สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นีเป็นกระทู้แรกของฉัน ตื่นเต้นจัง
เปิดตัวกระทู้แรก ชื่อเรื่องมันดูนิยายใช่มั้ยล่า
แต่จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้หญิงคนนึงล่ะ
มันอาจจะดูไร้สาระ แต่ก็นะ เราก็บ่นเฉยๆแหละ 555
เริ่มล่ะนะ
เรื่องราวนี้เริ่มต้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 สมัยที่ฉันยังเรียนอยู่ม.3 ในตอนนั้นฉันก็เป็นเด็กนักเรียนธรรมดาๆคนนึง ที่มีกลุ่มเพื่อนสนิทของตัวเอง กลุ่มของฉันมีสมาชิกอยู่ 6 คน ในที่นี้ขอไม่ลงรายละเอียดชื่อแซ่ของแต่ละคน พวกเราออกแนวจะไม่ค่อยสนใจเรียน ติดนิยายแจ่มใสกันทั้งกลุ่ม พวกเรานั่งอยู่หลังสุดของห้อง และนั่นก็เป็นที่มาของเรื่องราวหลังจากนั้น....
ห้องของฉันเป็นห้องโครงการพิเศษ พวกเรามีสมาชิกในห้องเรียนเพียง 23 คน เด็กผู้ชายมีเพียง 4 คน และนั่งอยู่หลังห้อง ข้างๆกันกับพวกฉัน และพวกเราก็สนิทกัน แต่คนที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุด เขาชื่อว่า "ป้อม" (นามสมมุติมาจากลักษณะภายนอกของเขา) ป้อมเป็นเด็กชายหน้าเหลี่ยมๆ นิสัยกวนๆ เฮฮา ร่าเริงมากๆ นั่นล่ะมั้งเลยทำให้ฉันและเขาสนิทกันง่ายมากๆ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเริ่มขึ้นมาได้ยังไง แต่มารู้ตัวอีกที ฉันกับป้อมก็สนิทกันมากๆ แบบคุยกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษากันได้เสมอ ไปไหนก็ไปด้วยกัน และวันนึงจุดที่ทำให้เรื่องราวยืดเยื้อยาวนานก็เกิดขึ้น ฉันและป้อมนั่งรียนข้างกันตลอดในทุกๆคาบเรียน
ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้มาตลอดจนวันนั้น ป้อมที่นั่งข้างๆกันอยู่ๆก็หันมาบอกฉันว่า 'ขอจับมือหน่อยสิ' ฉันก็งงๆว่าอะไรของมัน ในขณะที่ฉันกำลัง งง อยู่ๆป้อมก็คว้ามือของฉันไปจับซะเฉยๆ ฉันก็ยังคงงงอยู่ แต่ด้วยความที่เราสนิทกันมากๆ ก็เลยไม่ค่อยจะคิดว่าป้อมเป็นผู้ชายซะเท่าไหร่ เลยปล่อยให้จับไป (ลึกๆจริงๆฉันก็แอบรู้สึกอบอุ่นในใจ) และตั้งแต่เหตุการณ์ขอจับมือครั้งนั้น เราก็จับมือกันตลอดในทุกคาบเรียน จนเพื่อนๆในห้องพากันคิดไปว่าฉันกับป้อมเป็นแฟนกัน ทั้งที่มันไม่ใช่เลย เราสองคนต่างมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ป้อมเองมีรุ่นพี่ที่แอบชอบ ฉันเองก็รู้ ส่วนฉันก็แอบชอบเพื่อนข้างห้องที่อยู่โครงการเดียวกัน อันนี้เจ้าป้อมเองก็รู้เช่นกัน เราสองคนต่างบอกกันและกันว่าเราเป็นเพื่อนกันเนอะ จับมือแบบเพื่อนเนอะ ซึ่งฉันที่ตอนนั้นชอบเพื่อนข้างห้องอยู่ก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เรื่องราวมันก็ดำเนินไปอย่างนั้นทุกๆวัน จนกระทั่งวันนึงป้อมก็แปลกไป อยู่ๆก็ไม่คุย ไม่พูดกับฉัน ย้ายไปนั่งตรงอื่น ซึ่งฉันก็งงมากๆว่ามันเป็นอะไร ด้วยความข้องใจมากๆเลยเดินไปถามตอนหลังเสียงกริ่งหมดเวลาคาบสุดท้ายดังว่า 'แกเป็นอะไรรึเปล่า' ป้อมก็ตอบมานิ่งๆว่า 'เก็บของแปปนึง มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง' ฉันก็ใจไม่ดีแล้ว ว่าเพื่อนป้อมคนนี้เป็นอะไร เรารอจนเพื่อนๆออกจากห้องกันไปหมด ป้อมจึงเดินมาหาฉัน พร้อมเงยหน้าทั้งน้ำตาและพูดว่า 'แก ขอกอดหน่อย' และฉันที่ยังงง(งงตลอดเวลา) ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร ป้อมก็ดิ่งมากอดฉันแล้วร้องไห้ ฉันก็งงดิ เอ๋อไปเลยตอนนั้น แต่แล้วความซวยก็เกิดขึ้นเมื่อ..... คนที่ฉันชอบดันเสร่อเดินเข้ามาเห็นพอดี เท่านั้นแหละเป็นเรื่อง พอฉันกลับบ้านไป คนที่ฉันแอบชอบก็ทักเอ็มเอสเอ็นมาด่าเละเลย ตั้งแต่วันนั้นฉันก็กลายเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกับเขาไปเลย T^T แต่สำหรับฉันกับป้อม ก็ยังเหมือนเดิม ยังนั่งจับมือกันจนถึงวันสุดท้ายของการเรียน ม.3 และเพราะการกระทำแบบนั้นมันเลยเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีๆ แต่ด้วยเราต้องแยกย้ายกันไปแล้ว ฉันเลยหยุดความรู้สึกนั้นไว้ จะว่าหยุดก็ไม่ใช่อ่ะ ฝังไว้ดีกว่า
จนตอนนี้เวลาผ่านเลยมา 3 ปีแล้ว ฉันและป้อมก็แยกย้ายไปเรียนในสาขาที่ตัวเองชอบ ฉันยังคงเลือกเรียนโครงการพิเศษสายภาษาเหมือนตอนม.ต้น แต่ป้อมย้ายไปเรียนสายวิทย์-คณิต แต่ยังอยู่โรงเรียนเดียวกันนะ แต่เหมือนคนไม่รู้จักเลย เหมือนวงโคจรชีวิตเราและเขามันกระจุยกระจายไปคนล่ะทาง ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ เพื่อนใหม่ เขามีแฟน ฉันก็มีแฟน คบๆเลิกๆ กันไป จนวันนึงฉันเก็บกวาดห้องที่แสนจะรกรุงรังของตัวเอง เลยได้ไปเจอกับเฟรนด์ชิพที่เคยให้เพื่อนๆเขียน ฉันเปิดดูทุกหน้า นั่งอ่านอยู่นาน แล้วก็ดันเปิดไปเจอหน้ากลางของเฟรนด์ชิพ ซึ่งเป็นหน้าที่ป้อมเขียน แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า เขาเขียนด้วย เพราะตอนนั้นฉันทิ้งเฟรนชิพไว้กับเขา และบินไปเกาหลี กลับมาเขาบอกฉันว่า 'ไม่ได้เขียนอ่ะ กากๆ คนเท่ห์เขาไม่ทำกันหรอก' แต่จริงไเขาเขียนแล้วไม่บอกฉัน ฉันที่ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากๆ ก็เลยถ่ายรูปและส่งไปให้เขาดูในเฟสบุ๊ค ว่า 'ไหนว่าไม่เขียนไง' เขาก็หัวเราะ และเราก็เริ่มคุยกันถึงเรื่องเก่าๆในตอนนั้น จนมาถึงประเด็น ..
