กระทู้นี้เรายืมบัญชีของเพื่อนมาตั้งนะคะ เป็นการตั้งกระทู้รีวิวครั้งแรก ช่วยกันเขียนกับเพื่อนร่วมทริปอีกคน ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะก็จะออกแนวบ่นๆ เล่าเรื่องฮาๆ ระหว่างการเดินทางแบบเดาๆ ใครขี้เกียจอ่านเลื่อนลงไปอ่านสรุปค่าใช้จ่ายกับดูรูปข้างล่างเลยค่ะ

ทริปนี้เกิดจากการเซงๆเบื่อๆชีวิตโหยหาความตื่นเต้น ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองรู้สึกอยากมีชีวิตที่มีชีวิต บวกกับตอนนั้นมีเพื่อนไปเกาะพะงันและเกาะเต่าซึ่งนางก็เม้าท์มอยว่า ฝรั่งเด็ด แซ่บมาก คือไปแล้วยังไงก็ต้องได้ถ้าไม่ได้คือพลาดมาก อารมณ์เคยเห็นรีวิวมาเยอะด้วย ณ จุดๆนั้นอิจฉาเพื่อนแรงนางหน้าบ้านมากแต่ฝรั่งหล่อสัดรัสเซียกรูกันมาจีบเลยค่ะ เลยไม่ได้ละไม่ยอมอะต้องไปครั้งหนึ่งในชีวิต ถึงแม้จะมีรีวิวว่ามั่วหรือใครๆบอกว่าอันตรายอะไรก็แล้วแต่ แต่เราว่าในชีวิตวัยรุ่นครั้งหนึ่งก็มั่ว รั่ว บ้า ให้มันสุดๆไปเลย อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถอะ เลยพูดกับเพื่อนลอยๆว่าจะไปฟลูมูนใครจะไปบ้าง อารมณ์ตอนนั้นไปคนเดียวก็จะไปอะ แต่ก็โชคดีที่เพื่อนก็บ้าบอจะไปด้วยสองคน ทริปนี้เลยไปทั้งหมดสามคน เป้าหมายทุกคนคืออยากไปสนุกกับปาร์ตี้ ส่องซิกแพคฝรั่งได้ไม่ได้ก็ชั่งมัน เรานั่งหาข้อมูลช่วงเวลาที่สะดวกและก็หาที่พักในเว็บ agoda เพราะเห็นรีวิวบอกว่าจะได้ถูกกว่าแต่ในเว็บมันต้องใช้บัตรเครดิตจองซึ่งถามว่ามีไหมก็ไม่จ้า เลยลองหาในเว็บ booking เพราะในรีวิวบอกว่าไม่ต้องใช้บัตรเครดิตก็ได้ พอลองหาดูมันมีแค่บางรีสอร์ทที่ไม่ต้องใช้บัตร และที่ที่เราอยากได้มันก็ต้องใช้ เพราะงั้นเราเลยหาเว็บรีสอร์ทและโทไปถามเลยค่ะว่าว่างไหม เท่าไหร่ ปรากฏว่าถูกกว่าในเว็บอีกไม่ต้องบัตรเครดิตไรเลยทางรีสอร์ทส่งเลขบัญชีมา โอนเงินให้ทางรีสอร์ทปุ๊ปก็ส่งไรไม่รู้มา
ซึ่งเข้าใจว่าจองได้แล้วนะ ก็โอเค สรุปเราได้ที่พักที่ see sunset resort โดยวันที่เราเลือกไปฟลูมูลในวันที่ 27 กันยายน ออกเดินทางตั้งแต่ 25 กันยายนที่พักเป็นแบบบังกะโลมีให้เลือกหลายแบบหลายทั้งแบบ พักเดี่ยว พัก 2 คน พัก 3 คนเลือกได้ค่ะ ราคาไปดูในเว็บเลยค่ะ www.seasunsetresort-kohphangan.com (อันนี้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับรีสอร์ทนะคะแต่ส่วนตัวคือชอบเพราะพี่เจ้าของใจดีจริงๆน่ารักมาก) ที่พักเราห่างจากท่าเรือท้องศาลาประมาณสามโลเป็นห้องพัดลมสามเตียง 550 ด้านหลังรีสอร์ทติดทะเล วิวสวยมาก น้ำใสดีแต่ไม่เหมาะกับการเล่นซากปะการังมาเต็มมากค่ะ เช็คอินเวลาไหนก็ได้ เจ้าของก็ใจดีลดค่าห้องพักให้ด้วย 50 บาท

