สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
ถ้าเทียบกับเซอร์อเล็กซ์หรือเวนเกอร์....มูยังขาดการพิสูจน์ตัวเองหลาย ๆ อย่าง
สองคนนี้เคยผ่านเงื่อนไขที่บ่งบอกความเป็นยอดผู้จัดการทีมมาแล้ว...เรื่องแบบนี้จะวัดแบบหยาบ ๆ ด้วยจำนวนโทรฟี่ไม่ได้...ต้องดูที่รายละเอียดด้วย
1. คุมทีมระดับกลางตารางหรือทีมนอกสายตาเป็นแชมป์ลีก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ท่านเซอร์เคยคุมอาเบอร์ดีนเป็นแชมป์ลีกสก็อต...ไม่ได้มีเศรษฐีเงินถังมาเทคโอเวอร์ให้เงินมาใช้เยอะ ๆ แบบมูรินโญ่ด้วย....ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในลีกสก็อตถ้าไม่ใช่เซลติกก็ต้องแรนเจอร์มานานนมแล้ว...อย่างตอนที่เรนเจอร์ซึ่งโดนพิษปัญหาการเงินจนถูกปรับตกชั้นไปไม่อยู่ในลีกสูงสุดของสก็อตเมื่อไม่กี่ปีก่อน...ก็มีแต่เซลติกเป็นแชมป์...แต่ท่านเซอร์กลับพาทีมหักด่านสองทีมนั้นเป็นแชมป์ได้..สร้างยุคทองของทีมอาเบอร์ดีน
ตอนเวนเกอร์เข้ามาคุมอาร์เซนอล...อาร์เซนอลไม่ได้อยู่ในยุคที่ดีนัก...วนเวียนอยู่กับการจบที่อันดับ 10 กว่า สลับกับอันดับ 4 - 5 ...ไม่ได้มีความเป็นตัวเต็งแชมป์หรือยอดทีมที่จบด้วยอันดับหัวตารางเหมือน..แมนยู ลิเวอร์พูล นิวคาเซิล
แต่พอเวนเกอร์เข้ามาไม่นานก็ทำให้อาร์เซนอลอยู่ในสถานะทีมชั้นนำของพรีเมียร์ชิพจนถึงทุกวันนี้...
เทียบกันแล้ว...ทีมที่มูรินโญ่คุมแต่ละทีมเป็นทีมที่มีความพร้อมไปซะหมด...ไม่ว่าจะเป็นลีกไหน
ปอร์โต้..ลีกโปรตุเกศ เชลซี...ลีกอังกฤษ อินเตอร์...ลีกอิตาลี รีลมาดริด...ลีกเสปน
ผลงานก่อนคุมปอร์โต้ก็ไม่ได้เด่น...แม้ได้คุมทีมอย่างเบนฟิก้าก็เถอะ
ทีมเหล่านี้มีจุดที่เหมือนกันคือ..มีขุมกำลังพิ้นฐานดีพอจะคว้าแชมป์ลีกของประเทศตัวเองได้เป็นทุนเดิม...ซ้ำยังเป็นทีมที่มีเงินให้ถลุงมากที่สุดในลีกของตัวเองทั้งสิ้น...และส่วนใหญ่มูรินโญ่ก็ไม่รีรอที่จะถลุงเงินเท่าที่สโมสรนั้น ๆ จะมีให้ถลุงครับ
อาจเถียงว่าตอนอยู่อินเตอร์...มูรินโญ่ไม้ค่อยถลุงเงิน...เรื่องนั้นมันมีสาเหตุครับ
ในลีกอิตาลีราว ๆ 10 ปีก่อน..มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น..จนยูเวนตุสถูกปรับให้ตกชั้น...มิลานถูกตัดแต้มในฤดูกาลนั้นและฤดูกาลถัดมา....อินเตอร์เป็นแชมป์ส้มหล่น
นอกจากนี้เหตุที่เกิดกับยอดทีมสองทีมนี้อย่างเฉียบพลัน..ทำให้นักเตะบิ๊กเนมของทั้ง 2 ทีม ตบเท้าออกจากสโมสร...และอินเตอร์ก็เป็นหนึ่งในสโมสรที่รับเอานักเตะที่หนีจากมิลานและยูเวนตุสในครั้งนั้นมาไม่น้อย ทำให้อินเตอร์ซึ่งเดิมทีก็มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งไม่น้อยอยู่แล้วยิ่งแกร่งขึ้นไปอีก
ช่วงนั้นถือว่าเป็นช่วงสูญากาศในลีกอิตาลีซึ่งกินเวลาหลายปี....เพราะถึงยูเวนตุสจะสามารถขึ้นชั้นกลับมาได้ในฤดูกาลถัดมา...แต่ทั้งมิลานและยูเวนตุสไม่ได้มีความเป็นยอดทีมระดับแชมป์เหลืออยู่แล้ว...กว่าสองทีมนั้นจะตั้งหลักกลับมาได้ก็ใช้เวลาหลายปี
ตอนที่มูรินโญ่ไปคุมอินเตอร์...ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ว่านั้น....คุมทีมที่เหมือนเป็นออลสตาร์ผสมมิลาน - ยูเว่ - อินเตอร์...แถมไม่มีคู้แข่งมาทาบรัศมีได้
การคุมอินเตอร์น่าจะเป็นงานที่หมูตู้ที่สุดของมูรินโญ่แล้วครับ...เพราะไม่ต้องกังวลถึงการเล่นในลีกนัก...ตั้งสมาธิกับการเล่น UCL อย่างเดียว
ส่วนปีที่มูคุมปอร์โต้ได้ UCL ...จริงอยู่ที่สามารถชนะแมนยูซึ่งเป็นทีมที่ใหญ่กว่าได้
แต่ต้องไม่ลืมว่าปีนั้น...ทีมยักษ์ใหญ่เต็งแชมป์อื่น ๆ ก็นัดกันตกรอบเพราะเจอลูกพลิกล็อคเช่นกัน..มีคนช่วยโค่นทีมพวกนั้นให้ ก็เป็นการช่วยมูทางอ้อมด้วย
พอเข้ามารอบรอง..รอบชิง...มีแต่ทีมที่ระดับใกล้ ๆ กับปอร์โต้ทั้งนั้น
จะบอกว่ามีโชคด้วยคงไม่ผิดนะครับ
2. การทำทีมบนงบประมาณที่มีเพดานจำกัดแน่นอน..ไม่ใช้จ่ายเกินตัว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คนที่เด่นในด้านนี้คือเวนเกอร์...เวนเกอร์สามารถไปค้นหาเพชรในตมหรือยังไม่ได้รับการเจียรไนมาขัดเกลาได้ในราคาไม่แพง...ยามที่นักเตะเหล่านี้จากทีมไป...สามารถทำกำไรให้ทีมได้มหาศาล..