ฉัน : แกทำไมตอนนั้นแกถึงจับมือฉันวะ?
ป้อม:ไม่บอกแกหรอก
ฉัน:เห้ย บอกหน่อย
ป้อม: คงเพราะรู้สึกดีมั้ง
ฉัน : รู้สึกดี .. อะไร?
ป้อม : ก็รู้สึกดีที่ได้จับมือแก ชอบจับมือแก
ฉัน : อะไรของแกวะ ไม่เก็ทอ่ะ
ป้อม : โห้ย โง่จัง ก็รู้สึกดีไง ชอบจับอ่ะ ไม่ได้ไงวะ
ฉัน : อ๋อ เออ ชอบจับมือคนอื่นด้วยดิ
ป้อม : ไม่ๆ แค่กับแก จับแค่มือแกคนเดียว เคยเห็นเราจับมือคนอื่นมั้ยล่ะ ก็มีแค่แก
ฉัน : -///- เออ ไม่เคย
ป้อม : รู้สึกดีเข้าใจป่ะ ได้จับมือนั่นคือความสุข ได้กอดในวันที่เสียใจ

โคตรจะอบอุ่น
และเพราะบทสนทนาในตอนนั้น มันทำให้เราเหมือนจะกลับมาสนิทกันอย่างเคยมั้ง เหมือนคิดถึงความรู้สึกของเมื่อก่อน เราก็เลยพยายามจะย้อนกลับไปในตอนนั้น วันนึงที่เป็นคาบพักกลางวัน ป้อมก็เรียกฉันให้ไปหาเขาที่ห้องสมุดของโรงเรียน บอกว่ามีเรื่องจะเม้าท์ด้วย ฉันก็ไปหาป้อมที่นั่งปั่นงานอยู่ในห้องสมุด แต่ไม่เห็นมันจะชวนฉันคุยตรงไหนเลย นอกจากนั่งปั่นงาน บ่นๆว่างานเยอะ เหนื่อยจัง และวางปากกาลง จากนั้นก็คว้ามือฉันไปจับ บอกเลยว่าตอนนั้นความรู้สึกที่มีคือ ใจสั่นมากๆ เหมือนความรู้สึกตอนม.3มันกลับมาอีกครั้ง และชัดเจนยิ่งกว่าเดิม มือหนาๆของเขาที่เคยจับเรามันก็ยังอุ่นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แต่เวลาพักของโรงเรียนเรามันน้อยนิดเท่าหางอึ่ง พวกเราก็เลยแยกย้ายกันไปเรียน หลังจากที่นั่งคุยกันได้ไม่นาน พอตกเย็นกลับบ้านมา อาบน้ำอาบท่าเสร็จ เราก็คุยกันในเฟสบุ๊ค และก็ย้ายมาในไลน์พอเริ่มดึก จากนั้นก็คอลวิดีโอกันยันตีสอง เป็นอย่างนี้ไปประมาณอาทิตย์นึง จนฉันเองเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความรู้สึกของเราสองคน เลยลองถามเขาไป เขาก็ตอบมาว่า
ฉัน : เห้ย ถามจริงๆที่ทำไปนี่คิดอะไรรึเปล่า
ป้อม : แล้วแกล่ะ
ฉัน : เราถามแกก่อนนนะเว้ย
ป้อม : นั่นดิ เราคิดไรกับแกวะ
ฉัน : เราจะรู้กับแกมั้ย
ป้อม : รู้สึกดี มากกว่าเพื่อนหน่อยๆ แกล่ะ?
ฉัน : ก็ดีอ่ะ
แต่จู่ๆความรู้สึกดีๆที่พุ่งขึ้นจนขีดสูงสุด ก็ถูกทิ้งให้ค้างเติ่งไว้อย่างนั้น จนวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบให้ความสัมพันธ์ของเราสองคน ...
