สวัสดีคะ
เราจะเริ่มต้นโดยการเล่าที่มาของความเหงานี้นะคะ ความเหงานี้เกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อน ม.ปลาย เพื่อนในกลุ่มเรามี 5 คน รวมเราด้วย เพื่อนเราชื่อ ซิน จิน ฟาง สุ (ชื่อสมมุติ) เรา ซิน จิน ฟาง เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันตอน ม.3 แต่อยู่คนละห้องซิน อยู่ห้อง2 จินกับฟางอยู่ห้อง3 ตัวเราอยู่ห้อง4 สุเป็นเพื่อนเข้ามาใหม่ตอน ม.4 ตอนแรกๆเราสนิทกับสุเพราะตอนนั้นไม่มีใครกล้าคุยกับสุด้วย(นางทำหน้าตายตลอดเวลา) ส่วน ซิน จิน ฟางก็สนิทกัน
ม.4 เทอม2 เราไม่ค่อยมาโรงเรียน(สารพัดโรคมากตอนนั้น) สุเลยสนิทกับซินแทน ที่นั่งเรา3คนเลยเปลี่ยนกันนิดหน่อย เราไม่ได้คิดอะไรนะตอนนั้นคือความรู้สึกแบบมันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว เวลาทำงานคู่เราต้องไปคู่กับคนอื่น เราคิดว่าเราโอเค
พอขึ้น ม.5 พวกเรา ม.5 ต้องรับผิดชอบกีฬาสี เราทะเลาะกับกลุ่มอื่นในห้องแล้วเราโดนว่าคำที่แรงพอสมควร เราไปถามเพื่อนในกลุ่มว่าเราเป็นแบบที่มันพูดไหม เพื่อนๆก็ปลอบและคุยกับเราดีๆ นานไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ยังเป็นแบบเดิมนะคุยกันเพื่อนกันนั่งโต้ะเดียวกันแต่เรารู้สึกเหมือนเริ่มว่างเปล่าแบบจริงจัง เราไม่มีคนที่สามารถคุยได้ด้วยทุกเรื่อง เราหันไปสนใจกีฬาสี ทุ่มสุดตัวมาเกือบทุกวันถ้ามาไม่ได้คือมีธุระจริงๆมันเลยทำให้เราผ่าน ม.5 ไปได้ (ตอนวันกีฬาสีเพื่อนเราถ่ายรูปกันแต่เราไม่ได้ไปถ่ายรูปด้วยไม่มีคนเรียก+เราทำงานอยู่ด้านหลังฉาก)
พอขึ้น ม.6 สิ่งที่ไม่ทำให้เราคิดถึงเรื่องนี้คือเกมส์ เรากลับไปติดเกมส์ชนิดที่ว่าตี2ยังไม่หลับไม่นอน คอมพังไป2เครื่อง มีเพื่อนในเกมส์เยอะอยู่(ก็แค่ในเกมส์) พอไปโรงเรียนเราจะเงียบๆฟังเพื่อนพูดมากกว่า เราไม่เคยบอกเพื่อนเรื่องที่เรารู้สึก จนวันสอบกลางภาคเรียนที่1 ซินชวนไปเข้าห้องน้ำ (ปกติไม่ค่อยมีเพื่อนชวนเข้าห้องน้ำ) เพราะซินเห็นว่าสุเหมือนจะป่วย กลับมาจากห้องน้ำก็ไม่มีไร พอกลับบ้านเท่านั้นแหละ สุ ออกจากกลุ่มเพื่อน พวกเราก็งงว่าเป็นไร สุก็ตั้งตัสไลน์ "เหมือนไม่มีตัวตน" ซินก็ไปคุยแล้วแคปมาให้ดู นางเป็นแบบนั้นเพราะซินชวนเราเข้าห้องน้ำแต่ไม่ได้ชวนนาง เราแบบโหเพิ่งเคยชวนครั้งแรกเองปกติไม่ค่อยมีเพื่อนชวน ซินก็บอกกับเราว่า "กูผิดเองที่ชวนแต่ไม่ชวนมัน" เราก็คิดในใจว่าถ้าเราเป็นแบบนั้นจะมีคนมาถามเราไหม แต่เราแค่คิด สุเป็นแบบนี้ครั้งที่2ตอนซินกำลังคุยเล่นกับจินและฟาง เหมือนสุเรียกซินแต่ซินไม่ได้ยิน แล้วสุเลยแบบมาเดินกับเราบ้างตอนเปลี่ยนคาบ เดินคนเดียวบ้าง แล้วก็ตั้งตัสไลน์ "เหมือนเป็นอากาศในกลุ่มเลยวะ" แล้วก็ออกจากกลุ่มไลน์ไปอีกครั้ง พวกเราเลยเดินไปเคลียร์ตอนกำลังเข้าห้องถามว่าเป็นไรนางก็พูดๆ ฟางบอกว่า "ถ้ากูไม่เห็นเป็นเพื่อน ไม่สนใจกูจะไม่เข้ามาถามเลย มีไรพูดตรงๆอย่าเป็นแบบนี้ ไม่มีใครง้อได้ทุกเวลาหรอก" สุเลยบอกว่า "กูเหมือนคนไม่มีใครสนใจเพราะกูเป็นเพื่อนใหม่พวกแล้วพวกก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ต้น" ซินก็บอกว่า "มันไม่ใช่เพื่อนใหม่เพื่อนเก่มันไม่เกี่ยวหรอกแต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้เรื่องไหนที่ไม่บอกกูก็ไม่รู้แล้วจะให้กูง้อเรื่องไหน" เราก็อัดอั้นมานานเพราะว่าคนที่ควรจะน้อยใจคือเรา เราก็พูดไปว่า "คนที่ควรจะน้อยใจคือกูไม่ใช่ ยังมีซินคอยถามได้ แต่กูไม่มีเพื่อนสนิทมีแต่กลุ่มพวก" แล้วก็ไปๆมาๆก็ดีกันยังไงไม่รู้เหมือนกันแต่ก่อนเข้าห้องเราฝากจินเอากระเป๋าไปวางให้ในห้องแล้วบอกจะไปเข้าห้องน้ำ เรารองไห้แบบไม่มีเสียงในห้องน้ำซึ่งมันทรมานมาก เรารู้สึกโดดเดี่ยว เราคิดมาตลอดมันคือบททดสอบเผื่อวันที่เราเข้ามหาลัยเจอสังคมแบบนี้ เผื่อวันที่ทำงานแล้วเป็นแบบนี้ แต่เราเหงาจนว่างเปล่ามาก เราคิดว่ามันโอเคแต่มันไม่โอเคเลยสักนิด เราอยากได้คำปรึกษาว่าเราควรทำยังไงต่อไป
ปล.1 พิมพ์ในโทรศัพท์หากพิมพ์ผิดขออภัย
ปล.2 ตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่มากเพราะเตรียมเข้ามหาลัย มีปัญหารุมเร้า
ปล.3 เราแค่อยากระบายและได้รับคำปรึกษาที่ดีเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป ท้ายสุดอยากได้กำลังใจมากที่สุด
ปล.4 บทสนทนาอาจจะไม่ตรงนักแต่เป็นสิ่งที่สรุปมาจากคำพูดโดยความเข้าใจของตนเอง
ความสัมพันธ์เพื่อนในกลุ่มที่มันคิดว่าโอเคแต่จริงๆแล้วมันไม่โอเค
เราจะเริ่มต้นโดยการเล่าที่มาของความเหงานี้นะคะ ความเหงานี้เกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อน ม.ปลาย เพื่อนในกลุ่มเรามี 5 คน รวมเราด้วย เพื่อนเราชื่อ ซิน จิน ฟาง สุ (ชื่อสมมุติ) เรา ซิน จิน ฟาง เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันตอน ม.3 แต่อยู่คนละห้องซิน อยู่ห้อง2 จินกับฟางอยู่ห้อง3 ตัวเราอยู่ห้อง4 สุเป็นเพื่อนเข้ามาใหม่ตอน ม.4 ตอนแรกๆเราสนิทกับสุเพราะตอนนั้นไม่มีใครกล้าคุยกับสุด้วย(นางทำหน้าตายตลอดเวลา) ส่วน ซิน จิน ฟางก็สนิทกัน
ม.4 เทอม2 เราไม่ค่อยมาโรงเรียน(สารพัดโรคมากตอนนั้น) สุเลยสนิทกับซินแทน ที่นั่งเรา3คนเลยเปลี่ยนกันนิดหน่อย เราไม่ได้คิดอะไรนะตอนนั้นคือความรู้สึกแบบมันต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว เวลาทำงานคู่เราต้องไปคู่กับคนอื่น เราคิดว่าเราโอเค
พอขึ้น ม.5 พวกเรา ม.5 ต้องรับผิดชอบกีฬาสี เราทะเลาะกับกลุ่มอื่นในห้องแล้วเราโดนว่าคำที่แรงพอสมควร เราไปถามเพื่อนในกลุ่มว่าเราเป็นแบบที่มันพูดไหม เพื่อนๆก็ปลอบและคุยกับเราดีๆ นานไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ยังเป็นแบบเดิมนะคุยกันเพื่อนกันนั่งโต้ะเดียวกันแต่เรารู้สึกเหมือนเริ่มว่างเปล่าแบบจริงจัง เราไม่มีคนที่สามารถคุยได้ด้วยทุกเรื่อง เราหันไปสนใจกีฬาสี ทุ่มสุดตัวมาเกือบทุกวันถ้ามาไม่ได้คือมีธุระจริงๆมันเลยทำให้เราผ่าน ม.5 ไปได้ (ตอนวันกีฬาสีเพื่อนเราถ่ายรูปกันแต่เราไม่ได้ไปถ่ายรูปด้วยไม่มีคนเรียก+เราทำงานอยู่ด้านหลังฉาก)
