- H E L L O W E E K E N D -
วันหยุดนี้...ขอหนีชีวิตเดอะฟาส
สวัสดีค่ะ อันที่จริงการไปทริปครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจถ่ายภาพหรือจดการใช้จ่ายอะไรตั้งแต่เริ่ม แต่ที่มาตั้งกระทู้ครั้งนี้เป็นเพราะความประทับใจล้วนๆ เลยค่ะและต้องขอแอบกระซิบเลยว่า ว่ากระทู้นี้เป็นการเขียนกระทู้ครั้งแรกในชีวิตเลยนะคะ อาจจะมีผิดถูกบ้างไม่ถูกใจบ้างก็ขออภัยนะคะ
" วันหยุดนี้...ขอหลีกหนีชีวิตเดอะฟาส " ทำไมต้องหนี? ที่มาของชื่อกระทู้มันเป็นอย่างนี้ค่ะ คือพวกเราเป็นทีมออแกไนเซอร์ มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นู่น นี่ นั่น ชีวิตอยู่แต่ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางของเส้นทางที่มีรถติดติดอันดับต้นๆ ของประเทศ บางครั้งช่วงพีคๆ ของงานอีเว้นท์ พวกเราแทบจะเป็นแบบ ยุ่น ในหนังเรื่องฟรีแลนซ์เลยล่ะค่ะ พอมีวันหยุดและเป็นวันว่างตรงกันพวกเราจึงต้องกอบโกยค่ะ
ทริปนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหมด 4 + 1 แก๊งค์ 4 คน คือ อยู่ในกทม. แต่อีก 1 คน คือเจ๊ที่อยู่ที่อุดรค่ะ ไม่ได้เป็นพี่แท้ๆนะคะ นางเป็นพี่ร่วมงานกันตอนอยู่ กทม. และทริปนี้ต้องยกให้นางเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการค่ะ พวกเราแก๊งค์ กทม.ตกลงปลงใจว่าจะไปหาเจ๊ที่อุดรเพื่อจะไปรวมพลกันที่นั่นว่าแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ
... D a y 1 ...
22.10.15
- 18.00 น. แก๊งค์กทม.เลิกงานค่ะ เริ่มทริปก็เดอะฟาสเลยค่ะ รถทัวร์ออกจาหมอชิต 20.30 น. แต่เราต้องไปเอาตั๋วล่วงหน้าครึ่งชม. รีบล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะได้นั่งรถทัวร์แบบสบาย ๆ เราเรียก Grab taxi ตั้งแต่ 16.00 น.แต่ไม่มีคันไหนไป กว่าจะได้ก็ฉิวเฉียดเลยค่ะ ยังไม่ทันจะออกจากซอยก็ติดแล้วด้านเส้นหลักลาดพร้าวไม่ต้องพูดถึง รถติดนรกแตกแน่นอน 555 กว่าจะไปถึงหมอชิตเล่นเอาท้อเลยค่ะ
- 20.30 น. เริ่มออกเดินทาง เราออกเดินทางด้วยรถบุษราคัมทัวร์ เพราะจองนครชัยแอร์ไม่ทันค่ะ ก็ทริปนี้มันปุบปับมากคุยกันไม่ถึงเดือนเท่านั้นแถมเป็นวันหยุดยาวอีก กำหนดการเราต้องถึงอุดรประมาณ 05.00-06.00 น. แต่ด้วยความที่เป็นวันหยุดยาว รถติด แถมระหว่างทางก็มีอุบัติเหตุ (รถคนอื่น) จึงทำให้มันล่าช้าหหว่ากำหนด เราถึงอุดรประมาณ 07.30 น. ล้างหน้าล้างตาเสร็จคราวนี้สิคะ เรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อเจ๊ขับรถมารับที่ขนส่ง ชาวแก๊งค์หิวค่ะ เอาสัมภาระขึ้นรถได้เจ๊ ผู้คุ้นเส้นทางในอุดรก็พาหาของกินอร่อยแทบจะทันที
... D a y 2 ...
