ผมเป็นผู้ชายโชคร้ายที่อกหักมาเกิน50ครั้ง และวันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ที่ยิ่งกว่าบทละครเกาหลี

สวัสดีครับ
นี่เป็นกระทู้แรกที่ผมเขียนครับ อยากแชร์ประสบการณ์น้ำเน่าสุดซึ้งที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตครับ
เรื่องที่ผมจะเล่านี้ มันไม่ใช่การอกหักครั้งแรก แต่มันช่างนับไม่ถ้วนจริงๆ
และแต่ละเรื่อง แต่ล่ะเหตุการณ์ที่ผมประสบมา มันช่างดวงซวยจริงๆครับ

ผมเป็นคนที่โชคร้ายเรื่องความรักมากๆ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมเป็นคนที่ทัศนะคติแง่บวกแบบสุดๆเลยครับ
แล้วผมหน้าตาไม่ดี ดำ อ้วน มาตั้งแต่เด็กๆ
แต่เวลาผมชอบใครเนี่ย ผมมักจะชอบระดับตัวเทพๆ ในโรงเรียน
แล้วผมก็ลุยจีบอย่างจริงจังโดยไม่ดูกำพืชตนเองก็ว่าได้
มันก็ไม่แปลกที่จะอกหักหรอกครับ
แต่ผมเป็นคนที่จริงใจมากๆ และถ้าผมชอบใครรักใคร
ผมทุ่มให้แบบสุดๆๆๆๆ ผมจึงคิดว่าความรักของผม มีค่าพอที่จะมอบให้สาวที่จะมองข้ามหน้าตาของผมไปได้

แต่พอผมอกหัก ผมก็คิดเสมอว่า ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร สักวันก็ต้องเจอคนที่ใช่ดิว่ะ
มันเลยทำให้ผม อกหักถึง 50ครั้ง ซึ่งเพื่อนๆคนไหนรู้ก็บอกว่า บ้าแน่ๆ
บางคนเรียกผม "ไอ้คลั่งรัก" เกิดคำเรียกผมซึ่งผมก็ไม่ได้พอใจหรอก

ผมรู้สึกว่าผมเป็นผู้ชายที่อ่อนมากๆ
ผมเคยมีแฟนมา2คน ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เข้ามาจีบผมก่อนทั้งสองครั้ง
ส่วนผู้หญิงทุกคนที่ผมจีบเนี่ย ไม่เคยติดครับ เคยมีคุยเหมือนจะสมหวัง
แต่ก็จากไปและสร้างแผลเป็นให้ผมมากมาย
(แผลในใจผมอย่างกับนักดาบผ่านสงครามนะครับ55555)

เอาละครับ
เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ผมจะมาเล่าแค่เรื่องเดียวที่เป็นความรักที่งดงาม และทรมานสุดๆครั้งหนึ่งในชีวิตของผม
ตอนนั้นเรื่องเกิดขึ้นจาก ผมเพิ่งย้ายเข้าเรียนที่ใหม่
และผมก็พบกับผู้หญิงคนนั้นครับ
ขอเรียกนามสมมุติว่า"พา"นะครับ
พาเป็นผู้หญิงที่ขาวสวยหน้าตาถือว่าดีและเป็นตัวท๊อปที่ใครๆก็มองเวลาเดินผ่าน
แต่ผมเข้ามาแรกๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็แค่รู้ว่าคนนี้ชื่อนี้
เพราะผมเคยจีบคนที่สวยก็เธอมามากมาย(แต่ไม่ติด)
ผมจึงมองข้ามพาไปสนิทเลย

