ภายในห้องทดลองห้องหนึ่ง บนเตียงคนไข้ที่เหลือแค่เพียงเสื้อผ้าของผู้หญิง กับชายที่นั่งอยู่มุมห้องพร้อมกอดรูปภาพและร้องไห้นั้น เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นจากบาปของมนุษย์คนหนึ่ง ที่ต้องการสนองความต้องการของตนเพียงอย่างเดียว
ในโลกปัจจุบัน มนุษย์นั้นถวินหาความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของตนตลอดเวลา ทรัพย์สมบัติ ความมั่งคั่ง ความเจริญก้าวหน้า สติปัญญา โชคลาภ และความรัก ชายคนหนึ่งที่เกือบจะมีพร้อมทั้งหมด เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและคิดว่าทำไมสวรรค์ช่างกลั่นแกล้งกันนัก เขามีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการงาน ทรัพย์สมบัติ สติปัญญา มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาไขว่หาคือความรัก เป็นดั่งเหมือนคำสาปติดตัวที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้เลย เหตุการณ์เดิมๆที่วนซ้ำไปซ้ำมา เป็นเหมือนวงล้อโชคชะตาที่ไม่มีวันหมุนกลับทิศได้ ชายคนนั้นได้แต่นั่งมองท้องฟ้าและโทษชะตากรรมของตัวเองไปเรื่อยมา
ในที่ทำงานของชายคนนั้น เขาเป็นหัวหน้างานที่ดีของคนในแผนก ทุกคนต่างเรียกเขาว่า”อาจารย์” เพื่อยกย่องความเฉลียวฉลาดและสติปัญญาของเขา ทำให้มีหญิงสาวในที่ทำงานเดียวกันไม่น้อยนั้นจะแอบมีใจให้ บ้างก็มีมาเกี้ยวพาราสี แต่อาจารย์หนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เขาแสวงหาแต่ความรักที่จริงใจ เพราะเขานั้นเบื่อกับคำว่ารักที่แสร้งในคำหลอกลวง จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป หนุ่มสาวหน้าใหม่ก็ได้เข้ามาทำงานในที่แห่งนี้ ทำให้เขานั้นได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง วันเวลาแห่งความสุขนั้นได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กาลเวลายังเปลี่ยนแปลง ใจคนเองก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน สุดท้ายแล้วหญิงคนนั้นก็ได้จาก”อาจารย์”คนนั้นไปเพื่อที่จะหารักครั้งใหม่ และทิ้งคนรักเก่าไว้ข้างหลัง ชายหนุ่มเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าสุดท้ายแล้วโลกนี้เองก็คงทอดทิ้งเขาไปเช่นกัน เมื่อจิตใจเต็มไปด้วยอารมณ์ในด้านลบ เสียงแห่งซาตานก็ได้เข้ามาภายในหัวของเขา
ในห้องทดลองของเขาเต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายรูปแบบ มีชั้นหนึ่งที่มีแต่หนังสือเก่าๆ ชายผู้ที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองหยิบหนังสือเก่าๆเหล่านั้นออกมา หน้าปกหนังสือเขียนด้วยภาษาโบราณที่เก่าแก่มาก เขาเริ่มเก็บตัวอยู่แต่ในห้องและอ่านแต่หนังสือเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน จนวันหนึ่งเขาได้ลุกออกจากโซฟาและเริ่มรวบรวมสิ่งของสำหรับการทดลองและสารเคมีต่างๆ ในกระบอกบีกเกอร์ที่เต็มไปด้วยน้ำเปล่ากำลังเริ่มเดือดจากการถูกต้ม สารเคมีต่างๆเริ่มถูกใส่ผสมกันลงในบีกเกอร์และเขาก็เริ่มทำการคนสารเคมีให้เริ่มละลายและรวมเข้ากัน เมื่อน้ำระเหยไปจนหมดเหลือเพียงสิ่งที่คล้ายก้อนหินสีแดงเข้มอยู่ภายใน แต่มันไม่ใช่ก้อนหินหรือวัตถุแข็ง มันเป็นของเหลวที่ได้ชื่อว่าของแข็ง “ศิลา”
ผ่านไปหลายวันหลังจากที่หมกมุ่นกับการทดลอง เมื่ออาจารย์หนุ่มได้ทำการสร้างศิลาสำเร็จแล้วเขาก็ได้เริ่มหาวัตถุดิบในการทดลองต่อไป เขานำแท่งแก้วขนาดใหญ่กว่าตัวคนปกติเข้ามาและใส่น้ำลงไปโดยทำการอุ่นให้อุณหภูมิเทียบเท่าร่างกายมนุษย์ปกติ และเริ่มผสมสารเคมีและธาตุต่างๆเข้าไปในน้ำจนได้ของเหลวที่มีสภาวะคล้ายน้ำคร่ำในครรภ์มนุษย์ เมื่อทุกอย่างได้ถูกเตรียมพร้อมแล้ว ชายหนุ่มได้นำเอกสารในมือขึ้นมาอ่าน หัวข้อของมันคือ”การสร้างมนุษย์เทียม” เขาทำตามเอกสารในนั้นจนกระทั่งได้เกิดตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตขึ้นภายในแท่งแก้วนั่น “ในที่สุดก็จะถึงเวลานี้สักที” เขาได้พูดกับตัวเองและถอนหายใจเบาๆ สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นเป็นเพียงตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ไม่มีอะไรที่จะมายืนยันความสำเร็จของเขาได้เลย แต่เสียงของซาตานนั้นทำได้ เสียงที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเขาเรียกร้องให้ลงมือทำ เขาเริ่มนำศิลาใส่เข้าไปในแท่งแก้ว ศิลาได้ซึมเข้าไปในตัวอ่อนนั้นและเริ่มค่อยๆขยายตัวขึ้น
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไป ตัวอ่อนที่เขาได้สร้างขึ้นเติบโตจนเท่าเด็กทารกของมนุษย์แล้ว ลักษณะภายนอกไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ทั่วไป เด็กคนนี้ไม่มีอวัยวะหัวใจแต่มีศิลาเป็นเสมือนหัวใจแทน การทดลองนี้มีเพียงเพื่อนสนิทของเขาไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่อง ในตอนแรกทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้ แต่จนตอนนี้คนพวกนั้นไม่อาจจะเอ่ยคำพูดใดๆได้ แต่สิ่งที่อาจารย์หนุ่มกำลังทำอยู่นั้นคือสิ่งที่ผิดศีลธรรมเป็นอย่างมาก พวกเขาเข้ามาเตือนถึงเรื่องนี้แต่อาจารย์หนุ่มไม่สนใจและมุ่งการทดลองต่อไป เมื่อเด็กทารกได้เติบโตจนไม่สามารถอยู่ภายในแท่งแก้วได้ เขาจึงได้นำออกมาเลี้ยงข้างนอกแท่งแก้วนั้นต่อ เด็กทารกนั่นได้เติบโตกลายเป็นเด็กสาวแสนน่ารัก ดวงตาสีฟ้า ผมสีขาว จมูก และในหน้าของเด็กสาวคนนั้นเหมือนกับอาจารย์หนุ่มไม่มีผิด เพราะเขาได้ใส่ดีเอ็นเอของตัวเองลงไปในการทดลองด้วย เมื่อสาวน้อยโตขึ้นจนอายุประมาณแปดขวบได้ ชายหนุ่มได้นำยาที่เขาศึกษาในระหว่างนั้นมาฉีดให้เด็กสาว มันเป็นยาชะลอการเจริญเติบโตเพื่อที่เด็กสาวนั้นจะได้ไม่โตเร็วจนเกินไป บัดนี้เด็กสาวคนนั้นได้เริ่มใช้ชีวิตกับนักวิทยาศาสตร์หนุ่มอย่างกับมนุษย์ปกติคนหนึ่งแล้ว เขาได้ตั้งชื่อเด็กสาวคนนั้นว่า “เรย์” โดยมีความหมายในภาษาญี่ปุ่นคือเลขศูนย์
