เรามีปัญหาคาใจค่ะ เพราะต้องไปศาลเพื่อไกล่เกลี่ย ข้อหาขับรถด้วยความประมาททำให้เฉี่ยวชนรถคนอื่น?

เราไม่รู้จะตั้งชื่อกระทู้ว่ายังไง ก็เอาแบบนี้แล้วกันนะคะ

เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นวันศุกร์ วันที่เท่าไรเราก็จำไม่ได้ เวลาประมาณบ่ายสองครึ่ง
เราขี่มอเตอร์ไปมหาลัย ไปติดไฟแดงอยู่แยกหนึ่ง
แล้วพอไฟเขียว รถทุกคันเลยออกตัว ข้างหน้าเราคือรถเก๋งสีขาว ส่วนเราขับตามเขา ซึ่งความเร็วก็คงพอๆกัน เพราะเรากะระยะห่างจากเขาตลอด


พ้นสี่แยกมานิดเดียว เราก็เหลือบมามองข้างทาง และก็มั่นใจว่าหันไปไม่ถึงวิด้วยซ้ำ
คันข้างหน้าเขาก็เบรกกะทันทัน
ไอ่เราก็เลยตกใจ หักหลบไปทางซ้าย แต่มันไปเฉี่ยวท้ายรถเขาอยู่ดี รถเราก็เลยล้ม


สภาพก็เละทั้งคนทั้งรถ(ฝ่ายเรา) รถเราฝั่งขวาหนักเลยเพราะเอาข้างขวาลง คอเบี้ยว ที่เสียบกุญแจยุบ กระบังขวาหลุด คือเยอะอ่ะ
ส่วนตัวเราก็เอาข้างขวาลงเหมือนกัน หัวฟาดพื้น แต่ใส่หมวกกันน็อคอยู่คือแอบมึนเหมือนกัน
แล้วใส่ทรงเอสามส่วน ขาข้างขวาเลยครูดไปกับพื้นถนน คือเลือดเต็มอ่ะ
ตอนนี้มีแต่แผลเป็น ส่วนแขนขวาถลอกนิดหน่อยเพราะใส่เสื้อแขนยาว แต่เสื้อขาดริ้วเลย

ส่วนรถเก๋ง ...กันชนยุบ  

พอเกิดเหตุการณ์นั้นเราก็ไม่รับรู้อะไรเลย มันสั่นไปหมด แผลก็ไม่เจ็บด้วย มันคงชา
ตอนนั้นเราคิดถึงแต่แม่ เราเห็นสภาพรถแล้วเรารู้สึกแย่มาก (คือสภาพนั้นขายเถอะ อย่าซ่อมเลย)
เราพยายามลุกขึ้นเอง มือรวนไปหมดกว่าจะโทรหาแม่ได้


ส่วนเจ้าของรถเก๋งยังเด็กอยู่น่าจะ 22-23 เขาก็ลงมาดู
แต่สีหน้าเขา... ไม่รู้สิ เห็นแล้วเรารู้สึกแย่แทนที่จะรู้สึกผิด (คือเป็นคนไม่ถูกกับรถรา เราถูกรถชนบ่อยมาก เราพอดูสีหน้าคนออก สีหน้าคนที่ลงมาดูมันทำให้เรารู้สึกต่างกัน บางคนก็เป็นห่วงเรา บางคนเขาก็รู้สึกผิด)
แต่คนนี้เขาเหมือนหัวเสีย แต่เราก็เข้าใจ เป็นเราเราก็โกรธ
แฟนเขา(เขามากับแฟน)พาเราไปทำแผล เดินแปปเดียวก็ถึง รู้สึกจะเป็นเหมือนพวกปฐมพยาบาลอะไรก็ไม่รู้ แต่ไม่ใช่คลีนิก มันเปิดอยู่ใกล้ๆพอดี


แล้วพ่อกับแม่ก็มาถึงที่เกิดเหตุ พ่อพาเราไปโรงพยาบาล ส่วนแม่เราไปคุยกับประกันของคุณรถเก๋งแทน (คือพ่อเราคุยกับใครไปไม่เป็น เลยให้แม่ไปคุยแทน)

ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไร คิดแค่ว่าเขาคงใจดีคงผ่อนผันให้ ซ่อมใครซ่อมมัน เพราะรถเราเองก็สภาพแย่อยู่แล้ว

แต่...

