สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ ชาว BP ที่รักทุกท่าน ทริปนี้ติ่งจะพาไป Unseen Korea กันค่ะ ก่อนอื่นขอแนะนำผู้ชายในซีรีส์ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการแบกเป้ออกเดินทางของ 2 สาวแดนอุดรซะก่อน เขาคือผู้ชายหน้าผากกว้างแก้มหลุมปากห้อยสุดหล่อที่กวาดรางวัลจากการแสดงมาเยอะแยะ ปาร์คยูชอน นักร้องไอดอลจากบอยแบนด์ JYJ อดีต TVXQ นั่นเองค่ะ

cr:marie claire
เริ่มจากการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางกันก่อน เราได้ตั๋วหางแดง XJ โปรข้ามปีมาในราคาไป-กลับ 6,417 บาท เดินทาง 14-19 ต.ค. 2558 ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่ใช้เป็นโลเคชันถ่ายทำซีรีส์เราได้มาจากชาวติ่งนานาชาติใน twitter, weibo และแหล่งสำคัญคือเวบ visitkorea ที่พักจองจากเวบ airbnb
วิธีเตรียมทริปของเราคือ
1. รวบรวมข้อมูลประหนึ่งนักศึกษาทำโปรเจคค่ะ ทุกสิ่งอย่างต้องอยู่ในไฟล์เวิร์ดแล้วส่งเข้ามือถือ มีตั้งแต่พาสปอร์ต บัตรประชาชน ตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก ตารางเวลารถบัสรถไฟ ตำแหน่งที่รถจอด รูปสถานีปลายทางที่รถจอด รูปสถานที่ท่องเที่ยว วิธีการเดินทาง หมายเลขประตูทางออก รูปสถานที่ท่องเที่ยว พยากรณ์อากาศ ลิงค์สำคัญทั้งหลาย ที่อยู่ของสถานที่ ๆ ต้องหาเจอใน Google Maps ที่สำคัญคือต้องมีชื่อของสถานที่ครบทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี ไม่ต้องรู้ภาษาเกาหลีซักนิดก็ซื้อตั๋วรถบัสในต่างจังหวัดโดยไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษให้คนท้องถิ่นลำบากใจเลย ก็แค่เปิดชื่อสถานที่ปลายทางให้คนขายตั๋วอ่าน วิธีนี้เวิร์คมากสำหรับเราค่ะ ไฟล์นี้กะจะเอาไว้รับมือกับ ต.ม. ด้วยล่ะ อิอิ เอาเข้าจริง ต.ม. ไม่ถงไม่ถามสุขภาพซ้ากคำ รีบปั๊มให้อย่างเร็ว
2. ติดดาวเหลืองในแผนที่ปกติเพื่อความรวดเร็วในการเทียบกับตำแหน่งปัจจุบัน และทำ My Maps ปักหมุดแดงทับไว้จุดหมายละหนึ่งเลเยอร์ใน Google Maps แต่ละเลเยอร์จะมีสถานีรถไฟที่ต้องลง ปักหมุดแดงให้ตรงหมายเลขประตูทางออกเลย สถานที่ ๆ ใช้เป็นจุดสังเกต แลนมาร์ค มุมถ่ายรูปมหาชน ร้านอาหารอร่อย เป็นต้น แต่บอกเลย Google Maps เพี้ยนไปเยอะอยู่นะ สังเกตรอบตัวเอาหน่อยแล้วกันค่ะ