เวลาและวันคืนได้ผ่านไป พวกเขาทั้งสองมีความสุขมาก เด็กสาวเรียนรู้การใช้ชีวิตปกติทั่วไปโดยชายหนุ่มเป็นผู้สอนให้ทั้งหมด “ป๊ะป๊า” คือชื่อเรียกใหม่ของเขา ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน ทำอะไรต่างๆด้วยกันเสมือนพ่อลูกธรรมดา จนเวลาผ่านไปเป็นเดือน ปี เมื่อเด็กสาวได้เติบโตเป็นสาวน้อยวัยสิบหก ได้รู้จักโลกกว้างมากขึ้นกว่าในตอนแรก เธอมีเพื่อนเป็นพนักงานภายในห้องทดลองของป๊ะป๊าผู้เป็นพ่อ ชีวิตของเธอนั้นราบรื่นเป็นปกติเรื่อยมาจนวันหนึ่งที่เพื่อนของเธอได้ถามถึงครอบครัวของเธอ “แล้วแม่ของเรย์อยู่ที่ไหน” เพื่อนของสาวน้อยได้ถามขึ้น เรย์ไม่สามารถตอบได้เพราะเธอยังไม่รู้จักคำว่า”แม่”เลยด้วยซ้ำ เธอรู้เพียงแค่ว่าครอบครัวเธอมีเพียงป๊ะป๊าเท่านั้น “แม่ก็คือคนที่ให้กำเนิดเรามายังไงล่ะ” เพื่อนของเธอได้อธิบาย เรย์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะคนที่ให้กำเนิดเธอนั้นเป็นชายหนุ่มไม่ใช่หญิงสาวที่มีชื่อว่าแม่ เรย์จึงเข้าไปค้นหาข้อมูลในห้องสมุด เมื่อเรย์ค้นเจอถึงเรื่องการเกิดของมนุษย์ เธอก็เริ่มจำได้ว่าเธอนั้นคือใคร และเกิดข้นมาได้อย่างไร วันคืนที่แสนสงบสุขได้เริ่มจางหายไปแล้ว
เมื่อกลับไปถึงบ้าน เรย์ได้เข้าไปถามเรื่องแม่กับชายหนุ่ม ชายหนุ่มไม่กล้าที่จะตอบเพราะกลัวว่าเธอจะรู้ว่าเธอคือใคร แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว เรย์ได้เล่าถึงเรื่องที่เธอจำและรู้สึกได้ช่วงเวลาที่เธออยู่ในแท่งแก้วทดลองนั่น เธอบอกว่าทุกครั้งที่เธอหลับเธอจะฝันถึงใครสักคนหนึ่ง ที่คอยบอกกับเธอว่าการมีตัวตนของเธอนั้นเป็นสิ่งที่ผิด ชายหนุ่มรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร แต่เขาเองก็ไม่อยากจะเสียคนสำคัญของเขาไป เรย์คุกเขาลงและร้องไห้ เธอไม่ต้องการให้ชายหนุ่มทำเรื่องที่ผิดนี้ต่อไป เพราะอาจจะมีผลเสียต่อชายหนุ่มก็เป็นได้ เธอได้เสนอให้เขาฉีดยาเร่งการเจริญเติบโตเพื่อให้ร่างกายหมดสภาพลง หากเธอได้จากโลกนี้ไป สิ่งที่คอยตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอดนั้นจะยอมปล่อยเธอไป อาจารย์ไม่ยอมที่จะทำตามที่เรย์ได้เสนอ เขาได้ขังตัวเองไว้ในห้องทดลองเป็นเวลานาน ความกลัวที่จะเสียคนที่รักไปเข้าครอบงำสติและจิตใจของเขา เมื่อนานเข้าทางห้องทดลองได้มีมติจากที่ประชุมแล้วว่าจะตัดสินใจทำการปลดอาจารย์หนุ่มคนนี้ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ภายในห้องทดลอง เมื่อเรื่องที่ทำได้ทำในอดีตเริ่มแพร่พระจายออกไปทำให้เขาเริ่มสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป เขาเริ่มหันไปใช้ยาเสพติดเพื่อหลบหนีจากความจริงที่เผชิญอยู่