เช่นเดียวกับเซอร์อเล็กซ์ซึ่งอาจจะมีการซื้อตัวครั้งใหญ่อยู่บ้าง...เพราะยังไงแมนยูก็เป็นทีมใหญ่ที่มีงบประมาณให้ใช้จ่ายแต่เซอร์อเล็กซ์จะไม่ทุ่มเงินมากมายเกินไปคว้านักเตะราคาแพงมาร่วมทีมฤดูกาลนึงหลาย ๆ คน
ส่วนการใช้เงินของมูรินโญ่...คงไม่ต้องบรรยายครับ...ไอ้ที่ใช้ ๆ ตอนคุมเชลซีนี่เกินดุลย์สโมสรไปมากทั้งนั้น....ลำพังสโมสรเชลซีไม่มีปัญญาจ่ายเงินซื้อนักเตะขนาดนี้หรือจ่ายเงินเดือนแพง ๆ ได้แบบนี้หรอกครับ...ที่ยังอยยู่ได้เพราะเจ้าของเอาเงินของตัวเอง.." เพิ่มทุน " ไปประคองค่าใช้จ่ายให้เชลซีทุกปี
3. การทำทีมให้ทีมยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คำว่ายิ่งใหญ่อย่างยั่งยืนก็คือ...นอกจากเป็นผู้จัดการที่นำความสำเร็จมาให้สโมสรในแง่การแข่งแล้ว...ยังทำให้สโมสรกลายเป็นสโมสรที่มั่งคั่งได้..
เซอร์อเล็กซ์ทำให้แมนยูประสบความสำเร็จมากมาย....แมนยูมีแฟนมากขึ้น ๆ ...มีรายได้มากมายเข้ามาสู่สโมสรพร้อมความสำเร็จในสนาม...จนแมนยูเป็นทีมที่มีผลประกอบการอันดับต้น ๆ ของโลก
เวนเกอร์ยิ่งเด่นกว่าเซอร์อเล็กซ์ในเรื่องนี้...นับตั้งแต่ช่วงที่อาร์เซนอลก่อสร้างสนามใหม่เมื่อราว ๆ 10 ปีก่อน...ผลงานที่ดีภายใต้งบประมาณที่จำกัดเป็นสิ่งจำเป็นมาก...ถ้าพลาดนิดนึง..สโมสรจะมีปัญหาเรื่องการเงินทันที..เวนเกอร์อาจไม่ได้แชมป์ลีกมายาวนานแต่เวนเกอรใช้งบประมาณที่ไม่มากเมื่อเทียบกับงบที่ยอดทีมอื่น ๆ ใช้ประคองอาร์เซนอลให้เล่น UCL ได้ทุกปี...จนในที่สุดการผ่อนจ่ายหนี้ให้ธนาคารก็เสร็จสิ้น...อาร์เซนอลกลายเป็นทีมที่มีผลประกอบการสูงติดอันดับโลกเช่นกัน...นี่มาจากน้ำพักน้ำแรงตลอด 10 ปีของเวนเกอร์ล้วน ๆ
เรื่องนี้ยิ่งไม่ต้องถามหาจากมูรินโญ่ครับ...ไอ้เรื่องที่จะให้เขาพัฒนาจนทีมมีชื่อเสียงและเป็นทีมที่มีผลประกอบการมากมายนั้นมันเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นตัวเขามาก....แค่เขาไม่ทำให้สโมสรขาดทุนซักปีนึงก็เรียกว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว
เรื่องนี้ไม่ต้องไปเทียบกับท่านเซอร์หรือเวนเกอร์...แค่เทียบกับ เดวิด มอยส์ ก็ยังไม่ได้ครับ...รายนี้นอกจากจะทำให้ทีมซึ่งย่ำแย่หนีตกชั้นในช่วงก่อนที่เขาจะมาคุมขั้นมาเป็นทีมระดับกลาง ๆ ใกล้ ๆ หัวตารางแล้ว..เขายังช่วยให้ทีมฝ่าฟันวิกฤติการเงินจนทีมมีความมั่นคงได้ในระดับนึง
