สามสหายตะลุยม่อนแจ่ม
กระทู้นี้คือกระทู้แรกของพวกเรา ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ (อย่าว่ากันเลยน้า)
ทริป 3 วัน 2 คืน พักที่ม่อนแจ่ม 1 คืน และที่ตัวเมืองเชียงใหม่ 1 คืน
ขอเกริ่นก่อนนะคะ พวกเราเป็นนักศึกษาปีสอง มหาวิทยาลัยย่านท่าพระจันทร์ ที่ได้รับมอบหมายโปรเจ็คงานกลุ่มงานนึง ซึ่งงานนี้ทำให้พวกเราได้มีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดเองครั้งแรกในชีวิต เป็นเสมือนกับการเปิดประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิตที่พวกเราคงจะไม่ได้พบ ถ้าไม่ได้เริ่มก้าวเท้าเดิน และพวกเราอยากจะแชร์ประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกๆคนที่อยากออกเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิตค่ะ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้มีกันทั้งหมด 3 คน ทำให้การหารค่ารถค่าที่พักถูกลงค่ะ เริ่มเลยนะคะ
1.การเดินทาง
- นั่งรถทัวร์บริษัท999 จากกรุงเทพฯ(หมอชิต) - เชียงใหม่(อาเขต) เที่ยวละ 500 บาท รวมค่ารถไป-กลับคนละ 1,000 บาท ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 11ชม. บนรถมีน้ำมีขนมให้ สภาพรถใหม่มาก ปลอดภัยมาก
- พอถึงเชียงใหม่(อาเขต) เราก็เหมารถแดง(คล้ายๆรถสองแถว) ขึ้นดอยม่อนแจ่ม 990 บาท (ต่อราคาจาก1,000 จะได้หารสามลงตัวหรือจริงๆแล้วคืองกนั่นเอง555) เป็นคนละ 330 บาท ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 1 ชม.
พริตตี้รถแดง 555
ระหว่างทางแวะชมสวนสตอเบอรี่ ซื้ออาหารมาทานบนรถ ร้องเพลงกันสนุกสนาน
- ถึงที่หมาย รถจอดให้เราลงตรงทางเดินขึ้นม่อนแจ่ม เราก็นั่งวินมอเตอร์ไซจากม่อนแจ่มไปที่พัก คนละ 40 บาท (ที่พักอยู่ห่างจากม่อนแจ่ม)
มาถึงตอนกลับจากม่อนแจ่มลงมาในตัวเมือง คือประสบการณ์ที่น่าจดจำของพวกเราค่ะ
- ขากลับลงจากดอย เราหารถลงมาไม่ได้เลย เพราะเราเหมาขึ้นมาแต่ลืมนึกถึงขาลงจากดอย ทำให้เราทำสิ่งที่เราไม่คาดฝันว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ทำ นั่นคือการ โบกรถ! ยืนอยู่ข้างทาง ชูมือขึ้นแล้วหมุนๆ...ไม่มีใครจอดเลย
จนเริ่มท้อแท้ และฝนก็เริ่มตกลงมา ตอนนั้นพวกเราเริ่มเครียดและกังวลมาก แต่ทันใดนั้นเอง มีรถกระบะคันนึงขับผ่านมาพอดี บนรถมีผู้ชาย3คน ผู้หญิง2คน เราจึงโบกรถ แล้วถามเขาว่า ลงไปในเมืองหรือเปล่าคะ ขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ (จังหวะนั้นคืออาย+หมดหนทาง) พี่คนขับตอบกลับมาว่า "ขึ้นรถมาเลยน้อง" นาทีนั้นคือรู้สึกดีใจมาก โล่งอก และรู้สึกขอบคุณพี่เขามากๆ และที่โชคดียิ่งกว่านั้นคือ พวกพี่ๆพักแถวไนท์บาซาร์เหมือนกันกับเรา! ทำให้พวกเราได้ไปสักการะพระธาตุดอยกิติและรอยพระพุทธบาทพร้อมกับพี่ๆเขาก่อน แถมพี่เขายังเลี้ยงข้าวพวกเราสามคน โดยไม่ยอมรับเงินค่ารถหรือค่าข้าวจากพวกเราแม้แต่บาทเดียว มาส่งพวกเรามาถึงไนท์บาซาร์โดยสวัสดิภาพ ระหว่างทางได้คุยกันก็ทราบว่าพวกพี่เขามาจากลพบุรี นั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่ และเช่ารถขับมาเที่ยวกัน คือพวกเราโชคดีมากที่ได้มาเจอคนที่มีน้ำใจดีงามแบบนี้ ประโยคที่ว่า "คนไทยมีน้ำใจ" ยังไม่หายไปจากสังคมปัจจุบันนะคะ
