เป็นคนต่างจังหวัด เรียนจบเพราะกยศ.(จ่ายทุกปี ไม่เคยเบี้ยว) พอจบ ก็มาทำงานที่กรุงเทพฯเลย
ตอนนี้อยู่กทม.10 ปีแล้ว ระหว่าง10 ปีที่มาอยู่ ก็ส่งน้องเรียนต่อปริญญาตรี จนจบ จากนั้นจึงพอมีเงินเก็บบ้าง แต่พอทางบ้านรู้ว่ามีเงินเก็บก็ขอไปสร้างบ้าน ซื้อรถมือสองเพื่อให้เขาสะดวกสบายขึ้น ก็ให้ไปจนไม่มีเงินเก็บเลย เดี๋ยวนี้เลือกที่จะปิดบังบ้าง ว่าเงินไม่พอใช้
ทุกวันนี้เงินเดือน 23000 บาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่น แต่ก็พออยู่ได้ ส่งให้ทางบ้านใช้เดือนละ 3000 บาทกับน้องอีกคน(เป็น 6000)
ค่าเช่าห้อง 4000 บาท เงินฝากประจำ เดือนละ 5000 บาท จะครบ 2 ปีแล้ว ค่ารถไม่ต้อง อยู่ติดที่ทำงาน ค่ากินอยู่ 5000-7000บาท
อื่นๆ 2500 บาท เศรฐกิจแย่ ไม่มีรายได้เข้าบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ทำงานจนเขาไม่กล้าไล่ออก (ทำมา 10 ปีแล้ว)
แต่เกรงใจเขานะ เงินเดือนเพิ่มแต่งานน้อยลง อยู่ยาก
พ่อกับแม่มีรายได้จากการปลูกมัน กรีดยาง ปลุกข้าวกินเองไม่ต้องซื้อ แต่จะมีค่าปุ๋ย หว่าน เก็บเกี่ยว ปลูกแบบเทวดาเลี้ยง รอฝนจากฟ้า
อยู่บ้าน ภาษีสังคมมาจ่อหน้าบ้านตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานบวช งานบุญ กฐิน ผ้าป่า งานศพ ผูกข้อมือเด็กแรกเกิดยังมีเลย
นอกจากนี้ยังมี สหกรณ์ออมทรัพย์ ค่าประกันพ่อแม่ สมาคมช่วยเหลือคนตาย จะมีมาเก็บแต่ละบ้าน จ่ายกับสิ่งเหล่านี้รวมๆแล้วเป็นหมื่นต่อปี
ถามว่าไม่จ่ายได้ไหม สังคมต่างจังหวัด ใครทำอะไรรู้หมด ก็อยู่ยากแตกต่าง..
นอกเหนือจากนี้คือ ลูกคนอื่นซื้อรถ ให้เงินเยอะกว่า มีเงินปลูกบ้านหลังใหญ่กว่า เอามาคุยโม้ อวดกัน เกิดการเปรียบเทียบ มากดดันเราก็มี
กำลังเราไม่ถึง ทำได้แค่นี้ ก็บอกตามความเป็นจริง ว่าความสามารถเท่านี้ โอเคคุยประมาณรู้เรื่องแล้ว สักพักก็มีฟู อยากได้อีก เป็นอย่างนี้ตลอด
เคยเปรยกับเค้าบอกว่าอยากกลับไปอยู่บ้าน พ่อกับแม่ไม่ยอมให้กลับ เพราะถ้ากลับเขาขาดรายได้ ที่ส่งให้
โดนชาวบ้านดูถูกลูกตัวเอง เรียนจบมีงานทำสุดท้ายก็มาทำนาเหมือนเดิม จะเรียนไปทำไม ให้อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว คอยส่งเงินให้พ่อแม่ใช้
เราอยากมีชีวิตเป็นของเรา มีบ้านเป็นของตัวเอง อยากซื้อบ้านอยู่แถวสมุทรปราการ เมื่อเล่าให้ฟังสิ่งที่ได้คือไม่อยากให้ซื้อ แต่ถ้าซื้อรถกลับยอม
ทั้งที่เป็นภาระเหมือนกัน เขากลัวเราจะทิ้งเค้า
อยากฝากคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่
1.ถ้าคุณอยากมีลูก คุณต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเพราะคุณทำให้เขาเกิดมาเอง