3. แผนที่รถไฟ เราใช้แอพ SEOUL METRO เพราะมีตัวเลขสถานีด้วย ถึงแม้ทุกป้ายจะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่ก็ตาม ที่ชานชาลาจะมีเลขสถานีปัจจุบันที่เรายืนอยู่ หาป้ายที่มีลูกศรชี้ไปที่สถานีที่ผ่านมาและสถานีถัดไป อ่านไม่ออกเลยก็ไปถูก เราแค่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่เลขอะไร ปลายทางของเราเลขอะไร ตัวเลขมากขึ้นหรือน้อยลงจะได้ไม่ขึ้นรถผิดฝั่ง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็จะเจอรถไฟสายปราบเซียน เช่น สาย 3 สาย 7 ที่ไม่มีตัวเลข แม้แต่สาย 4 บางสถานี เดิน ๆ ไปเจอทางแยกที่บอกแต่สถานีหลัก เพื่อความรวดเร็วเราอาศัยถามเจ้าถิ่นค่ะ บอกปลายทางของเราแล้วถามเจ้าถิ่นค่ะว่าขึ้นรถฝั่งไหน
4. ซิมเล่นเนตสัญชาติฮ่องกง China Mobile ราคารวม 1,020 บาท ซื้อในไทยก่อนไปจากเวบโคเรียแฟนคลับ เติมเงินไม่ได้ โทรไม่ได้ ใช้เนตได้ 7 วัน 5GB เราขี้เกียจไปซื้อซิมที่โน่น ขี้เกียจพกไข่ ตอนซื้อกลัวเสียเงินฟรีเหมือนกัน พอไปถึงจริง ๆ ก็เจอปัญหาว่าทุกครั้งที่เดินทางข้ามจังหวัดเมื่อสัญญาณมือถือหาย จะโรมมิ่งไม่ได้ ต้องรีสตาร์ทติดกันหลาย ๆ ครั้ง จนกว่ามือถือจะอ่านซิม 3G ถึงจะมา แต่พอเนตมา ก็ใช้ได้เร็วเริ่ดหรูมากค่ะ
5. แอพคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราโดยประมาณ เราใช้แอพ Currency FX ติดดาวไว้ 3 ประเทศ คือ ไทย เกาหลี อเมริกา
6. แอพแปลภาษาเผื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าถิ่น Korean-Thai Dictionary ใช้ประโยชน์ได้จริงก็ตอนที่บั๊ดดี้ของเราไม่รับประทานเนื้อ เลยต้องจิ้มคำว่า วัว ให้อาจุมม่าอ่านตอนสั่งอาหารค่ะ

หางแดง XJ 700 พาเรามาถึงสนามบินอินชอนตรงเวลา 9.10 น. ขอบหน้าต่างมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะซะด้วย
ผ่าน ต.ม. หาน้ำหาขนมรองท้อง เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนซิม เติมเงิน T-Money แล้วไปที่ป้ายรถบัส 9C ที่ชั้น 1 ซื้อตั๋วรถบัสจากสนามบินอินชอนวิ่งยาวไปเมืองชอนจูได้รถรอบ 11.30 น. ค่ารถ 31,000 วอน
รถแวะพักกลางทาง 15 นาที
แล้วไปหมดระยะฝั่งตรงข้ามกับ Bus Terminal ต้องเรียกแบบนี้ค่ะ คนท้องถิ่นถึงจะเข้าใจตรงกัน แต่ในเวบ visitkorea ที่นี่คือ Jeonju Intercity Bus Terminal ที่พักของเราอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเลย คือ หมู่บ้านโบราณ Jeonju Hanok Village [Slow City] (전주한옥마을 [슬로시티])
http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=264285
ความจริงมาชอนจูได้หลายวิธีนะคะ KTX ก็มีแต่เราดูแล้วเวลาไม่เหมาะสม จะเข้าโซลก่อนก็ต้องเหนื่อยลากกระเป๋าแบกเป้หลายต่อเกินไป จะนั่งรถชัตเติ้ลบัสฟรีก็ยังไม่ถึงเวลา เลยเลือกวิธีนี้ง่ายที่สุดค่ะ
