เรื่อง ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่...
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารัก เราเขียนเรื่องนี้เรื่องแรกนะคะ
ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ
...........
เราเป็นคน จ.อุทัยธานี เป็นลูกสาวคนเดียว แต่ต้องอยู่กับแม่แก่ (ยาย)
เพราะพ่อแม่ไปทำงานที่ จ.นนทบุรี
เราก็อยู่บ้านช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้นแหละค่ะ
เพราะเราเรียนชั้น ปวช. พักอยู่หอแถววิทยาลัย
ทำไงได้กว่าจะไปกลับที ทางมันไกล 60 กม.
รถเมล์ก็ขับไม่เป็นเวลาเราเลยเลือกพักอยู่หอดีกว่าน่ะ
ทุกๆวันหยุดเรียนเราก็จะกลับบ้านตลอดๆ เราจะกินข้าวบ้านแม่แก่
แล้วนอนที่บ้านเราบ้าง นอนบ้านแม่แก่บ้าง (บ้านใกล้กันเดิน10ก้าวก็ถึง)
จนผ่านไปปีกว่าๆ ค่ะ ช่วงเที่ยงคืนไปแล้วแม่แก่ได้ยินเสียงเหมือนคนผ่าฟืน
หุงข้าวอะไรประมาณนี้ มา2คืนแล้ว และไปเล่าให้น้าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆบ้านฟัง
(น้องแม่เราเอง)
น้าเราเขาก็ไม่เชื่อสักเท่าไหร่ บอกว่าแม่แก่คิดมากแล้วฝันไปรึป่าว
กินเยอะฝันเยอะน่ะสิ
แต่เราได้ยินก็ยังไม่ค่อยเชื่อหรอกเพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ไง
พออีกคืน พี่เรามานอนด้วย(ลูกสาวของน้า) รวมแม่แก่ก็3คน
นอนกันที่บ้านแม่แก่แหละ
ก็ดูทีวีตามปกติละครดึกๆจบก็หลับกันหมด แต่เราดันตื่นมาช่วงตี 2 ได้ค่ะ
เราก็นอนไม่หลับเลยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
จนคิดถึงเรื่องที่แม่แก่เล่าให้ฟังเท่านั้นแหละ
เราเลยพูดในใจว่าอยากรู้นักว่าเป็นยังไง
จริงรึป่าวอยากได้ยินแบบที่แม่แก่เล่าน่ะค่ะ
สักพักมาเลยค่ะ..เราได้ยินเสียงเหมือนไม้กระแทกกับพื้นปูน
คล้ายๆกับคนผ่าฟืนไม้ ประมาณ2-3นาที วินาทีนั้นมันนานมากๆตื่นเต้นด้วย
แล้วก็ตามมาด้วยเสียงเหมือนคตตักน้ำในโอ่งหลายๆครั้ง
เหมือนเอามาหุงข้าวน่ะค่ะ คงนึกภาพเสียงกันออกนะคะ
เราไม่กล้าบอกใคร เดี๋ยวเขาตื่นรบกวนเขาไง
ตอนนั้นกลัวเขาว่าเรางมงาย55+ ณ นาทีนั้นเราแทบไม่กล้าขยับแม้แต่นิด
สักพักนึงพี่เราขยับตัว เราเลยใช้โอกาสนี้ดึงผ้าห่มมาคลุมโปง (กลัวจัดดดดด)
แล้วเราก็เผลอหลับไปจนเช้ารุ่งขึ้นแหละ
เราเลยเล่าให้ทุกคนฟัง แล้วไปบอกน้าผู้หญิงด้วยกัน
จนปรึกษากันแล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอินที่จะได้ยินเสียงติดต่อกันหลายวัน
วันต่อมาสามีของน้าเลยโทรไปนิมนต์หลวงตาที่รู้จักมาที่บ้าน
เพื่อเล่าเรื่องราวที่พบเจอให้ฟัง พระเลยไปเดินดูที่ทางตรงรอบๆบ้าน
แล้วก็กลับมาบอกกับเรากันว่า สรุป..คือ เจ้าที่ ตายาย เขาหิว
เลยมาบอกมาเตือนเฉยๆแต่ไม่ได้จะทำอะไรพวกเราหรอก
เราจึงโทรไปหาพ่อแม่เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด. แม่จึงบอกกลับมาว่าใช่ๆ
เดือนนี้เป็นเดือนที่บ้านเราต้องเลี้ยงศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย
แม่บอกลืมไปแบบสนิทเลยล่ะ วันต่อมาแม่แก่เลยจัดการจุดธูปเทียน
ทำอาหาร ขนม ฯลฯ
พร้อมหน้าพร้อมตาแล้วบอกกล่าวไหว้ศาลทั้งหมดตามพิธีการที่เขาทำกันนั่นแหละ
(เราก็ไม่รู้มาก ส่วนใหญ่เราจะเป็นแค่ลูกช้างลูกม้า..55+)
แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป ทุกคนก็ไม่ได้ยินเสียงแบบนั้นอีกเลย
และไม่บังอาจที่จะลืมการเลี้ยงศาลในทุกๆปีอีกค่ะ
...เป็นไงคะ เราแค่แชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอแบบจริงๆให้อ่านค่ะ
คอมเม้น. พูดคุยกันได้นะคะ ไว้ว่างๆมีเรื่องอะไรจะมาเขียนให้อ่านอีกค่ะ
บ๊าย บาย(บาย) #Dawniiz
ไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่
สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารัก เราเขียนเรื่องนี้เรื่องแรกนะคะ
ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ
...........