ถ้าพี่ๆได้มาอ่านกระทู้นี้ พวกหนูอยากขอบคุณพี่มากๆเลยค่ะ เหตุการณ์ครั้งนี้พวกหนูจะจำไปตลอดชีวิต นอกจากพี่จะช่วยพาพวกหนูมาถึงที่หมายแล้ว พี่ยังทำให้พวกหนูอยากทำดีเพื่อคนอื่น และมีความศรัทธาในน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากขึ้นค่ะ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ
นั่งรถลงจากดอย
ไหว้พระธาตุดอยกิติ
2.ที่พักในม่อนแจ่ม
- "ม่อนวิวงาม" มีทั้งบ้านพัก และเต็นท์แบบVIP มีที่นั่ง และห้องน้ำส่วนตัว คืนละ 1,000 บาท หารสามเหลือคนละประมาณ 333 บาท ต้องบอกเลยว่าที่นี่ สวยมากๆค่ะ อยู่ริมภูเขา เห็นวิวทั่วทั้งหมู่บ้าน เช้ามาเห็นหมอกลงทั่วภูเขา บรรยากาศดีมากๆ ส่วนสภาพอากาศที่ม่อนแจ่มจะหนาวตอนกลางคืน และร้อนตอนกลางวันค่ะ
เต็นท์แบบVIP
วิวที่พักสวยน่าถ่ายรูปมาก
นอกจากบรรยากาศดีแล้ว อาหารการกิน ของที่นี่มีครบทุกอย่าง มีร้านอาหารตามสั่ง ซึ่งอร่อยมากกก และมีบริการ หมูกระทะ 399 ส่งถึงที่พัก! อร่อยมากกก อีกเช่นกัน
3. ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
- "รักษ์ไทยเกสท์เฮ้าส์" คืนละ 795 บาท หารสามเหลือคนละ 265 บาท ที่พักอยู่ตรง ซอย 1 ถนน ลอยเคราะห์ แถวๆไนท์ บาซ่า ห้องสวยแบบไทยๆ ไม่ใหญ่มาก สะอาด ถูกและดี ส่วนสภาพอากาศในเมืองค่อนข้างร้อนค่ะ ทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นเพราะเราไม่ได้ไปช่วงหน้าหนาวนั่นเอง
สรุปการเดินทางของพวกเรา+ค่าใช้จ่ายรายบุคคล
- เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยรถทัวร์ คนละ 1,000 บาท
- เดินทางขึ้นดอยม่อนแจ่ม โดยรถแดง คนละ 333 บาท
- เดินทางภายในตัวเมือง โดยรถตุ๊กๆ และ เดิน คนละ 200 บาท
- คืนแรกที่ม่อนแจ่ม พักที่ม่อนวิวงาม คนละ 333 บาท
- คืนสองที่ตัวเมืองเชียงใหม่ พักที่รักษ์ไทยเกสท์เฮ้าส์ คนละ 265 บาท
- ค่าอาหารทั้งหมด "จำไม่ได้" เพราะกินตลอดทาง 55555
ภาพความทรงจำทั้งหมด พวกเราลงในไอจีและเฟซบุค #dipsylalaandpotrip เพราะเราชอบเทเลทับบี้ค่ะ 5555 ใครอยากชมภาพทริปนี้ของพวกเรา สามารถตามไปหาดูได้นะคะ
เหตุการณ์ดีๆที่เกิดขึ้นกับพวกเรา อาจจะไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นเหมือนกันนะคะ ทางที่ดีเวลาจะเดินทางไปไหนควรรอบคอบ และศึกษาก่อนการเดินทางทุกครั้งค่ะ
สุดท้ายนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคนที่อยากออกไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเอง ก้าวออกมาจากตรงนั้น และเริ่มออกเดินทาง... ระยะห่างระหว่างตัวเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ คือก้าวเล็กๆ ของสองเท้าเราเท่านั้นค่ะ
"We travel not to escape life, but for life not to escape us"
