สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์การเดินทางจาก กรุงเทพ-เชียงใหม่ ด้วยสายการบิน THAI Smile แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสการบริการในชั้น Smile Plus หรือเทียบเท่าชั้น Business Class ในเส้นทางการบินระยะสั้น เดี๋ยวมาดูกันค่ะว่ามีบริการพิเศษๆ อะไรเพิ่มเติมบ้าง และปิดท้ายด้วย Travel's Journal เปิดสมุดบันทึกที่เราวาดเล่นๆ ในทริปนี้ค่ะ (ออกตัวนิดนึงไม่ได้มีฝีมือทางการวาดรูปอะไรมากมาย แค่อยากจะวาดเท่านั้นเองค่ะ) ^^
ก่อนอื่นทำความรู้จักกับสายการบิน THAI Smile กันนิดนึงนะคะ หลายๆ ท่านคงทราบแล้วว่า THAI Smile เป็นสายการบินน้องใหม่ เป็นลูกสาวคนเล็กของป้าเอื้อง (การบินไทยถือหุ้น 100%) ทำการบินครั้งแรกเมื่อปี 2555 ให้บริการเที่ยวบินระยะสั้นไม่เกิน 4 ชม. โดยใช้เครื่องบิน AIRBUS A320-200 มีจำนวนที่นั่งทั้งหมด 174 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นประหยัด 156 ที่นั่ง และชั้น Smile Plus อยู่ใน 3 แถวแรก จำนวน 12 ที่นั่ง

โปสการ์ดนี้ส่งให้เพื่อนไปแล้ว ^^
ตอนเปิดตัวใหม่ๆ THAI Smile ใช้ฐานการบินที่สุวรรณภูมิ (BKK) เท่านั้น แต่เมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ก็เริ่มมาเปิดให้บริการที่ดอนเมือง (DMK) ด้วย สะดวกมากมายสำหรับเราที่บ้านอยู่โซนนี้ แต่ว่าปลายทางที่ดอนเมืองจะน้อยกว่าที่สุวรรณภูมินะคะ คือมีไปลงที่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่นเท่านั้น ส่วนที่สุวรรณภูมิ มีเส้นทางบินมากกว่า และมีไปต่างประเทศคือมาเก๊าด้วยค่ะ ดังนั้นเวลาจะจองตั๋วก็ดูดีๆ นะคะ อยากจะขึ้นที่ดอนเมืองไปเชียงใหม่ แต่ดันจองที่สุวรรณภูมิไรงี้ เดี๋ยวมีเงิบได้ ตอนกดจองต้องมีสตินิดนึงค่ะ
------------------------------------------------------------
START เริ่มที่การจองตั๋วกันค่ะ
------------------------------------------------------------
เดี๋ยวเรามาลองดูขั้นตอนการจองตั๋วผ่านเวบไซต์กันเลยดีกว่า ตาม link นี้นะคะ
https://www.thaismileair.com/th/thaismile
เพื่อความสะดวกในการจองตั๋วครั้งต่อไปก็ทำการสมัครสมาชิกไปเลยก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำๆ ทุกครั้ง กรอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ และหากมีรหัส ROP ก็ใส่ไปด้วยนะคะ
กรอกสมาชิกเรียบร้อยก็เข้าระบบทำการจองตั๋วกันเลยค่ะ เราจะบินจากกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปเชียงใหม่ในชั้น Smile Plus นะคะ
Step 1 : ค้นหาเที่ยวบินกันก่อนค่ะ เลือกกรุงเทพ (ดอนเมือง) – เชียงใหม่ แบบไป-กลับ ระบุวันไปและกลับ และจำนวนผู้โดยสาร
Step 2 : เลือกเที่ยวบินและระดับการให้บริการ ขาไป เราเลือก Flight WE154 ออกจากดอนเมือง (DMK) 08:10 – เชียงใหม่ (CNX) 09:25 และเลือกแบบ Smile Plus ค่ะ เมื่อคลิกปุ่มถูกที่ Smile Plus ก็จะขึ้นแถบแสดงให้เห็นว่าจะได้รับบริการอะไรเพิ่มบ้าง เดี๋ยวเรามาไล่ดูแต่ละระดับราคากันนะคะ