มีอยู่วันหนึ่งครับ พากับผม เรียนอยู่ห้องเดียวกัน
แต่ผมไม่เคยคุยกับเขาเลยครับ และก็นั่งห่างกันพอสมควร
วันนั้นที่เกิดเหตุเพื่อนที่นั่งข้างๆผมดันไม่มา กลายเป็นเก้าอี้ว่าง
และพาก็ดันพูดมาก คุยกับเพื่อนเสียงดัง จนครูบอกให้ย้ายมานั่งข้างๆผม
เพื่อแยกเธอกับเพื่อนของเธอไม่ให้คุยกันระหว่างเรียน
ผมก็เกรงๆครับ เพราะไม่สนิทกับพา
แต่ก็ไม่ได้อะไร นั่งเรียนไป
สักพักหนึ่งผมหันหน้ามาทางเธอ
จู่ๆเธอก็ร้องไห้ครับ ผมตกใจมากว่าเธอเป็นอะไรวะ
แค่โดนย้ายที่ถือกับร้องไห้เลยหรอ
และผมเป็นผู้ชายที่แพ้น้ำตาผู้หญิงแบบสุดๆ
ผมรู้สึกว่าผู้หญิงที่ร้องไห้เนี่ย เขาน่าถนุถนอน น่าดูแลมากๆๆๆ
เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะครับ
แล้วอยู่ๆนางก็ร้องไห้ขึ้นมา
ทำให้ผมรู้สึกว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องปลอบเธอ
เพราะผมเป็นคนเดียวที่นั่งข้างเธอนาทีนั้น

ผมถามเธอว่าเป็นอะไรหรอ เธอบอกผมว่า ชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอไปสอบมา
แล้วทำไม่ได้เลย เลยกลัวว่าคะแนนจะไม่สวย
เธอคงเป็นคนเครียดเรื่องเรียนนะครับ
ผมก็เลยปลอบๆไปว่าอย่าคิดมากเลยผ่านมาแล้ว
สุดท้ายนางก็หยุดร้อง และก็หมดชั่วโมง เราก็แยกกันไป

หลังจากนั้นผมก็ปิ้งนางขึ้นมาทันทีครับ
ผมรู้สึกว่าผมอยากดูแลผู้หญิงคนนี้มากๆๆ
นางเป็นคนที่น่าดูแลสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พอดึกๆผมก็ทักแชทเฟสบุ๊คไปคุย ว่านางโอเครขึ้นมั้ย
ก็คุยกันและก็ รู้สึกเป็นเพื่อนกัน มากกว่าแค่เรียนในห้องเดียวกัน เรื่องก็จบคืนนั้นไป

คราวนี้ผมก็มาสืบประวัติครับ ว่าเพื่อนๆในแก๊งผมเอง ตั้งสามสี่คน ก็เคยจีบนาง
ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามาเรียนที่นี้
ผมก็เลยคิดว่า ไม่ยุ่งดีกว่า เพราะถ้าเพื่อนรู้ กูอายแน่นอน
มันจะต้องแซวกันยับ แล้วถ้าจีบไม่ติดอีก หรือโดนเฟรนโซนเนี่ย
คือพังแบบพังครับ ชีวิตการเรียน ณ จุดนั้น ผมจะต้องอยู่ไม่รอดแน่ๆ
*เฟรนโซน แปลว่า อยู่ในเขตของคำว่าเพื่อนตลอดชีวิต*

แต่ผมก็ยังทักแชทเฟสนางไปคุยเรื่อยๆครับ
เพราะว่าคุยกับนางแล้วสนุกมาก ก็เลยคิดว่า
เป็นเพื่อนกัน คุยกัน แชร์ประสบการณ์กัน ไม่เห็นเป็นอะไรเลย
บริสุทธิ์ใจก็คุยไปสิ จนผมคุยกับนางเกือบทุกวัน ได้อยู่เดือนกว่าๆ
ผมก็ยิ้มเพิ่งรู้ว่า นางมีแฟนมานานแล้ว (ในเฟสดันไม่ตั้งบอก)
ผมก็อ่อ แล้วไงว่ะ เราคิดแค่เพื่อน ชิวๆ ไม่เห็นเป็นปัญหาอะไรกับการที่นางมีแฟนเลย
ผมก็เลยคุยกับนางต่อไปแบบปกติครับ

แฟนของนางเป็นรุ่นน้องที่นับถือผมมากๆ และชอบผลงานเพลงของผม
เราก็สนิทกันอยู่แล้วแต่ผมดันเพิ่งรู้ ก็ไม่เป็นไร ชิวๆครับ