แม่เราบอกว่า "เขาให้เราผิด เพราะเราขี่รถประมาท เพราะตามกฎหมายต้องเว้นระยะห่างเอาไว้กันรถข้างหน้าหยุด"
เห้ย...เราสาบานเลยนะ ว่าเราไม่ได้ขี่รถจี้ตูดเขา เราจำได้แม่นๆ
เพราะถ้าเราขี่จี้ตูดเขา เราคงหักหลบไม่ทัน แล้วแทนที่จะเฉี่ยว มันจะชนท้ายรถเขาจังๆเลยมากกว่า
แต่ก็นั่นแหละมันก็หลบไม่ทันอยู่ดี แล้วที่เจ็บเยอะขนาดนั้นคงเป็นเพราะเราขี่รถเร็วประมาณ 50-60 ด้วยแหละ

เราเลยถามแม่กลับว่าแล้วเขาเบรกทำไม แม่ก็บอกว่า "มีหมาตัดหน้ารถเขา"
เราก็นึกภาพหมาที่วิ่งบนถนนใหญ่ แล้วรถเยอะมาก  ยิ่งตอนที่กำลังไเขียวด้วย คือแบบ..................
แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะยังไงไม่ว่าเขาจะเบรกเพราะอะไร เราก็ผิดอยู่ดีถูกไหม? TT_TT  

เล่าขนาดนี้แล้ว
คือเราก็ไม่รู้จะถามอะไรอ่ะ เพราะพิมไปพิมมารู้สึกว่าตัวเองผิดอยู่ดี แต่มันก็ขัดแย้งในใจเราอยู่ดีอ่ะ
เราคิดว่าเราไม่ผิดอ่ะ ถ้าผิดก็ผิดทั้งคู่สิ ทำไมเรารับผิดคนเดียวเลย...

คือทางประกัน มันเรียกเก็บเงินเราเอาไปซ่อมรถเขา "หมื่นหก"
เราก็ร้อง "ห้ะ?!"  
แค่รถมอเตอร์ที่สภาพควรขายมากกว่าซ่อม แม่เรายังขอผ่อนจ่ายกับร้านซ่อมเลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปใช้ล่ะ
(คือแล้วเราอายุ 19 ถือเป็นเยาวชน ผู้ปกครองเลยต้องรับผิดชอบแทน ใช่ไหม?)

เราก็คิดนะว่า ที่บ้านเราก็มีภาระมากมาย หนี้ที่บ้านยังใช้ไม่หมด ดูแลคนแก่สองคน น้องเราก็พิการ คือนางหูหนวกเป็นใบ้ (ชีวิตแอบรันทด)
พ่อแม่จะเอาเงินที่ไหนไปใช้เขาล่ะ

คือเรารู้สึกแย่มากอ่ะ เราเลยแอบไปหางานพิเศษทำ (พ่อแม่เราค่อนค้างหัวโบราณ เรื่องออกไปเที่ยวห้ามแม้แต่จะคิด เหมือนเขาห่วงเรา เพราะเราเป็นความหวังเดียวของบ้าน พ่อแม่ก็สูงสุดก็ป.4 แล้วก็ไม่อยากให้ทำงานไรพวกนี้อ่ะ พวกนางบอกว่ามีหน้าที่เรียนก็เรียนไป เรื่องเงินเขาจะจัดการเองไรงี้)
แต่นั่นแหละ ยังไม่ทันได้ทำงาน เขาก็จับได้ แล้วก็ดราม่าหญ่เลย สรุปคือไม่ได้ทำ

ต่อ...
พอแม่เราไม่มีเงินจาย คือรถมอเตอร์ไซด์ของเราพังแบบเห็นโครงสร้างข้างในเลยอ่ะ
พ่อกับแม่เราก็ขอผ่อนจ่ายที่ร้านซ่อมรถ ตอนแรกจะขาย แต่ไม่มีรถขี่แล้วไง
ประกันก็มาทวงเงินที่แม่เรา
แม่ก็ขอผ่อนจ่าย แต่ประกันก็เหมือนจะยอม แต่ยอมให้จ่ายสองครั้ง คือทีละจ่ายครึ่ง มันก็เยอะอยู่ดี TT_TT

