งคนอื่นชวนมา  คืนนั้นเป็นคืนที่ค่อนข้างวุ่นวายเพราะตำรวจลงและมีฝรั่งบางคนอายุไม่ถึง  ต้องพาหนีกันอย่างสนุกสนาน  และแล้วสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิด  วันนั้นก็เป็นวันที่คนเยอะอีกตามเคย  เรายืนร้องเพลงอยู่กับเนยไม่มีที่จะนั่ง เนยก็เป็นคนป๊อปมากเวลาเพื่อนมาเจอก็อยากคุย  นึกออกช่ะคนไทยชอบฝรั่ง

และแล้ววินาทีที่สิบจากการเรียกสติของตัวเองกลับคืนมาจากภวังค์ได้  ผู้ชายคนนี้หน้าตาเหมือนเคยเจอที่ไหนฟ่ะ  "Grey ไงลืมอ่อจิ๊บเดินมาบอก"  คุณพระและแล้วโอกาสก็มาถึง จากใจที่คิดว่าจะไม่ได้เจออีกแล้ว  ถามจิ๊บว่าเกล์ยมาได้ไงว่ะถามเนยถามทุกคน  ทุกคนตอบไม่รู้เหมือนกัน  ตอนนั้นอยากจะเข้าไปคุยนะแต่อย่างที่บอกไม่กล้าชอบใครก่อน  กลัวว่าจะต้องเสียใจอีก รู้เลยว่าถ้าเป็นครั้งเนี่ยต่อให้คุยกันไม่รู้เรื่องก็ต้องเสียใจแน่ๆ   เรากับเกล์ยเหมือนอยู่หัวโต๊ะคนละฝั่งและโต๊ะที่ยาวขนาดนั้นไม่มีทางเห็นได้เลย  จนร้านปิดทุกคนบอกจะไปต่อ  rca  แต่เราขี้เกียจแล้วเพราะไกลบ้าน  ตอนนั้นยืนอยู่หน้าร้านกำลังตกลงเรื่องว่าใครจะไปต่อบ้าง  ตอนนั้นอยู่ใกล้  grey โคตรๆ เรากับจิ๊บกำลังปรึกษากันว่าจะไปต่อไหม  เกล์ยก็หันมาพูดไทยว่า  “สวัสดีครับ”  ภาษาไทย  ตอนนั้นไม่กล้ามองหน้าเค้าเต็มๆเลย  เขิน5555แต่จำได้ว่าตอบไป  (อย่างที่บอกแหละว่าไม่เก่งอังกฤษเดือนหนึ่งผ่านไปก็ไม่เก่งขึ้นเลย  เหมือนเป็นภาวะพยายามเข้าใจ)  “you can speak dai doaw lhor but no sa wad d na it use when we met but now we go tong la kon na mai chai sawad d”  ตอบไปแบบนี้เลย  เกล์ยก็พูดว่าอะไรนะพูดได้แค่นิดเดียว  แล้วเพื่อนก็ดึงเกล์ยขึ้นแท็กซี่ไปเลย  




ปล/ไม่รู้ว่ากระทู้นี้จะเป็นไงต่อ ไม่รู้ว่าจะดังพอให้ฝรั่งบางคน interested in here พอมั๊ย

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 5
คืนต่อมา  ประมาณสองสามทุ่ม  ชีวิตคนว่างงานก็เปิดโทรศัพท์เล่น  facebook ไปเรื่อยแล้วเคยเห็นช่ะว่ามันจะมีแนะนำเพื่อนข้างๆ  Grey คะ
