สวัสดีค่ะมาขอความช่วยเหลือจากทุกท่านอีกแล้ว สรุปสั้นๆสำหรับคนไม่อยากอ่านยาวนะคะ
1. ชีวิตพบความซวยเป็นหนี้ เสียเพื่อนเพราะค้ำรถให้เพื่อน (คุณแม่)
2. มีจดหมายว่ารถถูกยึดแล้ว ให้เราไปจ่ายถ้าไม่งั้นจะถูกฟ้อง
3. แม่ไม่อยากถูกฟ้องขึ้นศาลเพราะกลัวติดบัญชีดำทำให้กู้เงินธนาคารไม่ได้ (แม่กำลังต้องกู้เงินธนาคาร) จึงกู้เงินนอกระบบไปจ่ายให้
4. เขาพาแม่ไปจ่ายแต่ใบเสร็จที่ออกมาก็เป็นชื่อน้าที่เป็นเจ้าของรถ
5. บริษัทแนะนำให้เปลี่ยนชื่อรถเป็นของแม่และผ่อนต่อ แต่ว่าที่บ้านหนี้ตรึมแล้ว และสภาพรถอนาจมาก แต่เงินที่ยังค้างสูงเราจึงไม่อยากได้รถ
6. พอเพื่อนแม่คนนี้รู้ว่าแม่ไม่อยากขึ้นศาล ก็ไม่คิดจ่ายเงินค่างวดรถอีกเลย ตอนนี้ก็มีแจ้งให้ไปจ่ายเงินอีกแล้ว
คำถาม
1. โดนแบบนี้เราทำอะไรได้บ้างนอกจากก้มหน้าก้มตาจ่ายเงินให้เขา
2. มีคนบอกว่าให้เก็บใบเสร็จที่เราจ่ายไปฟ้อง แต่ใบเสร็จออกมาเป็นชื่อเจ้าของรถ แล้วจะใช้ใบเสร็จนี้ฟ้องได้เหรอค่ะ
3. ถ้าจะฟ้องคืนต้องใช้/มีหลักฐานอะไรบ้าง
4. มีคนบอกว่าให้เปลี่ยนชื่อรถเป็นของเราเพราะไม่งั้นเราก็ผ่อนให้เขาฟรีโดยไม่ได้อะไร ฟ้องไปก็อาจไม่ได้เงินคืน แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อรถมาเป็นชื่อเราแล้วเงินที่เราจ่ายไปก่อนหน้านี้เท่ากับเขาไม่ต้องคืน และเราต้องจ่ายเงินสูงซื้อรถที่สภาพแย่แล้วเหรอค่ะ มีวิธีแก้ไม่คะ
5. มีคนบอกว่าให้ทำสัญญาว่าเขากู้เงินไว้ข้างนอก แต่ว่าเขาไม่มีหลักทรัพย์มาประกัน แถมมีคนว่าไม่ช่วยอะไรเพราะสัญญาเงินกู้มันก็ต้องฟ้องและไม่แน่ว่าจะชนะ เรื่องนี้จริงไหมคะ
6. ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ ทุกข์มาก จากปัญหาเงิน กลายเป็นปัญหาจิตใจครอบครัว รู้สึกว่าทำไมน้าทำร้ายเราอย่างนี้
เรื่องยาวระบายความอัดอั้นค่ะ