รักแสบใสของนายป้อมกับนางสาวแคระแกร็น
เปิดตัวกระทู้แรก ชื่อเรื่องมันดูนิยายใช่มั้ยล่า
แต่จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผู้หญิงคนนึงล่ะ
มันอาจจะดูไร้สาระ แต่ก็นะ เราก็บ่นเฉยๆแหละ 555
เริ่มล่ะนะ
เรื่องราวนี้เริ่มต้นเมื่อปีพ.ศ. 2555 สมัยที่ฉันยังเรียนอยู่ม.3 ในตอนนั้นฉันก็เป็นเด็กนักเรียนธรรมดาๆคนนึง ที่มีกลุ่มเพื่อนสนิทของตัวเอง กลุ่มของฉันมีสมาชิกอยู่ 6 คน ในที่นี้ขอไม่ลงรายละเอียดชื่อแซ่ของแต่ละคน พวกเราออกแนวจะไม่ค่อยสนใจเรียน ติดนิยายแจ่มใสกันทั้งกลุ่ม พวกเรานั่งอยู่หลังสุดของห้อง และนั่นก็เป็นที่มาของเรื่องราวหลังจากนั้น....
ห้องของฉันเป็นห้องโครงการพิเศษ พวกเรามีสมาชิกในห้องเรียนเพียง 23 คน เด็กผู้ชายมีเพียง 4 คน และนั่งอยู่หลังห้อง ข้างๆกันกับพวกฉัน และพวกเราก็สนิทกัน แต่คนที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุด เขาชื่อว่า "ป้อม" (นามสมมุติมาจากลักษณะภายนอกของเขา) ป้อมเป็นเด็กชายหน้าเหลี่ยมๆ นิสัยกวนๆ เฮฮา ร่าเริงมากๆ นั่นล่ะมั้งเลยทำให้ฉันและเขาสนิทกันง่ายมากๆ ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวเหล่านี้มันเริ่มขึ้นมาได้ยังไง แต่มารู้ตัวอีกที ฉันกับป้อมก็สนิทกันมากๆ แบบคุยกันได้ทุกเรื่อง ปรึกษากันได้เสมอ ไปไหนก็ไปด้วยกัน และวันนึงจุดที่ทำให้เรื่องราวยืดเยื้อยาวนานก็เกิดขึ้น ฉันและป้อมนั่งรียนข้างกันตลอดในทุกๆคาบเรียน
ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้มาตลอดจนวันนั้น ป้อมที่นั่งข้างๆกันอยู่ๆก็หันมาบอกฉันว่า 'ขอจับมือหน่อยสิ' ฉันก็งงๆว่าอะไรของมัน ในขณะที่ฉันกำลัง งง อยู่ๆป้อมก็คว้ามือของฉันไปจับซะเฉยๆ ฉันก็ยังคงงงอยู่ แต่ด้วยความที่เราสนิทกันมากๆ ก็เลยไม่ค่อยจะคิดว่าป้อมเป็นผู้ชายซะเท่าไหร่ เลยปล่อยให้จับไป (ลึกๆจริงๆฉันก็แอบรู้สึกอบอุ่นในใจ) และตั้งแต่เหตุการณ์ขอจับมือครั้งนั้น เราก็จับมือกันตลอดในทุกคาบเรียน จนเพื่อนๆในห้องพากันคิดไปว่าฉันกับป้อมเป็นแฟนกัน ทั้งที่มันไม่ใช่เลย เราสองคนต่างมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ป้อมเองมีรุ่นพี่ที่แอบชอบ ฉันเองก็รู้ ส่วนฉันก็แอบชอบเพื่อนข้างห้องที่อยู่โครงการเดียวกัน อันนี้เจ้าป้อมเองก็รู้เช่นกัน เราสองคนต่างบอกกันและกันว่าเราเป็นเพื่อนกันเนอะ จับมือแบบเพื่อนเนอะ ซึ่งฉันที่ตอนนั้นชอบเพื่อนข้างห้องอยู่ก็คิดแบบนั้นเช่นกัน