ตอนนั้นกดแอดไปด้วยความไวแสงเลย5555 (บอกก่อนนะว่าฝรั่งเฟสจะไม่เหมือนคนไทยที่แอดมั่วๆๆๆรับหมด  เขาจะแอดเฉพาะคนที่เป็นเพื่อนจริงๆเท่านั้น  เป็นคนที่เขาสนใจดูความเคลื่อนไหว) ประมาณไม่กี่นาทีเกล์ยก็กดรับคะ  เขินที่สุด ผ่านไปประมาณ  20นาที  ความเพ้อเจ้อเริ่มมาเปลี่ยนเป็นอาการบ้าแทน แบบโอ๊ยทำไงดีว่ะ  ทักดีม่ะ  ทักว่าไรดี  คิดมากคิดมายคิดเต็มไปหมด ทักไปหาจิ๊บว่าๆๆๆๆว่ากูทำไง  จิ๊บก็บอกว่าโอ๊ยอย่าช้าชอบก็ทักไปดิ(จิ๊บจะเป็นเพื่อนประเภทชอบเชียร์คะ  แบบยุยงเสมอ)  ตอนนั้นฟ้าเลยโพสเพลง  Call me maybe ลงบนเฟส  
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แล้วพิมอธิบาย(มันเรียกว่าไรไม่ค่อยได้เล่นเฟสเหมือนเป็นรายละเอียดลิงค์ที่แชร์)  กูว่ากูเจอละ  father  of  my  son  อยากได้ทำไงดีอ่ะ  แท๊กจิ๊บไป  10นาทีคุณพระ  message facebook   เด่งคะ  ขอแปลไทยให้เลยนะจำไม่ได้ว่าภาษาอังกฤษว่าไง  พิมมาประมาณว่า  “คุณใช่ผู้หญิงคนที่ผมเจอเมื่อคืนใช่ไหม”  พระเจ้าช่วยกรี๊ดลั่นบ้าน   grey ทักมา  โทรหาจิ๊บก่อนเลยสิ่งแรกที่คิดออก ความจริงเห็นต้องแต่วิแรกเลยนะแต่กว่าจะคิดคำตอบได้ครึ่งชั่วโมงต่อมาคะ555555  อารมว่าเป็นผู้หญิงดึงเกมส์ข้างในแทบตายแต่ใจต้องนิ่ง  “ใช่ๆจำได้ด้วยหรอ”     grey ตอบว่า"ใช่  เราเคยเจอกันมาก่อนนี้ไหมที่มหาลัยไหม  " คืนนั้นคุยกันยาวเบยไม่ต้องหลับต้องนอน  grey น่ารักโคตรๆที่จริงเพิ่งอายุ 22แก่กว่าสองปี  เกล์ยบอกว่าเกล์ยชอบที่นี้มากไม่อยากไปไหนอีกแล้วคนไทยใจดีทุกคนเลย(คิดไหนใจ  แหม่ก็ยูเป็นฝรั่งแถมหล่อขนาดนี้  ลองยูเป็นบังขายถั่วดิ  ดูว่าคนไทยจะใจดีกับยูไหม555)วันนั้นเป็นวินาทีแรกในชีวิตที่รู้สึกอย่างเก่งอังกฤษ  อยากพยายามเพื่อที่จะเข้าใจ  ไม่ใช่แค่เพราะจะไปสอบ เวลาคุยกันรู้สึกประโยคมันน่ารักมากนะ  เป็นอารมอังกฤษปนคาราโอเกะ  เกล์ยถามว่าเราชื่ออะไร  เราก็ตอบไปว่า nanfah  คือเราชอบให้ฝรั่งทุกคนเรียกชื่อนี้เพราะไม่มีใครรู้ความหมาย(ชีวิตจริงเราไม่ได้ชื่อฟ้านะ)  grey  ตอบมาว่า “yu pen angle lhor haha I’m just poor farang na”  เอ้ยถ้าประโยคนี้คนไทยพูดไม่อินนะ  คิดภาพมีฝรั่งหน้าตาเหมือนคริสเตียน  