4. สร้างคุณูปการให้วงการฟุตบอลด้วยการปลุกปั้นดาวรุ่งไร้ชื่อเสียงให้เป็นนักเตะชั้นนำหรือยอดนักเตะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ท่านเซอร์มีผลงานโดดเด่นด้วยการปลุกปั้นนักเตะอย่าง กิ๊กซ์ เบ็คแฮม สโคลส์ บัตต์ รวมทั้ง 2 พี่น้องเนวิลล์ ขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม...แม้นักเตะเหล่านี้บางคนจะย้ายจากทีมไป..ก็ยังไปเป็นกำลังหลักให้สโมสรอื่นตลอดชีวิตการค้าแข้ง นักเตะที่ยังอยู่ในทีมชุดปัจจุบันบางคนก็เป็นผลงานปลุกปั้นของท่านเซอร์
เวนเกอร์ยิ่งมีชื่อเสียงในด้านนี้ครับ...เวนเกอร์ซื้อนักฟุตบอลดาวรุ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาปั้นให้เป็นนักเตะที่สามารถเล่นในลีกชั้นนำของยุโรปได้...หลายคนที่กลายเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์...ซึ่งการแสดงออกของเวนเกอร์ก็ชัดเจนเสมอมา...เวนเกอร์ไม่เคยรีรอที่จะส่งนักเตะอ่อนประสบการณ์ลงไปหาประสบการณ์เมื่อมีโอกาส...การปล่อยให้ทีมเล็กยืมตัวนักเตะเหล่านั้นไปในเงื่อนไขที่ไม่สูงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เวนเกอร์ใช้พัฒนานักเตะเยาวชน...รวมทั้งการปล่อยนักเตะดาวรุ่งลงเล่นในลีกคัพ...ให้เด็กเหล่านั้นฝึกต่อสู้จริงก็เป็นสิ่งที่เวนเกอร์ทำมาตลอด
เทียบกันแล้ว...มูรินโญ่มักซื้อนักเตะที่สามารถใช้งานได้ทันทีมาลงเล่น..นักเตะดาวรุ่งที่ซื้อมาส่วนใหญ่ไม่ได้แจ้งเกิด..สุดท้ายก็ย้ายไปให้ทีมอื่นปั้น...เทียบผู้จัดการอื่นที่มีชื่อเสียงด้อยกว่าก็ยังไม่ได้...ไม่ว่าจะมอยส์ มาติเนซ เรดแนปป์ โอนีล แม้แต่ทิม เชอร์วูดที่เข้ามาคุมสเปอร์ช่วงสั้น ๆ ยังนำเสนอ แฮรี่ เคน ให้วงการฟุตบอลเลยครับ
5. สไตล์การเล่นที่สร้างความบันเทิงแก่คนดู...แม้ไม่ใช่แฟนของอาร์เซนอล หรือ แมนยู ก็ยังยอมรับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สไตล์การเล่นของเวนเกอร์และท่านเซอร์เป็นฟุตบอลเชิงรุกเหมือนกัน...
การเล่นเกมรุกของแมนยูยุคท่านเซอร์...ดุดันแสดงออกถึงความมุ่งมั่น...นักเตะแต่ละคนเมื่อได้รับมบหมายให้ลงสนามก็วิ่งลืมตาย..ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด...ยามซัดจนคู่แข่งเพลี่ยงพล้ำก็ตามบดขยี้ต่อจนจบแมตช์....สิ่งนี้เรียกความประทับใจให้คนดูได้...ถึงแฟนทีมอื่น ๆ ที่ต้องแพ้ให้แก่แมนยูจะเสียใจบ้างแต่ก็ยอมรับในจุดนี้
ส่วนสไตล์การเล่นของอาร์เซนอล..การชิ่งต่อบอลที่สวยงามเพลินตา...สร้างประตูที่เกิดจากการประสานงานสวย ๆ ได้มากมาย..มีเสน่ห์ขนาดที่ว่าถึงไม่ใช่แฟนอาร์เซนอล...ในยามที่ทีมตัวเองไม่มีแข่งและไม่มีความจำเป็นต้องแช่งอาร์เซนอลยังอยากดูการแข่งของอาร์เซนอลเลย
เทียบกับสไตล์การเล่นฉบับมูรินโญ่....กว้านซื้อนักฟุตบอลที่ราคาแพง..มีทักษะ..มีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์เกมที่สร้างความบันเทิงให้คนดูได้..
