ยุ่นปี่น่าจะออก QE อีกรอบหุ้นเตรียมขึ้น

กระทู้คำถาม
"ญี่ปุ่น" จ่อถดถอยรอบใหม่ กดดัน "BOJ" ใช้ยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ

Prev1 of 1Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 04 ต.ค. 2558 เวลา 12:00:25 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังออกอาการเป๋ จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนรวมถึงปัญหาภายในของญี่ปุ่นเอง ตัวเลขเศรษฐกิจที่ทยอยออกมาล้วนน่าผิดหวังและส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน ว่า ยากจะหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิครอบสอง นับตั้งแต่ นายชินโสะ อาเบะก้าวสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีช่วงปลายปี 2555

ถดถอยเรียบร้อยแล้ว

จากการรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของจีดีพีญี่ปุ่นลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย 0.5% ตามรอยเดือนกรกฎาคมที่ลดลง 0.6% ขณะที่ตัวเลขเดือนกันยายนคาดว่าจะเติบโตเพียง 0.1% ทำให้ตัวเลขรวมของไตรมาสสามมีความเป็นไปได้สูงที่จะติดลบ ซึ่งจะส่งผลให้การขยายตัวเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสดังกล่าวพลอยอยู่ในแดนลบ ตามไปด้วย

นายมาซามิชิ อดาชิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากเจพีมอร์แกน มองว่า "เราอาจจะอยู่ในภาวะถดถอยทางเทคนิคเรียบร้อยแล้ว" ซึ่งหมายถึงภาวะที่เศรษฐกิจหดตัวสองไตรมาสติดต่อกัน โดยคาดว่าไตรมาสที่แล้วจีดีพีญี่ปุ่นน่าจะขยายตัวติดลบ 1.0% หลังจากในไตรมาสสองของปีนี้ติดลบไป 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557



ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะติดกับดักถดถอยอีกครั้งถือเป็น ข่าวร้ายสำหรับนายอาเบะ ที่คะแนนนิยมตกต่ำ และวางเดิมพันอนาคตทางการเมืองของตนไว้ที่สภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยนายอาเบะให้คำมั่นว่าจะดึงญี่ปุ่นออกจากภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาเกือบ 2 ทศวรรษให้ได้

ธุรกิจขาดความเชื่อมั่น

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นของบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ในภาคการผลิตประจำเดือนกันยายนลดลงเหลือ 12 จากระดับ 15 ในเดือนมิถุนายน และคาดว่าจะทรุดเหลือระดับ 10 ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของภาคการผลิตในประเทศต่อความเปราะบางของเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นเอง ตลอดจนภาวะซบเซาของจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของญี่ปุ่น โดยยอดการส่งออกไปจีนในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาลดลง 4.6% เทียบปีต่อปี ฉุดให้ภาพรวมการส่งออกย่ำแย่ไปด้วย

การขาดความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ญี่ปุ่นนับเป็นเรื่องที่น่าวิตก เพราะเซ็กเตอร์ดังกล่าวเป็นผู้ที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ "อาเบะโนมิกส์" มากที่สุด โดยเงินเยนที่อ่อนค่าลงช่วยกระตุ้นการส่งออกของบริษัทชั้นนำในญี่ปุ่นทั้ง ยังช่วยให้กำไรในรูปเงินเยนพุ่งสูงเป็นสถิติด้วย ภาคธุรกิจเป็นความหวังของนายอาเบะว่าเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นผ่านการลงทุนขยายกิจการตลอดจนการเพิ่มค่าจ้างแรงงาน

แต่ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจกลับเก็บกำไรที่พุ่งสูงขึ้นไว้เฉย ๆ เห็นได้จากยอดเงินสดและเงินฝากของบริษัทญี่ปุ่นในไตรมาสสองของปีนี้เพิ่ม ขึ้นเป็น 243 ล้านล้านเยน (2 ล้านล้านดอลลาร์) ขณะที่มูลค่าการลงทุนแผ่วลง 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี ซึ่งการลงทุนเพิ่มขึ้น 2.6%

ภาคครัวเรือนอ่วม

นอกจากดีมานด์ภายนอกประเทศจะซบเซาแล้ว การจับจ่ายของผู้บริโภคญี่ปุ่นก็แผ่วเช่นกัน เนื่องจากการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารกลาง (BOJ) ผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลกระตุ้นให้เงินเฟ้อขยับสูงขึ้น ซึ่งหมายถึงการพุ่งขึ้นของราคาสินค้าและบริการ สวนทางกับค่าจ้างแรงงานที่ขยับขึ้นน้อยมาก ส่งผลให้อำนาจซื้อของผู้บริโภคลดลง ประกอบกับการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 5% เป็น 8% ในเดือนเมษายนปี 2557 ที่ยังส่งแรงสะเทือนมาถึงปัจจุบัน "ภาระที่เพิ่มขึ้นจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำและทำให้การบริโภคลดลง อย่างมากหลังจากนั้น" นายเอซึโระ ฮอนดะ ที่ปรึกษาพิเศษของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุ

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีแผนจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเฟสสองเป็น 10% ในเดือนเมษายน 2560 ซึ่งเป็นเหมือนเมฆดำมืดที่ลอยอยู่เบื้องหน้า บีบให้ผู้บริโภคญี่ปุ่นต้องระมัดระวังการใช้จ่ายและเก็บออมมากขึ้นเพราะยัง ไม่มีแนวโน้มว่ารายได้จะปรับขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน

เพิ่มโดสยากระตุ้น

แม้ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการBOJ จะยืนยันว่า จะยังไม่ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการเงินญี่ปุ่นต่างเห็นตรงกันว่า นายคุโรดะจะตัดสินใจเพิ่มยาแรงในอนาคตอันใกล้ อย่างเร็วสุดน่าจะเป็นการประชุม BOJ เดือนนี้

อาทิ นายคาซึมาสะ อิวาตะ อดีตรองผู้ว่าการ BOJ ที่ชี้ว่าธนาคารกลางต้องเพิ่มระดับการกระตุ้นเศรษฐกิจถ้าต้องการให้อัตรา เงินเฟ้อญี่ปุ่นไต่ถึง 2% ตามเป้าที่วางไว้

"ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์ไว้ และกำลังมุ่งไปในทิศทางที่ BOJ ต้องลงมือทำอะไรซักอย่าง" นายอิวาตะกล่าว ระหว่างให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์ก พร้อมเสริมว่า ธนาคารกลางมองเศรษฐกิจในแง่บวกเกินไป "ยังมีความเสี่ยงที่ญี่ปุ่นจะหวนสู่ภาวะเงินฝืดอีกครั้ง"

เช่นเดียวกับนายฮอนดะ ที่เป็นเหมือนสถาปนิกของนโยบายอาเบะโนมิกส์ โดยระบุว่า ญี่ปุ่นต้องการมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจีน และแย้มว่า การออกงบประมาณพิเศษเพิ่มเติมเป็น "ภารกิจเร่งด่วน"

แรงกดดันที่หนักหน่วงขึ้น น่าจะทำให้นายคุโรดะไม่สามารถนิ่งเฉยได้ และเกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในที่ประชุม BOJ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1443934730

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่