เริ่มที่ชั้นประหยัด (Smile Saver) ราคาปกติ ก็จะได้รับน้ำหนักกระเป๋า 20 kg., เลือกที่นั่งได้ฟรี, บริการอาหารฟรี ในประเทศเป็นของว่างกับเครื่องดื่ม ต่างประเทศเป็นอาหารว่างกับเครื่องดื่ม
ถ้าเพิ่มเงินเป็นระดับ Smile Flexi ก็จะเพิ่มการสะสมไมล์ Royal Orchid Plus แล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทางได้ (เสียค่าธรรมเนียมเฉพาะส่วนต่างของราคา)
ยังไม่ถึงที่สุดค่ะ ยังมีระดับ Smile Plus ที่เราเลือกบินวันนี้มีบริการพิเศษเพิ่มเติมจากชั้นประหยัดตามนี้ค่ะ
+ ได้รับน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มอีก 10 kg. จากเดิมที่ได้รับ 20 kg. อยู่แล้ว
+ ที่นั่งที่สะดวกสบายมากขึ้น (เดี๋ยวมาดูรายละเอียดกัน)
+ อาหารร้อนและน้ำดื่ม(ถ้าชั้นประหยัดจะเป็นของว่างและน้ำดื่ม)
+ ช่องเช็คอินพิเศษ
+ ได้รับกระเป๋าสัมภาระก่อนใคร
+ ใช้บริการใน Royal Silk Lounge ได้ด้วย
+ สะสมไมล์ใน Royal Orchid Plus ได้
เอาล่ะค่ะ หลังจากจองสำเร็จ จ่ายตังค์เรียบร้อย ได้ e-ticket มาแล้ว (ขอข้ามขั้นตอนนี้ไปนะคะ) ก็รอเวลาบินล่ะค่ะ เราสามารถ check-in ผ่านอินเตอร์เน็ทหรือ application ของ THAI Smile ได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงค่ะ แต่ว่าเราจะไปเช็คอินหน้าเคาท์เตอร์ค่ะ จะได้เห็นบรรยากาศ
[SR] ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดกับ #THAISmile
สวัสดีค่ะ กระทู้นี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์การเดินทางจาก กรุงเทพ-เชียงใหม่ ด้วยสายการบิน THAI Smile แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสการบริการในชั้น Smile Plus หรือเทียบเท่าชั้น Business Class ในเส้นทางการบินระยะสั้น เดี๋ยวมาดูกันค่ะว่ามีบริการพิเศษๆ อะไรเพิ่มเติมบ้าง และปิดท้ายด้วย Travel's Journal เปิดสมุดบันทึกที่เราวาดเล่นๆ ในทริปนี้ค่ะ (ออกตัวนิดนึงไม่ได้มีฝีมือทางการวาดรูปอะไรมากมาย แค่อยากจะวาดเท่านั้นเองค่ะ) ^^
ก่อนอื่นทำความรู้จักกับสายการบิน THAI Smile กันนิดนึงนะคะ หลายๆ ท่านคงทราบแล้วว่า THAI Smile เป็นสายการบินน้องใหม่ เป็นลูกสาวคนเล็กของป้าเอื้อง (การบินไทยถือหุ้น 100%) ทำการบินครั้งแรกเมื่อปี 2555 ให้บริการเที่ยวบินระยะสั้นไม่เกิน 4 ชม. โดยใช้เครื่องบิน AIRBUS A320-200 มีจำนวนที่นั่งทั้งหมด 174 ที่นั่ง แบ่งเป็นชั้นประหยัด 156 ที่นั่ง และชั้น Smile Plus อยู่ใน 3 แถวแรก จำนวน 12 ที่นั่ง
โปสการ์ดนี้ส่งให้เพื่อนไปแล้ว ^^
