อยากแชร์ประสบการณ์ลูกจ้าง มนุษย์ป้ามหันตภัยนรก ณ ร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งในเชียงใหม่

สวัสดีเพื่อนๆชาว Pantip ทุกคนค่ะ เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ ของการที่เป็นลูกจ้าง เรามีธุระกิจส่วนตัวที่บ้านอยู่แล้วค่ะ แค่อยากลองออกมาหาประสบการณ์นอกบ้านบ้างก็เท่านั้นเอง เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้วค่ะ ถ้าจะถามว่า มันเกิดนานแล้วทำไมเพื่งเอามาลง ก็ขอบอกก่อนเลยละกันค่ะว่า อยากให้รอเรื่องนี้มันซาลงไปก่อน ตอนแรกก็กะจะไม่เอาลงแล้วค่ะ แต่คิดไปคิดมาเลยขอแชร์ประสบการณ์ดีกว่า ไหนๆก็เล่นพันทิปอยู่แล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน และบางคนก็อาจจะเคยเจอเหตุการแบบเรา

          ชื่อทุกชื่อเป็นชื่อสมมุตน่ะค่ะ เราขอเล่าเลยละกันค่ะ เราเคยทำงาน ณ ร้าน เบเกอรี่แห่งหนึ่ง (ขอใช้ชื่อว่าร้าน Nเบเกอรี่ ละกันค่ะ) ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอไม่บอกละกันค่ะว่า ร้านอะไร ร้าน N จะมี 2 กะค่ะ คือ กะเช้ากับกะบ่าย กะเช้า 7.00น. - 17.00น. กะบ่ายคือ 12.00น. - 21.00น.

           จะเล่าเลยละกันค่ะ เริมแรก เรามีลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ คน1 (นางเป็นสาวประเภท2ค่ะ) ขอใช้ชื่อในนามว่า (หมอแอร์) ละกันค่ะ นางมีเพื่อนเป็นหมอผู้ชาย (ของใช้ชื่อว่า หมอเจม) ละกันค่ะ เป็นเพื่อนที่เคยเรียนแพทย์ด้วยกันมา นางพาเราไปสมัคงานที่ร้านเบเกอร์รี่แห่งหนึ่ง พอเข้าไปในร้าน ก็เห็นพนักงานตอนรับอยู่ 3 คนค่ะ นั้นก็คือพี่ยิ้ม น้องพนักงานอีกคน และมนุษย์ป้าค่ะ ขอใช้ชื่อนามว่า ป้านี ละกันนะค่ะ แรกๆที่คุยกัน ป้า นี แกคุยดีมากค่ะเป็นมิตรมากๆ

หมอแอร์  "สวัสดีค่ะป้า"
ป้านี  "อ่ะ !!! สวัดดีจ๊ะ"
หมอแอร์  "ป้าว่างไหมค่ะ"
ป้านี  "อ่า ว่างจ๊ะ"
หมอแอร์  "คือ หนูเป็นเพื่อนกับ หมอเจม ค่ะ" (หมอเจม ก็คือเพื่อนของ หมอแอร์ และเป็นลูกชายเจ้าของร้าน และเป็นหลานชายของป้านี ค่ะ)
หมอแอร์ "คือหนูจะพาพี่สาวมาสมัคงาน พอจะมีที่ว่างให้ซักที่ไหมค่ะ"
ป้านี  "อ่อ ตอนนี้เต็มจ๊ะ จะพาพี่สาวมาสมัคงานหรอ"
หมอแอร์  "ใช่ค่ะ พี่สาวคนนี้แหละคะ" (หมายถึงเรา)
ป้านี  "ถ้ายังไง ฝากเบอร์ติดต่อ กับใบสมัคงานไว้เลยจ๊ะ ถ้าว่างเดี๋ยวป้าบอกหลาน เจม ให้"

จากนั้นเราก็ให้เบอร์ติดต่อ และใบสมัคงานไป เรากับน้องก็คุยกับป้านีซักพัก ละก็ไหว้ของคุณแกละก็ออกมา ผ่านไปประมาณ 2-3 วันได้ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาค่ะ บอกว่าให้ไปทำงานได้เลย ตอนนั้นก็ดีใจมากค่ะ ธรรมดาของคนเพื่งได้งานใหม่

