#‎แนะนำหนังคลาสสิค‬ Lost Horizon (1937) กับ 4 เหตุผลทำไมต้องหามาดู

Lost Horizon (1937) ภาพยนตร์ขาวดำที่สร้างจากนวนิยายที่ถูกเขียนในปีค.ศ. 1933 โดย เจมส์ ฮิลตัน (James Hilton)
นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ ผู้คว้ารางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Mrs. Miniver (1942)
ของผู้กำกับวิลเลี่ยม ไวเลอร์ (William Wyler) และยังเป็นผู้แต่งเรื่อง Goodbye, Mr. Chips ที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยเหมือนกัน นวนิยายเรื่อง Lost Horizon นอกจากจะสร้างเป็นภาพยนตร์ในปีค.ศ. 1937 แล้ว ยังถูกนำกลับมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในรูปแบบของภาพสีในปีค.ศ. 1973 นำโดยนักแสดงดังอย่าง ปีเตอร์ ฟินช์ (Peter Finch) ที่รู้จักกันดีในบทฮาวเวิร์ด บีล (Howard Beale) จากเรื่อง Network (1976), ลิฟ อุลมานน์ (Liv Ullmann) นักแสดงคู่บุญและอดีตคู่รักของผู้กำกับอิงมาร์ เบิร์กแมน (Ingmar Bergman) และกำกับโดย ชาร์ลส์ จาร์รอตต์ (Charles Jarrott) ฟังเฉพาะดีกรีนักแสดงก็น่าดูแล้ว แต่ที่จะพูดถึงและแนะนำเป็นของปี 1933 กำกับโดย แฟรงก์ คาปรา (Frank Capra)

    ต้นฉบับเดิมของเรื่อง Lost Horizon ที่ปล่อยออกมาในปีค.ศ. 1937 มีความยาวทั้งหมด 132 นาที หลังจากนั้นถูกหั่นออกไป 25 นาที อาจเป็นเพราะความประสงค์ของทางสตูดิโอ (โคลัมเบียพิกเจอส์ ณ ขณะนั้น) เพื่อให้ได้เวอร์ชันที่สั้นลงและกระชับยิ่งขึ้น จนเวลาผ่านไปในปีค.ศ. 1967 ต้นฉบับสำเนาที่มีความยาวเดิมเสื่อมสภาพและไม่ได้คัดลอกสำเนาเอาไว้เป็นรูปธรรมชัดเจน จึงเป็นสาเหตุให้ว่าทำไมต้นฉบับเวลาเดิมถึงสูญหาย แต่ยังไม่วาย เพราะที่ผมได้ดูนั้นเป็นเวอร์ชันที่ถูกบูรณะใหม่โดยโรเบิร์ต กิตต์ (Robert Gitt) หรืออีกชื่อนึงว่าบ๊อบ กิตต์ (Bob Gitt) ที่ใช้เวลาเป็น 13 ปี ในการตามหาฟุตเทจที่หายไปของหนังเรื่องนี้ โดยได้รับการสนับสนุนทั้ง สถาบันภาพยนตร์อเมริกัน (American Film Institute หรือ AFI) ที่เขาทำงานอยู่ในช่วงแรก และมาสานต่อตอนที่เขาทำงานเป็น Preservation Officer ให้กับ Film & Television Archive ของทางมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และการสนับสนุนจากทางโคลัมเบียพิกเจอส์ (Columbia Pictures) จนได้ความยาวทั้งหมด 125 นาที แต่ก็ยังมีฟุตเทจที่หายไปอีก 7 นาที จึงทำให้บางเฟรมต้องแช่ภาพนิ่งไว้ ตอนแรกที่ยังไม่รู้ก็นึกว่าเป็นเทคนิคของทางผู้กำกับ จนทำให้ผมนึกถึงหนังสั้นฝรั่งเศสเรื่องนึงชื่อว่า La Jetée (1962) เป็นหนังเกี่ยวกับการท่องเวลา ที่ทั้งเรื่องจะใช้ภาพนิ่งเป็นตัวเล่าเรื่อง กำกับและเขียนบทโดย คริส มาร์กเกอร์ (Chris Marker) ถึงยังไงไม่ว่าฟุตเทจจะหายไป 7 นาที แต่ผมกลับชอบการใช้เทคนิคโดยการนำภาพนิ่งมาแช่ไว้ แล้วมีเสียงต้นฉบับประกอบคงเดิม มันยิ่งทำให้หนัง
สบบูรณ์แบบขึ้นสำหรับผม เป็นสิ่งที่น่าหลงใหลและชวนค้นหา ทำให้เราเข้าถึงแก่นแท้ของตัวหนัง
  ปัจจุบันเรื่อง Lost Horizon (1937) ถูกเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้กับทางโซนี่พิคเจอร์ส (Sony Pictures) บริษัทลูกของโซนี่
(Sony Corporation) ซึ่งเข้าไปซื้อกิจการของทางโคลัมเบียพิกเจอส์ เรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างของการอนุรักษ์หนังเก่าที่ทรงคุณค่าไว้

Lost Horizon (1937) สามารถหาดูได้ทาง iTunes


ติดตามและพูดคุยเกี่ยวกับหนังคลาสสิคได้ที่ https://www.facebook.com/nangclassics

    ผมอยากให้เด็กหรือคนรุ่นใหม่หันมามองและดูหนังคลาสสิคบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าผมเป็นคนแก่อนุรักษ์นิยม ที่จริงแล้วผมก็เป็นคนนึงที่เกิดมาในยุคหลัง ดูหนังตลาดมาแล้วหลายเรื่อง ปัจจุบันก็ยังดูอยู่ จนมาวันหนึ่งก็ลองหาดูว่าหนังเมื่อก่อนมีอะไรบ้าง ปรากฏว่าเมื่อดูจบแล้ว ทำให้ผมชอบและถูกรสนิยมมาก เราพลาดไปได้อย่างไร อย่าปล่อยคำว่ามันเป็น "หนังเก่า" แล้วเขาลือต่อๆกันมาว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ มาบดบังความคิดคุณ เพราะว่ามันยังคงสดใหม่เสมอหากคุณยังไม่ได้ลองสัมผัสมันด้วยตัวเอง
และนี่คือ 4 เหตุผลที่ผมแนะนำเรื่อง Lost Horizon (1937) ว่าทำไมถึงต้องดู

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่