sms ที่ทางโรงแรมส่งมา
เมื่อถึงวันเดินทางโดยผ่านการคำนวณมาอย่างเป๊ะ เช็คตารางรถ ตารางเรือแบบเป๊ะ ป่ะไปพะงันกันเถอะ !!!!!!!!!!!!!
พวกเราเลือกเดินทางโดยใช้รถไฟเหตุผลหลักเลยคือถูก ลองคำนวณค่าใช้จ่ายดูแล้วทั้งไปและกลับไม่ถึง 800 โดยขึ้นรถไฟฟรีจากขอนแก่นไปลงโคราชต่อรถเร็วไปกรุงเทพค่าตั๋ว 100 และต่อรถด่วนจากกรุงเทพไปสุราษฎ์ธานี 257 บาท ลงสถานีรถไฟสุราษที่อยู่อ.พุนพิน ชีวิตนี่อยู่บนรถไฟตลอด 24 ช.ม สโลไลฟ์มากมากจนเกือบตกรถไปสุราษฎ์ เพราะรถเสียตลอดทางรถจะออกจากกรุงเทพ 19.40 แต่ 19.20 คือยังไม่ถึงหัวลำโพงทั้งที่อีกแค่ 2 กม.ก็จะถึงอยู่แล้ว ตอนนั้นเพลง รw8 ลอยขึ้นมาเลย "รอนานๆก็อาจจะบันทอนหัวใจ อย่าให้นานเกินไป ก่อนอะไรมันอาจจะสาย" พวกเราเลยแบกเป้ต้องวิ่งลงจากรถไฟมาแว๊นบอยสก็อยเกริล์บนรถตุ๊กๆ แข่งกับเวลาแค่ 20 นาทีรถจะออก และพอเราขึ้นรถตุ๊กๆรถไฟดันออกจ้า ระหว่างทางก็ติดหลายไฟแดง ลุ้นจนขี้แทบเหล็ด แต่สุดท้ายก็ทัน แต่รถเลทหนึ่งช.ม จ้าาาาาา

เราชอบอารมณ์ตอนที่นั่งรถไฟนะ มันได้เห็นธรรมชาติสองข้างทาง เห็นวิถีชีวิตของผู้คนแต่ละพื้นที่ดี ของกินก็มีให้เลือกสรรตลอดทาง ป้าที่ขึ้นมาขายหม้อแกงแถวสถานีเพชรบุรีอร่อยมาก ถ้ามีโอกาสได้นั่งรถไฟลองซื้อกินดู และนั่งรถไฟสายยาวนี่เราจะเห็นผู้โดยสารแต่ละคนจะมีสกิลการนอนที่เทพมาก จะสูงตัวใหญ่ขนาดไหนไม่ใช่อุปสรรคคะ ณ จุดนั้นๆ สกิลยิมนาสติก หด ยืด ตัวแต่ละคนที่เทพจนขนาดเบาะรถไฟที่ว่าเล็กก็ไม่ใช่อุปสรรคในการนอน 55555