หลังจากนั้นก็เริมไปทำงานวันแรกค่ะ และได้สนิทกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง เค้าชื่อว่าพี่ยิ้ม พี่ยิ้ม แกเป็นคนดีมากค่ะ สอนงานเราทุกอย่าง ถึงจะเข็มงวดไปหน่อย แต่ก็เป็นคน ร่าเริง ตลกๆ นิสัยดีค่ะเข้ากับทุกคนได้หมด ส่วนร้านเบเกอรี่นั้น จะมีหน้าร้าน หลังร้าน โกดังเก็บของ ส่วนหน้าร้านก็คือ งานต้อนรับลูกค้าค่ะ และแนะนำขนมให้ลูกค้าที่จะมาซื้อของ และคอยเก็บเงินลูกค้าคะ (ก็คืองานของเรากับพี่ยิ้ม และป้านี ค่ะ) ส่วนหลังร้านก็คือ คนทำขนมค่ะคอยเอาขนมออกมาหน้าร้าน

หลังจากมาทำงานได้ไม่กี่อาทิตก็เริมผิดสังเกตุคือ น้องผู้หญิงที่ทำงานหน้าร้านวันที่เรากับ หมอแอร์ มาสมัคงานไปไหน เพราะตอนที่ เรากับ หมอแอร์ พามาสมัคยังเจออยู่เลย เราเลยถามพี่ยิ้ม ค่ะ

เรา  "พี่ยิ้ม น้องที่ทำงานตอนที่ นู๋มาสมัคกับแอร์ น้องคนนั้นเขาไปไหนอะ ตอนนั้นยังเห็นอยู่เลย"
พี่ยิ้ม  "อ๋อ น้องคนนั้นนะหรอ เค้าโดนไล่ออกแล้วละ ก็ก่อนที่น้องจะเข้ามาทำงานวันแรกอะ"
เรา  "เอ้า !!! ทำไมอะ"
พี่ยิ้ม  "โดน นางป้านี เอาออกนะสิ"
พี่ยิ้ม  "ป้านี แกเป็นคนอารมฉุนเฉียว แกสั่งให้ทำไรก็ทำไปเหอะ ถ้าอยากอยู่ที่นี้ต่อ ยัยแตม กับยัย บิว ก็โดนแบบเดียวกันแหละ"ร้องไห้แตมกับบิวคือคนที่ถูกนางป้าไล่ออกจากงาน)

          เราก็ไม่ถามไรมาก ตอนแรกที่เราคิดก็คิดว่าสาเหตุเพราะเราหรือป่าว น้องคนนั้นเลยโดนไล่ออก แต่ก็ไม่ใช่ พอทำได้เกือบๆ เดือน ก็ได้มารู้ทีหลังว่า น้องที่โดนไล่ออกอะ เค้าไม่ค่อยเชื่อฟัง พี่ยิ้ม กับ ป้านี เท่าไหร่ สั่งทำไรก็ไม่ค่อยทำ ผิดกับเราที่ทำตามทุกอย่าง อยากจะบอกว่า ไม่ใช่แค่เรื่องงานน่ะค่ะที่ นางป้านี แกใช้ นอกงานแกก็ใช้ค่ะ อย่างเช่น ให้ไปซื้อข้าวให้แกบางละ ซื้อข้าวนี้แหละที่แกใช้ประจำ(ขนาดอยู่ติดกับร้านเลยนะนั้น) ใช้ให้ไปตลาดข้างๆร้านมั้งละ (ตลาดจะมีทุกวัน จันทร์ , พุธ ค่ะ)  เราก็ทำตามทุกอย่างค่ะ ป้านี แกเป็นคนขยันก็จริงค่ะ แต่คือหน้าร้าน บางทีพนักงานต้อนรับ กะเช้ากับกะบ่าย มาพร้อมกัน ก็มาวุ่นวายหน้าร้านตลอดเลยค่ะ คือเข้าใจนะว่าพยายามจะมาช่วย แต่มันเกะกะอะ บอกเลย ทั้งหน้าร้าน หลังร้าน เค้าก็ไม่อยากให้แกเข้ามาช่วยงานค่ะ เพราะแกจะเกะกะมาก

วันนั้นงานยุ่งมากค่ะ ทำหลายอย่างมือแทบไม่ว่างเลย ป้านีแกก็ยังเดินมา ใช้ให้ไปซื้อกับข้าวข้างๆร้าน อีกตามเคย เราก็ไม่ขัดใจค่ะ ก็ไปซื้อให้เหมือนเดิม ซื้อเสร๊จก็เอามาให้ป้านี ละก็กลับมาแพ๊กขนมปัง ติดบาร์โคด บลาๆ ต่อ ละพี่ยิ้ม ก็เดินมากระซิบข้างๆว่า