ต่ออีกหน้านะครับ มันยาวเกิน ฮ่าๆ
ติชมได้นะครับ มือใหม่หัดเขียนต้องขอฝากตัวด้วยนะครับ
เยี่ยมเพจได้ที่
https://www.facebook.com/sheepmoon
เรื่องสั้นแสนสั้น บาปของชายคนหนึ่ง
ในโลกปัจจุบัน มนุษย์นั้นถวินหาความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของตนตลอดเวลา ทรัพย์สมบัติ ความมั่งคั่ง ความเจริญก้าวหน้า สติปัญญา โชคลาภ และความรัก ชายคนหนึ่งที่เกือบจะมีพร้อมทั้งหมด เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและคิดว่าทำไมสวรรค์ช่างกลั่นแกล้งกันนัก เขามีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการงาน ทรัพย์สมบัติ สติปัญญา มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาไขว่หาคือความรัก เป็นดั่งเหมือนคำสาปติดตัวที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้เลย เหตุการณ์เดิมๆที่วนซ้ำไปซ้ำมา เป็นเหมือนวงล้อโชคชะตาที่ไม่มีวันหมุนกลับทิศได้ ชายคนนั้นได้แต่นั่งมองท้องฟ้าและโทษชะตากรรมของตัวเองไปเรื่อยมา
ในที่ทำงานของชายคนนั้น เขาเป็นหัวหน้างานที่ดีของคนในแผนก ทุกคนต่างเรียกเขาว่า”อาจารย์” เพื่อยกย่องความเฉลียวฉลาดและสติปัญญาของเขา ทำให้มีหญิงสาวในที่ทำงานเดียวกันไม่น้อยนั้นจะแอบมีใจให้ บ้างก็มีมาเกี้ยวพาราสี แต่อาจารย์หนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้สนใจแต่อย่างใด เขาแสวงหาแต่ความรักที่จริงใจ เพราะเขานั้นเบื่อกับคำว่ารักที่แสร้งในคำหลอกลวง จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป หนุ่มสาวหน้าใหม่ก็ได้เข้ามาทำงานในที่แห่งนี้ ทำให้เขานั้นได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง วันเวลาแห่งความสุขนั้นได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว กาลเวลายังเปลี่ยนแปลง ใจคนเองก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน สุดท้ายแล้วหญิงคนนั้นก็ได้จาก”อาจารย์”คนนั้นไปเพื่อที่จะหารักครั้งใหม่ และทิ้งคนรักเก่าไว้ข้างหลัง ชายหนุ่มเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าสุดท้ายแล้วโลกนี้เองก็คงทอดทิ้งเขาไปเช่นกัน เมื่อจิตใจเต็มไปด้วยอารมณ์ในด้านลบ เสียงแห่งซาตานก็ได้เข้ามาภายในหัวของเขา
ในห้องทดลองของเขาเต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายรูปแบบ มีชั้นหนึ่งที่มีแต่หนังสือเก่าๆ ชายผู้ที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองหยิบหนังสือเก่าๆเหล่านั้นออกมา หน้าปกหนังสือเขียนด้วยภาษาโบราณที่เก่าแก่มาก เขาเริ่มเก็บตัวอยู่แต่ในห้องและอ่านแต่หนังสือเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน จนวันหนึ่งเขาได้ลุกออกจากโซฟาและเริ่มรวบรวมสิ่งของสำหรับการทดลองและสารเคมีต่างๆ ในกระบอกบีกเกอร์ที่เต็มไปด้วยน้ำเปล่ากำลังเริ่มเดือดจากการถูกต้ม สารเคมีต่างๆเริ่มถูกใส่ผสมกันลงในบีกเกอร์และเขาก็เริ่มทำการคนสารเคมีให้เริ่มละลายและรวมเข้ากัน เมื่อน้ำระเหยไปจนหมดเหลือเพียงสิ่งที่คล้ายก้อนหินสีแดงเข้มอยู่ภายใน แต่มันไม่ใช่ก้อนหินหรือวัตถุแข็ง มันเป็นของเหลวที่ได้ชื่อว่าของแข็ง “ศิลา”