วิวแถวๆสระบุรีค่ะ

วิวตอนเช้าตรู่ก่อนถึงสถานีรถไฟสุราษฎ์

อาหารตา แซ่บตั้งแต่อยู่บนรถไฟเลย แอบถ่ายรูปมาได้ไม่มากค่ะ กลัวเค้ารู้
ตอนแรกพวกเราแพลนว่าพอถึงสุราษฏ์ เราจะหาที่เที่ยวในจังหวัดสุราษฏ์ก่อนเพราะไหนๆก็ได้ไปใต้ทั้งที แล้วจะไปต่อเรือนอนที่ท่าเรือบ้านดอนตอนห้าทุ่มซึ่งถึงก่อนท่าเรือดอนสักเพื่อความประหยัดค่าห้องพักแต่อารมณ์ 24 ช.ม น้ำไม่ได้อาบ สภาพมันแบบไม่ไหวจริงๆอ่ะ เลยตงลงกันว่า เฮ้ย จองที่พักอีกคืนไม แบบไม่ไหมล่ะสภาพแบบเน่าแรง ไม่ไหวจริงๆ ก็เลยเปลี่ยนแพลนตอนนั้นเลยโทรไปถามรีสอร์ทที่จองไว้ว่ามีที่พักไหมจะขอเข้าก่อนอีก 1 คืน ถ้าจะเข้าพักวันนี้มีห้องว่างไหม ปรากฏมีจ้าเลยเปลี่ยนไปเรือเฟอร์รรี่แทนโดยการต่อรถเหมาจากสถานีไปลงในเมืองคนละ 80 บาท ลุงแกขับเร็วมากกกกกกกกกก กลัวเราไม่ทันเรือรอบ 10 โมงเช้า แต่บางทีเราก็ไม่ได้รีบขนาดนั้นไหม (จริงๆมีรถบัสจากสถานีรถไฟไปในตัวเมืองนะ 15 บาทแต่แบบอารมณ์เซ่อนอนไง ไปแบบงงๆ 555) ต่อรถจากไหนไม่รู้ของสักที่นี่แหละขึ้นรถบัสไปอ.ดอนสักท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ห่างจากตัวเมือง 50 โล รวมค่าเรือแล้วคนละ 550 ลงรถปุ๊บ "มาๆแบบคนละ 550 ขึ้นเลยเร็วๆ รถออกเลยๆ "จนต้องบอกว่า"พี่หนูยังไม่ได้กดตัง" ขึ้นรถมาก็เพิ่งมาคิดได้ว่า "เอ้า เค้าคือไม่ให้ตั๋วละ " ก็แอบหวั่นๆสรุปพอถึงท่าเรือพี่คนขับเป็นคนลงไปซื้อตั๋วเรือให้และบอก “ยืนรอรถนะเดี๋ยวมีรถมารับ “แล้วก็ขับรถจากไปแบบงงๆและเร็วมาก แล้วก็หันมาถามกันว่า รอรถไรว่ะ55555 เอ้างง พอดีมีลุงแถนั้นแกถามว่าจะไปไหนกัน ก็บอกจะไปขึ้นเรือราชาเฟอร์รี่พะงัน ลุงแกเลยบอกเดี๋ยวมีรถรางมารับไปลงเรือ สักพักก็มีรถรางมารับไปที่ทาเรือแล้วก็ขึ้นเรือหาทีนั่งเลยคะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบฟาสมากชีวิตสโลวไลฟ์จบลงทันทีเพียงแค่เท้าเหยียบสถานีเลย รู้ตัวอีกทีคือขึ้นเรือแล้ว เมื่อกี้ยังเซอร์นอนอยู่เลย งานนี้ ฝรั่งเต็มเรือ ลั้ลลากันมาก 5555 สบายหูสบายตาจังเลยย ระยะเวลานั่งเรือมาถึงท่าเรือท้องศาลา ประมาณ 2 ชม.ครึ่งค่ะ