พี่ยิ้ม  "ร้านอยู่ข้างๆ ก็ไม่เดินไปซื้อเองเนอะ ตัวเองว่างแท้ๆ มาใช้คนอื่นเค้า"
เรา   "ไม่เป็นไรหรอก ทำไงได้ละ ขัดใจก็ไม่ได้" เราก็หัวเราะ

เราเชื่อแล้วค่ะ ป้านี ชอบใช้ให้คนอื่นไปซื้อนั้นนี้ ไม่ใช่แค่เราคนเดียวค่ะ และคนอื่นๆก็ไม่ค่อยชอบป้านี เหมือนกัน  พนักงานทั้งร้านเลย เพราะเราฟังจากปากคนอื่นมาหมด เอาง่ายๆคือ ต้องเอาใจใส่ป้านีแกด้วยค่ะไม่ใช่เอาใจใส่ลูกค้าอย่างเดียว

แล้วก็มีอยู่วัน 1 ค่ะ ตอนเช้าๆพนักงานทำขนมปังหลังร้าน เค้าชื่อเมย์ คนนี้เป็นคนเก่าแก่ทำงานมานานแล้วค่ะ เค้าทำขนามปังใหม้ค่ะ จากนั้นก็ทะเลาะกับป้านี ทะเลาะไรกันก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะได้ยินมาจาก ป้าที่เป็นแม่บ้านมาอีกที จากนั้นพนักงานคนนั้นก็ขอลาออกค่ะ

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ได้ข่าวว่า ร้านเบเกอรี่อีกที่หนึ่ง (ขอใช้ชื่อว่าร้าน go ละกันค่ะ) จะย้ายเข้ามาทำงานที่ร้าน N ด้วย เป็นร้านที่เราทำอยู่คะ พวกเค้าทำงานร้าน goเบเกอรี่ นั้น มา 5-10 กว่าปีประมาณ 4 คนได้ อีก 2 คน ทำหน้าร้าน อีก 2คน ทำหลังร้าน จะแนะนำคนที่อยู่หน้าร้าน 2 คนเลยละกันค่ะ อีกคนเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง พี่คนผู้ชายชื่อว่า พี่เต้ค่ะ พี่เค้าจะเป็นคนตลกเฮฮาตลอดค่ะ ขยันทำงาน และทำงานไว

ส่วนพี่ผู้หญิงอีกคนชื่อพี่อุ้มค่ะ พี่อุ้มแกเข้ามาวันแรก แกสั่งให้ทำตามใจแกอย่างเดียวเลย เข้าใจน่ะค่ะว่าทำงานที่ร้านgo มาเป็น 10ปี แต่พอมาอยู่ร้าน N ทำตัวใหญ่มาก สั่งนู้นสั่งนี้เอาตามใจแกน่ะค่ะ แกสั่งจัดใหม่เกือบหมดค่ะ ทั้งเราทั้งพี่ยิ้มคะ ถึงจะไม่พอใจเท่าไหร่แต่ก็ต้องทำตาม เพราะ เจ้นัทเจ้าของร้าน บอกให้ทำ เจ้าของร้านชื่อเจ้นัท (ชื่อเดียวกับชื่อร้าน นั้นแหละค่ะ) เรากับพี่ยิ้ม ก็ทำตามค่ะ สิ่งที่เราเคยจัดก่อนหน้านี้ ก็ต้องจัดใหม่เกือบทั้งหมดค่ะ ส่วนป้านี ก็หายไปเลยค่ะ เพราะเจ้นัทเค้าให้กลับค่ะ ป้านี กับเจ้นัท เค้าทั้งคู่เป็นพี่น้องกันค่ะ บางทีก็มีปากเสียงกัน ต่างคนต่างก็ไม่ยอมกัน สายเลือดเดียวกันนี้เนอะ

และไม่นาน หมอเจมลูกชายเจ้าของร้านก็มาดูงานที่ร้าน หมอเจมจะเข้าๆออกๆร้านเป็นประจำค่ะ เค้าก็คุยกับพี่ยิ้ม ว่า

หมอเจม  "เอ๊ะ !! พี่ยิ้ม ทำไมเทียนปักเค้กมันมั้ว แบบนี้ละ วันนั้นบอกให้จัดอีกอย่างไม่ใช่หรอ"
พี่ยิ้ม  "อ๋อ พี่อุ้ม เค้าสั่งค่ะ"
หมอเจม  "เอ้า หรอ อืมๆ"