เกล์ยมาพูดลุคนั้นเลยอ่ะแบบนักธุรกิจพันล้านพูดประโยคนี้  จากนั้น  grey ก็จะเรียกฟ้าว่า  nangfah  ฟ้าเรียกเกล์ยว่า  poor  farang  มันน่าจะแปลว่าฝรั่งจนๆบ้านๆคนหนึ่งประมาณนั้นละมั้ง(เดาเอง)  จากวันฟ้าก็คุยกับเกล์ยทุกวันเลยนะ ไม่เคยมีการค้างแชทหรืออ่านไม่ตอบ เกล์ยต้องทำงานหนักมาก  เพราะเป็นเหมือนหัวหน้าฝ่ายมีอะไร  grey  เสาอาทิตย์ก็ยังต้องทำงาน  ถ้าโทรศัพท์ดังก็ต้องไปทันที  grey  ชอบบอกว่า Selfie noey yak hen nangfah thamaraiyu ฟ้าก็จะถ่ายเป็นวิดีโอไปทุกครั้ง  ส่วนเกล์ยก็จะบอกฟ้าตลอดนะว่าวันนี้ทำอะไรเลิกงานกี่โมงไปไหนต่อแบบนี้ทุกวัน  เกล์ยชอบกินข้าวซอยบอกฟ้าตั้งแต่วันแรกที่คุยกันเลย  แต่อย่าว่าจะทำให้เลยมันคืออะไรฟ้ายังไม่เคยกินด้วยซ้ำ  ฟ้าก็เลยตอบไปว่า  sorry mak mak nangfah cooking mai pen maybe you will die when you eat hahaha(เราทำกับข้าวไม่เป็นคุณอาจตายตอนที่กินเข้าไปนะ)  ประโยคต่อจากนี้แหละฟินโคตรๆๆๆ เกล์ยตอบว่าไม่เปนไรนางฟ้าชอบกินอะไร  เราตอบว่าคาโบนาร่าจะทำให้เหรอ  เกล์ยบอกว่าตอนอยู่เยอรมันทำทุกวันเลย ได้นะถ้าคุณกลับไปเยอรมันกับผม  คิคิ (เพ้อไปดิ๊) เรามีหลายอย่างคล้ายๆกัน  ภายนอกเป็นคนหน้าตึงแต่ถ้าคนที่สนิทจะรู้ว่าติ๊งต๊องยิ้ม  เกล์ยชอบดูดากอลบอล  ส่วนเราชอบดูโคนัน ก็มีเรื่องคุยฮาๆเยอะ ตอนสมัยมอปลายเกล์ยเป็นมือกีต้าร์หล่อโฮก  ส่วนฟ้าก็ชอบเล่นกีต้าร์อยู่ชมรมดนตรีที่มหาลัย  เราก็เลยมีเรื่องคุยกันเยอะแยะไปหมด
วันหนึ่งฟ้าถามเกล์ยว่า  ทำไมยูถึงฟ้าทักมาละ  the fist time คนเยอะแยะทำไมมองเห็นฟ้าละ  เกล์ย  ผมคิดว่าผมเจอนางฟ้าแล้ว (ตอนนั้นอีฝรั่งจร้าขอร้องกรี๊ด  โคตรดีใจแบบโห่ยู  ยูจะรู้ไหมว่าไออ่ะเห็นยูก่อนยูจะเห็นอีกนะ55555รูปยูวันแรกเจอไอยังมีอยู่เลย)

และแล้วหนังรักโรแมนติกฉากหักมุมก็เกิดขึ้น  เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งทักเฟสฟ้ามากลางดึกว่า  ดีคะ  (คนไทยนะ)  ฟ้าก้ไม่สนคะไม่รู้จักแต่แอบเข้าไปดูเห็นเพื่อนที่มีเหมือนกัน  Grey  ก้เริ่มตะงิดใจนิดๆ  คิดในใจ  “ เอาอีกแล้วสินะ  เราอีกแล้วนะ”  ตอนนั้นจิตตกคะ  