แต่กลับนำมาใช้เล่นฟุตบอลเชิงรับ...นำไปลูกเดียวก็เล่นตั้งรับรอจังหวะสวน...นี่เป็นสิ่งที่แฟนทีมอื่นนอกจากเชลซีรับไม่ได้ครับ
มูรินโญ่เคยแขวะเวนเกอร์เมื่อฤดูกาลที่แล้วว่า.. " ทีมเราเล่นไม่น่าเบื่อหรอก ทีมที่น่าเบื่อคือทีมที่ไม่ได้แชมป์มาฝากแฟน ๆ หลายปีต่างหาก "
นั่นหมายความว่าทีมคุณต้องแชมป์เท่านั้นนะมูรินโญ่...ถ้าไม่ได้แชมป์ทีมคุณก็ไม่มีอะไรบันเทิงเริงรมย์แฟน ๆ เลย
ไอ้ความปากหมาไร้มารยาทแบบมูรินโญ่..ซึ่งเหมือนเด็กไม่รู้จักโต...ไม่เหมือนคนอายุ 50 ควรจะเป็น...เชื่อว่าแม้แต่แฟนเชลซีที่ดี ๆ ก็คงระอาอยากให้หมอนี่สงบปากไว้บ้าง
ถ้าไม่ได้แชมป์..ทีมเชลซีของมูรินโญ่ก็เป็นทีมที่เล่นได้น่าเบื่อทีมนึง
ถ้าทำแชมป์ให้ทีมไม่ได้...มูรินโญ่ก็แค่คนเฮงซวยน่ารังเกียจคนนึง
6. การอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมทั้งในช่วงขาขึ้นและขาลง พัฒนาทีมที่ถึงจุดอิ่มตัวให้มียอดทีมชุดใหม่
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ท่านเซอร์มาคุมแมนยูในตอนที่ยังไม่ใช่ยอดทีมระดับนี้...คุมจนทีมเป็นยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ชิพ...มีช่วงที่ทีมถึงจุดอิ่มตัว...ก็อยู่พัฒนาทีมต่อจนสร้างทีมชั้นนำยึ้นได้อีกหลายยุค...คุมจนอายุมาก...ในตอนที่ทีมชุดสุดท้ายของท่านเซอร์อิ่มตัวท่านเซอร์ค่อยยุติอาชีพผู้จัดการทีม
เวนเกอร์ก็เช่นเดียวกับท่านเซอร์...แถมยังงานหนักกว่าท่านเซอร์...เมื่อต้องแบกภาระการผ่อนจ่ายหนี้สนามเอมิเรตต์สเตเดี้ยมด้วย
ส่วนมูรินโญ่จะจากทีมที่ตัวเองคุมไปทุกครั้งที่ทีมถึงจุดอิ่มตัว..
จริงอยู่ที่ว่าการย้ายจากเชลซีไปอินเตอร์จะเกิดจากการที่โดนเจ้าของทีมไล่ออก
ทว่าต้นเหตุของความขัดแย้งเรื่อง..เสี่ยเข้ามาก้าวก่ายการซื้อขายนักเตะจนมูไม่พอใจแสดงท่าทีไม่ดีกับเสี่ยผู้เป็นเจ้านายและให้เงินมูมาถลุงทุกปี
สำหรับแฟนเชลซีนั้น..เสี่ยเป็นผู้ร้ายในครั้งนั้น
แต่การที่เจ้าของทีมเข้ามายุ่งกับการซื้อขายนักเตะมันก็มีในทุกสโมสรอยู่แล้วนะครับ
คิดว่าผู้จัดการทีมอยากขายนักเตะที่เป็นสตาร์ที่เล่นเข้ากับทีมได้ออกไปเพื่อแลกกับเงินก้อนโตที่เอามาซื้อนักเตะที่ไม่รู้ว่าจะเล่นได้ดีมั๊ยเข้ามาหรือครับ..
คำตอบคือไม่อยู่แล้ว...
เจ้าของทีมจะมีอิทธิพลต่อการซื้อขายนักเตะไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ทางอ้อมก็คือจำนวนงบประมาณที่จัดสรรให้ในปีนั้น ๆ ...ผู้จัดการทีมจะรู้เองว่า..ตัวเองควรจะยอมตัดใจยอดนักเตะเพื่อแลกเงินก้อนโตเพื่อการพัฒนาทีม
ทางตรงก็คือการเข้ามาล้วงลูก...หรือเจ้าของบอกตรง ๆ ไปเลยว่า... " กระเป๋าเงินของทีมแฟบอยู่นะ...ยังไงก็ต้องให้เด็กแกขายตัวใช้หนี้ " หรือ " ราคาขนาดนี้กับคน ๆ เดียว ขาย ๆ ไปซะ "
เจ้าของทีมคือคนบริหารเงินของสโมสรโดยเฉพาะทีมเชลซีซึ่งอยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะเจ้าของจ่ายเงินพยุงค่าใช้จ่ายมหาศาลให้ทีมทุกปี
ถ้าเสี่ยจะเอาแต่ใจบ้าง...เจ้ากี้เจ้าการซื้อคนนี้ตามใจตัวเอง " ก็เงินกู..กูอยากเห็นคนนี้มาอยู่ทีมเรา " หรืออยากขายใครออกไปเพราะดูแล้วมันได้ราคา... " จ่ายไปตั้งเยอะก็ถอนทุนคืนบ้างซี่...ไม่ได้พิมพ์แบงค์เองนี่หว่า "
ถ้าสามารถมองได้ชัดเจนว่าคนที่คุ้มกะลาหัวทีมเชลซีทุกวันนี้ไม่ใช่มูรินโญ่แต่เป็นเสี่ย...แค่นี้จะเป็นไรไป
ทีมนี้ไม่มีมูรินโญ่ได้....แต่ถ้าเสี่ยถอนตัวจากเชลซีเมื่อไหร่..เราจะได้เห็นทีมระดับแชมป์ยุโรปล้มละลายก็คราวนี้ล่ะ
การที่พอเจออะไรไม่ราบรื่นหน่อยก็ไม่พอใจจนมีเรื่องกับเจ้าของแล้วถูกเชิญออก...มันก็มาจากการที่มูไม่ยอมที่จะอยู่ในเงื่อนไขที่ลำบากเลยยังไงล่ะ
แล้วก็อย่างที่รู้กัน...คุมทีมที่ไหน..พอถึงจุดอิ่มตัว..กูชิ่งหนีเอาหน้าตลอด...