ปล. ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการต้องขออภัยด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
[CR] ประสบการณ์แบกเป้เที่ยวม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ (การเดินทาง+รูปภาพ)
กระทู้นี้คือกระทู้แรกของพวกเรา ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ (อย่าว่ากันเลยน้า)
ทริป 3 วัน 2 คืน พักที่ม่อนแจ่ม 1 คืน และที่ตัวเมืองเชียงใหม่ 1 คืน
ขอเกริ่นก่อนนะคะ พวกเราเป็นนักศึกษาปีสอง มหาวิทยาลัยย่านท่าพระจันทร์ ที่ได้รับมอบหมายโปรเจ็คงานกลุ่มงานนึง ซึ่งงานนี้ทำให้พวกเราได้มีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดเองครั้งแรกในชีวิต เป็นเสมือนกับการเปิดประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งหนึ่งในชีวิตที่พวกเราคงจะไม่ได้พบ ถ้าไม่ได้เริ่มก้าวเท้าเดิน และพวกเราอยากจะแชร์ประสบการณ์ที่น่าจดจำครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกๆคนที่อยากออกเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิตค่ะ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้มีกันทั้งหมด 3 คน ทำให้การหารค่ารถค่าที่พักถูกลงค่ะ เริ่มเลยนะคะ
1.การเดินทาง
- นั่งรถทัวร์บริษัท999 จากกรุงเทพฯ(หมอชิต) - เชียงใหม่(อาเขต) เที่ยวละ 500 บาท รวมค่ารถไป-กลับคนละ 1,000 บาท ใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมด 11ชม. บนรถมีน้ำมีขนมให้ สภาพรถใหม่มาก ปลอดภัยมาก
- พอถึงเชียงใหม่(อาเขต) เราก็เหมารถแดง(คล้ายๆรถสองแถว) ขึ้นดอยม่อนแจ่ม 990 บาท (ต่อราคาจาก1,000 จะได้หารสามลงตัวหรือจริงๆแล้วคืองกนั่นเอง555) เป็นคนละ 330 บาท ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 1 ชม.
- ถึงที่หมาย รถจอดให้เราลงตรงทางเดินขึ้นม่อนแจ่ม เราก็นั่งวินมอเตอร์ไซจากม่อนแจ่มไปที่พัก คนละ 40 บาท (ที่พักอยู่ห่างจากม่อนแจ่ม)
มาถึงตอนกลับจากม่อนแจ่มลงมาในตัวเมือง คือประสบการณ์ที่น่าจดจำของพวกเราค่ะ
- ขากลับลงจากดอย เราหารถลงมาไม่ได้เลย เพราะเราเหมาขึ้นมาแต่ลืมนึกถึงขาลงจากดอย ทำให้เราทำสิ่งที่เราไม่คาดฝันว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ทำ นั่นคือการ โบกรถ! ยืนอยู่ข้างทาง ชูมือขึ้นแล้วหมุนๆ...ไม่มีใครจอดเลย
จนเริ่มท้อแท้ และฝนก็เริ่มตกลงมา ตอนนั้นพวกเราเริ่มเครียดและกังวลมาก แต่ทันใดนั้นเอง มีรถกระบะคันนึงขับผ่านมาพอดี บนรถมีผู้ชาย3คน ผู้หญิง2คน เราจึงโบกรถ แล้วถามเขาว่า ลงไปในเมืองหรือเปล่าคะ ขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ (จังหวะนั้นคืออาย+หมดหนทาง) พี่คนขับตอบกลับมาว่า "ขึ้นรถมาเลยน้อง" นาทีนั้นคือรู้สึกดีใจมาก โล่งอก และรู้สึกขอบคุณพี่เขามากๆ และที่โชคดียิ่งกว่านั้นคือ พวกพี่ๆพักแถวไนท์บาซาร์เหมือนกันกับเรา! ทำให้พวกเราได้ไปสักการะพระธาตุดอยกิติและรอยพระพุทธบาทพร้อมกับพี่ๆเขาก่อน แถมพี่เขายังเลี้ยงข้าวพวกเราสามคน โดยไม่ยอมรับเงินค่ารถหรือค่าข้าวจากพวกเราแม้แต่บาทเดียว มาส่งพวกเรามาถึงไนท์บาซาร์โดยสวัสดิภาพ ระหว่างทางได้คุยกันก็ทราบว่าพวกพี่เขามาจากลพบุรี นั่งเครื่องมาลงที่เชียงใหม่ และเช่ารถขับมาเที่ยวกัน คือพวกเราโชคดีมากที่ได้มาเจอคนที่มีน้ำใจดีงามแบบนี้ ประโยคที่ว่า "คนไทยมีน้ำใจ" ยังไม่หายไปจากสังคมปัจจุบันนะคะ