23.10.15
เราตรงไปที่คิงส์โอชาเลยค่ะ เจ๊เค้าว่าเด็ด! พอถึงร้านเจ๊ก็บรีฟเลยค่ะ ว่ามาร้านนี้อย่ามัวแต่คิด จะมาเอ่อ... อืม...กินไรดี อันนี้ไม่ได้นะคะ เราต้องเกรงใจเจ้าของร้านค่ะมาถึงต้องสั่งรัวๆเลย อย่าให้มือคนจดว่าง อ่าเราก็โอเค สอบถามใครจะกินไรบ้าง
ของที่เราทานร้านคิงส์โอชาก็คือ
ไข่กระทะ 3
สตูไก่ 1
สตูหมู 2
ขนมปัง ใส้ 4
ขนมปังเนย 2
ข้าวหมูยอทอด 1
นมร้อน 1
กาแฟร้อน 1
ชานมเย็น 1
โอวัลตินร้อน 1
เอิ่ม...นี่กินกัน 5 คน #สายแข็งค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าๆมั้งคะ อย่างที่บอกว่าไม่ได้จดไว้ กราบขออภัยค่ะ

[Photo by P'B ผู้ร่วมทริป]
คือมีแค่ภาพเดียวค่ะ ที่เหลือไม่ทันได้ถ่ายก็หายวับ 555
หลังจากทานกันอิ่มแล้วมีสิ่งหนึ่งที่ตัว จขกท.ค้างคาเมื่อมาทำงานที่อุดรปีที่แล้วนั่นคือ!?
.
.
.
อยากเจอน้องเป็ดค่ะ เจ๊แกก็ใจดีพาไปหาน้องเป็ดทันที

เจ๊แกใจดีพาไปหาน้องเป็ดทันที
ก็ได้ภาพนี้มา อื้มโอเค สบายใจละ 555
เราเริ่มเดินทางกันต่อประมาณ 09.30 น. ค่ะ เราเดินทางกันต่อด้วยรถยนต์ค่ะ เปลี่ยนคนขับเป็นพี่โอซึงเป็นผู้ชายคนเดียวของทริปนี้ ส่วนเจ๊แกย้ายมานั่งด้านหลังกับน้องๆแทน ขับรถไปเรื่อยๆ ก็เจออ่างเก็บน้ำห้วยกระทิงค่ะ ตัดสินใจเลี้ยวเข้าทันที ที่จริงเราก็ยังไม่ค่อยหิวเท่าไร แต่ประเด็นคืออยากลงแพ 555 เจอแพที่ให้บริการเจ้าแรกคือแพเจ้าขุน เราไม่ลังเลขับลงไปที่แพเลยค่ะ ลงไปสอบถามก็ได้เรื่องว่า แพเล็ก 300 แพใหญ่ 500 ไม่จำกัดเวลาซะด้วย ว่าแล้วเราก็สั่งอากหารเลยค่ะ ลีโอ 3 ขวด น้ำแข็ง 1 ถัง ผ่าง!!! นั่นคือสิ่งแรกที่นึกถึงค่ะ เพราะยังไม่หิวกันมาก จากนั้นเราก็สั่ง อาหารเพิ่มไป ก็มีปลาย่างเกลือ เอ็นข้อไก่ทอด หมูแดดเดียว ส้มตำ ข้าวเหนียว และโค้ก 1 ขวด
ขุ่นพระ!! นี่คือคนที่เพิ่งบอกว่าไม่หิว สั่งกันอย่างกับปอบลง
สั่งอาหาราเสร็จเราก็ลงแพเลยค่ะ ลุงเค้าลากแพเราไปปล่อยไว้กลางอ่างเก็บน้ำ เชื่อมั้ยคะคุณ ลมเย็นมากกกกก ธรรมมาชาิตสวนมาก น้ำนี่เย็นเจี๊ยบ ฟินกันไปเลยค่ะ ระหว่างรอชักภาพสิครับ รออะไร

เจ้าถิ่มมาเยี่ยม

เอ้า! 1 2 3 โดด!!