สองคนนี้เคยผ่านเงื่อนไขที่บ่งบอกความเป็นยอดผู้จัดการทีมมาแล้ว...เรื่องแบบนี้จะวัดแบบหยาบ ๆ ด้วยจำนวนโทรฟี่ไม่ได้...ต้องดูที่รายละเอียดด้วย
1. คุมทีมระดับกลางตารางหรือทีมนอกสายตาเป็นแชมป์ลีก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ท่านเซอร์เคยคุมอาเบอร์ดีนเป็นแชมป์ลีกสก็อต...ไม่ได้มีเศรษฐีเงินถังมาเทคโอเวอร์ให้เงินมาใช้เยอะ ๆ แบบมูรินโญ่ด้วย....ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในลีกสก็อตถ้าไม่ใช่เซลติกก็ต้องแรนเจอร์มานานนมแล้ว...อย่างตอนที่เรนเจอร์ซึ่งโดนพิษปัญหาการเงินจนถูกปรับตกชั้นไปไม่อยู่ในลีกสูงสุดของสก็อตเมื่อไม่กี่ปีก่อน...ก็มีแต่เซลติกเป็นแชมป์...แต่ท่านเซอร์กลับพาทีมหักด่านสองทีมนั้นเป็นแชมป์ได้..สร้างยุคทองของทีมอาเบอร์ดีน
ตอนเวนเกอร์เข้ามาคุมอาร์เซนอล...อาร์เซนอลไม่ได้อยู่ในยุคที่ดีนัก...วนเวียนอยู่กับการจบที่อันดับ 10 กว่า สลับกับอันดับ 4 - 5 ...ไม่ได้มีความเป็นตัวเต็งแชมป์หรือยอดทีมที่จบด้วยอันดับหัวตารางเหมือน..แมนยู ลิเวอร์พูล นิวคาเซิล
แต่พอเวนเกอร์เข้ามาไม่นานก็ทำให้อาร์เซนอลอยู่ในสถานะทีมชั้นนำของพรีเมียร์ชิพจนถึงทุกวันนี้...
เทียบกันแล้ว...ทีมที่มูรินโญ่คุมแต่ละทีมเป็นทีมที่มีความพร้อมไปซะหมด...ไม่ว่าจะเป็นลีกไหน
ปอร์โต้..ลีกโปรตุเกศ เชลซี...ลีกอังกฤษ อินเตอร์...ลีกอิตาลี รีลมาดริด...ลีกเสปน
ผลงานก่อนคุมปอร์โต้ก็ไม่ได้เด่น...แม้ได้คุมทีมอย่างเบนฟิก้าก็เถอะ
ทีมเหล่านี้มีจุดที่เหมือนกันคือ..มีขุมกำลังพิ้นฐานดีพอจะคว้าแชมป์ลีกของประเทศตัวเองได้เป็นทุนเดิม...ซ้ำยังเป็นทีมที่มีเงินให้ถลุงมากที่สุดในลีกของตัวเองทั้งสิ้น...และส่วนใหญ่มูรินโญ่ก็ไม่รีรอที่จะถลุงเงินเท่าที่สโมสรนั้น ๆ จะมีให้ถลุงครับ
อาจเถียงว่าตอนอยู่อินเตอร์...มูรินโญ่ไม้ค่อยถลุงเงิน...เรื่องนั้นมันมีสาเหตุครับ
ในลีกอิตาลีราว ๆ 10 ปีก่อน..มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น..จนยูเวนตุสถูกปรับให้ตกชั้น...มิลานถูกตัดแต้มในฤดูกาลนั้นและฤดูกาลถัดมา....อินเตอร์เป็นแชมป์ส้มหล่น
นอกจากนี้เหตุที่เกิดกับยอดทีมสองทีมนี้อย่างเฉียบพลัน..ทำให้นักเตะบิ๊กเนมของทั้ง 2 ทีม ตบเท้าออกจากสโมสร...และอินเตอร์ก็เป็นหนึ่งในสโมสรที่รับเอานักเตะที่หนีจากมิลานและยูเวนตุสในครั้งนั้นมาไม่น้อย ทำให้อินเตอร์ซึ่งเดิมทีก็มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งไม่น้อยอยู่แล้วยิ่งแกร่งขึ้นไปอีก
ช่วงนั้นถือว่าเป็นช่วงสูญากาศในลีกอิตาลีซึ่งกินเวลาหลายปี....เพราะถึงยูเวนตุสจะสามารถขึ้นชั้นกลับมาได้ในฤดูกาลถัดมา...แต่ทั้งมิลานและยูเวนตุสไม่ได้มีความเป็นยอดทีมระดับแชมป์เหลืออยู่แล้ว...กว่าสองทีมนั้นจะตั้งหลักกลับมาได้ก็ใช้เวลาหลายปี
ตอนที่มูรินโญ่ไปคุมอินเตอร์...ก็ยังอยู่ในช่วงเวลาที่ว่านั้น....คุมทีมที่เหมือนเป็นออลสตาร์ผสมมิลาน - ยูเว่ - อินเตอร์...แถมไม่มีคู้แข่งมาทาบรัศมีได้
การคุมอินเตอร์น่าจะเป็นงานที่หมูตู้ที่สุดของมูรินโญ่แล้วครับ...เพราะไม่ต้องกังวลถึงการเล่นในลีกนัก...ตั้งสมาธิกับการเล่น UCL อย่างเดียว
ส่วนปีที่มูคุมปอร์โต้ได้ UCL ...จริงอยู่ที่สามารถชนะแมนยูซึ่งเป็นทีมที่ใหญ่กว่าได้
แต่ต้องไม่ลืมว่าปีนั้น...ทีมยักษ์ใหญ่เต็งแชมป์อื่น ๆ ก็นัดกันตกรอบเพราะเจอลูกพลิกล็อคเช่นกัน..มีคนช่วยโค่นทีมพวกนั้นให้ ก็เป็นการช่วยมูทางอ้อมด้วย
พอเข้ามารอบรอง..รอบชิง...มีแต่ทีมที่ระดับใกล้ ๆ กับปอร์โต้ทั้งนั้น
จะบอกว่ามีโชคด้วยคงไม่ผิดนะครับ
2. การทำทีมบนงบประมาณที่มีเพดานจำกัดแน่นอน..ไม่ใช้จ่ายเกินตัว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คนที่เด่นในด้านนี้คือเวนเกอร์...เวนเกอร์สามารถไปค้นหาเพชรในตมหรือยังไม่ได้รับการเจียรไนมาขัดเกลาได้ในราคาไม่แพง...ยามที่นักเตะเหล่านี้จากทีมไป...สามารถทำกำไรให้ทีมได้มหาศาล..
