ความรู้ก่อนนอน (๒๓)

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ วันนี้ขอแนะนำฐานบินแดนจงอาง หรือ "กองบิน ๔" อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ครับ

ในสมัยปี พ.ศ.๒๔๘๔ เริ่มเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ ๒ ญี่ปุ่นได้ส่งกองทัพเข้าสู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยได้เคลื่อนกำลังทหารมุ่งหน้าในพื้นที่ทางตอนใต้ของจีนเพื่อทำการรบรุกไปยังพม่าและมลายู โดยมีกองกำลังทหารญี่ปุ่นบางส่วนตั้งฐานทัพอยู่บริเวณใกล้หมู่บ้านหนองสีนวล ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ซึ่งในขณะนั้นฝูงบินรบของญี่ปุ่นได้ขอใช้สนามบินกองบินน้อยที่ ๒ ลพบุรี  เป็นฐานปฏิบัติการ  กองทัพอากาศไม่เห็นด้วย แต่จะให้ความช่วยเหลือในการจัดหาสนามบินแห่งใหม่ให้ ซึ่ง พลอากาศเอก ฟื้น รณนภากาศ  ฤทธาคนี  เสนาธิการทหารอากาศ ได้สั่งการให้ เรืออากาศโท จรรย์ จุลชาต นักบินประจำหมวดบิน ๒ ฝูง ๑ ของกองบินน้อยที่ ๒ ลพบุรี จัดทีมสำรวจร่วมกับทหารญี่ปุ่น สำรวจพื้นที่ ๒ แห่ง คือ สนามบินตาคลี และสนามบินหนองปลิง ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.๒๘๖ คณะทีมสำรวจเห็นควรเลือกใช้พื้นที่สนามบินตาคลี ซึ่งเดิมปล่อยทิ้งร้างไว้เต็มไปด้วยพืชพรรณไม้ป่านานาชนิด บางแห่งทางราชการได้ใช้เป็นเรือนจำนักโทษ  มีหมู่บ้านของประชาชนอยู่ในพื้นที่ไม่มากนัก จึงได้รายงาน พลอากาศเอก ฟื้น  รณนภากาศ  ฤทธาคนี  เสนาธิการทหารอากาศ เพื่อขอใช้พื้นที่สนามบินตาคลีซึ่งมีความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์ และการคมนาคมกับกรุงเทพฯ มากกว่า  

ไม่มากนัก พลอากาศเอก ฟื้น  รณนภากาศ  ฤทธาคนี  เห็นชอบด้วย ดังนั้น กองทัพอากาศจึงได้จัดตั้งงบประมาณ และดำเนินการใช้กฎหมายเวนคืนที่ดินเพื่อเตรียมการสร้างสนามบินซึ่งในครั้งนั้นญี่ปุ่นได้สนับสนุนงบประมาณในเรื่องนี้ด้วย



ครั้นในปี พ.ศ.๒๔๘๖ ได้เริ่มลงมือสร้างสนามบินตาคลีในพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของเขาตาคลี บริเวณหมู่บ้านดงพลับ ซึ่งทหารญี่ปุ่นเป็นผู้ออกแบบ โดยไทยได้ทำข้อตกลงเรื่องการใช้สนามบินกับกองทัพญี่ปุ่นและจ้างแรงงานไทยโดยได้ลงมือตัดต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ปรับพื้นที่สร้างสนามบิน ๒ เส้นทางวิ่งขึ้น-ลง สร้างหอบังคับการบิน ลานจอด เส้นทางขับเคลื่อน TAXI โรงเก็บซ่อมเครื่องบิน  คลังที่ตั้งเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์สงคราม และเสบียงสัมภาระ น้ำมัน และอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้อื่น ๆ ส่วนพื้นที่บริเวณลานจอดเครื่องบินได้สร้างบังเกอร์มูลดิน BUNKER เป็นเขื่อนกำบังรูปตัวยู (U)  ป้องกันการโจมตีทั้งภาคพื้นและอากาศ มีรากไม้ปะปนกับมูลดินเจริญเติบโตเป็นกอไผ่ปกคลุมพื้นที่บังเกอร์ลานจอดเครื่องบิน ทำให้รอดพ้นจากเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้เป็นอย่างดี

การดำเนินการสร้างสนามบินตาคลีไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ญี่ปุ่นจึงขอรับงานไปดำเนินการสร้างเองจนเสร็จเรียบร้อยเมื่อ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๗ ซึ่งทันเวลารองรับเครื่องบินรบของญี่ปุ่น ที่จะประจำการที่สนามบินกองบิน ๔ ตาคลี ในเวลาต่อมา

ครั้นเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๘ สงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม สนามบินตาคลีและที่ดินทั้งหมดจึงตกอยู่ในความครอบครองดูแลของกองทัพอากาศ

เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๓ กองทัพอากาศมีความประสงค์จะให้กองบินน้อยที่ ๔ จากลพบุรี ย้ายมาตั้งที่สนามบินตาคลีแห่งนี้เพื่อเตรียมเสริมศักยภาพในการใช้กำลังทางอากาศให้มีความพร้อมรบมากขึ้น จึงได้ให้เจ้าหน้าที่เดินทางมาสำรวจตรวจซ่อมสนามบิน



พอในปี พ.ศ.๒๔๙๖ ก็เริ่มทำการขนย้ายกองบินน้อยที่ ๔ ลพบุรี มาประจำการที่สนามบินตาคลี โดยทำการย้ายเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ ซึ่งได้ดำเนินการสร้างโรงเก็บเครื่องบิน อาคารห้องยุทธการนักบิน และอาคารถาวร หน่วยอากาศโยธิน กองกำลังป้องกันสนามบิน จัดตั้งศูนย์ข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม เส้นทางถนนในกองบิน สิ่งอำนวยความสะดวก น้ำประปา อาคารสวัสดิการ สโมสร โรงภาพยนตร์ เพื่อให้เป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการและครอบครัวกองบินน้อยที่ ๔ ตาคลี ได้ทำการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อให้เป็นกองบินรบสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกองทัพอากาศโดยได้เร่งรัดปรับปรุงเส้นทางวิ่งขึ้น-ลงของสนามบินให้มีความกว้างและยาวออกไปเพื่อรองรับฝูงบิน F-8 F (BEAR CAT) ซึ่งจะบรรจุที่ฝูงบินขับไล่ที่ ๔๓ (ในขณะนั้นมีฝูงบินเดียว)

กองบินน้อยที่ ๔ ตาคลี ได้ใช้นามนี้มาตั้งแต่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๙ ถึง ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ซึ่งในเวลาต่อมา ทางราชการได้มีคำสั่งให้เปลี่ยนนามเป็น “กองบิน ๔”  ตั้งแต่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๖ เป็นต้นมาตราบถึงปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นวันสถาปนากองบิน ๔ สืบต่อมา



ในช่วงสงครามเวียดนาม ระหว่างปี พ.ศ.๒๕๐๖ – ๒๕๑๖ และระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๗ – ๒๕๑๘ ประเทศไทยได้ให้การช่วยเหลือกองทัพสหรัฐฯ และเวียดนามใต้ โดยจัดกองกำลังทหารเข้าร่วมสงครามและอำนวยความสะดวกให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ใช้สนามบินตาคลีเป็นฐานที่ตั้งวางกำลัง ครั้นเมื่อสงครามเวียดนามสิ้นสุดลงกองทัพสหรัฐฯ ได้ถอนกำลังออกจากประเทศไทยทั้งหมด

ในเวลาต่อมา กองบิน ๔ ได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว มีเครื่องบินรบที่เคยประจำการมาแล้วในอดีตมากมายหลายแบบโดยได้สร้างวีรกรรมเป็นคุณประโยชน์และเกียรติภูมิ ต่อการปฏิบัติการใช้กำลังทางอากาศปกป้องผืนแผ่นดินไทยเพื่อความสงบร่มเย็นเป็นสุขของคนในชาติ เช่น ภารกิจสนับสนุนการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์และกองกำลังต่างชาติที่รุกล้ำอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนไทย  สมรภูมิชายแดนไทย – กัมพูชา บริเวณช่องบก และสมรภูมิบ้านร่มเกล้า เป็นต้น

ปัจจุบัน กองบิน ๔ เป็นหนึ่งในกองบินรบหลักของกองทัพอากาศที่มีความสำคัญยิ่งต่อภารกิจการป้องกันภัยทางอากาศของประเทศ มีเครื่องบินหลายแบบเข้าประจำการที่สามารถตอบสนองภารกิจตามยุทธศาสตร์ของกองทัพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ ของกองบิน 4 เพื่อมุ่งสู่การเป็นกองบินที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Air Base)ทั้งในส่วนของอาคารสถานที่ต่าง ๆ เช่น อาคารศูนย์ปฏิบัติการร่วม (Joint Operation Center) เพื่อรองรับระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control) พัฒนาระบบเครือข่าย (Network) ภายในกองบิน การพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติ (Shooter) เช่น โครงการ F-16 MLU การพัฒนาระบบตรวจจับ (Sensor) เช่น บ.DA-42, อากาศยานไร้นักบิน (UAV)และระบบตรวจจับทางภาคพื้น ฯลฯ



อนึ่ง ที่ตั้ง กองบิน 4  เมื่อครั้งในอดีตลักษณะโดยทั่วไป สภาพเป็นป่าทึบ มีงูจงอางชุกชุม จึงได้รับการขนานนามโดยทั่วไปว่า “ดินแดนแห่งชาวจงอาง” หรือ “LAND OF THE KING  COBRA” จึงได้นำรูปงูจงอางมาเป็นสัญลักษณ์ประจำหน่วย ซึ่งหมายถึง ความมีอำนาจ พิษร้าย ความว่องไวประดุจงูฉก และมีความสง่างามดั่งพญางู

...........................................

ข้อมูลจากเว็บไซต์ "กองบิน 4"
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่