ยังค่ะยังไม่หมด ยังไม่ขึ้นจากแพ สั่งอาหารเพิ่มคร้าบบ สั่งต้มยำรวมมิตร เอ็นข้อไก่ทอด และลีโอ 2 ขวด (บอกแล้วว่าสายแข็ง)
ราคาที่โดนกันไปรวมแล้วประมาณ 1600 กว่าบาทอันนี้รวมค่าแพแล้วนะ อืม....กินหนักมาก = =
ไปต่อค่ะคราวนี้มุ่งหน้าสู่ภูเรือแบบจริงจังละ จริงจังจริงๆนะ เราออกจากอ่างเก็บน้ำประมาณ 15.00 น. ขับไปตามทางบรรยากาศดีมาก คือนั่งรถปิดแอร์และเปิดหน้าต่างรถ อากาศดีสุดๆ อ่ะ นานๆจะเจอแบบนี้สักที อยู่กทม.มีแต่ควันรถ
ถึงที่พัก ชื่อ บุษบารีสอร์ท เรานอนพักบ้านเป็นแบบที่รับรองได้ 10 คน แต่เรานอน 5 คน สบ้าย สบาย มีตู้เย็น ทีวี อ่างล้างชาม ห้องน้ำ 2 ห้อง
ส่วนด้านนอกมีสวนดอกไม้ มีร้าน Route 21 ที่ตกแต่งแบบเก๋ๆ ร้านของฝาก เป็นมุมให้ถ่ายภาพได้ เรากับพี่อีก 1 คน ออกไปสำรวจแต่ไม่ลืมติดกล้องออกไปด้วย ส่วนคนอื่นๆน่ะหรอ เป็นอันสลบค่ะ พี่ที่ไปทริปด้วยนี่เพลินเลยค่ะ ไอ้เราก็ตามถ่ายให้พี่แกไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%9B%E0%B8%B2-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD/179761608700808?fref=ts
M E
ถึงเวลาอาหารเย็นเราก็ขับรถออกไปหาไรกินกันตรงทางเข้าภูเรือ มันมีตลาดเล็กๆค่ะ ห่างจากที่พักเราประมาณ 2 กม. กินข้าวกันเสร็จก็มีกิจกรรมสันทนาการก่อนนอนนิดหน่อย จากนั้นก็เข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า....
... D a y 3 ...
24.10.58
กริ๊ง....เสียนาฬิกาปลุกดังสนั่น ตอนนั้นเวลา 03.00 น. พี่ค่อยๆ ลุกขึ้นอาบน้ำ เราก็นอนหลับรอ 555 อื้ม อีกนิดหน่า (เรารู้คุณก็เป็น)
อาบน้ำแต่งตัวกว่าจะครบก็ใช้เวลาพอควรขับรถขึ้นไปตรงด่านเก็บเงินเข้าอุทยาน ตอน 04.00 น. คือสตั้นค่ะ เงียบสนิททางเข้ามีป้ายเขียนว่า เปิด 05.00น.
