สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
450 BC
กษัตริย์เปอร์เซีย Artaxerxis ออกหนังสือเดินทางให้ Nehemiah เพื่อเดินทางไป Judah
ในหนังสือแจ้งให้เจ้าบ้านเจ้าเมืองตามแนวแม่น้ำที่เดินทางผ่านไป ให้ความอนุเคราะห์ ความสะดวก ต่างๆ
ในเมืองจีน หนังสือผ่านทาง ก็มีเล่ากันมายาวนาน
สมัยก่อนไม่ได้เป็นประเทศกว้างใหญ่ไพศาลหนึ่งเดียว
มีอ๋อง มีเจ้าเมือง ที่มีสิทธิขาดในการปกครองดินแดนของตัว
คนเดินทางที่เป็นทางราชการ ก็ต้องมีหนังสือสำคัญประจำตัว ไปยื่นให้ที่ที่ว่าการเมืองเป็นทางการ
ในรัชสมัย Louis XIV ออก "letter of request" ทำนองเดียวกัน ให้ข้าราชบริพารที่เดินทางไปเมืองต่างๆ
เพื่อขอความคุ้มครอง ดูแล จากเจ้าถิ่น ที่ตระเวนเตร็ดเตร่กันไป
หนังสือนี่เรียกว่า "passe port" = "to pass through a port" เพราะส่วนใหญ่เป็นการเดินทางทางน้ำ ต้องขึ้นฝั่งที่ท่าเรือ
กษัตริย์เปอร์เซีย Artaxerxis ออกหนังสือเดินทางให้ Nehemiah เพื่อเดินทางไป Judah
ในหนังสือแจ้งให้เจ้าบ้านเจ้าเมืองตามแนวแม่น้ำที่เดินทางผ่านไป ให้ความอนุเคราะห์ ความสะดวก ต่างๆ
ในเมืองจีน หนังสือผ่านทาง ก็มีเล่ากันมายาวนาน
สมัยก่อนไม่ได้เป็นประเทศกว้างใหญ่ไพศาลหนึ่งเดียว
มีอ๋อง มีเจ้าเมือง ที่มีสิทธิขาดในการปกครองดินแดนของตัว
คนเดินทางที่เป็นทางราชการ ก็ต้องมีหนังสือสำคัญประจำตัว ไปยื่นให้ที่ที่ว่าการเมืองเป็นทางการ
ในรัชสมัย Louis XIV ออก "letter of request" ทำนองเดียวกัน ให้ข้าราชบริพารที่เดินทางไปเมืองต่างๆ
เพื่อขอความคุ้มครอง ดูแล จากเจ้าถิ่น ที่ตระเวนเตร็ดเตร่กันไป
หนังสือนี่เรียกว่า "passe port" = "to pass through a port" เพราะส่วนใหญ่เป็นการเดินทางทางน้ำ ต้องขึ้นฝั่งที่ท่าเรือ
รักจางที่บางปะกง ถูกใจ, Hunny_bieni ถูกใจ, araika ถูกใจ, Super ngOR ถูกใจ, พีพี.พูพู ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1683664 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2007045 ถูกใจ, Pierre De Gonzalez ถูกใจ, วิตามินบี ถูกใจ, Animator's ART ถูกใจรวมถึงอีก 74 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
เอกสารรับรอง ถ้าจำไม่ผิดมีมาตั้งแต่450ปีก่อนคริสกาล
ซึ่งมีการอ้างอึงจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่เป็นภาษฮีบรู ว่า Artaxerxes กษัตริย์แห่งเปอร์เซียได้มีเอกสารรับรองความปลอดภัยในกับกลุ่มคนที่เดินทางเข้าแคว้นยูเดีย
ส่วนกำเนิดที่มาใบผ่านแดนจริง น่าจะมาจากยุคกลางแถวเปอร์เซียเหมือกัน
เมื่อหัวหน้าศาสนาของอิสลาม จะเก็บภาษีการเข้าเมือง โดยมีราคาสำหรับคนมุสลิมและไม่ใช่คนมุสลิม
หลังจากนั้นหัวหน้าศาสนาจะออกใบว่าได้จ่ายเงินแล้ว ใบนี้จะเรียกว่า bara'a เพื่อใช้เดินทางผ่านเข้าประตูเมือง
ในช่วงถัดมาซึ่งอยู่ในยุคกลาง พระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษ(คศ.1414)ซึ่งขณะนั้นอังกฤษกับฝรั่งเศสยังมีสงคราม
เพราะอังกฤษต้องการรวมฝรั่งเศสไว้กับกษัตริย์คนเดียวกัน พระเจ้าเฮนรีที่ 5ทรงเริ่มให้ออกเอกสารติดตัวสำหรับพลเมืองราชอาณาจักร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงอาณาเขตการปกครองของราชอาณาจักรอังกฤษ
ส่วนคำว่าpass port จริงๆเริ่มมีในสมัยพระเจ้าจอร์จที่3 ซึ่งเป็นบัตรสำหรับผ่านขึ้นเรือเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