เช่นเดียวกับเซอร์อเล็กซ์ซึ่งอาจจะมีการซื้อตัวครั้งใหญ่อยู่บ้าง...เพราะยังไงแมนยูก็เป็นทีมใหญ่ที่มีงบประมาณให้ใช้จ่ายแต่เซอร์อเล็กซ์จะไม่ทุ่มเงินมากมายเกินไปคว้านักเตะราคาแพงมาร่วมทีมฤดูกาลนึงหลาย ๆ คน
ส่วนการใช้เงินของมูรินโญ่...คงไม่ต้องบรรยายครับ...ไอ้ที่ใช้ ๆ ตอนคุมเชลซีนี่เกินดุลย์สโมสรไปมากทั้งนั้น....ลำพังสโมสรเชลซีไม่มีปัญญาจ่ายเงินซื้อนักเตะขนาดนี้หรือจ่ายเงินเดือนแพง ๆ ได้แบบนี้หรอกครับ...ที่ยังอยยู่ได้เพราะเจ้าของเอาเงินของตัวเอง.." เพิ่มทุน " ไปประคองค่าใช้จ่ายให้เชลซีทุกปี
3. การทำทีมให้ทีมยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คำว่ายิ่งใหญ่อย่างยั่งยืนก็คือ...นอกจากเป็นผู้จัดการที่นำความสำเร็จมาให้สโมสรในแง่การแข่งแล้ว...ยังทำให้สโมสรกลายเป็นสโมสรที่มั่งคั่งได้..
เซอร์อเล็กซ์ทำให้แมนยูประสบความสำเร็จมากมาย....แมนยูมีแฟนมากขึ้น ๆ ...มีรายได้มากมายเข้ามาสู่สโมสรพร้อมความสำเร็จในสนาม...จนแมนยูเป็นทีมที่มีผลประกอบการอันดับต้น ๆ ของโลก
เวนเกอร์ยิ่งเด่นกว่าเซอร์อเล็กซ์ในเรื่องนี้...นับตั้งแต่ช่วงที่อาร์เซนอลก่อสร้างสนามใหม่เมื่อราว ๆ 10 ปีก่อน...ผลงานที่ดีภายใต้งบประมาณที่จำกัดเป็นสิ่งจำเป็นมาก...ถ้าพลาดนิดนึง..สโมสรจะมีปัญหาเรื่องการเงินทันที..เวนเกอร์อาจไม่ได้แชมป์ลีกมายาวนานแต่เวนเกอรใช้งบประมาณที่ไม่มากเมื่อเทียบกับงบที่ยอดทีมอื่น ๆ ใช้ประคองอาร์เซนอลให้เล่น UCL ได้ทุกปี...จนในที่สุดการผ่อนจ่ายหนี้ให้ธนาคารก็เสร็จสิ้น...อาร์เซนอลกลายเป็นทีมที่มีผลประกอบการสูงติดอันดับโลกเช่นกัน...นี่มาจากน้ำพักน้ำแรงตลอด 10 ปีของเวนเกอร์ล้วน ๆ
เรื่องนี้ยิ่งไม่ต้องถามหาจากมูรินโญ่ครับ...ไอ้เรื่องที่จะให้เขาพัฒนาจนทีมมีชื่อเสียงและเป็นทีมที่มีผลประกอบการมากมายนั้นมันเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นตัวเขามาก....แค่เขาไม่ทำให้สโมสรขาดทุนซักปีนึงก็เรียกว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว
เรื่องนี้ไม่ต้องไปเทียบกับท่านเซอร์หรือเวนเกอร์...แค่เทียบกับ เดวิด มอยส์ ก็ยังไม่ได้ครับ...รายนี้นอกจากจะทำให้ทีมซึ่งย่ำแย่หนีตกชั้นในช่วงก่อนที่เขาจะมาคุมขั้นมาเป็นทีมระดับกลาง ๆ ใกล้ ๆ หัวตารางแล้ว..เขายังช่วยให้ทีมฝ่าฟันวิกฤติการเงินจนทีมมีความมั่นคงได้ในระดับนึง
4. สร้างคุณูปการให้วงการฟุตบอลด้วยการปลุกปั้นดาวรุ่งไร้ชื่อเสียงให้เป็นนักเตะชั้นนำหรือยอดนักเตะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ท่านเซอร์มีผลงานโดดเด่นด้วยการปลุกปั้นนักเตะอย่าง กิ๊กซ์ เบ็คแฮม สโคลส์ บัตต์ รวมทั้ง 2 พี่น้องเนวิลล์ ขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม...แม้นักเตะเหล่านี้บางคนจะย้ายจากทีมไป..ก็ยังไปเป็นกำลังหลักให้สโมสรอื่นตลอดชีวิตการค้าแข้ง นักเตะที่ยังอยู่ในทีมชุดปัจจุบันบางคนก็เป็นผลงานปลุกปั้นของท่านเซอร์
เวนเกอร์ยิ่งมีชื่อเสียงในด้านนี้ครับ...เวนเกอร์ซื้อนักฟุตบอลดาวรุ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาปั้นให้เป็นนักเตะที่สามารถเล่นในลีกชั้นนำของยุโรปได้...หลายคนที่กลายเป็นระดับซุปเปอร์สตาร์...ซึ่งการแสดงออกของเวนเกอร์ก็ชัดเจนเสมอมา...เวนเกอร์ไม่เคยรีรอที่จะส่งนักเตะอ่อนประสบการณ์ลงไปหาประสบการณ์เมื่อมีโอกาส...การปล่อยให้ทีมเล็กยืมตัวนักเตะเหล่านั้นไปในเงื่อนไขที่ไม่สูงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เวนเกอร์ใช้พัฒนานักเตะเยาวชน...รวมทั้งการปล่อยนักเตะดาวรุ่งลงเล่นในลีกคัพ...ให้เด็กเหล่านั้นฝึกต่อสู้จริงก็เป็นสิ่งที่เวนเกอร์ทำมาตลอด
