@Switzerlan & Italy 5วัน4คืน งบไม่จำกัด กับครอบครัว
การเดินทางครั้งนี้ บริษัททัวร์ ระยะเวลาคือ 5 วัน 4 คืน คือตั้งแต่ 07-11 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมานั่นเอง
พูดถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องนึกถึงความงดงามของทิวทัศน์ ภูเขาและทุ่งหญ้า มาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูง ธุรกิจธนาคาร นาฬิกา ผลิตภัณฑ์นมและเนย สถานที่ท่องเที่ยว ที่พักตากอากาศ
รีวิวครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเรา หากมีข้อผิดพลาดขออภัยล่วงหน้านะคะ
Switzerland
ก่อนที่จะไปเที่ยวเรามาทำความรู้จักประเทศสวิส กันสักหน่อยก่อนนะค่ะ
สวิสเป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มาก มีพื้นที่ราว 41,200 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือมีอาณาเขตติดกับเยอรมัน ทางตะวันตกติดกับฝรั่งเศส ทางใต้ติดกับอิตาลีและทางตะวันออกติดกับออสเตรีย ไม่มีทางออกติดทะเล ภาษาที่ใช้กันมี 4ภาษา เยอรมัน อิตาลี ฝรั่งเศส และโรมานซ์
สภาพอากาศของสวิส เพื่อที่เราจะได้เตรียมตัวจัดเสื้อผ้าถูกคะ
ฤดูหนาว 22 ธค – 21 มีค อุณหภูมิเฉลี่ย อยู่ที่ลบ 10 ถึง 5 องศา
ฤดูใบไม้ผลิ 22 มีค- 21 มิย อุณหภูมิเฉลี่ย อยู่ที่ 1 ถึง 15 องศา
ฤดูร้อน 22 มิย – 21 กย อุณหภูมิเฉลี่ย อยู่ที่ 18 ถึง 30 องศา
ฤดูใบไม่ร่วง 22 กย- 21 ธค อุณหภูมิเฉลี่ย อยู่ที่ 5 ถึง 16 องศา
การเดินทางเริ่มต้นสู่สนามบินสุววณภูมิ ซึ่งผู้ร่วมเดินทางมี 5 คนนะคะ คือ เจ้าของกระทู้ พ่อ แม่ พี่สาวและน้องชายของเจ้าของกระทู้
การเตรียมตัว..ด้วยความที่ทราบมาว่าช่วงที่ไปนั้น ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะมีอุณหภูมิที่ร้อน และมีหิมะบางพื้นที่
การเดินทาง,,จากสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 6 ถึงวันที่ 7 มิภุนายน เครื่องออก 00.40 ของไทย ถึง 7.40(11.40)ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เดินทางสู่ สนามบิน Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ห่างจากประเทศ 5 ชั่วโมงนะจ่ะ
โดยครั้งนี้เลือกเดินทางกับการบินไทย - รักคุณเท่าฟ้า ค่ะ อิอิ
ตลอดการเดินทางเรียบร้อย ราบรื่นดีค่ะ ถึงสนามบิน Zurich ประเทศ Switzerlan อย่างปลอดภัย
วันแรก
ลงเครื่องมา ก็เตรียมตัวเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง Zurich
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีการผสมผสานสถาปัตยกรรม กับธรรมชาติได้อย่างลงตัวตึกเก่าและตึกใหม่ที่สร้างขึ้น
เดินชมทัศนียภาพจนหน่ำใจ แล้วเดินทางต่อไปทางชานเมือง เพื่อกินอาหารพื้นเมืองคือเมือง Weggis
ขออนุญาติพอดีเจ้าของกระทู้หิวมากจนลืมเก็บบรรยากาศของเมืองWeggis
เอาไปชมแบบเล็กๆน้อยๆละกันนะคร่ะ
พอรับประทานอาหารเสร็จทางทัวร์ก็ออกเดินทางพาชมรอบๆทะเลสาบของเมืองWeggis
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ไม่มีทะเล มีแต่ทะเลสาป น้ำใสมากๆเลยคร่ะ
ทัศนียภาพระหว่างการเดินทางไปเมืองต่อไป
ขึ้นรถออกเดินทางต่อสู่,,จุดมุ่งหมายต่อไป Lucerne
เดินทางสู่ เมืองLucerne
Lucerneเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของสวิส ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเซิร์นที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำรอยส์ (Reuss) จัดเป็นเมืองตากอากาศที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์เลยเชียว