พอขึ้น ม.6 สิ่งที่ไม่ทำให้เราคิดถึงเรื่องนี้คือเกมส์ เรากลับไปติดเกมส์ชนิดที่ว่าตี2ยังไม่หลับไม่นอน คอมพังไป2เครื่อง มีเพื่อนในเกมส์เยอะอยู่(ก็แค่ในเกมส์) พอไปโรงเรียนเราจะเงียบๆฟังเพื่อนพูดมากกว่า เราไม่เคยบอกเพื่อนเรื่องที่เรารู้สึก จนวันสอบกลางภาคเรียนที่1 ซินชวนไปเข้าห้องน้ำ (ปกติไม่ค่อยมีเพื่อนชวนเข้าห้องน้ำ) เพราะซินเห็นว่าสุเหมือนจะป่วย กลับมาจากห้องน้ำก็ไม่มีไร พอกลับบ้านเท่านั้นแหละ สุ ออกจากกลุ่มเพื่อน พวกเราก็งงว่าเป็นไร สุก็ตั้งตัสไลน์ "เหมือนไม่มีตัวตน" ซินก็ไปคุยแล้วแคปมาให้ดู นางเป็นแบบนั้นเพราะซินชวนเราเข้าห้องน้ำแต่ไม่ได้ชวนนาง เราแบบโหเพิ่งเคยชวนครั้งแรกเองปกติไม่ค่อยมีเพื่อนชวน ซินก็บอกกับเราว่า "กูผิดเองที่ชวนแต่ไม่ชวนมัน" เราก็คิดในใจว่าถ้าเราเป็นแบบนั้นจะมีคนมาถามเราไหม แต่เราแค่คิด สุเป็นแบบนี้ครั้งที่2ตอนซินกำลังคุยเล่นกับจินและฟาง เหมือนสุเรียกซินแต่ซินไม่ได้ยิน แล้วสุเลยแบบมาเดินกับเราบ้างตอนเปลี่ยนคาบ เดินคนเดียวบ้าง แล้วก็ตั้งตัสไลน์ "เหมือนเป็นอากาศในกลุ่มเลยวะ" แล้วก็ออกจากกลุ่มไลน์ไปอีกครั้ง พวกเราเลยเดินไปเคลียร์ตอนกำลังเข้าห้องถามว่าเป็นไรนางก็พูดๆ ฟางบอกว่า "ถ้ากูไม่เห็นเป็นเพื่อน ไม่สนใจกูจะไม่เข้ามาถามเลย มีไรพูดตรงๆอย่าเป็นแบบนี้ ไม่มีใครง้อได้ทุกเวลาหรอก" สุเลยบอกว่า "กูเหมือนคนไม่มีใครสนใจเพราะกูเป็นเพื่อนใหม่พวกแล้วพวกก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ต้น" ซินก็บอกว่า "มันไม่ใช่เพื่อนใหม่เพื่อนเก่มันไม่เกี่ยวหรอกแต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้เรื่องไหนที่ไม่บอกกูก็ไม่รู้แล้วจะให้กูง้อเรื่องไหน" เราก็อัดอั้นมานานเพราะว่าคนที่ควรจะน้อยใจคือเรา เราก็พูดไปว่า "คนที่ควรจะน้อยใจคือกูไม่ใช่ ยังมีซินคอยถามได้ แต่กูไม่มีเพื่อนสนิทมีแต่กลุ่มพวก" แล้วก็ไปๆมาๆก็ดีกันยังไงไม่รู้เหมือนกันแต่ก่อนเข้าห้องเราฝากจินเอากระเป๋าไปวางให้ในห้องแล้วบอกจะไปเข้าห้องน้ำ เรารองไห้แบบไม่มีเสียงในห้องน้ำซึ่งมันทรมานมาก เรารู้สึกโดดเดี่ยว เราคิดมาตลอดมันคือบททดสอบเผื่อวันที่เราเข้ามหาลัยเจอสังคมแบบนี้ เผื่อวันที่ทำงานแล้วเป็นแบบนี้ แต่เราเหงาจนว่างเปล่ามาก เราคิดว่ามันโอเคแต่มันไม่โอเคเลยสักนิด เราอยากได้คำปรึกษาว่าเราควรทำยังไงต่อไป
ปล.1 พิมพ์ในโทรศัพท์หากพิมพ์ผิดขออภัย
ปล.2 ตอนนี้สภาพจิตใจย่ำแย่มากเพราะเตรียมเข้ามหาลัย มีปัญหารุมเร้า
ปล.3 เราแค่อยากระบายและได้รับคำปรึกษาที่ดีเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป ท้ายสุดอยากได้กำลังใจมากที่สุด
ปล.4 บทสนทนาอาจจะไม่ตรงนักแต่เป็นสิ่งที่สรุปมาจากคำพูดโดยความเข้าใจของตนเอง