เหตุการณ์ต่างๆก็เริ่มเกิดขึ้น เหมือนสวรรค์กวนตีนจัดฉากให้ผมตลอดเวลา
ผมเป็นคนที่แพ้น้ำตาผู้หญิงมากๆ และเหตุการณ์ทำให้ผม เห็นน้ำตาของพา สี่ถึงห้าครั้ง
แต่ละครั้งมันยิ่งทำให้ผม อยากดูแลเธอมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ผมจำได้ไม่ละเอียดว่า ผมเห็นเธอร้องไห้ตอนไหนบ้าง
แต่ผมเข้าไปพยามปลอบเธอทุกครั้งที่เห็น
เธอร้องไห้เพราะทะเลาะกับแฟน ก็คือรุ่นน้องผม
ซึ่งผมดูแล้ว ไม่ได้มีใครผิดใครถูก แต่แค่ไม่เข้าใจกัน
ผมก็คิดว่ารุ่นน้องผมมันไม่ได้เลวหรือทำร้ายจิตใจของเธอ
ผมก็ช่วยทำให้เขาดีกัน พยามพูดให้กำลังใจ
หรือให้คำปรึกษาต่างๆนาๆจนเธอดีกัน
*และก็ทะเลาะอีก และผมก็ช่วยให้ดีกัน
และก็ทะเลาะอีก และผมก็ช่วยให้ดีกัน (*,*)

ผมจำได้ว่ามีครั้งนึง เธอกำลังอยู่ในห้องเรียนคนเดียว
และผมเห็นเธอนั่งอยู่ผมจึงเปิดประตูเข้าไปเกาะไหล่เธอ
แล้วจู่ๆ เธอก็ร้องไห้ออกมา
ผมตกใจมาก เหมือนกับวันแรกที่เธอนั่งร้องไห้ข้างๆผมนั่นแหละ
ผมพยามพูดถามเธอเป็นอะไร พยามจะปลอบ
แต่เธอบอกผมว่า ขออยู่คนเดียวได้ไหม ออกไปก่อนเถอะ
ผมก็โอเค เมื่อเธอมั่นใจว่าจะดีขึ้นด้วยตัวเอง
ผมแตะไหล่เธอเบาๆสองที แล้วเดินออกจากห้อง
ผมหยิบมือถือขึ้นมา ตอนอยู่หน้าห้อง แล้วพิมส่งข้อความไปหาเธอ
"สู้ๆนะ^^"
เป็นประโยคง่ายๆที่ผมสื่อออกมาจากใจว่าผมเป็นห่วงเธอนะ

เวลาผ่านไป6เดือนครับ
เธอก็ยังคบกับแฟนเธออยู่
ผมก็คอยอยู่ข้างๆเธอแต่ตัวผมเองเริ่มมีอาการเปลี่ยนไป
และผมก็ได้แต่งเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง
มันเลยเป็นคำตอบในใจผม ทำให้ผมรู้หัวใจตัวเอง
ว่าผมไม่ได้แค่ชอบเธอหรอก แต่ผมตกหลุมรักเธอมานานมากแล้ว
และเป็นรักที่ยากที่จะตัดใจซะด้วย เพราะผมใช้เวลาอยู่กับเธอข้างๆมาตลอด6เดือน