เราเป็นคน จ.อุทัยธานี เป็นลูกสาวคนเดียว แต่ต้องอยู่กับแม่แก่ (ยาย)
เพราะพ่อแม่ไปทำงานที่ จ.นนทบุรี
เราก็อยู่บ้านช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้นแหละค่ะ
เพราะเราเรียนชั้น ปวช. พักอยู่หอแถววิทยาลัย
ทำไงได้กว่าจะไปกลับที ทางมันไกล 60 กม.
รถเมล์ก็ขับไม่เป็นเวลาเราเลยเลือกพักอยู่หอดีกว่าน่ะ
ทุกๆวันหยุดเรียนเราก็จะกลับบ้านตลอดๆ เราจะกินข้าวบ้านแม่แก่
แล้วนอนที่บ้านเราบ้าง นอนบ้านแม่แก่บ้าง (บ้านใกล้กันเดิน10ก้าวก็ถึง)
จนผ่านไปปีกว่าๆ ค่ะ ช่วงเที่ยงคืนไปแล้วแม่แก่ได้ยินเสียงเหมือนคนผ่าฟืน
หุงข้าวอะไรประมาณนี้ มา2คืนแล้ว และไปเล่าให้น้าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆบ้านฟัง
(น้องแม่เราเอง)
น้าเราเขาก็ไม่เชื่อสักเท่าไหร่ บอกว่าแม่แก่คิดมากแล้วฝันไปรึป่าว
กินเยอะฝันเยอะน่ะสิ
แต่เราได้ยินก็ยังไม่ค่อยเชื่อหรอกเพราะเราไม่เคยเจออะไรแบบนี้ไง
พออีกคืน พี่เรามานอนด้วย(ลูกสาวของน้า) รวมแม่แก่ก็3คน
นอนกันที่บ้านแม่แก่แหละ
ก็ดูทีวีตามปกติละครดึกๆจบก็หลับกันหมด แต่เราดันตื่นมาช่วงตี 2 ได้ค่ะ
เราก็นอนไม่หลับเลยคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
จนคิดถึงเรื่องที่แม่แก่เล่าให้ฟังเท่านั้นแหละ
เราเลยพูดในใจว่าอยากรู้นักว่าเป็นยังไง
จริงรึป่าวอยากได้ยินแบบที่แม่แก่เล่าน่ะค่ะ
สักพักมาเลยค่ะ..เราได้ยินเสียงเหมือนไม้กระแทกกับพื้นปูน
คล้ายๆกับคนผ่าฟืนไม้ ประมาณ2-3นาที วินาทีนั้นมันนานมากๆตื่นเต้นด้วย
แล้วก็ตามมาด้วยเสียงเหมือนคตตักน้ำในโอ่งหลายๆครั้ง
เหมือนเอามาหุงข้าวน่ะค่ะ คงนึกภาพเสียงกันออกนะคะ
เราไม่กล้าบอกใคร เดี๋ยวเขาตื่นรบกวนเขาไง
ตอนนั้นกลัวเขาว่าเรางมงาย55+ ณ นาทีนั้นเราแทบไม่กล้าขยับแม้แต่นิด
สักพักนึงพี่เราขยับตัว เราเลยใช้โอกาสนี้ดึงผ้าห่มมาคลุมโปง (กลัวจัดดดดด)
แล้วเราก็เผลอหลับไปจนเช้ารุ่งขึ้นแหละ
เราเลยเล่าให้ทุกคนฟัง แล้วไปบอกน้าผู้หญิงด้วยกัน
จนปรึกษากันแล้วว่าคงไม่ใช่เรื่องบังเอินที่จะได้ยินเสียงติดต่อกันหลายวัน
วันต่อมาสามีของน้าเลยโทรไปนิมนต์หลวงตาที่รู้จักมาที่บ้าน
เพื่อเล่าเรื่องราวที่พบเจอให้ฟัง พระเลยไปเดินดูที่ทางตรงรอบๆบ้าน
แล้วก็กลับมาบอกกับเรากันว่า สรุป..คือ เจ้าที่ ตายาย เขาหิว
เลยมาบอกมาเตือนเฉยๆแต่ไม่ได้จะทำอะไรพวกเราหรอก
เราจึงโทรไปหาพ่อแม่เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด. แม่จึงบอกกลับมาว่าใช่ๆ
เดือนนี้เป็นเดือนที่บ้านเราต้องเลี้ยงศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย
แม่บอกลืมไปแบบสนิทเลยล่ะ วันต่อมาแม่แก่เลยจัดการจุดธูปเทียน
ทำอาหาร ขนม ฯลฯ
พร้อมหน้าพร้อมตาแล้วบอกกล่าวไหว้ศาลทั้งหมดตามพิธีการที่เขาทำกันนั่นแหละ
(เราก็ไม่รู้มาก ส่วนใหญ่เราจะเป็นแค่ลูกช้างลูกม้า..55+)
แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไป ทุกคนก็ไม่ได้ยินเสียงแบบนั้นอีกเลย
และไม่บังอาจที่จะลืมการเลี้ยงศาลในทุกๆปีอีกค่ะ
...เป็นไงคะ เราแค่แชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอแบบจริงๆให้อ่านค่ะ
คอมเม้น. พูดคุยกันได้นะคะ ไว้ว่างๆมีเรื่องอะไรจะมาเขียนให้อ่านอีกค่ะ
บ๊าย บาย(บาย) #Dawniiz