เทียบกันแล้ว...มูรินโญ่มักซื้อนักเตะที่สามารถใช้งานได้ทันทีมาลงเล่น..นักเตะดาวรุ่งที่ซื้อมาส่วนใหญ่ไม่ได้แจ้งเกิด..สุดท้ายก็ย้ายไปให้ทีมอื่นปั้น...เทียบผู้จัดการอื่นที่มีชื่อเสียงด้อยกว่าก็ยังไม่ได้...ไม่ว่าจะมอยส์ มาติเนซ เรดแนปป์ โอนีล แม้แต่ทิม เชอร์วูดที่เข้ามาคุมสเปอร์ช่วงสั้น ๆ ยังนำเสนอ แฮรี่ เคน ให้วงการฟุตบอลเลยครับ
5. สไตล์การเล่นที่สร้างความบันเทิงแก่คนดู...แม้ไม่ใช่แฟนของอาร์เซนอล หรือ แมนยู ก็ยังยอมรับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สไตล์การเล่นของเวนเกอร์และท่านเซอร์เป็นฟุตบอลเชิงรุกเหมือนกัน...
การเล่นเกมรุกของแมนยูยุคท่านเซอร์...ดุดันแสดงออกถึงความมุ่งมั่น...นักเตะแต่ละคนเมื่อได้รับมบหมายให้ลงสนามก็วิ่งลืมตาย..ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด...ยามซัดจนคู่แข่งเพลี่ยงพล้ำก็ตามบดขยี้ต่อจนจบแมตช์....สิ่งนี้เรียกความประทับใจให้คนดูได้...ถึงแฟนทีมอื่น ๆ ที่ต้องแพ้ให้แก่แมนยูจะเสียใจบ้างแต่ก็ยอมรับในจุดนี้
ส่วนสไตล์การเล่นของอาร์เซนอล..การชิ่งต่อบอลที่สวยงามเพลินตา...สร้างประตูที่เกิดจากการประสานงานสวย ๆ ได้มากมาย..มีเสน่ห์ขนาดที่ว่าถึงไม่ใช่แฟนอาร์เซนอล...ในยามที่ทีมตัวเองไม่มีแข่งและไม่มีความจำเป็นต้องแช่งอาร์เซนอลยังอยากดูการแข่งของอาร์เซนอลเลย
เทียบกับสไตล์การเล่นฉบับมูรินโญ่....กว้านซื้อนักฟุตบอลที่ราคาแพง..มีทักษะ..มีศักยภาพที่จะสร้างสรรค์เกมที่สร้างความบันเทิงให้คนดูได้..
แต่กลับนำมาใช้เล่นฟุตบอลเชิงรับ...นำไปลูกเดียวก็เล่นตั้งรับรอจังหวะสวน...นี่เป็นสิ่งที่แฟนทีมอื่นนอกจากเชลซีรับไม่ได้ครับ
มูรินโญ่เคยแขวะเวนเกอร์เมื่อฤดูกาลที่แล้วว่า.. " ทีมเราเล่นไม่น่าเบื่อหรอก ทีมที่น่าเบื่อคือทีมที่ไม่ได้แชมป์มาฝากแฟน ๆ หลายปีต่างหาก "
นั่นหมายความว่าทีมคุณต้องแชมป์เท่านั้นนะมูรินโญ่...ถ้าไม่ได้แชมป์ทีมคุณก็ไม่มีอะไรบันเทิงเริงรมย์แฟน ๆ เลย
ไอ้ความปากหมาไร้มารยาทแบบมูรินโญ่..ซึ่งเหมือนเด็กไม่รู้จักโต...ไม่เหมือนคนอายุ 50 ควรจะเป็น...เชื่อว่าแม้แต่แฟนเชลซีที่ดี ๆ ก็คงระอาอยากให้หมอนี่สงบปากไว้บ้าง
ถ้าไม่ได้แชมป์..ทีมเชลซีของมูรินโญ่ก็เป็นทีมที่เล่นได้น่าเบื่อทีมนึง
ถ้าทำแชมป์ให้ทีมไม่ได้...มูรินโญ่ก็แค่คนเฮงซวยน่ารังเกียจคนนึง
6. การอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมทั้งในช่วงขาขึ้นและขาลง พัฒนาทีมที่ถึงจุดอิ่มตัวให้มียอดทีมชุดใหม่
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ท่านเซอร์มาคุมแมนยูในตอนที่ยังไม่ใช่ยอดทีมระดับนี้...คุมจนทีมเป็นยักษ์ใหญ่ของพรีเมียร์ชิพ...มีช่วงที่ทีมถึงจุดอิ่มตัว...ก็อยู่พัฒนาทีมต่อจนสร้างทีมชั้นนำยึ้นได้อีกหลายยุค...คุมจนอายุมาก...ในตอนที่ทีมชุดสุดท้ายของท่านเซอร์อิ่มตัวท่านเซอร์ค่อยยุติอาชีพผู้จัดการทีม
เวนเกอร์ก็เช่นเดียวกับท่านเซอร์...แถมยังงานหนักกว่าท่านเซอร์...เมื่อต้องแบกภาระการผ่อนจ่ายหนี้สนามเอมิเรตต์สเตเดี้ยมด้วย
ส่วนมูรินโญ่จะจากทีมที่ตัวเองคุมไปทุกครั้งที่ทีมถึงจุดอิ่มตัว..