คุณแม่เป็นครูได้ไปค้ำรถให้เพื่อนครูในโรงเรียน แต่ก่อนเขาเป็นน้าที่ใจดีค่อยช่วยเหลือพูดดีด้วยตลอด แล้วก็มาขอให้แม่ค้ำให้ คือเรื่องนี้เราไม่รู้มาก่อนพึ่งรู้ตอนมีเรื่อง แม่เล่าว่าบริษัทเขามาจู่โจมให้เซ็นที่บ้าน แม่ก็พาซื่อเซ็นทั้งๆที่ไม่รู้ราคารถยี่ห้อรถ รถหน้าตาเป็นไง อารมณ์เซ็นๆไปเพราะเกรงใจคนมาขอร้องบวกกดดันที่บ้าน (พอแม่เล่าเราก็รู้สึกแปลกๆ มองบระบบในแง้ร้ายว่า การค้ำประกันนี้เอื้อให้คนขายและคนซื้อ โดยลากเอาคนนอกที่ไม่ได้รับผลตอบแทนใดเลยไปเอี่ยวด้วย คนส่วนใหญ่เป้นหนี้ได้ของ แต่คนค้ำเป็นหนี้แต่ไม่ได้อะไร แต่ทำไงได้คนเชื่อใจอยากช่วยกันโดนบังคับก็กรรมของแต่ละคน แต่มาจู่โจมที่บ้านนี้ไม่ค่อยน่ารักเลย)
เราไม่รู้ว่าจริงไหมหรอกเพราะไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่มีอยู่ในเหตุการณ์คือมีจดหมายทวงหนี้ส่งมาถึงเราด้วยหนี้ที่เราไม่ได้ก่อ แต่ไปรับประกันว่าเขาจะไม่ก่อ แม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจ่าย เพื่อชดใช้ผลกรรมของความใจอ่อน แม่ที่อยู่แต่บ้านนอกต้องขึ้นรถไฟไปกรุงเทพเส้นทางก็ไม่รู้อายุก็มากขึ้นแม่ทรหดมากขึ้นเมย์ต่อวินต่อ รถMRT ต่อ BTSต่อแทกซี่ แถมโดนรถไฟฟ้าก็โดนกระตูหนีบ(ต่อเสียบบัตร)เจ็บเอวอีก ปทนที่จะอยู่บ้านสบายๆในวันปิดเทอม หอบเงินไปจ่ายให้เขา พอไปถึงทางบริษัทให้แม่เซ็นอะไรสักอย่างว่ารับรู้ว่าน้าไม่จ่ายตังมาหกงวด แล้วแม่ก็ให้เงินน้าไปจ่าย แล้วก็ขับรถกลับมาให้เขา เพราะเขาว่ามีธุรต้องรีบกลับก่อน (รถต้องซ่อมเปลี่ยนยางรอเช็กสภาพไรงี้เลยขับกลับไม่ได้เงินค่าซ่อมแม่เราก็รูดบัตรจ่าย) แม่ขับรถที่ไม่มีประกันไม่มีพรบ.ยางรถสึก(มีเงินเปลี่ยนแค่ล้อหลัง) รถเสียกลางทางบ้างแต่ก็กลับมาโดยสวัสดิภาพ
พอกลับมาถึงจะคุยกับเขาเรื่องเงินที่จ่ายไปให้เขาเซ็นหนังสือที่พิมพ์มาเองมั่วๆเองเพื่อความสบายใจ ว่าเขาจะจ่ายเงินคืนและรับผิดชอบดอกเบี้ยให้ เขาก็ด่าแม่ว่าเอาเรื่องเขาไปบอกคนทั้งโรงเรียนตั้งแต่ผ.อ ยันภารโรง เราไม่รู้ว่าทำอย่างนั้นผิดไหม คือแม่เป็นคนเปิดเผยชอยคุยชอบปรึกษาคนไปเรื่อยด้วยความร้อนใจ เราเชื่อว่าแม่ไม่พูดว่าใครเสียๆหายๆแน่นอน แถมเรื่องนี้ช้าเร็วทุกคนก็ต้องรู้ แต่เขาก็โกรธแม่แล้วก็ตะโกนด่าเสียงดังต่างๆนานาว่าแม่เราทำให้เขาเดือดร้อน เพราะไม่ยอมให้ขึ้นศาล ถ้าขึ้นศาลก็จะได้ประนอมหนี้แล้วเขาจะได้ผ่อนน้อยลง เราไม่รู้จริงเปล่า พอพูดเรื่องนี้เขาจะด่าแม่และร้องไห้ ทุกที แถมคนให้โรงเรียน(บางคนที่เป็นเพื่อนเขา)ยังช่วยรุมว่าแม่เราเป็นคนผิดที่ทำให้น้าเดือดร้อน เขาชื่นชมตัวเองว่าซื่อสัตย์ยอมให้บริษัทยึด และแม่เราโชคดีแค่ไหนที่น้าเขาซื่อสัตย์ไม่เอารถหนี มันก็จริงแต่ว่าความเดือดร้อนที่เขาก่อให้เรามันก็หนักมากอยู่ดี นี่เราเป็นหนี้บุญคุณเขาที่ไม่เอารถหนี้เหรอ
ได้ยินอย่างนี้แล้วเราโมโหจริงๆ นี้ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวแล้ว เพราะแม่เราได้รับแผลทางจิตใจอย่างแรง(แม่ไม่เคยเจอคนด่า) แม่กลัวเขามาก ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าเป็นเวรกรรมจะก้มหน้าใช้ๆไป แต่ลำพังเงินในบ้านก็ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้วจะไปมีปัญญาอะไรผ่อนรถให้เขา นอกจากเอาทรัพย์สินไปจำนำจำนอง ประกาศขายในราคาถูกบ้างเพื่อผ่อนดอกไปวันๆ นี้กลายเป็นปัญหาครอบครัว พ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ตลอด ส่วนแม่แค่พูดถึงเรื่องรถก็ร้องไห้ บอกว่าไม่อยากไปคุยกับคนแบบนั้นอีกแล้วแบบเข็ดขยาด
ตอนนี้มีจดหมายมาอีกแล้ว เพราะตั้งแต่เราเอาเงินไปจ่ายสองแสนเขาก็ไม่ผ่อนรถเลย แม่ต้องไปคุยกับเขาว่าจะทำไง เขาก็บอกว่าให้แม่ไปหาเงินแล้วฝากกับน้าอีกคนแล้วเขาจะเอาไปจ่ายให้ เราก็ว่า(ในใจ)แม่เราเป็นหนี้เขามาแต่ชาติไหน แม่เรากู้คนอื่นหมื่นเดี่ยวก็ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นี่ต้องเอาเงินที่เอารถไปจอดให้เจ๊กมาให้เขาเฉยๆงี้เลยเหรอแถมเขายังไม่ยอมมารับกับมืออีกนี่มันเวรไร แค่นั้นยังไม่พอเขายังว่าทั้งหมดเป็นเพราะแม่ที่ไม่ให้เขาเอารถเขาไปซ่อมเพื่อขาย ซึ่งก็อาจจะจริงคือว่าพ่อไม่ยอมให้เอารถไป ยืนยันว่าต้องเอารถเก็บไว้เป็นหลักประกันจนกว่าเขาจะคืนเงินสองแสน ทำให้น้าเอารถไปซ่อมและหาคนซื้อไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้พ่อเคยเอารถไปให้เต้นท์ประเมินเขาให้ว่าน่าจะได้สักสามแสน แต่ขายให้เขาก็ไม่ซื้อ (น้าเขาซื้อรถแคมรี่มือสองอายุสิบสี่ปีราคาหลักล้านคิดว่าคงถูกหลอกขาย) ปัญหามันเลยอีรุงตุงนัง เราควรพูดกับพ่อให้น้าเอารถไปซ่อมไหม?