แบบอีห่าอย่าให้เป็นแบบที่คิดเลย ต่อมาผู้หญิงคนเดิมยังคงทักมาอีก  “ตอนนี้คุยกับเกล์ยอยู่ป่ะคะ”  ตอนนั้นแหละโอ้โห้ใจนี้ตกไปที่ตาตุ้มอ่ะแบบ  เชี่ยย  ตอบกับไปว่า  “เธอเป็นใคร” ผู้หญิงคนนั้นตอบว่าเป็นคนที่อยู่ในห้องเกล์ยตอนนี้คะ วันนี้เขาตอบเธอน้อยใช่ไหมเป็นเพราะเขาอยู่กับเรา เท่านั้นแหละ  เจ็บมากนะตอนนั้นแต่แบบเหมือนข้างในมันชาไปหมด  แต่ก็ยังคงตอบ  ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าคบกันมาปีกว่าแล้วมันยิ้มสารพัด  บอกว่าไม่มีใครแค่เวลาจะทำงานก็แทบไม่มีแล้ว แล้วก็ถามเราสารพัดว่าเจอได้ไงใครทักใครก่อน  เกล์ยเจ้าชู้มากคุยกับคนอื่นหลายคนเราแอบเปิดมือถือเกล์ยดูตอนนี้เกล์ยออกไปข้างนอก  ถ้ามันรู้ว่าเราทำแบบนี้มันกลับมาตบเราแน่  ตอนนั้นตกใจมากปนงงๆอ่ะ   เราเลยถามกลับว่าถ้ามีผู้หญิงที่เกล์ยคุยด้วยเยอะแยะจะเครียดเรื่องเราทำไมอ่ะ  น่าจะชินนะ  เกล์ยก็หล่อขนาดนี้ถ้าผู้หญิงไทยจะทักมาทำความรู้จักก้ไม่แปลกนิ(เราเคยคุยกับอดีตเน็ตไอดอลเข้าใจดีเรื่องคนป๊อปแบบเยอะๆๆ  คนทักมาวันหนึ่งเวลาเป็นสิบๆๆเวลาไปไหนกันไลน์ผู้หญิงเด่งมาตลอดเราโคตรเฉยๆอ่ะรู้สึกว่าเป็นเรื่องโคตรธรรมดา  ชินชาบางทีเรายังมานั่งพิมตอบผู้หญิงพวกนั้นเองด้วยซ้ำ5555สนุกดี)  ตอนนั้นางใช่เวลานานมากในการพิม ตอบกลับมาว่า  เกล์ยคุยกับเราเยอะสุด  ภาษาไทยที่มันใช่กับเธอเราเป็นคนสอนเกล์ยทั้งนั้นรู้งี้ไม่น่าสอนเลย  ตอนนั้นเกล์ยยังไม่ตอบไลน์เราล่าสุดประมาณสี่ทุ่ม  นี้เที่ยงคืนเราเลยทักไปใหม่ว่า  hey did u sleep ? I have something to tell   สักพักผู้หญิงคนนั้นตอบเราว่าเอ้ยเกล์ยตอบไลน์มันแล้วมันกำลังกลับมาที่ห้อง  เกล์ยยังยิ้มว่าเธอเป็นเพื่อนที่ทำงาน  เราก็งงแบบอ่าวอะไรของมันพูดไปพูดมาละงงตกลงอะไรที่ไหนไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอสรุป  แล้วโกหกโง่ไปม่ะ ในเฟสก็ขึ้นว่ากำลังศึกษาอยู่ที่ไหนอะไรยังไง  แต่เราก็เออนะพยายามแบบไม่ถามไรมาก  บางทีกลัวคำตอบที่เราจะรู้เราเลยเลือกไม่ถามดีกว่า  ท้ายสุดเราถามผู้หญิงคนนั้นไปว่า  เธออยากให้เราทำไง  แต่เธอก็ไม่อ่าน