จริงอยู่ที่ว่าการย้ายจากเชลซีไปอินเตอร์จะเกิดจากการที่โดนเจ้าของทีมไล่ออก
ทว่าต้นเหตุของความขัดแย้งเรื่อง..เสี่ยเข้ามาก้าวก่ายการซื้อขายนักเตะจนมูไม่พอใจแสดงท่าทีไม่ดีกับเสี่ยผู้เป็นเจ้านายและให้เงินมูมาถลุงทุกปี
สำหรับแฟนเชลซีนั้น..เสี่ยเป็นผู้ร้ายในครั้งนั้น
แต่การที่เจ้าของทีมเข้ามายุ่งกับการซื้อขายนักเตะมันก็มีในทุกสโมสรอยู่แล้วนะครับ
คิดว่าผู้จัดการทีมอยากขายนักเตะที่เป็นสตาร์ที่เล่นเข้ากับทีมได้ออกไปเพื่อแลกกับเงินก้อนโตที่เอามาซื้อนักเตะที่ไม่รู้ว่าจะเล่นได้ดีมั๊ยเข้ามาหรือครับ..
คำตอบคือไม่อยู่แล้ว...
เจ้าของทีมจะมีอิทธิพลต่อการซื้อขายนักเตะไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ทางอ้อมก็คือจำนวนงบประมาณที่จัดสรรให้ในปีนั้น ๆ ...ผู้จัดการทีมจะรู้เองว่า..ตัวเองควรจะยอมตัดใจยอดนักเตะเพื่อแลกเงินก้อนโตเพื่อการพัฒนาทีม
ทางตรงก็คือการเข้ามาล้วงลูก...หรือเจ้าของบอกตรง ๆ ไปเลยว่า... " กระเป๋าเงินของทีมแฟบอยู่นะ...ยังไงก็ต้องให้เด็กแกขายตัวใช้หนี้ " หรือ " ราคาขนาดนี้กับคน ๆ เดียว ขาย ๆ ไปซะ "
เจ้าของทีมคือคนบริหารเงินของสโมสรโดยเฉพาะทีมเชลซีซึ่งอยู่มาได้ทุกวันนี้เพราะเจ้าของจ่ายเงินพยุงค่าใช้จ่ายมหาศาลให้ทีมทุกปี
ถ้าเสี่ยจะเอาแต่ใจบ้าง...เจ้ากี้เจ้าการซื้อคนนี้ตามใจตัวเอง " ก็เงินกู..กูอยากเห็นคนนี้มาอยู่ทีมเรา " หรืออยากขายใครออกไปเพราะดูแล้วมันได้ราคา... " จ่ายไปตั้งเยอะก็ถอนทุนคืนบ้างซี่...ไม่ได้พิมพ์แบงค์เองนี่หว่า "
ถ้าสามารถมองได้ชัดเจนว่าคนที่คุ้มกะลาหัวทีมเชลซีทุกวันนี้ไม่ใช่มูรินโญ่แต่เป็นเสี่ย...แค่นี้จะเป็นไรไป
ทีมนี้ไม่มีมูรินโญ่ได้....แต่ถ้าเสี่ยถอนตัวจากเชลซีเมื่อไหร่..เราจะได้เห็นทีมระดับแชมป์ยุโรปล้มละลายก็คราวนี้ล่ะ
การที่พอเจออะไรไม่ราบรื่นหน่อยก็ไม่พอใจจนมีเรื่องกับเจ้าของแล้วถูกเชิญออก...มันก็มาจากการที่มูไม่ยอมที่จะอยู่ในเงื่อนไขที่ลำบากเลยยังไงล่ะ
แล้วก็อย่างที่รู้กัน...คุมทีมที่ไหน..พอถึงจุดอิ่มตัว..กูชิ่งหนีเอาหน้าตลอด...
kitagawasnana ถูกใจ, asemania ถูกใจ, Pimmosine ถูกใจ, gcc ถูกใจ, RiverFirebolt ถูกใจ, กระต่ายขี่มังกร ถูกใจ, FireBall7 ถูกใจ, angelfly ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 751525 ถูกใจ, mr.zippo ถูกใจรวมถึงอีก 3 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
สโมสรฟุตบอลอังกฤษ
พรีเมียร์ลีก
ไม่มีมูริญโญ่ เหมือน อเล็ก เฟอร์กูสัน ดูบอลพรีเมียร์ลีกรู้สึกกร่อยๆมั้ยครับ