เราเครียดมากเลยคิดว่าต้องก้มหน้าใช้กรรมให้เขาเอาเปรียบแบบนี้เหรอ เพราะเราไม่รู้เรื่องกฏหมายไม่รู้ว่าต้องทำไง เราไม่เคยฟ้องร้องใครใดๆ ไม่รู้เลยว่าต้องทำไงมืดแปดด้านจริงๆ จึงมาลองขอความช่วยเหลือในเว็บพันทิพดูอย่างน้อยก็ได้ระบายและรู้ถึงสภาพตัวเอง ขอบคุณล่วงหน้าในทุกความเห็น ใครเคยโดนแบบนี้คงเขาให้หัวอกเรา ขอบคุณค่ะ
ช่วยด้วยค่ะ แม่ไปค้ำรถให้เพื่อน ต้องก้มหน้าก้มตาผ่อนแทนเขา เราทำไรได้บ้าง
1. ชีวิตพบความซวยเป็นหนี้ เสียเพื่อนเพราะค้ำรถให้เพื่อน (คุณแม่)
2. มีจดหมายว่ารถถูกยึดแล้ว ให้เราไปจ่ายถ้าไม่งั้นจะถูกฟ้อง
3. แม่ไม่อยากถูกฟ้องขึ้นศาลเพราะกลัวติดบัญชีดำทำให้กู้เงินธนาคารไม่ได้ (แม่กำลังต้องกู้เงินธนาคาร) จึงกู้เงินนอกระบบไปจ่ายให้
4. เขาพาแม่ไปจ่ายแต่ใบเสร็จที่ออกมาก็เป็นชื่อน้าที่เป็นเจ้าของรถ
5. บริษัทแนะนำให้เปลี่ยนชื่อรถเป็นของแม่และผ่อนต่อ แต่ว่าที่บ้านหนี้ตรึมแล้ว และสภาพรถอนาจมาก แต่เงินที่ยังค้างสูงเราจึงไม่อยากได้รถ
6. พอเพื่อนแม่คนนี้รู้ว่าแม่ไม่อยากขึ้นศาล ก็ไม่คิดจ่ายเงินค่างวดรถอีกเลย ตอนนี้ก็มีแจ้งให้ไปจ่ายเงินอีกแล้ว
คำถาม
1. โดนแบบนี้เราทำอะไรได้บ้างนอกจากก้มหน้าก้มตาจ่ายเงินให้เขา
2. มีคนบอกว่าให้เก็บใบเสร็จที่เราจ่ายไปฟ้อง แต่ใบเสร็จออกมาเป็นชื่อเจ้าของรถ แล้วจะใช้ใบเสร็จนี้ฟ้องได้เหรอค่ะ
3. ถ้าจะฟ้องคืนต้องใช้/มีหลักฐานอะไรบ้าง
4. มีคนบอกว่าให้เปลี่ยนชื่อรถเป็นของเราเพราะไม่งั้นเราก็ผ่อนให้เขาฟรีโดยไม่ได้อะไร ฟ้องไปก็อาจไม่ได้เงินคืน แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อรถมาเป็นชื่อเราแล้วเงินที่เราจ่ายไปก่อนหน้านี้เท่ากับเขาไม่ต้องคืน และเราต้องจ่ายเงินสูงซื้อรถที่สภาพแย่แล้วเหรอค่ะ มีวิธีแก้ไม่คะ
5. มีคนบอกว่าให้ทำสัญญาว่าเขากู้เงินไว้ข้างนอก แต่ว่าเขาไม่มีหลักทรัพย์มาประกัน แถมมีคนว่าไม่ช่วยอะไรเพราะสัญญาเงินกู้มันก็ต้องฟ้องและไม่แน่ว่าจะชนะ เรื่องนี้จริงไหมคะ
6. ขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ ทุกข์มาก จากปัญหาเงิน กลายเป็นปัญหาจิตใจครอบครัว รู้สึกว่าทำไมน้าทำร้ายเราอย่างนี้
เรื่องยาวระบายความอัดอั้นค่ะ