วิวแถวตรงท่าเรือ น้ำใสมากกกกกกก
วิวสวย อากาศดี จนลืมเมาเรือไปเลย
พอถึงท่าเรือที่ท้องศาลา ณ จุดนั้นเดินถามประชาสัมพันธ์เลยค่ะ “เซเว่นอยู่ตรงไหนค่ะ”หิวมากอารมณ์แบบปอปลง (จริงๆในเรือก็มีของขายนะแต่แบบแพงเบาๆเราเลยไม่ซื้อค่ะ)จากนั้นเดินซื้อของในเซเว่นและกลับมาถามพี่ประชาสัมพันธ์ว่าจะไปที่พักยังไง พี่ก็บอกแท็กซี่เลยน้อง เรียกแท็กซี่ให้คนละ100 (ราคานี้ไปทุกที่ 100 ตลอดทางนะคะ ราคาเท่ากันหมดทั้งคนไทยคนต่างชาติ)ที่ท่าเรือจะมีคิวรถแท็กซี่ที่บ้านเราเรียกว่ารถสองแถวอยู่ เค้าก็จะกรูกันมาถามอยู่แล้วว่าเราจะไปไหน พี่ประชาสัมพันธ์สองคนเฟรนลี่ดีค่ะ ยืนคุยสารทุกข์สุขดิบกับพวกพี่เค้านานอยู่ อารมณ์แกก็ถามว่ามาฟลูมูลใช่ไหม ก็เตือนว่าอย่าไปกินบัตเกตส์จากคนแปลกหน้านะมันแรงมากพี่เคยโดนมาแล้ว และก็บอกว่าแท็กซี่ที่เกาะไม่เกินคนละ 100 หรอกไปไหนก็100หมดถ้ามากกว่านั้นคือโกงละ เราก็จ้ะๆรับฟังแต่ถามว่าที่พี่เค้าเตือนเราทำไหม ก็ทำ 555555 โดนโกงไหมก็โดน ถึงพี่พักก็ถ่ายรูปเล่นรอบรีสอร์ทและพอดีวันที่เราไปถึงเกาะเป็นวันเสาร์มีถนนคนเดินที่รู้มาจากคนขับรถแท็กซี่ เราก็เลยเช่ามอไซต์ของทางรีสอร์ท200 พร้อมน้ำมันเต็มถัง 24 ช.ม เช่าตอนไหนคืนตอนนั้น ไปถนนคนเดินที่ท้องศาลา ถนนคนเดินก็มีขายทุกอย่างค่ะเสื้อผ้า ของกิน เครื่องประดับ อาหารเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ฝรั่ง ญี่ปุ่น อาหารถิ่น มีหมด ราคาก็ไม่แพงไรมาก มีที่นั่งไว้รับประทานอาหารเดินริมทะเลด้วย คือดีอะ เวลาตั้งก็ประมาณ 17.00-20.00 แต่ทุ่มกว่าๆก็เริ่มเก็บของหมดแล้วค่ะ

วิวหลังรีสอร์ท

รีสอร์ทข้างๆ อลังการมาก
บรรยากาศถนนคนเดิน ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมาก คนเยอะ
ผัดไทยใต้ อร่อยมาก 50 บาทรสชาติเหมือนพริกแกงผัดใส่น้ำกระทิแต่ไม่เผ็ดนะ ออกหวานๆนิดนึ่ง
อันนี้เป็นขนมจีนน้ำยาใต้ กับพิชซ่าไรไม่รู้ ขนมจีนอร่อย แต่พิซซ่าแป้งมันแข็งอะ