จากนั้นผมก็เครียดทันทีเมื่อผมรู้ว่าผมกำลังทำสิ่งที่มันแย่อยู่
ผมไม่ได้ยุให้เขาเลิกกันมาคบผม
แต่ผมเห็นเธอทะเลาะกับแฟนบ่อยมาก
จนผมอยากเป็นคนดูแลเธอซะจริงๆ
ผมเถียงกับตัวเองว่าผมจะเอายังไงวะเนี่ย
จะถอยหรือจะบู๊
บู๊ไม่ได้ ไม่งั้นกลายเป็นยุให้เขาเลิกกัน เลวอีก
จะถอยละ มันก็ตัดใจไม่ได้ เพราะเรารักเขามากเกินที่จะถอยซะแล้ว
เป็นช่วงเวลาที่ผมเครียดมากที่สุด
เพราะผมไม่สามารถปรึกษาเพื่อนๆได้เลยสักคน
เพราะถ้าเพื่อนรู้คนเดียว เท่ากับรู้ทั้งตำบล
แล้วสถานที่เรียนก็รู้จักกันหมดทุกคน ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
ถ้าทุกคนรู้ว่า ผมแอบชอบคนเดียวกับที่เพื่อนหลายๆคนเคยชอบ
ซ้ำรอยแบบสุดๆ แถมตอนนี้ จะกลายเป็นเราไปเป็นมือที่สามอีก
โอ้วว พังๆๆๆๆๆๆ เละเทะ
ผมเก็บเรื่องเครียดไว้คนเดียว
แบบเถียงกับตัวเองอยู่เป็นช่วงที่ทรมานสุดๆๆๆ
ไม่มีใครให้คำปรึกษาใดๆทั้งสิ้น
จนผมตัดสินใจอย่างบ้าบอ
ผมวิเคราะห์และคุยกับตัวเองแบบคนบ้า
"ผมจะไม่เลิกรักผู้หญิงคนนี้"
"และผมจะไม่แย่งผู้หญิงคนนี้จากรุ่นน้องที่นับถือผมมากๆ"
ทางออกละ มันคืออะไร
ทางออกที่ผมคิดได้ มันฟังดูง่าย แต่ทำยากมาก
"รักโดยไม่หวังผลตอบแทน"
ในเมื่อผมจะไม่ยอมให้ความรักที่เกิดมา มันต้องสลายไป
ผมก็จะรักษามันไว้ โดยไม่เบียดเบียนใคร
ผมสู้กับตัวเอง โดยมีเป้าหมายว่าจะทำให้ได้
สิ่งๆนี้ เป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครทำได้เลย
แต่ผมจะต้องทำให้ได้ เพราะผมรักเธอมาก

ผ่านมาอีกสองเดือน (เดือนที่8ที่รู้จักเธอ)
ผมก็พยามทุกๆอย่าง พยามไม่ไปใกล้เธอ
พยามไม่ทักเธอ แต่ก็ทำไม่ได้
พยามจะห่างๆ ไม่ไปคุยเหมือนที่เคยทำช่วง6เดือนแรก
สุดท้ายผมเครียดมาก จนต้องบอกเพื่อนคนหนึ่ง
เพราะมันเก็บกดสัสหมาละ
เพื่อนผมอึ้งและช๊อกมาก กับสิ่งที่ผมเผชิญอยู่ 8เดือน
เพราะผมแปลกๆไป กลายเป็นคนเครียดตลอดเวลา
ก็เพราะต้องหักห้ามใจ ไม่เป็นตัวเองเลยสักนิด
บ่อยครั้งที่นั่งร้องไห้คนเดียวเพราะเก็บกด และต้องเก็บอาการ
เวลาอยู่ใกล้ๆเธอและแฟนของเธอ
โชคดีที่เพื่อนคนนั้นไว้ใจได้ เรื่องจึงเก็บเป็นความลับได้
และผมก็สู้กับจิตใจตัวเอง จนผมรู้ตัวว่าผมทำได้จริงๆ
การรักใครสักคนโดยไม่หวังที่จะครอบครอง
มันยากแบบสุดซึ้ง แต่ผมสามารถมั่นใจว่าผมทำกับเธอผู้นี้ได้แล้ว
และผมคอยดูแลเธออยู่ห่างๆ ให้กำลังใจเธอเวลาที่เธอเสียใจ
หรือให้คำปรึกษาเวลาที่เธอทะเลาะกับแฟนเธอเสมอ
กว่าจะถึงวันนั้น ผมสู้กับตัวเองอีก4เดือน
(นั่นคือเดือนที่ 12ตั้งแต่ที่ผมรู้จักเธอ)
สุดท้ายเรื่องมันลงเอยด้วยความเศร้า แต่ผมก็มีความสุข
ที่ได้เห็นเธอยิ้ม และเจอกับสิ่งดีๆในชีวิต

ปัจจุบันเธอเองยังไม่เคยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลย
ว่าผมรักเธอมากแค่ไหน และเธออาจจะไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำ
ว่าความรักของผมมันเว่อขนาดไหน

พอเวลาผ่านมาอีกสองเดือนนับจากนั้นเธอก็เลิกกับแฟนของเธอ
และตอนนั้นผมตั้งวงดนตรีขึ้นมาวงหนึ่ง มีกัน5 คน
และหนึ่งในนั้นก็คือ รุ่นน้องคนนั้น แฟนเก่าเธอนั้นเอง
จนผมสืบประวัติไปๆมาๆว่า เธอเคยคบกับอีกคนในวง
ก่อนหน้าที่ไปคบกับรุ่นน้องคนแรก