คุณแม่เป็นครูได้ไปค้ำรถให้เพื่อนครูในโรงเรียน แต่ก่อนเขาเป็นน้าที่ใจดีค่อยช่วยเหลือพูดดีด้วยตลอด แล้วก็มาขอให้แม่ค้ำให้ คือเรื่องนี้เราไม่รู้มาก่อนพึ่งรู้ตอนมีเรื่อง แม่เล่าว่าบริษัทเขามาจู่โจมให้เซ็นที่บ้าน แม่ก็พาซื่อเซ็นทั้งๆที่ไม่รู้ราคารถยี่ห้อรถ รถหน้าตาเป็นไง อารมณ์เซ็นๆไปเพราะเกรงใจคนมาขอร้องบวกกดดันที่บ้าน (พอแม่เล่าเราก็รู้สึกแปลกๆ มองบระบบในแง้ร้ายว่า การค้ำประกันนี้เอื้อให้คนขายและคนซื้อ โดยลากเอาคนนอกที่ไม่ได้รับผลตอบแทนใดเลยไปเอี่ยวด้วย คนส่วนใหญ่เป้นหนี้ได้ของ แต่คนค้ำเป็นหนี้แต่ไม่ได้อะไร แต่ทำไงได้คนเชื่อใจอยากช่วยกันโดนบังคับก็กรรมของแต่ละคน แต่มาจู่โจมที่บ้านนี้ไม่ค่อยน่ารักเลย)
เราไม่รู้ว่าจริงไหมหรอกเพราะไม่อยู่ในเหตุการณ์ แต่มีอยู่ในเหตุการณ์คือมีจดหมายทวงหนี้ส่งมาถึงเราด้วยหนี้ที่เราไม่ได้ก่อ แต่ไปรับประกันว่าเขาจะไม่ก่อ แม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาจ่าย เพื่อชดใช้ผลกรรมของความใจอ่อน แม่ที่อยู่แต่บ้านนอกต้องขึ้นรถไฟไปกรุงเทพเส้นทางก็ไม่รู้อายุก็มากขึ้นแม่ทรหดมากขึ้นเมย์ต่อวินต่อ รถMRT ต่อ BTSต่อแทกซี่ แถมโดนรถไฟฟ้าก็โดนกระตูหนีบ(ต่อเสียบบัตร)เจ็บเอวอีก ปทนที่จะอยู่บ้านสบายๆในวันปิดเทอม หอบเงินไปจ่ายให้เขา พอไปถึงทางบริษัทให้แม่เซ็นอะไรสักอย่างว่ารับรู้ว่าน้าไม่จ่ายตังมาหกงวด แล้วแม่ก็ให้เงินน้าไปจ่าย แล้วก็ขับรถกลับมาให้เขา เพราะเขาว่ามีธุรต้องรีบกลับก่อน (รถต้องซ่อมเปลี่ยนยางรอเช็กสภาพไรงี้เลยขับกลับไม่ได้เงินค่าซ่อมแม่เราก็รูดบัตรจ่าย) แม่ขับรถที่ไม่มีประกันไม่มีพรบ.ยางรถสึก(มีเงินเปลี่ยนแค่ล้อหลัง) รถเสียกลางทางบ้างแต่ก็กลับมาโดยสวัสดิภาพ
พอกลับมาถึงจะคุยกับเขาเรื่องเงินที่จ่ายไปให้เขาเซ็นหนังสือที่พิมพ์มาเองมั่วๆเองเพื่อความสบายใจ ว่าเขาจะจ่ายเงินคืนและรับผิดชอบดอกเบี้ยให้ เขาก็ด่าแม่ว่าเอาเรื่องเขาไปบอกคนทั้งโรงเรียนตั้งแต่ผ.อ ยันภารโรง เราไม่รู้ว่าทำอย่างนั้นผิดไหม คือแม่เป็นคนเปิดเผยชอยคุยชอบปรึกษาคนไปเรื่อยด้วยความร้อนใจ เราเชื่อว่าแม่ไม่พูดว่าใครเสียๆหายๆแน่นอน แถมเรื่องนี้ช้าเร็วทุกคนก็ต้องรู้ แต่เขาก็โกรธแม่แล้วก็ตะโกนด่าเสียงดังต่างๆนานาว่าแม่เราทำให้เขาเดือดร้อน เพราะไม่ยอมให้ขึ้นศาล ถ้าขึ้นศาลก็จะได้ประนอมหนี้แล้วเขาจะได้ผ่อนน้อยลง เราไม่รู้จริงเปล่า พอพูดเรื่องนี้เขาจะด่าแม่และร้องไห้ ทุกที แถมคนให้โรงเรียน(บางคนที่เป็นเพื่อนเขา)ยังช่วยรุมว่าแม่เราเป็นคนผิดที่ทำให้น้าเดือดร้อน เขาชื่นชมตัวเองว่าซื่อสัตย์ยอมให้บริษัทยึด และแม่เราโชคดีแค่ไหนที่น้าเขาซื่อสัตย์ไม่เอารถหนี มันก็จริงแต่ว่าความเดือดร้อนที่เขาก่อให้เรามันก็หนักมากอยู่ดี นี่เราเป็นหนี้บุญคุณเขาที่ไม่เอารถหนี้เหรอ