บ่ายสามกว่าแล้ว โบกแท็กซี่ค่ะ แต่ลุงคนขับท่านอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ไม่รู้จักเกสเฮาส์ของเราซะด้วย อาจอชี่ท่านใจดีค่ะ ไม่ทิ้งเรา ดูจากใบจองที่พักแล้วท่านใช้มือถือของท่านโทรหาเจ้าของเกสเฮาส์ แป๊บเดียวรู้เรื่อง ค่าแท็กซี่ 5,300 วอน
บ้านเรา คือแบซุกเกสต์เฮาส์ เป็นบ้านเก่า ๆ เลี้ยงแมวไว้ 7-8 ตัว อยู่ในบริเวณฮันอ๊กวิลเลจเลย มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านบ้านเรามาถ่ายรูปแถว ๆ นั้นเยอะเหมือนกัน บ้างก็แวะเล่นกับน้องแมว บ้านหลังนี้รับแขกห้องคู่ได้ 2 ห้อง มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ต้องใช้ห้องนั่งเล่นร่วมกัน มีระบบพื้นอุ่นด้วย เราอยู่ที่นี่ 3 คืน ซึ่งไม่มีแขกกลุ่มอื่นมาพักเพิ่มอีกเลย บ้านนี้เราเหมาจ้า จองจากเวบ airbnb ใช้เรท visa รวม 105 ยูโร หรือ 4,344.17 บาท ทุกอย่างเก่าโบราณได้ใจมาก ข้อเสียมี 2 อย่าง คือ ตอนจอง airbnb บอกว่ารวมอาหารเช้า แต่พ่อหนุ่มน้อยแบซุกบอกไม่รู้เรื่อง ดูแล้วแกทำหน้างง ๆ เราก็หยวน ๆ ปล่อยผ่านเพราะถือว่าที่พักราคาไม่ได้แพงนัก อีกอย่างคือตาแบซุกแกพูดอังกฤษไม่ค่อยได้อะ เลยไม่ได้ชวนคุยอะไรมาก น่าเสียดายจริง ๆ แต่ดูทำเลและสภาพที่พักแล้วเราประทับใจนะ แนะนำต่อเลยล่ะ หลังนี้แหล่ะค่ะ
วันแรกเดินสำรวจหมู่บ้านและหาหนทางไปเที่ยวค่ะ ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวมากมายก่ายกองตั้งแต่เช้ายันค่ำทั้งที่เป็นวันพุธ ส่วนมากเป็นชาวเกาหลีนั่นแหล่ะ นิยมเช่าชุดฮันบกเดินถ่ายรูปกันทั้งหญิงและชาย ชายแต่งชุดหญิงก็ยังมีเลย เจอฝรั่งน้อยมาก และที่สำคัญมีแต่เราสองคนที่เป็นคนไทยจ้า
[CR] __ทริปติ่ง Unseen Korea ♥♥ ตามหาหัวใจ ผู้ชายในซีรีส์ ♥♥__
cr:marie claire
เริ่มจากการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางกันก่อน เราได้ตั๋วหางแดง XJ โปรข้ามปีมาในราคาไป-กลับ 6,417 บาท เดินทาง 14-19 ต.ค. 2558 ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่ใช้เป็นโลเคชันถ่ายทำซีรีส์เราได้มาจากชาวติ่งนานาชาติใน twitter, weibo และแหล่งสำคัญคือเวบ visitkorea ที่พักจองจากเวบ airbnb
วิธีเตรียมทริปของเราคือ
1. รวบรวมข้อมูลประหนึ่งนักศึกษาทำโปรเจคค่ะ ทุกสิ่งอย่างต้องอยู่ในไฟล์เวิร์ดแล้วส่งเข้ามือถือ มีตั้งแต่พาสปอร์ต บัตรประชาชน ตั๋วเครื่องบิน ใบจองที่พัก ตารางเวลารถบัสรถไฟ ตำแหน่งที่รถจอด รูปสถานีปลายทางที่รถจอด รูปสถานที่ท่องเที่ยว วิธีการเดินทาง หมายเลขประตูทางออก รูปสถานที่ท่องเที่ยว พยากรณ์อากาศ ลิงค์สำคัญทั้งหลาย ที่อยู่ของสถานที่ ๆ ต้องหาเจอใน Google Maps ที่สำคัญคือต้องมีชื่อของสถานที่ครบทั้งภาษาไทย อังกฤษ และเกาหลี ไม่ต้องรู้ภาษาเกาหลีซักนิดก็ซื้อตั๋วรถบัสในต่างจังหวัดโดยไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษให้คนท้องถิ่นลำบากใจเลย ก็แค่เปิดชื่อสถานที่ปลายทางให้คนขายตั๋วอ่าน วิธีนี้เวิร์คมากสำหรับเราค่ะ ไฟล์นี้กะจะเอาไว้รับมือกับ ต.