แม่กับพ่อเราก็เลยบอกว่า ปล่อยให้ขึ้นศาลเลยไหม ยังไงเราก็ไม่มีเงินไปจ่ายเขาอยู่แล้ว (ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเขาคุยเกี่ยวกับอะไรแต่เราแอบได้ยินพอดี)

สุดท้ายหมายเรียก(เรียกให้ไปไกล่เกลี่ยที่ศาล)ก็มาถึงบ้าน
เราก็เลยแอบอ่าน **อ้อ...เราเพิ่งมารู้เรื่องทุกอย่างตอนแอบอ่านหมายศาลเนี่ยแหละ**  

ในนั้นก็เขียนเหมือนที่เล่าไปตอนแรกนั่นแหละว่า
"เราขับรถประมาท (คือขี่รถจี้ตูด แต่สาบานเลยว่าไม่ได้จี้ตูด ไฟเขียวคนก็ต้องออกตัวเร็วใช่ไหม มันแค่พ้นสี่แยกไปนิดเดียวเองนะ แล้วเขาก็เบรกไงประเด็น แล้วคนซวยก็คือไอ่ที่ไล่ตามตูดมาเนี่ยแหละ)
แล้วก็เบี้ยวไม่จ่ายเงิน"

เห้อออออ เปิดไปเปิดมา ก็ไปเจอใบเซ็นยินยอมรับผิด นั่นก็มีลายมือเราที่เป็นคนผิด กับแม่เราที่เป็นพยานเรียบร้อยแล้ว
(ตอนนั้นเราจำได้ว่าประกันโทรเรียกให้ไปคุย
แล้วให้พาเราไปด้วย แต่เขาก็คุยกับแม่เราสองคน ส่วนเราที่เป็นคนเฉี่ยวนั่งอยู่ห่างๆ ไม่ได้ยินอะไรเลย
คุยกันสักพักก็เรียกให้เราไปเซ็น ซึ่งก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาบอกให้ทำก็ทำ เดานะว่าเขาคงหาเรื่องมาเกลี้ยกล่อมแม่เรา อย่างนั้นอย่างนี้โดยเอาเรามาอ้าง
เพราะแม่หันมามองเราตลอดเลย แต่แม่ไม่รู้เรื่องกฎหมายหรอก เราเองก็เหมือนกัน เขาว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้น)

แล้วผลออกมา คือที่เซ็นไปตอนนั้นคือ เราเซ็นยินยอมว่าเราทำผิด

เวรกรรม...คือเรายังไม่ได้พูดไรเลยอ่ะ ประกันกับแม่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่บอกว่าเราผิด คือเราไม่เข้าใจ ยังไงก็ไม่เข้าใจ
เขาทำเหมือนให้เราผิดฝ่ายเดียวยังไงอย่างนั้นแหละ
แต่เราผิดจริงๆใช่ไหม (ไม่อยากยอมรับผิดเลยจริงๆนะ )

แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ช่วยอะไรไม่ได้
เราไม่รู้เรื่องกฎหมาย คงต้องยอกรับผิดไปตามๆกัน (มั้ง?)

ที่มาโพสลงก็แค่อยากระบาย
แล้วเราก็อยากรู้ว่า ขึ้นศาลเราจะโดนอะไรบ้าง มันจะแย่กว่านี้หรือเปล่าคะ?

ปล.เราต้องอภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ หากโพสข้อความล่วงเกินใคร
เราอาจจะยังเด็ก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่โตจนหมาเลียก้นได้ขนาดนี้คงใช้ประโยคนี้ไม่ได้แล้ว
เอาเป็นว่ามันคืออารมณ์ชั่ววูบ ความไม่เข้าใจ ความไม่มีสติ? เราโง่ เราไม่รู้จะระบายที่ ฉะนั้นอย่าถือสาคนประเภทนี้เลยนะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่