ได้ยินอย่างนี้แล้วเราโมโหจริงๆ นี้ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวแล้ว เพราะแม่เราได้รับแผลทางจิตใจอย่างแรง(แม่ไม่เคยเจอคนด่า) แม่กลัวเขามาก ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้ บอกว่าเป็นเวรกรรมจะก้มหน้าใช้ๆไป แต่ลำพังเงินในบ้านก็ชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้วจะไปมีปัญญาอะไรผ่อนรถให้เขา นอกจากเอาทรัพย์สินไปจำนำจำนอง ประกาศขายในราคาถูกบ้างเพื่อผ่อนดอกไปวันๆ นี้กลายเป็นปัญหาครอบครัว พ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องนี้ตลอด ส่วนแม่แค่พูดถึงเรื่องรถก็ร้องไห้ บอกว่าไม่อยากไปคุยกับคนแบบนั้นอีกแล้วแบบเข็ดขยาด
ตอนนี้มีจดหมายมาอีกแล้ว เพราะตั้งแต่เราเอาเงินไปจ่ายสองแสนเขาก็ไม่ผ่อนรถเลย แม่ต้องไปคุยกับเขาว่าจะทำไง เขาก็บอกว่าให้แม่ไปหาเงินแล้วฝากกับน้าอีกคนแล้วเขาจะเอาไปจ่ายให้ เราก็ว่า(ในใจ)แม่เราเป็นหนี้เขามาแต่ชาติไหน แม่เรากู้คนอื่นหมื่นเดี่ยวก็ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นี่ต้องเอาเงินที่เอารถไปจอดให้เจ๊กมาให้เขาเฉยๆงี้เลยเหรอแถมเขายังไม่ยอมมารับกับมืออีกนี่มันเวรไร แค่นั้นยังไม่พอเขายังว่าทั้งหมดเป็นเพราะแม่ที่ไม่ให้เขาเอารถเขาไปซ่อมเพื่อขาย ซึ่งก็อาจจะจริงคือว่าพ่อไม่ยอมให้เอารถไป ยืนยันว่าต้องเอารถเก็บไว้เป็นหลักประกันจนกว่าเขาจะคืนเงินสองแสน ทำให้น้าเอารถไปซ่อมและหาคนซื้อไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้พ่อเคยเอารถไปให้เต้นท์ประเมินเขาให้ว่าน่าจะได้สักสามแสน แต่ขายให้เขาก็ไม่ซื้อ (น้าเขาซื้อรถแคมรี่มือสองอายุสิบสี่ปีราคาหลักล้านคิดว่าคงถูกหลอกขาย) ปัญหามันเลยอีรุงตุงนัง เราควรพูดกับพ่อให้น้าเอารถไปซ่อมไหม?
เราเครียดมากเลยคิดว่าต้องก้มหน้าใช้กรรมให้เขาเอาเปรียบแบบนี้เหรอ เพราะเราไม่รู้เรื่องกฏหมายไม่รู้ว่าต้องทำไง เราไม่เคยฟ้องร้องใครใดๆ ไม่รู้เลยว่าต้องทำไงมืดแปดด้านจริงๆ จึงมาลองขอความช่วยเหลือในเว็บพันทิพดูอย่างน้อยก็ได้ระบายและรู้ถึงสภาพตัวเอง ขอบคุณล่วงหน้าในทุกความเห็น ใครเคยโดนแบบนี้คงเขาให้หัวอกเรา ขอบคุณค่ะ