          พี่ยิ้มเค้ามาเล่าให้ฟังค่ะ หลังจากนั้นพี่อุ้ม ก็ถูกย้ายไปอีกสาขาหนึ่ง คือ สาขาเปิดใหม่ที่บิ๊กซีค่ะ (ร้าน N มี อยู่รวมๆ 3 สาขาค่ะ) และไม่นานร้าน N ก็เริมเปลี่ยนไป เริมกดขี่พนักงานหน้าร้านมากขึ้น ประมาณว่ากดขี่ให้ออก ประมาณนี้ค่ะความคิดเราน่ะค่ะ และ ป้านี นางก็กลับมาค่ะ คราวนี้มาไม่ธรรมดาค่ะ มานั้งเฝ้าจับผิด ทั้งวันไม่ยอมไปไหนเลยค่ะ นางจะนั้งเฝ้าตรงแคสเชียร์ ที่เรากับพี่ยิ้ม คอยคิดตัง พอคิดตังทีแกจะลุกมาดูทีเป็นแบบนี้ประมาณ 2-3 วันได้ค่ะ พี่ยิ้ม ก็บอกเราว่า

พี่ยิ้ม  "คราวนี้ นางป้า มาแปลก มานั้งเฝ้าเราทั้งวันเลยแฮะ ไม่ยอมลุกไปไหนเลย"
เรา  "นั้นสิ ทุกทีไม่เห็นเป็นแบบนี้"
พี่ยิ้ม  "เออ นั้นสิ พี่ก็เป็นแคสเชียร์มา ก็หลายเดือนละ ยังกลัวโดนขโมยอีกหรอ"
เรา  "คราวนี้ให้ป้าแกมาเป็น แคสเชียร์แทนเลยไหมนิ อยากรู้จริง ว่าถ้าตัวเองทำตังหาย จะทำหน้ายังไง" (ละเรากับพี่ยิ้ม ก็หัวเราะ)

พอหลังจาก บ่ายสาม มีน้องพนักงานผู้ชายคน 1 คิดเงินลูกค้าผิดค่ะ น้องคนนี้ทำงานกะบ่ายค่ะ แล้วนางมนุษย์ป้าก็กรู่ เข้ามาหาน้องเค้าเลยค่ะ

ป้านี  "มีอะไรหรอค่ะ" (คุยกับลูกค้า)
ลูกค้า  "อ๋อ พอดีน้องเค้าถอนตังมาผิดค่ะ"
ป้านี  "เท่าไหร่ค่ะ เดี๋ยวถอนให้ใหม่ค่ะ"

หลังจากลูกค้าออกจากร้านไป ป้านี ก็ต่อว่าให้น้องผุ้ชายคนนั้นเลยคะ

ป้านี  "นี้น่ะ ถ้าคิดผิดแบบนี้ไม่ต้องเป็นแล้ว แคชเชียร์อะ อยู่ไม่ได้แล้ว เอาออกให้หมดเลย" (นางเหมือนแขวะ ว่าให้เรา กับ พี่ยิ้ม ด้วยค่ะ)
ป้านี  "ดูอย่างร้านgo เค้าเป็นตัวอย่างสิ เค้าทำมาเป็น สิบๆกว่าปีแล้ว ยังไม่เห็นมีปัญหาไรเลย" (โหยอีห่ารู้ได้ไง เคยไปนั้งเฝ้าเค้าด้วยหรอ อยากจะด่าแบบนี้นะ แต่ทำไมได้ค่ะ)

เรากับพี่ยิ้ม กระซิบคุยกัน ตอนที่นางมนุษย์ป้าแกไปนั้งเฝ้าร้านที่โต๊ะลูกค้าค่ะ เรากับพี่ยิ้มก็แอบคุยกัน

พี่ยิ้ม  "เห็นไหม นางป้าแกมันเผลอหลุดปากออกมาแล้ว ว่าจะเอาเราออกให้ได้ ไม่งั้นมันจะมานั้งเฝ้าเราทั้งวันหรอ"
เรา  "ใช่ แค่น้องเค้าคิดเงินผิดนิดเดียวเอง ใส่มาเป็นชุดเลย"
น้องพนักงาน  "ใช่พี่ เวลาป้าแกมาทำสายตาอาฆาต ข้างๆผม ผมก็ทำไรไม่ถุกแล้ว"
เรา  "ปล่อยนางไปเหอะ จะนั้งเฝ้าได้กี่วันเชียว"