ตอนเปิดตัวใหม่ๆ THAI Smile ใช้ฐานการบินที่สุวรรณภูมิ (BKK) เท่านั้น แต่เมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ก็เริ่มมาเปิดให้บริการที่ดอนเมือง (DMK) ด้วย สะดวกมากมายสำหรับเราที่บ้านอยู่โซนนี้ แต่ว่าปลายทางที่ดอนเมืองจะน้อยกว่าที่สุวรรณภูมินะคะ คือมีไปลงที่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และขอนแก่นเท่านั้น ส่วนที่สุวรรณภูมิ มีเส้นทางบินมากกว่า และมีไปต่างประเทศคือมาเก๊าด้วยค่ะ ดังนั้นเวลาจะจองตั๋วก็ดูดีๆ นะคะ อยากจะขึ้นที่ดอนเมืองไปเชียงใหม่ แต่ดันจองที่สุวรรณภูมิไรงี้ เดี๋ยวมีเงิบได้ ตอนกดจองต้องมีสตินิดนึงค่ะ
------------------------------------------------------------
START เริ่มที่การจองตั๋วกันค่ะ
------------------------------------------------------------
เดี๋ยวเรามาลองดูขั้นตอนการจองตั๋วผ่านเวบไซต์กันเลยดีกว่า ตาม link นี้นะคะ
https://www.thaismileair.com/th/thaismile
เพื่อความสะดวกในการจองตั๋วครั้งต่อไปก็ทำการสมัครสมาชิกไปเลยก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำๆ ทุกครั้ง กรอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ และหากมีรหัส ROP ก็ใส่ไปด้วยนะคะ
กรอกสมาชิกเรียบร้อยก็เข้าระบบทำการจองตั๋วกันเลยค่ะ เราจะบินจากกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปเชียงใหม่ในชั้น Smile Plus นะคะ
Step 1 : ค้นหาเที่ยวบินกันก่อนค่ะ เลือกกรุงเทพ (ดอนเมือง) – เชียงใหม่ แบบไป-กลับ ระบุวันไปและกลับ และจำนวนผู้โดยสาร
Step 2 : เลือกเที่ยวบินและระดับการให้บริการ ขาไป เราเลือก Flight WE154 ออกจากดอนเมือง (DMK) 08:10 – เชียงใหม่ (CNX) 09:25 และเลือกแบบ Smile Plus ค่ะ เมื่อคลิกปุ่มถูกที่ Smile Plus ก็จะขึ้นแถบแสดงให้เห็นว่าจะได้รับบริการอะไรเพิ่มบ้าง เดี๋ยวเรามาไล่ดูแต่ละระดับราคากันนะคะ
เริ่มที่ชั้นประหยัด (Smile Saver) ราคาปกติ ก็จะได้รับน้ำหนักกระเป๋า 20 kg., เลือกที่นั่งได้ฟรี, บริการอาหารฟรี ในประเทศเป็นของว่างกับเครื่องดื่ม ต่างประเทศเป็นอาหารว่างกับเครื่องดื่ม
ถ้าเพิ่มเงินเป็นระดับ Smile Flexi ก็จะเพิ่มการสะสมไมล์ Royal Orchid Plus แล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงการเดินทางได้ (เสียค่าธรรมเนียมเฉพาะส่วนต่างของราคา)
ยังไม่ถึงที่สุดค่ะ ยังมีระดับ Smile Plus ที่เราเลือกบินวันนี้มีบริการพิเศษเพิ่มเติมจากชั้นประหยัดตามนี้ค่ะ
+ ได้รับน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มอีก 10 kg. จากเดิมที่ได้รับ 20 kg. อยู่แล้ว
+ ที่นั่งที่สะดวกสบายมากขึ้น (เดี๋ยวมาดูรายละเอียดกัน)
+ อาหารร้อนและน้ำดื่ม(ถ้าชั้นประหยัดจะเป็นของว่างและน้ำดื่ม)
+ ช่องเช็คอินพิเศษ
+ ได้รับกระเป๋าสัมภาระก่อนใคร
+ ใช้บริการใน Royal Silk Lounge ได้ด้วย
+ สะสมไมล์ใน Royal Orchid Plus ได้
เอาล่ะค่ะ หลังจากจองสำเร็จ จ่ายตังค์เรียบร้อย ได้ e-ticket มาแล้ว (ขอข้ามขั้นตอนนี้ไปนะคะ) ก็รอเวลาบินล่ะค่ะ เราสามารถ check-in ผ่านอินเตอร์เน็ทหรือ application ของ THAI Smile ได้ล่วงหน้า 24 ชั่วโมงค่ะ แต่ว่าเราจะไปเช็คอินหน้าเคาท์เตอร์ค่ะ จะได้เห็นบรรยากาศ