มองหน้ากันเลิกลั่ก เอาไงดี ลงเถอะครับ ไปรอที่ 7-11 ตรงทางเข้าด้านหน้านู่น ทำได้อย่างเดียวคือ รอ และรอ ตี 5 แล้วป่ะขึ้นไปกันใหม่
ค่าผ่านด่านรถยนต์ 30.-
ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 .-
พอผ่านด่านเข้าไปยังไม่ถึง 1 กม. โอ้วววโหวววว ขุ่นพระก็ช่วยไม่ได้ค่ะ หมอกค่ะคุณ มองไม่เห็นทางเลยค่ะ ทำไงล่ะคะทีนี้ ไฟสูงก็ไม่ได้ ไฟตัดหมอกก็ไม่มี จะดูคันหน้าก็ไม่ได้เพราะมีเราคันเดียว ช่วยกันดูค่ะ เปิดหน้าต่างรถ เย็นก็เย็น กลัวก็กลัว จะขึ้นก็ไม่เห็น จะลงก็ไม่ได้ มีรถแซงไปจะตามก็ไม่ทัน โว๊ะ!! เอาวะ เลาะๆ ไปเรื่อยๆ ละกันวะ คนขับมองข้างหน้า คนนั่งช่วยกันดูและบอกทาง เชื่อมั้ยคะ ปัสสะวะจะกระปริปเอา ลุ้นกันนาทีต่อนาทีเลยค่ะ บางทีมีเฉียดขอบถนนงี้ คนดูทางตระโกนบอกคนขับ
" ขวาหน่อย ๆ ซ้ายเกินไปแล้ววววว "
ขับงมทางไปเรื่อยๆ ก็เจอ เหล็กวางกั้นอยู่ เบรกกันหัวทิ่มค่ะ เอ๊า นี่มันทางเข้าที่จอดรถ เลยแล้วๆ ถอยๆๆๆๆๆ ถอยกลับ
พอจะเลี้ยวเอ๊า เลี้ยวไม่ได้ล้อจะตกข้างทาง ตีวงใหม่โอ้ยยย ตื่นเต้นตลอดเวลาค่ะ ผมนี่นั่งเกร็งเลยครัช
จอดรถเสร็จก็ไปต่อรถกระบะรับจ้างค่ะ คนละ 10.- ไม่อยากเดินค่ะเพราะมันมองไม่เห็นทางอะไรเลย ไม่อยากลุ้น แล้วอีกอย่างถ้ารถขับมาหมอกมันหนาตัวเราก็อันตรายด้วย เซฟๆไว้ดีกว่าค่ะ
ขึ้นมาถึงยอดภู อากาศเย็นมาก หมอกนี่ปะทะกับผิวกับหน้าเลยค่ะ เจ๊ถึงกับปากนี่สั่น ฟันกระทบกัน กึกๆๆ จับจองจุดที่คิดว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วทะเลหมอกสวยๆ

และสิ่งที่เห็น....หมอกหนา

ฟ้าปิด

เอาเป็นว่าไม่เห็นอะไรนอกจากหมอกค่ะ เศร้าแปป T^T
เราก็ไม่ละความพยายามนะคะ ที่จะรอ ร้อ รอ ให้ฟ้าเปิด อยากจะเห็นทะเลหมอก อยากเห็นแสงสวยๆจาการที่พระอาทิตย์ขึ้น แต่ก็ไม่มีค่ะ
เราเลยตัดสินใจกลับกันกดีกว่าเนอะ ทางลงจากภูเรือไปจุดที่เราจอดรถ (ที่ขาขึ้นเรานั่งรถรับจ้างนั่นแหล่ะ) เดินไปเรื่อยๆ 2 ข้างทางเป็นป่า วิวดีมากๆค่ะ ทางมีหมอกแค่บางๆ เราก็เดินไปถ่ายภาพไป

ส่วนตัวแล้วชอบภาพนี้มากค่ะ ตัวจขกท.ไม่เคยมาสัมผัสอากาศกับธรรมชาติแบบนี้เลย นี่ ครั้งแรกค่ะ เลยฟินสุดๆ

ภาพตัวเองไม่ค่อยมีส่วนใหญ่จะชอบภาพที่ถ่ายให้พี่ๆเค้ามากกว่า ถาพนี้อ่ะพีคสุด
ลงจากภูแล้วตรงดิ่งเข้าทานอาหารเช้าที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้เลยค่ะ หิว น้ำย่อยเริ่มทำงาน ก่อนจะเช็คเอาท์เราก็นอนค่ะ นอนเอาแรงสำหรับคนอื่นนะ แต่ตัวเราโหลดรูปที่ถ่ายอัพไอจีค่า 555 หลับไปแปปนึงไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำ เพราะเราติกโซเชี่ยลมากก เอาเป็นว่าขาด Face book, Instagram, twitter, Line 4 แอพนี้ขาดไม่ได้จริงๆ ลงแดงแน่ ยิ่งเป็นติ่งด้วยแล้วต้องอัพเดทข่าวสาร และรูปของหนุ่มๆทั้ง 12 คน แทบจะตลอดเวลา แม้แต่เวลาเที่ยวจนโดนพี่ๆ ว่าประจำ ฮา....