เรื่องราวมันก็ดำเนินไปอย่างนั้นทุกๆวัน จนกระทั่งวันนึงป้อมก็แปลกไป อยู่ๆก็ไม่คุย ไม่พูดกับฉัน ย้ายไปนั่งตรงอื่น ซึ่งฉันก็งงมากๆว่ามันเป็นอะไร ด้วยความข้องใจมากๆเลยเดินไปถามตอนหลังเสียงกริ่งหมดเวลาคาบสุดท้ายดังว่า 'แกเป็นอะไรรึเปล่า' ป้อมก็ตอบมานิ่งๆว่า 'เก็บของแปปนึง มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง' ฉันก็ใจไม่ดีแล้ว ว่าเพื่อนป้อมคนนี้เป็นอะไร เรารอจนเพื่อนๆออกจากห้องกันไปหมด ป้อมจึงเดินมาหาฉัน พร้อมเงยหน้าทั้งน้ำตาและพูดว่า 'แก ขอกอดหน่อย' และฉันที่ยังงง(งงตลอดเวลา) ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร ป้อมก็ดิ่งมากอดฉันแล้วร้องไห้ ฉันก็งงดิ เอ๋อไปเลยตอนนั้น แต่แล้วความซวยก็เกิดขึ้นเมื่อ..... คนที่ฉันชอบดันเสร่อเดินเข้ามาเห็นพอดี เท่านั้นแหละเป็นเรื่อง พอฉันกลับบ้านไป คนที่ฉันแอบชอบก็ทักเอ็มเอสเอ็นมาด่าเละเลย ตั้งแต่วันนั้นฉันก็กลายเป็นเหมือนคนไม่รู้จักกับเขาไปเลย T^T แต่สำหรับฉันกับป้อม ก็ยังเหมือนเดิม ยังนั่งจับมือกันจนถึงวันสุดท้ายของการเรียน ม.3 และเพราะการกระทำแบบนั้นมันเลยเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกดีๆ แต่ด้วยเราต้องแยกย้ายกันไปแล้ว ฉันเลยหยุดความรู้สึกนั้นไว้ จะว่าหยุดก็ไม่ใช่อ่ะ ฝังไว้ดีกว่า
จนตอนนี้เวลาผ่านเลยมา 3 ปีแล้ว ฉันและป้อมก็แยกย้ายไปเรียนในสาขาที่ตัวเองชอบ ฉันยังคงเลือกเรียนโครงการพิเศษสายภาษาเหมือนตอนม.ต้น แต่ป้อมย้ายไปเรียนสายวิทย์-คณิต แต่ยังอยู่โรงเรียนเดียวกันนะ แต่เหมือนคนไม่รู้จักเลย เหมือนวงโคจรชีวิตเราและเขามันกระจุยกระจายไปคนล่ะทาง ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ เพื่อนใหม่ เขามีแฟน ฉันก็มีแฟน คบๆเลิกๆ กันไป จนวันนึงฉันเก็บกวาดห้องที่แสนจะรกรุงรังของตัวเอง เลยได้ไปเจอกับเฟรนด์ชิพที่เคยให้เพื่อนๆเขียน ฉันเปิดดูทุกหน้า นั่งอ่านอยู่นาน แล้วก็ดันเปิดไปเจอหน้ากลางของเฟรนด์ชิพ ซึ่งเป็นหน้าที่ป้อมเขียน แต่ฉันไม่เคยรู้เลยว่า เขาเขียนด้วย เพราะตอนนั้นฉันทิ้งเฟรนชิพไว้กับเขา และบินไปเกาหลี กลับมาเขาบอกฉันว่า 'ไม่ได้เขียนอ่ะ กากๆ คนเท่ห์เขาไม่ทำกันหรอก' แต่จริงไเขาเขียนแล้วไม่บอกฉัน ฉันที่ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากๆ ก็เลยถ่ายรูปและส่งไปให้เขาดูในเฟสบุ๊ค ว่า 'ไหนว่าไม่เขียนไง' เขาก็หัวเราะ และเราก็เริ่มคุยกันถึงเรื่องเก่าๆในตอนนั้น จนมาถึงประเด็น ..