พอผ่านไปอีกวันค่ะ หมอเจม เค้าเอาเค้กมาให้พนักงานทุกคนกินค่ะ เค้กประมาณ 2 ปอนได้

พี่ยิ้ม "นี้ เอ(ชื่อเรา) เค้กหมอเจม เค้าเอามาให้ชิมอะ อย่าลืมเอากลับไปด้วยนะ"
เรา  "โอเคพี่ แต่จะเอากลับยังไงอะ"
พี่ยิ้ม "ก็เอาใส่กล่องไว้สิ กล่องหลังร้านอะ"

เราก็เดินไปหยิบเค้กออกมา ละก็เดินไปหลังร้าน ไปหยิบกล่องใส่เค้ก 1ปอน ออกมาแล้ว ก็ได้ยินเสียงของป้า มหันตภัยนรก พูดแทรกออกมา

ป้านี "นี้ๆ นู๋กล่องนั้นไม่ได้ ไปเอากล่องอื่นมาแทน เดี๋ยวเค้กมันเลอะ" (ห่วงเค้กหรือห่วงกล่องกันแน่? เพราะทุกทีเวลาเอาเค้กกลับบ้านก็เอากล่องแบบนี้ใส่กลับกันนะ เหอๆ)
เรา  "เดี๋ยวพรุ่งนี้ยังไงก็ต้องเอามาคืนอยู่แล้วค่ะ กล่องอะ"
ป้านี "ไม่ได้ เดี๋ยวมันเลอะ ไปเอากล่องครึ่งปอนมา" (แค่กล่องใส่เค้กเก่าๆ จะหวงไรนักหนา เพราะพรุ่งนี้ยังไงก็เอามาคืนให้อยู่ดี)
เรา  "ครึ่งปอนต้องพับใหม่ค่ะ กล่องเก่าไม่มี ละจะให้เอากล่องไรใส่ไปค่ะ กล่อง โรฮอกไกโดหรอ"

เราลำคาญเลยเดินไปหลังร้านอีกรอบ จะไปหยิบกล่องโรมา แต่มันเป็นกล่องใหม่หมด เราเลยเดินออกมาค่ะ

เรา  "กล่องโร เก่าๆไม่มีค่ะ มันมีแต่กล่องใหม่"
ป้านี  "งั้นก็เอาเค้กไปทั้งหมดนี้แหละ ยกไปทั้งกล่องเลย" (เค้ก 2ปอนนะค่ะ จะไม่เหลือให้คนอื่นเลยหรอ)
เรา  "เค้กมันเยอะไปมั้งค่ะ อยากแบ่งให้คนอื่นมั้ง" (พอดีเราไม่ได้เห็นแก่ตัวอะค่ะ เลยไม่อยากแบกกลับไปหมด)
ป้านี  "งั้นก็ใส่ถุงกลับบ้านไป เปลืองกล่อง" (ถุงใส่ขนมปังค่ะ)

เราคิดในใจ นี้เค้กน่ะไม่ใช่ขนมปังนะโว๊ย จะให้ใส่ถุงกลับบ้านบ้าปะ มันก็เละสิ ใช้ไรคิดว่ะ ความจริงไม่อยากกินหรอกเค้กอะ แค่เอากลับไปตามมารยาทกลัวเสียน้ำใจ หมอเจม เค้า เราเลยลำคาญ เอาเค้กไปเก็บเข้าตู้แบบเดิม ละก็กลับบ้านเลย

ละอีนางมนุษย์ป้า ไปเล่าให้ น้องที่ทำงานหลังร้านฟัง น้องคนนั้นชื่อว่า เมย์ นางไปใส่ไฟเราให้น้องเมย์ฟังค่ะ  ละน้องเมย์ ก็มาเล่าให้พี่ยิ้ม ฟังประมาณว่า

ป้านี  "ไอ้ เอ นะทำตัวอวดดี ป้าอุตสาให้ด้วยความเต็มใจ ไม่เอา" (ต่อหน้าคนอื่นใส่ไฟกูเต็มที่ค่ะ)
ป้านี  "บอกให้มันเอากล่อง 1 ปอนมาใส่แล้ว แต่มันเอา กล่องครึ่งปอนมาใส่ ป้าก็บอกมันเล็กไป" (ตอนนางคุยกับเราไม่ได้พูดแบบนี้ค่ะนางบอกให้ใส่ถุงขนมปังแทนน่ะค่ะ สร้างภาพเก่งมาก)
ป้านี  "มีปัญญาซื้อกิน ก็ซื้อให้ตลอด อย่าให้เห็นว่ากินของกูฟรีอีก กูจะด่าให้"

ข้อความจะเกินแล้ว ขอบรรทัดต่อไปน่ะค่ะ เดี๋ยวไม่พอพิมพ์ เดี๋ยวมาต่อคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่