ม. ด้วยล่ะ อิอิ เอาเข้าจริง ต.ม. ไม่ถงไม่ถามสุขภาพซ้ากคำ รีบปั๊มให้อย่างเร็ว
2. ติดดาวเหลืองในแผนที่ปกติเพื่อความรวดเร็วในการเทียบกับตำแหน่งปัจจุบัน และทำ My Maps ปักหมุดแดงทับไว้จุดหมายละหนึ่งเลเยอร์ใน Google Maps แต่ละเลเยอร์จะมีสถานีรถไฟที่ต้องลง ปักหมุดแดงให้ตรงหมายเลขประตูทางออกเลย สถานที่ ๆ ใช้เป็นจุดสังเกต แลนมาร์ค มุมถ่ายรูปมหาชน ร้านอาหารอร่อย เป็นต้น แต่บอกเลย Google Maps เพี้ยนไปเยอะอยู่นะ สังเกตรอบตัวเอาหน่อยแล้วกันค่ะ
3. แผนที่รถไฟ เราใช้แอพ SEOUL METRO เพราะมีตัวเลขสถานีด้วย ถึงแม้ทุกป้ายจะมีภาษาอังกฤษกำกับอยู่ก็ตาม ที่ชานชาลาจะมีเลขสถานีปัจจุบันที่เรายืนอยู่ หาป้ายที่มีลูกศรชี้ไปที่สถานีที่ผ่านมาและสถานีถัดไป อ่านไม่ออกเลยก็ไปถูก เราแค่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่เลขอะไร ปลายทางของเราเลขอะไร ตัวเลขมากขึ้นหรือน้อยลงจะได้ไม่ขึ้นรถผิดฝั่ง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็จะเจอรถไฟสายปราบเซียน เช่น สาย 3 สาย 7 ที่ไม่มีตัวเลข แม้แต่สาย 4 บางสถานี เดิน ๆ ไปเจอทางแยกที่บอกแต่สถานีหลัก เพื่อความรวดเร็วเราอาศัยถามเจ้าถิ่นค่ะ บอกปลายทางของเราแล้วถามเจ้าถิ่นค่ะว่าขึ้นรถฝั่งไหน
4. ซิมเล่นเนตสัญชาติฮ่องกง China Mobile ราคารวม 1,020 บาท ซื้อในไทยก่อนไปจากเวบโคเรียแฟนคลับ เติมเงินไม่ได้ โทรไม่ได้ ใช้เนตได้ 7 วัน 5GB เราขี้เกียจไปซื้อซิมที่โน่น ขี้เกียจพกไข่ ตอนซื้อกลัวเสียเงินฟรีเหมือนกัน พอไปถึงจริง ๆ ก็เจอปัญหาว่าทุกครั้งที่เดินทางข้ามจังหวัดเมื่อสัญญาณมือถือหาย จะโรมมิ่งไม่ได้ ต้องรีสตาร์ทติดกันหลาย ๆ ครั้ง จนกว่ามือถือจะอ่านซิม 3G ถึงจะมา แต่พอเนตมา ก็ใช้ได้เร็วเริ่ดหรูมากค่ะ
5. แอพคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราโดยประมาณ เราใช้แอพ Currency FX ติดดาวไว้ 3 ประเทศ คือ ไทย เกาหลี อเมริกา
6. แอพแปลภาษาเผื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าถิ่น Korean-Thai Dictionary ใช้ประโยชน์ได้จริงก็ตอนที่บั๊ดดี้ของเราไม่รับประทานเนื้อ เลยต้องจิ้มคำว่า วัว ให้อาจุมม่าอ่านตอนสั่งอาหารค่ะ
หางแดง XJ 700 พาเรามาถึงสนามบินอินชอนตรงเวลา 9.10 น. ขอบหน้าต่างมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะซะด้วย