[CR] - H E L L O W E E K E N D - วันหยุดนี้...ขอหลีกหนีชีวิตเดอะฟาส (อุดร ภูเรือ เชียงคาน)
วันหยุดนี้...ขอหนีชีวิตเดอะฟาส
สวัสดีค่ะ อันที่จริงการไปทริปครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจถ่ายภาพหรือจดการใช้จ่ายอะไรตั้งแต่เริ่ม แต่ที่มาตั้งกระทู้ครั้งนี้เป็นเพราะความประทับใจล้วนๆ เลยค่ะและต้องขอแอบกระซิบเลยว่า ว่ากระทู้นี้เป็นการเขียนกระทู้ครั้งแรกในชีวิตเลยนะคะ อาจจะมีผิดถูกบ้างไม่ถูกใจบ้างก็ขออภัยนะคะ
" วันหยุดนี้...ขอหลีกหนีชีวิตเดอะฟาส " ทำไมต้องหนี? ที่มาของชื่อกระทู้มันเป็นอย่างนี้ค่ะ คือพวกเราเป็นทีมออแกไนเซอร์ มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นู่น นี่ นั่น ชีวิตอยู่แต่ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางของเส้นทางที่มีรถติดติดอันดับต้นๆ ของประเทศ บางครั้งช่วงพีคๆ ของงานอีเว้นท์ พวกเราแทบจะเป็นแบบ ยุ่น ในหนังเรื่องฟรีแลนซ์เลยล่ะค่ะ พอมีวันหยุดและเป็นวันว่างตรงกันพวกเราจึงต้องกอบโกยค่ะ
ทริปนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหมด 4 + 1 แก๊งค์ 4 คน คือ อยู่ในกทม. แต่อีก 1 คน คือเจ๊ที่อยู่ที่อุดรค่ะ ไม่ได้เป็นพี่แท้ๆนะคะ นางเป็นพี่ร่วมงานกันตอนอยู่ กทม. และทริปนี้ต้องยกให้นางเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการค่ะ พวกเราแก๊งค์ กทม.ตกลงปลงใจว่าจะไปหาเจ๊ที่อุดรเพื่อจะไปรวมพลกันที่นั่นว่าแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ
... D a y 1 ...
22.10.15
- 18.00 น. แก๊งค์กทม.เลิกงานค่ะ เริ่มทริปก็เดอะฟาสเลยค่ะ รถทัวร์ออกจาหมอชิต 20.30 น. แต่เราต้องไปเอาตั๋วล่วงหน้าครึ่งชม. รีบล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะได้นั่งรถทัวร์แบบสบาย ๆ เราเรียก Grab taxi ตั้งแต่ 16.00 น.แต่ไม่มีคันไหนไป กว่าจะได้ก็ฉิวเฉียดเลยค่ะ ยังไม่ทันจะออกจากซอยก็ติดแล้วด้านเส้นหลักลาดพร้าวไม่ต้องพูดถึง รถติดนรกแตกแน่นอน 555 กว่าจะไปถึงหมอชิตเล่นเอาท้อเลยค่ะ
- 20.30 น. เริ่มออกเดินทาง เราออกเดินทางด้วยรถบุษราคัมทัวร์ เพราะจองนครชัยแอร์ไม่ทันค่ะ ก็ทริปนี้มันปุบปับมากคุยกันไม่ถึงเดือนเท่านั้นแถมเป็นวันหยุดยาวอีก กำหนดการเราต้องถึงอุดรประมาณ 05.00-06.00 น. แต่ด้วยความที่เป็นวันหยุดยาว รถติด แถมระหว่างทางก็มีอุบัติเหตุ (รถคนอื่น) จึงทำให้มันล่าช้าหหว่ากำหนด เราถึงอุดรประมาณ 07.30 น. ล้างหน้าล้างตาเสร็จคราวนี้สิคะ เรื่องก็เกิดขึ้นเมื่อเจ๊ขับรถมารับที่ขนส่ง ชาวแก๊งค์หิวค่ะ เอาสัมภาระขึ้นรถได้เจ๊ ผู้คุ้นเส้นทางในอุดรก็พาหาของกินอร่อยแทบจะทันที
... D a y 2 ...