จังหวะเดียวกับที่เกล์ยตอบกลับ  เกล์ยบอกว่ากำลังกลับไปคอนโดไปterminal มา  ตอนนั้นก็ยังไม่หลับนะแต่รอผู้หญิงคนนั้นตอบกลับอยู่   ตี1 เกล์ยก็ทักเรามาใหม่ บอกประมาณว่า  ผมรู้นะว่ามีคนทักคุณไป  ผมโกรธมากที่ตกเป็นเหยื่อข้างคนที่โกหกหลอกล่วง  เธอเป็นแฟนเก่าผม  เธอมาด่าอะไรคุณรึป่าว  เราก้ยังคงไม่เข้าไปอ่าน  ประมาณเก้าโมงเกล์ยก้พิมมาอีก  ว่าผู้หญิงคนนั้นแอบเปิดโน๊ตบุ๊คผมตอนที่ผมออกไปข้างนอก  เธอเป็นแค่แฟนเก่าและผมก้ไม่อยากจะกลับไปคบกับเธออีก  เธอนอกใจผมทั้งที่ผมไม่เคยเลยแถมเธอยังโกหกสารพัด  ตอนนั้นฟ้านี้มึนไม่รู้จะเชื่อใครต้องออกไปบ้านเพื่อน  ตอนนั้นคิดว่าควรจะพอแค่นี้เหอะ มาไกลแค่นี้ก็ดีแล้ว  บ่ายกว่าเกล์ยก็ทักมาอีกคะว่า  เราจะไม่คุยกันอีกแล้วหรอ ทำนองนั้น  จิ๊บบอกฟ้าว่าทำไมเชื่อผู้หญิงคนนั้นว่ะเขาเป็นใครก็ไม่รู้แล้วคุยกับเกล์ยมาต้องกี่เดือนละว่าเขาเป็นคนอย่างนั้นหรอว่ะ  ตอนนั้นเลยตอบเกล์ยกลับไปว่า  ขอเวลาคิดอะไรนิดนึ่งก่อนนะ  ตอนนี้รู้สึกแย่มากสับสนไปหมด เกล์ยตอบกลับมาด้วยความไวแสงเหมือนเปิดแชทอยู่ตลอด  เกล์ยบอกว่าผมจะไม่โกหกคุณ  ถ้าคุณอยากรู้อะไรถามผมได้หมดผมจะอธิบาย  เราเลยถามว่าผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ในห้องคุณได้ไง  เกล์ยบอกว่าเธอมาหาผมหน้าคอนโดแบบไม่ได้นัดหมายผมเลยต้องพาเธอขึ้นมา  แล้วผมหลอกเธอว่าผมมีงานต้องออกไปทำเพราะไม่อยากคุยกับเธออีกแล้ว  ไม่คิดว่าการที่ผมออกไปเธอจะทำเรื่องแย่ๆแบบนั้น  โอ้โห้ละครไปมั๊ง555คิดในใจแล้วตอบกลับไปว่านี้มันดูเว่อร์เกินจริงไปไหม  เกล์ยก็บอกว่าเธอคงอยากคืนดีอยากเจอ  บลาๆๆๆมากมาย  เราตอบไปสั้นประมาณห้าคำว่า  เธอยังรักคุณอยู่หรอ  (เป็นคนตรงๆบอกเลย สั้นๆได้ใจความ  แรงป่ะละ555)  เกล์ยบอกว่าผมไม่รู้  เธออาจแค่อยากปั่นป่วนชีวิตผม แต่เรื่องนั้นไม่มีวันเกิดขึ้น เราเลยแบบเออชั่งเหอะข้างคาใจนะ แต่ก็ไม่รู้จะถามเพื่ออะไรก็ตอบแค่ว่าโอเค  แต่ขมันเหมือนแก้วล่น  ไม่ได้แตกนะแค่ร้าว  แต่รอยร้าวมันก้ยิ่งทำให้แก้วแตกง่ายยิ่งขึ้นนะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่