ส่วนอนาคตเขาจะเลี้ยงคุณหรือเปล่า เป็นอีกเรื่องนึง ถ้าคุณทำให้เกิดมาเพื่อช่วยเหลือคุณยามแก่ คุณจะทวงบุญคุณ
ว่าตอนที่คุณลำบากเลี้ยงเขาให้รอด มันยากลำบากแค่ไหน
2.ในฐานะลูก ดูแลพ่อแม่ ตามกำลังที่เราทำได้ อย่าให้เงินพ่อแม่ จนเสียคน เขามักจะขอเงินเราเพิ่มจากที่เขาได้ แล้วอ้างว่าเอาเงินไป
ก็ทำเพื่อลูกทั้งนั้นแหละ เช่นต่อเติมบ้านไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด บางทีก็แยกไม่ออกว่าทำเพื่อเราจริงหรือทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
ต้องมีสติและชั่งน้ำหนักให้ดี
3.มีลูกหลายๆคน คนโตต้องส่งเสียน้องๆ เป็นความคิดที่ผลักภาระมาให้คนโตและคนต่อๆไป ซึ่งลูกแต่ละคนเมื่อเขามีงานทำ เขาก็อยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง
4.วาดฝันอนาคตเอาไว้ให้ลูก โตขึ้นต้องทำอย่างนี้ อาชีพนี้ จะได้รวยๆ ถ้าลูกได้อย่างใจก็ไม่มีปัญหา ถ้าไม่ได้อย่างใจ ลูกก็ไม่ผิดนะ ตราบเท่าที่เขาเป็นคนดี ไม่ทำตัวให้ใครเดือดร้อน
สุดท้าย อยากมีอยากได้(เงิน)ตามกำลังที่เราหามาได้ น่าจะดีที่สุด
ฝากถึงคนเป็นพ่อเป็นแม่
ตอนนี้อยู่กทม.10 ปีแล้ว ระหว่าง10 ปีที่มาอยู่ ก็ส่งน้องเรียนต่อปริญญาตรี จนจบ จากนั้นจึงพอมีเงินเก็บบ้าง แต่พอทางบ้านรู้ว่ามีเงินเก็บก็ขอไปสร้างบ้าน ซื้อรถมือสองเพื่อให้เขาสะดวกสบายขึ้น ก็ให้ไปจนไม่มีเงินเก็บเลย เดี๋ยวนี้เลือกที่จะปิดบังบ้าง ว่าเงินไม่พอใช้
ทุกวันนี้เงินเดือน 23000 บาท ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเพื่อนคนอื่น แต่ก็พออยู่ได้ ส่งให้ทางบ้านใช้เดือนละ 3000 บาทกับน้องอีกคน(เป็น 6000)
ค่าเช่าห้อง 4000 บาท เงินฝากประจำ เดือนละ 5000 บาท จะครบ 2 ปีแล้ว ค่ารถไม่ต้อง อยู่ติดที่ทำงาน ค่ากินอยู่ 5000-7000บาท
อื่นๆ 2500 บาท เศรฐกิจแย่ ไม่มีรายได้เข้าบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ทำงานจนเขาไม่กล้าไล่ออก (ทำมา 10 ปีแล้ว)
แต่เกรงใจเขานะ เงินเดือนเพิ่มแต่งานน้อยลง อยู่ยาก
พ่อกับแม่มีรายได้จากการปลูกมัน กรีดยาง ปลุกข้าวกินเองไม่ต้องซื้อ แต่จะมีค่าปุ๋ย หว่าน เก็บเกี่ยว ปลูกแบบเทวดาเลี้ยง รอฝนจากฟ้า
อยู่บ้าน ภาษีสังคมมาจ่อหน้าบ้านตลอด ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานบวช งานบุญ กฐิน ผ้าป่า งานศพ ผูกข้อมือเด็กแรกเกิดยังมีเลย
นอกจากนี้ยังมี สหกรณ์ออมทรัพย์ ค่าประกันพ่อแม่ สมาคมช่วยเหลือคนตาย จะมีมาเก็บแต่ละบ้าน จ่ายกับสิ่งเหล่านี้รวมๆแล้วเป็นหมื่นต่อปี
ถามว่าไม่จ่ายได้ไหม สังคมต่างจังหวัด ใครทำอะไรรู้หมด ก็อยู่ยากแตกต่าง..