ผ่านไปหลายวันหลังจากที่หมกมุ่นกับการทดลอง เมื่ออาจารย์หนุ่มได้ทำการสร้างศิลาสำเร็จแล้วเขาก็ได้เริ่มหาวัตถุดิบในการทดลองต่อไป เขานำแท่งแก้วขนาดใหญ่กว่าตัวคนปกติเข้ามาและใส่น้ำลงไปโดยทำการอุ่นให้อุณหภูมิเทียบเท่าร่างกายมนุษย์ปกติ และเริ่มผสมสารเคมีและธาตุต่างๆเข้าไปในน้ำจนได้ของเหลวที่มีสภาวะคล้ายน้ำคร่ำในครรภ์มนุษย์ เมื่อทุกอย่างได้ถูกเตรียมพร้อมแล้ว ชายหนุ่มได้นำเอกสารในมือขึ้นมาอ่าน หัวข้อของมันคือ”การสร้างมนุษย์เทียม” เขาทำตามเอกสารในนั้นจนกระทั่งได้เกิดตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตขึ้นภายในแท่งแก้วนั่น “ในที่สุดก็จะถึงเวลานี้สักที” เขาได้พูดกับตัวเองและถอนหายใจเบาๆ สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นเป็นเพียงตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ไม่มีอะไรที่จะมายืนยันความสำเร็จของเขาได้เลย แต่เสียงของซาตานนั้นทำได้ เสียงที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเขาเรียกร้องให้ลงมือทำ เขาเริ่มนำศิลาใส่เข้าไปในแท่งแก้ว ศิลาได้ซึมเข้าไปในตัวอ่อนนั้นและเริ่มค่อยๆขยายตัวขึ้น
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไป ตัวอ่อนที่เขาได้สร้างขึ้นเติบโตจนเท่าเด็กทารกของมนุษย์แล้ว ลักษณะภายนอกไม่ต่างอะไรจากมนุษย์ทั่วไป เด็กคนนี้ไม่มีอวัยวะหัวใจแต่มีศิลาเป็นเสมือนหัวใจแทน การทดลองนี้มีเพียงเพื่อนสนิทของเขาไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่อง ในตอนแรกทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้ แต่จนตอนนี้คนพวกนั้นไม่อาจจะเอ่ยคำพูดใดๆได้ แต่สิ่งที่อาจารย์หนุ่มกำลังทำอยู่นั้นคือสิ่งที่ผิดศีลธรรมเป็นอย่างมาก พวกเขาเข้ามาเตือนถึงเรื่องนี้แต่อาจารย์หนุ่มไม่สนใจและมุ่งการทดลองต่อไป เมื่อเด็กทารกได้เติบโตจนไม่สามารถอยู่ภายในแท่งแก้วได้ เขาจึงได้นำออกมาเลี้ยงข้างนอกแท่งแก้วนั้นต่อ เด็กทารกนั่นได้เติบโตกลายเป็นเด็กสาวแสนน่ารัก ดวงตาสีฟ้า ผมสีขาว จมูก และในหน้าของเด็กสาวคนนั้นเหมือนกับอาจารย์หนุ่มไม่มีผิด เพราะเขาได้ใส่ดีเอ็นเอของตัวเองลงไปในการทดลองด้วย เมื่อสาวน้อยโตขึ้นจนอายุประมาณแปดขวบได้ ชายหนุ่มได้นำยาที่เขาศึกษาในระหว่างนั้นมาฉีดให้เด็กสาว มันเป็นยาชะลอการเจริญเติบโตเพื่อที่เด็กสาวนั้นจะได้ไม่โตเร็วจนเกินไป บัดนี้เด็กสาวคนนั้นได้เริ่มใช้ชีวิตกับนักวิทยาศาสตร์หนุ่มอย่างกับมนุษย์ปกติคนหนึ่งแล้ว เขาได้ตั้งชื่อเด็กสาวคนนั้นว่า “เรย์” โดยมีความหมายในภาษาญี่ปุ่นคือเลขศูนย์