โดยมีSecretary of Stateเป็นผู้ทำ ควบคุมและดูแลบัตรผ่านแดนที่ท่าเรือ ซึ่งมีข้อแม้ว่าถ้าpass port หายจะไม่สามารถเข้าราชอาณาจักรได้
สมัยนั้นPass Port ไม่ได้เขียนติดกันเหมือนกันปัจจุบัน
ในเมืองไทย เริ่มแรกไม่ได้เรียกพาสปอร์ต แต่สมเด็จพระจุลจอมเกล้า(ร.5)ทรงให้มีเอกสารประจำตัว สำหรับบุคคลที่จะผ่านแดนข้ามมณฑล
ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงฯคราวเสด็จมลฑลอุดร ก็ทรงมีเอกสารประจำตัวนี้ติดตัวไว้ด้วย
ส่วนกฎหมายจริงๆในประเทศไทย พระมงกุฏเกล้า(ร.6) ทรงมีประกาศว่าด้วยผู้เดินทางไปนอกพระราชอาณาเขตร์ให้มีหนังสือเดินทาง
ถ้าไม่มีจะถูกกักไม่ให้เข้าประเทศ
ซึ่งมีการอ้างอึงจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ลที่เป็นภาษฮีบรู ว่า Artaxerxes กษัตริย์แห่งเปอร์เซียได้มีเอกสารรับรองความปลอดภัยในกับกลุ่มคนที่เดินทางเข้าแคว้นยูเดีย
ส่วนกำเนิดที่มาใบผ่านแดนจริง น่าจะมาจากยุคกลางแถวเปอร์เซียเหมือกัน
เมื่อหัวหน้าศาสนาของอิสลาม จะเก็บภาษีการเข้าเมือง โดยมีราคาสำหรับคนมุสลิมและไม่ใช่คนมุสลิม
หลังจากนั้นหัวหน้าศาสนาจะออกใบว่าได้จ่ายเงินแล้ว ใบนี้จะเรียกว่า bara'a เพื่อใช้เดินทางผ่านเข้าประตูเมือง
ในช่วงถัดมาซึ่งอยู่ในยุคกลาง พระเจ้าเฮนรีที่ 5 แห่งอังกฤษ(คศ.1414)ซึ่งขณะนั้นอังกฤษกับฝรั่งเศสยังมีสงคราม
เพราะอังกฤษต้องการรวมฝรั่งเศสไว้กับกษัตริย์คนเดียวกัน พระเจ้าเฮนรีที่ 5ทรงเริ่มให้ออกเอกสารติดตัวสำหรับพลเมืองราชอาณาจักร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงอาณาเขตการปกครองของราชอาณาจักรอังกฤษ
ส่วนคำว่าpass port จริงๆเริ่มมีในสมัยพระเจ้าจอร์จที่3 ซึ่งเป็นบัตรสำหรับผ่านขึ้นเรือเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
โดยมีSecretary of Stateเป็นผู้ทำ ควบคุมและดูแลบัตรผ่านแดนที่ท่าเรือ ซึ่งมีข้อแม้ว่าถ้าpass port หายจะไม่สามารถเข้าราชอาณาจักรได้
สมัยนั้นPass Port ไม่ได้เขียนติดกันเหมือนกันปัจจุบัน
ในเมืองไทย เริ่มแรกไม่ได้เรียกพาสปอร์ต แต่สมเด็จพระจุลจอมเกล้า(ร.5)ทรงให้มีเอกสารประจำตัว สำหรับบุคคลที่จะผ่านแดนข้ามมณฑล
ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงฯคราวเสด็จมลฑลอุดร ก็ทรงมีเอกสารประจำตัวนี้ติดตัวไว้ด้วย
ส่วนกฎหมายจริงๆในประเทศไทย พระมงกุฏเกล้า(ร.6) ทรงมีประกาศว่าด้วยผู้เดินทางไปนอกพระราชอาณาเขตร์ให้มีหนังสือเดินทาง
ถ้าไม่มีจะถูกกักไม่ให้เข้าประเทศ
Hunny_bieni ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1683664 ถูกใจ, แบกกล้องท่องโลก ถูกใจ, NMkrung ถูกใจ, Animator's ART ถูกใจ, JungleBoy ถูกใจ, zenestry ทึ่ง, เจ้าหญิงล่องลอยในหอคอยล่องหน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1972753 ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 2626325 ถูกใจรวมถึงอีก 22 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เมื่อ 100 กว่าปีก่อน การเดินทางข้ามประเทศ จะต้องมีพาสปอร์ต และต้องขอวีซ่าในบางประเทศ เหมือนปัจจุบันนี้รึป่าวครับ ??
ในรูปคือ คณะฑูตสยามได้ทูลถวายพระราชศาสน์และเครื่องราชบรรณาการแด่พระเจ้านโปเลียนที่ 3 แห่งประเทศฝรั่งเศส ถึงประเทศฝรั่งเศส ตอนนั้น คณะฑูตสยามเราต้องมีพาสปอร์ต และต้องขอวีซ่าแบบปัจจุบันนี้มั้ยครับ (ในรูปคณะฑูตไทยนี่นั่งลง ก้มกราบกับพื้น ทำความเคารพกษัตริย์ฝรั่งเศส กันอย่างนอบน้อม ผิดกับข้าราชบริพารของฝรั่งเศสเอง ที่ยืนค้ำหัวกษัตริย์กันอย่างสลอนเลย 55555)