เมืองLucerne มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามคือ สะพานชาเพล (Kapellbrucke หรือ Chapel Bridge) เป็นสะพานไม้ที่มีชื่อเสียง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ประดับตกแต่งบนโครงหลังคาหน้าจั่วด้วยภาพวาดในศตวรรษที่ 17 ซึ่งภาพเขียนเหล่านี้เป็นการเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเมืองลูเซิร์น โดยมีหอคอยน้ำ (Wasserturm) ซึ่งเดิมใช้เป็นที่คุมขังนักโทษและเก็บเอกสารรวมทั้งของมีค่าของเมืองไว้ หอคอยนี้มีลักษณะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่มีฐานเชื่อมติดอยู่กับสะพานสร้างขึ้นราวปี ค.ศ. 1300 สะพานแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้ไปเมื่อปี ค.ศ. 1993 แล้วก็มีการบูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม (ภาพวาดดั้งเดิมถูกไหม้ไปเยอะ) สะพานชาเพลนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปเลยค่ะ
ต่อมา,,เดินทางด้วยเท้าไปสถานีรถไฟ Lucerne เป็นสถานรถไฟที่มีทั้งหัวขบวนแบบใหม่และเก่า จากสถานีรถไฟลูเซิร์น จะมองเห็นโบสถ์ Hofkirche อยู่ฝั่งตรงข้าม มองไปทางด้านซ้ายมือจะเห็นสะพานชาเพล (Chepel Bridge) อยู่ห่างไปเพียงเล็กน้อย เราเดินเลียบริมน้ำไป มองดูหงส์และเป็ดน้ำจำนวนมากที่ว่ายเล่นอยู่ในน้ำ ...
การเดินทางของวันแรกยังไม่จบเพียงเท่านี้,,, ถ้าไม่ได้ไปถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์สิงโตก็เหมือนไม่มาถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์
มื่อเดินมาถึงจะเห็นว่าเบื้องหน้ามีสระน้ำเล็กๆ อยู่ ทำให้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันสงบร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่และเก้าอี้นั่งเป็นที่พักพิงอยู่บริเวณนั้น
อนุสาวรีย์สิงโต (Loewendenkmal or Lion Monument) สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานและรำลึกถึงทหารสวิส ซึ่งเสียชีวิตจากการรับจ้างออกไปรบ จำนวน 786 คน โดยทำหน้าที่เป็นทหารองครักษ์ให้กับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และเสียชีวิตในช่วงสงครามปฏิวัติครั้งใหญ่ในประเทศฝรั่งเศสปี 1792
เหนื่อยล้ากับการเดินทางมาทั้งวันเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ พวกเราตรงดิ่งไปที่พักทั้งที่
คืนแรกเราพักที่,,Hotel & Restaurant Engel Stans
จบกับการเดินทางวันแรก
วันที่2
วิวยามเช้าของโรงแรมHotel & Restaurant Engel Stans อยู่ใกล้กับโบสถ์ อากาศยามเช้าเย็นสบาย
วันที่2ของการเดินทาง,, รับประทานอาหารเช้าเสร็จ ขึ้นรถไปสู่ Engelberg
ขึ้นกระเช้าไปสู้กับความเย็นนน
เตรียมตัวใส่เสื้อผ้าหนาๆไปพบหิมะบนเทือกเขาTislis
โดยต้องขึ้นพาหนะ 3 ต่อ คือ จะต้องนั่งกระเช้าเล็ก ซึ่งนั่งได้ไม่เกิน 4 คน
ขึ้นไปที่สถานี Trübsee จากนั้นจะต้องเปลี่ยนกระเช้า เพื่อต่อไปยังสถานี Stand และก็ต่อ Cableway Titlis Rotair ขึ้นไปยัง Titlis อีกที
ซึ่งกระเช้าอันสุดท้ายเป็นแบบที่หมุนได้ 360 องศาค่ะ
[CR] มาแล้วววว++เที่ยว @Switzerland & Italy ด้วยงบไม่จำกัดกับครอบครัว(#ด่าได้แต่อย่าแรง)
ขึ้นไปที่สถานี Trübsee จากนั้นจะต้องเปลี่ยนกระเช้า เพื่อต่อไปยังสถานี Stand และก็ต่อ Cableway Titlis Rotair ขึ้นไปยัง Titlis อีกที
ซึ่งกระเช้าอันสุดท้ายเป็นแบบที่หมุนได้ 360 องศาค่ะ