นอกเหนือจากนี้คือ ลูกคนอื่นซื้อรถ ให้เงินเยอะกว่า มีเงินปลูกบ้านหลังใหญ่กว่า เอามาคุยโม้ อวดกัน เกิดการเปรียบเทียบ มากดดันเราก็มี
กำลังเราไม่ถึง ทำได้แค่นี้ ก็บอกตามความเป็นจริง ว่าความสามารถเท่านี้ โอเคคุยประมาณรู้เรื่องแล้ว สักพักก็มีฟู อยากได้อีก เป็นอย่างนี้ตลอด
เคยเปรยกับเค้าบอกว่าอยากกลับไปอยู่บ้าน พ่อกับแม่ไม่ยอมให้กลับ เพราะถ้ากลับเขาขาดรายได้ ที่ส่งให้
โดนชาวบ้านดูถูกลูกตัวเอง เรียนจบมีงานทำสุดท้ายก็มาทำนาเหมือนเดิม จะเรียนไปทำไม ให้อยู่ที่นี่แหละดีแล้ว คอยส่งเงินให้พ่อแม่ใช้
เราอยากมีชีวิตเป็นของเรา มีบ้านเป็นของตัวเอง อยากซื้อบ้านอยู่แถวสมุทรปราการ เมื่อเล่าให้ฟังสิ่งที่ได้คือไม่อยากให้ซื้อ แต่ถ้าซื้อรถกลับยอม
ทั้งที่เป็นภาระเหมือนกัน เขากลัวเราจะทิ้งเค้า
อยากฝากคนที่เป็นพ่อ เป็นแม่
1.ถ้าคุณอยากมีลูก คุณต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเพราะคุณทำให้เขาเกิดมาเอง
ส่วนอนาคตเขาจะเลี้ยงคุณหรือเปล่า เป็นอีกเรื่องนึง ถ้าคุณทำให้เกิดมาเพื่อช่วยเหลือคุณยามแก่ คุณจะทวงบุญคุณ
ว่าตอนที่คุณลำบากเลี้ยงเขาให้รอด มันยากลำบากแค่ไหน
2.ในฐานะลูก ดูแลพ่อแม่ ตามกำลังที่เราทำได้ อย่าให้เงินพ่อแม่ จนเสียคน เขามักจะขอเงินเราเพิ่มจากที่เขาได้ แล้วอ้างว่าเอาเงินไป
ก็ทำเพื่อลูกทั้งนั้นแหละ เช่นต่อเติมบ้านไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด บางทีก็แยกไม่ออกว่าทำเพื่อเราจริงหรือทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง
ต้องมีสติและชั่งน้ำหนักให้ดี
3.มีลูกหลายๆคน คนโตต้องส่งเสียน้องๆ เป็นความคิดที่ผลักภาระมาให้คนโตและคนต่อๆไป ซึ่งลูกแต่ละคนเมื่อเขามีงานทำ เขาก็อยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง
4.วาดฝันอนาคตเอาไว้ให้ลูก โตขึ้นต้องทำอย่างนี้ อาชีพนี้ จะได้รวยๆ ถ้าลูกได้อย่างใจก็ไม่มีปัญหา ถ้าไม่ได้อย่างใจ ลูกก็ไม่ผิดนะ ตราบเท่าที่เขาเป็นคนดี ไม่ทำตัวให้ใครเดือดร้อน
สุดท้าย อยากมีอยากได้(เงิน)ตามกำลังที่เราหามาได้ น่าจะดีที่สุด