23.10.15
เราตรงไปที่คิงส์โอชาเลยค่ะ เจ๊เค้าว่าเด็ด! พอถึงร้านเจ๊ก็บรีฟเลยค่ะ ว่ามาร้านนี้อย่ามัวแต่คิด จะมาเอ่อ... อืม...กินไรดี อันนี้ไม่ได้นะคะ เราต้องเกรงใจเจ้าของร้านค่ะมาถึงต้องสั่งรัวๆเลย อย่าให้มือคนจดว่าง อ่าเราก็โอเค สอบถามใครจะกินไรบ้าง
ของที่เราทานร้านคิงส์โอชาก็คือ
ไข่กระทะ 3
สตูไก่ 1
สตูหมู 2
ขนมปัง ใส้ 4
ขนมปังเนย 2
ข้าวหมูยอทอด 1
นมร้อน 1
กาแฟร้อน 1
ชานมเย็น 1
โอวัลตินร้อน 1
เอิ่ม...นี่กินกัน 5 คน #สายแข็งค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าๆมั้งคะ อย่างที่บอกว่าไม่ได้จดไว้ กราบขออภัยค่ะ
[Photo by P'B ผู้ร่วมทริป]
คือมีแค่ภาพเดียวค่ะ ที่เหลือไม่ทันได้ถ่ายก็หายวับ 555
หลังจากทานกันอิ่มแล้วมีสิ่งหนึ่งที่ตัว จขกท.ค้างคาเมื่อมาทำงานที่อุดรปีที่แล้วนั่นคือ!?
.
.
.
อยากเจอน้องเป็ดค่ะ เจ๊แกก็ใจดีพาไปหาน้องเป็ดทันที
ก็ได้ภาพนี้มา อื้มโอเค สบายใจละ 555
เราเริ่มเดินทางกันต่อประมาณ 09.30 น. ค่ะ เราเดินทางกันต่อด้วยรถยนต์ค่ะ เปลี่ยนคนขับเป็นพี่โอซึงเป็นผู้ชายคนเดียวของทริปนี้ ส่วนเจ๊แกย้ายมานั่งด้านหลังกับน้องๆแทน ขับรถไปเรื่อยๆ ก็เจออ่างเก็บน้ำห้วยกระทิงค่ะ ตัดสินใจเลี้ยวเข้าทันที ที่จริงเราก็ยังไม่ค่อยหิวเท่าไร แต่ประเด็นคืออยากลงแพ 555 เจอแพที่ให้บริการเจ้าแรกคือแพเจ้าขุน เราไม่ลังเลขับลงไปที่แพเลยค่ะ ลงไปสอบถามก็ได้เรื่องว่า แพเล็ก 300 แพใหญ่ 500 ไม่จำกัดเวลาซะด้วย ว่าแล้วเราก็สั่งอากหารเลยค่ะ ลีโอ 3 ขวด น้ำแข็ง 1 ถัง ผ่าง!!! นั่นคือสิ่งแรกที่นึกถึงค่ะ เพราะยังไม่หิวกันมาก จากนั้นเราก็สั่ง อาหารเพิ่มไป ก็มีปลาย่างเกลือ เอ็นข้อไก่ทอด หมูแดดเดียว ส้มตำ ข้าวเหนียว และโค้ก 1 ขวด
ขุ่นพระ!! นี่คือคนที่เพิ่งบอกว่าไม่หิว สั่งกันอย่างกับปอบลง
สั่งอาหาราเสร็จเราก็ลงแพเลยค่ะ ลุงเค้าลากแพเราไปปล่อยไว้กลางอ่างเก็บน้ำ เชื่อมั้ยคะคุณ ลมเย็นมากกกกก ธรรมมาชาิตสวนมาก น้ำนี่เย็นเจี๊ยบ ฟินกันไปเลยค่ะ ระหว่างรอชักภาพสิครับ รออะไร
เจ้าถิ่มมาเยี่ยม
เอ้า! 1 2 3 โดด!!