หน่ำซ้ำยังไม่พอครับ
เธอปิ๊งกับอีกคนหนึ่งที่อยู่ในวงผม
ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะรวมวงขึ้นมา
แล้วเขาก็เลยแอบดูใจกันคุยๆกัน
เขาก็คบกัน
คือผู้หญิงคนนี้ เธอไม่ใช่คนไม่ดี หรือมั่วผู้ชายนะครับ
แค่โชคชะตามันกวนตีนอะ
สรุปสั้นๆให้ว่า
1ผมชอบนางแต่นางไม่รู้
2นางเลิกกับแฟนที่มาอยู่วงผม
3นางเคยคบกับอยุ่ที่อยู่ในวงผมอีกคนหนึ่ง
4นางก็หันไปคบกับอีกคนในหนึ่งในวง

**********สุดท้ายและท้ายที่สุดครับ**********
วงผมก็แตกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกยับ

คือมันช่างเป็นเรื่องราวในใจที่ผมจำจนวันตายแน่ๆ
และมีแค่เพื่อนไม่กี่คนเท่านั้น ที่ได้รู้เรื่องนี้ในตอนหลัง
ปัจจุบันเธอก็ไม่เคยรู้เรื่องที่เกิดขึ้น
และยังคบกับแฟนคนล่าสุดที่ออกจากวงไป
แต่ผมมั่นใจมากว่า แฟนคนใหม่ของเธอ สามารถดูแลและให้ความสุขกับเธอได้
หลังจากนั้นผมจึงถอยห่างเธออย่างไม่ห่วงอะไรอีก
ทุกวันนี้ถ้าผมเดินเธอเจอ หรือได้คุยกัน
ผมจะรู้สึกดีพิเศษ แบบบอกไม่ถูก
มันคือความรักที่ผมไม่เคยตัดทิ้งและรักษามันไว้
และแปรเป็นคำว่ามิตรภาพที่ยั่งยืน และเรายังคงสนิทกันเหมือนแรกๆที่เราได้เจอกัน

เธอเป็นคนพิเศษที่ทำให้ผมแต่งเพลงๆหนึ่งขึ้นมา
และทำให้ผมสามารถทำได้ในคำว่า "รักโดยไม่หวังผลตอบแทน"

ผมจะขออนุญาติพิมเนื้อเพลงของผมที่เธอเป็นแรงบันดานใจส่วนหนึ่ง
(จริงเพลงนี้แต่งหลังจากนั้นนานมาก เริ่มแต่งจากผู้หญงอีกคนหนึ่ง
ที่ทำให้ผมคิดย้อนไปหาพา ว่าผมเคยรักคนๆนึงมากแค่ไหน)

เพลงๆนี้ ผมตั้งชื่อว่า "มีรักมีทุกช์"
(ปัจจุบันผมเป็นศิลปินไร้สังกัตชื่อวง Peekaboo ฝากติดตามผลงานได้นะอิอิ)

"โอ้ ความรักที่ผิดหวังมันจะเป็นแค่ความหลัง
โอ้ ชีวิตที่เจ็บช้ำ ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆ
โอ้ มีรักก็มีทุกข์ มันก็เป็นเรื่องคู่กัน
ความรักต้องเจ็บทุรนทุลาย..ธรรมดา

ก็รู้ ก็รู้ รักทุกทีก็มีทุกข์
ก็รู้ ก็รู้ เห็นๆอยู่ทุกทีที่เจ็บ
ใครจะสน!!!!!!!!!!!!!!

คนมันจะรัก รักไปก็พอ
แม้มันต้องมีน้ำตาเท่าไหร่
แม้มันจะเจ็บฝั่งใจเท่าใด

แค่มันได้รักเธอไป ก็พอ
แม้มันไม่เคยได่คืนกลับมา
แต่ฉันจะไม่หยุดรักเธอ.. ให้รู้กันไป"

https://www.youtube.com/watch?v=CnsTRJr3zZs

ขอบคุณครับ ที่อ่านเรื่องราวของผม
ไว้คราวหน้ายังมีเรื่องอกหัก อีกกว่า 49เรื่องมาเล่า
ระดับความเศร้าไม่ต่างกันเลยจริงๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่