เวลาและวันคืนได้ผ่านไป พวกเขาทั้งสองมีความสุขมาก เด็กสาวเรียนรู้การใช้ชีวิตปกติทั่วไปโดยชายหนุ่มเป็นผู้สอนให้ทั้งหมด “ป๊ะป๊า” คือชื่อเรียกใหม่ของเขา ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน ทำอะไรต่างๆด้วยกันเสมือนพ่อลูกธรรมดา จนเวลาผ่านไปเป็นเดือน ปี เมื่อเด็กสาวได้เติบโตเป็นสาวน้อยวัยสิบหก ได้รู้จักโลกกว้างมากขึ้นกว่าในตอนแรก เธอมีเพื่อนเป็นพนักงานภายในห้องทดลองของป๊ะป๊าผู้เป็นพ่อ ชีวิตของเธอนั้นราบรื่นเป็นปกติเรื่อยมาจนวันหนึ่งที่เพื่อนของเธอได้ถามถึงครอบครัวของเธอ “แล้วแม่ของเรย์อยู่ที่ไหน” เพื่อนของสาวน้อยได้ถามขึ้น เรย์ไม่สามารถตอบได้เพราะเธอยังไม่รู้จักคำว่า”แม่”เลยด้วยซ้ำ เธอรู้เพียงแค่ว่าครอบครัวเธอมีเพียงป๊ะป๊าเท่านั้น “แม่ก็คือคนที่ให้กำเนิดเรามายังไงล่ะ” เพื่อนของเธอได้อธิบาย เรย์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะคนที่ให้กำเนิดเธอนั้นเป็นชายหนุ่มไม่ใช่หญิงสาวที่มีชื่อว่าแม่ เรย์จึงเข้าไปค้นหาข้อมูลในห้องสมุด เมื่อเรย์ค้นเจอถึงเรื่องการเกิดของมนุษย์ เธอก็เริ่มจำได้ว่าเธอนั้นคือใคร และเกิดข้นมาได้อย่างไร วันคืนที่แสนสงบสุขได้เริ่มจางหายไปแล้ว
เมื่อกลับไปถึงบ้าน เรย์ได้เข้าไปถามเรื่องแม่กับชายหนุ่ม ชายหนุ่มไม่กล้าที่จะตอบเพราะกลัวว่าเธอจะรู้ว่าเธอคือใคร แต่นั่นก็สายไปเสียแล้ว เรย์ได้เล่าถึงเรื่องที่เธอจำและรู้สึกได้ช่วงเวลาที่เธออยู่ในแท่งแก้วทดลองนั่น เธอบอกว่าทุกครั้งที่เธอหลับเธอจะฝันถึงใครสักคนหนึ่ง ที่คอยบอกกับเธอว่าการมีตัวตนของเธอนั้นเป็นสิ่งที่ผิด ชายหนุ่มรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร แต่เขาเองก็ไม่อยากจะเสียคนสำคัญของเขาไป เรย์คุกเขาลงและร้องไห้ เธอไม่ต้องการให้ชายหนุ่มทำเรื่องที่ผิดนี้ต่อไป เพราะอาจจะมีผลเสียต่อชายหนุ่มก็เป็นได้ เธอได้เสนอให้เขาฉีดยาเร่งการเจริญเติบโตเพื่อให้ร่างกายหมดสภาพลง หากเธอได้จากโลกนี้ไป สิ่งที่คอยตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอดนั้นจะยอมปล่อยเธอไป อาจารย์ไม่ยอมที่จะทำตามที่เรย์ได้เสนอ เขาได้ขังตัวเองไว้ในห้องทดลองเป็นเวลานาน ความกลัวที่จะเสียคนที่รักไปเข้าครอบงำสติและจิตใจของเขา เมื่อนานเข้าทางห้องทดลองได้มีมติจากที่ประชุมแล้วว่าจะตัดสินใจทำการปลดอาจารย์หนุ่มคนนี้ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ภายในห้องทดลอง เมื่อเรื่องที่ทำได้ทำในอดีตเริ่มแพร่พระจายออกไปทำให้เขาเริ่มสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป เขาเริ่มหันไปใช้ยาเสพติดเพื่อหลบหนีจากความจริงที่เผชิญอยู่
ต่ออีกหน้านะครับ มันยาวเกิน ฮ่าๆ
ติชมได้นะครับ มือใหม่หัดเขียนต้องขอฝากตัวด้วยนะครับ
เยี่ยมเพจได้ที่ https://www.facebook.com/sheepmoon