ยังค่ะยังไม่หมด ยังไม่ขึ้นจากแพ สั่งอาหารเพิ่มคร้าบบ สั่งต้มยำรวมมิตร เอ็นข้อไก่ทอด และลีโอ 2 ขวด (บอกแล้วว่าสายแข็ง)
ราคาที่โดนกันไปรวมแล้วประมาณ 1600 กว่าบาทอันนี้รวมค่าแพแล้วนะ อืม....กินหนักมาก = =
ไปต่อค่ะคราวนี้มุ่งหน้าสู่ภูเรือแบบจริงจังละ จริงจังจริงๆนะ เราออกจากอ่างเก็บน้ำประมาณ 15.00 น. ขับไปตามทางบรรยากาศดีมาก คือนั่งรถปิดแอร์และเปิดหน้าต่างรถ อากาศดีสุดๆ อ่ะ นานๆจะเจอแบบนี้สักที อยู่กทม.มีแต่ควันรถ
ถึงที่พัก ชื่อ บุษบารีสอร์ท เรานอนพักบ้านเป็นแบบที่รับรองได้ 10 คน แต่เรานอน 5 คน สบ้าย สบาย มีตู้เย็น ทีวี อ่างล้างชาม ห้องน้ำ 2 ห้อง
ส่วนด้านนอกมีสวนดอกไม้ มีร้าน Route 21 ที่ตกแต่งแบบเก๋ๆ ร้านของฝาก เป็นมุมให้ถ่ายภาพได้ เรากับพี่อีก 1 คน ออกไปสำรวจแต่ไม่ลืมติดกล้องออกไปด้วย ส่วนคนอื่นๆน่ะหรอ เป็นอันสลบค่ะ พี่ที่ไปทริปด้วยนี่เพลินเลยค่ะ ไอ้เราก็ตามถ่ายให้พี่แกไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
M E
ถึงเวลาอาหารเย็นเราก็ขับรถออกไปหาไรกินกันตรงทางเข้าภูเรือ มันมีตลาดเล็กๆค่ะ ห่างจากที่พักเราประมาณ 2 กม. กินข้าวกันเสร็จก็มีกิจกรรมสันทนาการก่อนนอนนิดหน่อย จากนั้นก็เข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า....
... D a y 3 ...
24.10.58
กริ๊ง....เสียนาฬิกาปลุกดังสนั่น ตอนนั้นเวลา 03.00 น. พี่ค่อยๆ ลุกขึ้นอาบน้ำ เราก็นอนหลับรอ 555 อื้ม อีกนิดหน่า (เรารู้คุณก็เป็น)
อาบน้ำแต่งตัวกว่าจะครบก็ใช้เวลาพอควรขับรถขึ้นไปตรงด่านเก็บเงินเข้าอุทยาน ตอน 04.00 น. คือสตั้นค่ะ เงียบสนิททางเข้ามีป้ายเขียนว่า เปิด 05.00น.