ผ่าน ต.ม. หาน้ำหาขนมรองท้อง เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนซิม เติมเงิน T-Money แล้วไปที่ป้ายรถบัส 9C ที่ชั้น 1 ซื้อตั๋วรถบัสจากสนามบินอินชอนวิ่งยาวไปเมืองชอนจูได้รถรอบ 11.30 น. ค่ารถ 31,000 วอน
รถแวะพักกลางทาง 15 นาที
แล้วไปหมดระยะฝั่งตรงข้ามกับ Bus Terminal ต้องเรียกแบบนี้ค่ะ คนท้องถิ่นถึงจะเข้าใจตรงกัน แต่ในเวบ visitkorea ที่นี่คือ Jeonju Intercity Bus Terminal ที่พักของเราอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเลย คือ หมู่บ้านโบราณ Jeonju Hanok Village [Slow City] (전주한옥마을 [슬로시티])
http://english.visitkorea.or.kr/enu/SI/SI_EN_3_1_1_1.jsp?cid=264285
ความจริงมาชอนจูได้หลายวิธีนะคะ KTX ก็มีแต่เราดูแล้วเวลาไม่เหมาะสม จะเข้าโซลก่อนก็ต้องเหนื่อยลากกระเป๋าแบกเป้หลายต่อเกินไป จะนั่งรถชัตเติ้ลบัสฟรีก็ยังไม่ถึงเวลา เลยเลือกวิธีนี้ง่ายที่สุดค่ะ
บ่ายสามกว่าแล้ว โบกแท็กซี่ค่ะ แต่ลุงคนขับท่านอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ไม่รู้จักเกสเฮาส์ของเราซะด้วย อาจอชี่ท่านใจดีค่ะ ไม่ทิ้งเรา ดูจากใบจองที่พักแล้วท่านใช้มือถือของท่านโทรหาเจ้าของเกสเฮาส์ แป๊บเดียวรู้เรื่อง ค่าแท็กซี่ 5,300 วอน
บ้านเรา คือแบซุกเกสต์เฮาส์ เป็นบ้านเก่า ๆ เลี้ยงแมวไว้ 7-8 ตัว อยู่ในบริเวณฮันอ๊กวิลเลจเลย มีนักท่องเที่ยวเดินผ่านบ้านเรามาถ่ายรูปแถว ๆ นั้นเยอะเหมือนกัน บ้างก็แวะเล่นกับน้องแมว บ้านหลังนี้รับแขกห้องคู่ได้ 2 ห้อง มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ต้องใช้ห้องนั่งเล่นร่วมกัน มีระบบพื้นอุ่นด้วย เราอยู่ที่นี่ 3 คืน ซึ่งไม่มีแขกกลุ่มอื่นมาพักเพิ่มอีกเลย บ้านนี้เราเหมาจ้า จองจากเวบ airbnb ใช้เรท visa รวม 105 ยูโร หรือ 4,344.17 บาท ทุกอย่างเก่าโบราณได้ใจมาก ข้อเสียมี 2 อย่าง คือ ตอนจอง airbnb บอกว่ารวมอาหารเช้า แต่พ่อหนุ่มน้อยแบซุกบอกไม่รู้เรื่อง ดูแล้วแกทำหน้างง ๆ เราก็หยวน ๆ ปล่อยผ่านเพราะถือว่าที่พักราคาไม่ได้แพงนัก อีกอย่างคือตาแบซุกแกพูดอังกฤษไม่ค่อยได้อะ เลยไม่ได้ชวนคุยอะไรมาก น่าเสียดายจริง ๆ แต่ดูทำเลและสภาพที่พักแล้วเราประทับใจนะ แนะนำต่อเลยล่ะ หลังนี้แหล่ะค่ะ
วันแรกเดินสำรวจหมู่บ้านและหาหนทางไปเที่ยวค่ะ ปรากฏว่า มีนักท่องเที่ยวมากมายก่ายกองตั้งแต่เช้ายันค่ำทั้งที่เป็นวันพุธ ส่วนมากเป็นชาวเกาหลีนั่นแหล่ะ นิยมเช่าชุดฮันบกเดินถ่ายรูปกันทั้งหญิงและชาย ชายแต่งชุดหญิงก็ยังมีเลย เจอฝรั่งน้อยมาก และที่สำคัญมีแต่เราสองคนที่เป็นคนไทยจ้า