ถ้าพี่ๆได้มาอ่านกระทู้นี้ พวกหนูอยากขอบคุณพี่มากๆเลยค่ะ เหตุการณ์ครั้งนี้พวกหนูจะจำไปตลอดชีวิต นอกจากพี่จะช่วยพาพวกหนูมาถึงที่หมายแล้ว พี่ยังทำให้พวกหนูอยากทำดีเพื่อคนอื่น และมีความศรัทธาในน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมากขึ้นค่ะ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ
2.ที่พักในม่อนแจ่ม
- "ม่อนวิวงาม" มีทั้งบ้านพัก และเต็นท์แบบVIP มีที่นั่ง และห้องน้ำส่วนตัว คืนละ 1,000 บาท หารสามเหลือคนละประมาณ 333 บาท ต้องบอกเลยว่าที่นี่ สวยมากๆค่ะ อยู่ริมภูเขา เห็นวิวทั่วทั้งหมู่บ้าน เช้ามาเห็นหมอกลงทั่วภูเขา บรรยากาศดีมากๆ ส่วนสภาพอากาศที่ม่อนแจ่มจะหนาวตอนกลางคืน และร้อนตอนกลางวันค่ะ
3. ที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
- "รักษ์ไทยเกสท์เฮ้าส์" คืนละ 795 บาท หารสามเหลือคนละ 265 บาท ที่พักอยู่ตรง ซอย 1 ถนน ลอยเคราะห์ แถวๆไนท์ บาซ่า ห้องสวยแบบไทยๆ ไม่ใหญ่มาก สะอาด ถูกและดี ส่วนสภาพอากาศในเมืองค่อนข้างร้อนค่ะ ทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นเพราะเราไม่ได้ไปช่วงหน้าหนาวนั่นเอง
สรุปการเดินทางของพวกเรา+ค่าใช้จ่ายรายบุคคล
- เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยรถทัวร์ คนละ 1,000 บาท
- เดินทางขึ้นดอยม่อนแจ่ม โดยรถแดง คนละ 333 บาท
- เดินทางภายในตัวเมือง โดยรถตุ๊กๆ และ เดิน คนละ 200 บาท
- คืนแรกที่ม่อนแจ่ม พักที่ม่อนวิวงาม คนละ 333 บาท
- คืนสองที่ตัวเมืองเชียงใหม่ พักที่รักษ์ไทยเกสท์เฮ้าส์ คนละ 265 บาท
- ค่าอาหารทั้งหมด "จำไม่ได้" เพราะกินตลอดทาง 55555
ภาพความทรงจำทั้งหมด พวกเราลงในไอจีและเฟซบุค #dipsylalaandpotrip เพราะเราชอบเทเลทับบี้ค่ะ 5555 ใครอยากชมภาพทริปนี้ของพวกเรา สามารถตามไปหาดูได้นะคะ
เหตุการณ์ดีๆที่เกิดขึ้นกับพวกเรา อาจจะไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นเหมือนกันนะคะ ทางที่ดีเวลาจะเดินทางไปไหนควรรอบคอบ และศึกษาก่อนการเดินทางทุกครั้งค่ะ
สุดท้ายนี้ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆคนที่อยากออกไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเอง ก้าวออกมาจากตรงนั้น และเริ่มออกเดินทาง... ระยะห่างระหว่างตัวเรากับประสบการณ์ใหม่ๆ คือก้าวเล็กๆ ของสองเท้าเราเท่านั้นค่ะ "We travel not to escape life, but for life not to escape us"
ปล. ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการต้องขออภัยด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น