มองหน้ากันเลิกลั่ก เอาไงดี ลงเถอะครับ ไปรอที่ 7-11 ตรงทางเข้าด้านหน้านู่น ทำได้อย่างเดียวคือ รอ และรอ ตี 5 แล้วป่ะขึ้นไปกันใหม่
ค่าผ่านด่านรถยนต์ 30.-
ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 .-
พอผ่านด่านเข้าไปยังไม่ถึง 1 กม. โอ้วววโหวววว ขุ่นพระก็ช่วยไม่ได้ค่ะ หมอกค่ะคุณ มองไม่เห็นทางเลยค่ะ ทำไงล่ะคะทีนี้ ไฟสูงก็ไม่ได้ ไฟตัดหมอกก็ไม่มี จะดูคันหน้าก็ไม่ได้เพราะมีเราคันเดียว ช่วยกันดูค่ะ เปิดหน้าต่างรถ เย็นก็เย็น กลัวก็กลัว จะขึ้นก็ไม่เห็น จะลงก็ไม่ได้ มีรถแซงไปจะตามก็ไม่ทัน โว๊ะ!! เอาวะ เลาะๆ ไปเรื่อยๆ ละกันวะ คนขับมองข้างหน้า คนนั่งช่วยกันดูและบอกทาง เชื่อมั้ยคะ ปัสสะวะจะกระปริปเอา ลุ้นกันนาทีต่อนาทีเลยค่ะ บางทีมีเฉียดขอบถนนงี้ คนดูทางตระโกนบอกคนขับ
" ขวาหน่อย ๆ ซ้ายเกินไปแล้ววววว "
ขับงมทางไปเรื่อยๆ ก็เจอ เหล็กวางกั้นอยู่ เบรกกันหัวทิ่มค่ะ เอ๊า นี่มันทางเข้าที่จอดรถ เลยแล้วๆ ถอยๆๆๆๆๆ ถอยกลับ
พอจะเลี้ยวเอ๊า เลี้ยวไม่ได้ล้อจะตกข้างทาง ตีวงใหม่โอ้ยยย ตื่นเต้นตลอดเวลาค่ะ ผมนี่นั่งเกร็งเลยครัช
จอดรถเสร็จก็ไปต่อรถกระบะรับจ้างค่ะ คนละ 10.- ไม่อยากเดินค่ะเพราะมันมองไม่เห็นทางอะไรเลย ไม่อยากลุ้น แล้วอีกอย่างถ้ารถขับมาหมอกมันหนาตัวเราก็อันตรายด้วย เซฟๆไว้ดีกว่าค่ะ
ขึ้นมาถึงยอดภู อากาศเย็นมาก หมอกนี่ปะทะกับผิวกับหน้าเลยค่ะ เจ๊ถึงกับปากนี่สั่น ฟันกระทบกัน กึกๆๆ จับจองจุดที่คิดว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วทะเลหมอกสวยๆ
และสิ่งที่เห็น....หมอกหนา
ฟ้าปิด
เอาเป็นว่าไม่เห็นอะไรนอกจากหมอกค่ะ เศร้าแปป T^T
เราก็ไม่ละความพยายามนะคะ ที่จะรอ ร้อ รอ ให้ฟ้าเปิด อยากจะเห็นทะเลหมอก อยากเห็นแสงสวยๆจาการที่พระอาทิตย์ขึ้น แต่ก็ไม่มีค่ะ
เราเลยตัดสินใจกลับกันกดีกว่าเนอะ ทางลงจากภูเรือไปจุดที่เราจอดรถ (ที่ขาขึ้นเรานั่งรถรับจ้างนั่นแหล่ะ) เดินไปเรื่อยๆ 2 ข้างทางเป็นป่า วิวดีมากๆค่ะ ทางมีหมอกแค่บางๆ เราก็เดินไปถ่ายภาพไป
ส่วนตัวแล้วชอบภาพนี้มากค่ะ ตัวจขกท.ไม่เคยมาสัมผัสอากาศกับธรรมชาติแบบนี้เลย นี่ ครั้งแรกค่ะ เลยฟินสุดๆ
ภาพตัวเองไม่ค่อยมีส่วนใหญ่จะชอบภาพที่ถ่ายให้พี่ๆเค้ามากกว่า ถาพนี้อ่ะพีคสุด
ลงจากภูแล้วตรงดิ่งเข้าทานอาหารเช้าที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้เลยค่ะ หิว น้ำย่อยเริ่มทำงาน ก่อนจะเช็คเอาท์เราก็นอนค่ะ นอนเอาแรงสำหรับคนอื่นนะ แต่ตัวเราโหลดรูปที่ถ่ายอัพไอจีค่า 555 หลับไปแปปนึงไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำ เพราะเราติกโซเชี่ยลมากก เอาเป็นว่าขาด Face book, Instagram, twitter, Line 4 แอพนี้ขาดไม่ได้จริงๆ ลงแดงแน่ ยิ่งเป็นติ่งด้วยแล้วต้องอัพเดทข่าวสาร และรูปของหนุ่มๆทั้ง 12 คน แทบจะตลอดเวลา แม้แต่เวลาเที่ยวจนโดนพี่ๆ ว่าประจำ ฮา....