ฉัน : แกทำไมตอนนั้นแกถึงจับมือฉันวะ?
ป้อม:ไม่บอกแกหรอก
ฉัน:เห้ย บอกหน่อย
ป้อม: คงเพราะรู้สึกดีมั้ง
ฉัน : รู้สึกดี .. อะไร?
ป้อม : ก็รู้สึกดีที่ได้จับมือแก ชอบจับมือแก
ฉัน : อะไรของแกวะ ไม่เก็ทอ่ะ
ป้อม : โห้ย โง่จัง ก็รู้สึกดีไง ชอบจับอ่ะ ไม่ได้ไงวะ
ฉัน : อ๋อ เออ ชอบจับมือคนอื่นด้วยดิ
ป้อม : ไม่ๆ แค่กับแก จับแค่มือแกคนเดียว เคยเห็นเราจับมือคนอื่นมั้ยล่ะ ก็มีแค่แก
ฉัน : -///- เออ ไม่เคย
ป้อม : รู้สึกดีเข้าใจป่ะ ได้จับมือนั่นคือความสุข ได้กอดในวันที่เสียใจ
และเพราะบทสนทนาในตอนนั้น มันทำให้เราเหมือนจะกลับมาสนิทกันอย่างเคยมั้ง เหมือนคิดถึงความรู้สึกของเมื่อก่อน เราก็เลยพยายามจะย้อนกลับไปในตอนนั้น วันนึงที่เป็นคาบพักกลางวัน ป้อมก็เรียกฉันให้ไปหาเขาที่ห้องสมุดของโรงเรียน บอกว่ามีเรื่องจะเม้าท์ด้วย ฉันก็ไปหาป้อมที่นั่งปั่นงานอยู่ในห้องสมุด แต่ไม่เห็นมันจะชวนฉันคุยตรงไหนเลย นอกจากนั่งปั่นงาน บ่นๆว่างานเยอะ เหนื่อยจัง และวางปากกาลง จากนั้นก็คว้ามือฉันไปจับ บอกเลยว่าตอนนั้นความรู้สึกที่มีคือ ใจสั่นมากๆ เหมือนความรู้สึกตอนม.3มันกลับมาอีกครั้ง และชัดเจนยิ่งกว่าเดิม มือหนาๆของเขาที่เคยจับเรามันก็ยังอุ่นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แต่เวลาพักของโรงเรียนเรามันน้อยนิดเท่าหางอึ่ง พวกเราก็เลยแยกย้ายกันไปเรียน หลังจากที่นั่งคุยกันได้ไม่นาน พอตกเย็นกลับบ้านมา อาบน้ำอาบท่าเสร็จ เราก็คุยกันในเฟสบุ๊ค และก็ย้ายมาในไลน์พอเริ่มดึก จากนั้นก็คอลวิดีโอกันยันตีสอง เป็นอย่างนี้ไปประมาณอาทิตย์นึง จนฉันเองเริ่มตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความรู้สึกของเราสองคน เลยลองถามเขาไป เขาก็ตอบมาว่า
ฉัน : เห้ย ถามจริงๆที่ทำไปนี่คิดอะไรรึเปล่า
ป้อม : แล้วแกล่ะ
ฉัน : เราถามแกก่อนนนะเว้ย
ป้อม : นั่นดิ เราคิดไรกับแกวะ
ฉัน : เราจะรู้กับแกมั้ย
ป้อม : รู้สึกดี มากกว่าเพื่อนหน่อยๆ แกล่ะ?
ฉัน : ก็ดีอ่ะ
แต่จู่ๆความรู้สึกดีๆที่พุ่งขึ้นจนขีดสูงสุด ก็ถูกทิ้งให้ค้างเติ่งไว้อย่างนั้น จนวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบให้ความสัมพันธ์ของเราสองคน ...