วิวที่นั่งตรงถนนคนเดิน
[CR] แบกเป้เที่ยว Full moon party ดื่มด่ำชีวิตสโลวไลฟ์ไปกับรฟท.
ทริปนี้เกิดจากการเซงๆเบื่อๆชีวิตโหยหาความตื่นเต้น ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเองรู้สึกอยากมีชีวิตที่มีชีวิต บวกกับตอนนั้นมีเพื่อนไปเกาะพะงันและเกาะเต่าซึ่งนางก็เม้าท์มอยว่า ฝรั่งเด็ด แซ่บมาก คือไปแล้วยังไงก็ต้องได้ถ้าไม่ได้คือพลาดมาก อารมณ์เคยเห็นรีวิวมาเยอะด้วย ณ จุดๆนั้นอิจฉาเพื่อนแรงนางหน้าบ้านมากแต่ฝรั่งหล่อสัดรัสเซียกรูกันมาจีบเลยค่ะ เลยไม่ได้ละไม่ยอมอะต้องไปครั้งหนึ่งในชีวิต ถึงแม้จะมีรีวิวว่ามั่วหรือใครๆบอกว่าอันตรายอะไรก็แล้วแต่ แต่เราว่าในชีวิตวัยรุ่นครั้งหนึ่งก็มั่ว รั่ว บ้า ให้มันสุดๆไปเลย อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถอะ เลยพูดกับเพื่อนลอยๆว่าจะไปฟลูมูนใครจะไปบ้าง อารมณ์ตอนนั้นไปคนเดียวก็จะไปอะ แต่ก็โชคดีที่เพื่อนก็บ้าบอจะไปด้วยสองคน ทริปนี้เลยไปทั้งหมดสามคน เป้าหมายทุกคนคืออยากไปสนุกกับปาร์ตี้ ส่องซิกแพคฝรั่งได้ไม่ได้ก็ชั่งมัน เรานั่งหาข้อมูลช่วงเวลาที่สะดวกและก็หาที่พักในเว็บ agoda เพราะเห็นรีวิวบอกว่าจะได้ถูกกว่าแต่ในเว็บมันต้องใช้บัตรเครดิตจองซึ่งถามว่ามีไหมก็ไม่จ้า เลยลองหาในเว็บ booking เพราะในรีวิวบอกว่าไม่ต้องใช้บัตรเครดิตก็ได้ พอลองหาดูมันมีแค่บางรีสอร์ทที่ไม่ต้องใช้บัตร และที่ที่เราอยากได้มันก็ต้องใช้ เพราะงั้นเราเลยหาเว็บรีสอร์ทและโทไปถามเลยค่ะว่าว่างไหม เท่าไหร่ ปรากฏว่าถูกกว่าในเว็บอีกไม่ต้องบัตรเครดิตไรเลยทางรีสอร์ทส่งเลขบัญชีมา โอนเงินให้ทางรีสอร์ทปุ๊ปก็ส่งไรไม่รู้มา
ซึ่งเข้าใจว่าจองได้แล้วนะ ก็โอเค สรุปเราได้ที่พักที่ see sunset resort โดยวันที่เราเลือกไปฟลูมูลในวันที่ 27 กันยายน ออกเดินทางตั้งแต่ 25 กันยายนที่พักเป็นแบบบังกะโลมีให้เลือกหลายแบบหลายทั้งแบบ พักเดี่ยว พัก 2 คน พัก 3 คนเลือกได้ค่ะ ราคาไปดูในเว็บเลยค่ะ www.seasunsetresort-kohphangan.com (อันนี้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับรีสอร์ทนะคะแต่ส่วนตัวคือชอบเพราะพี่เจ้าของใจดีจริงๆน่ารักมาก) ที่พักเราห่างจากท่าเรือท้องศาลาประมาณสามโลเป็นห้องพัดลมสามเตียง 550 ด้านหลังรีสอร์ทติดทะเล วิวสวยมาก น้ำใสดีแต่ไม่เหมาะกับการเล่นซากปะการังมาเต็มมากค่ะ เช็คอินเวลาไหนก็ได้ เจ้าของก็ใจดีลดค่าห้องพักให้ด้วย 50 บาท
sms ที่ทางโรงแรมส่งมา
เมื่อถึงวันเดินทางโดยผ่านการคำนวณมาอย่างเป๊ะ เช็คตารางรถ ตารางเรือแบบเป๊ะ ป่ะไปพะงันกันเถอะ !!!!!!!!!!!!!
พวกเราเลือกเดินทางโดยใช้รถไฟเหตุผลหลักเลยคือถูก ลองคำนวณค่าใช้จ่ายดูแล้วทั้งไปและกลับไม่ถึง 800 โดยขึ้นรถไฟฟรีจากขอนแก่นไปลงโคราชต่อรถเร็วไปกรุงเทพค่าตั๋ว 100 และต่อรถด่วนจากกรุงเทพไปสุราษฎ์ธานี 257 บาท ลงสถานีรถไฟสุราษที่อยู่อ.พุนพิน ชีวิตนี่อยู่บนรถไฟตลอด 24 ช.ม สโลไลฟ์มากมากจนเกือบตกรถไปสุราษฎ์ เพราะรถเสียตลอดทางรถจะออกจากกรุงเทพ 19.40 แต่ 19.20 คือยังไม่ถึงหัวลำโพงทั้งที่อีกแค่ 2 กม.ก็จะถึงอยู่แล้ว ตอนนั้นเพลง รw8 ลอยขึ้นมาเลย "รอนานๆก็อาจจะบันทอนหัวใจ อย่าให้นานเกินไป ก่อนอะไรมันอาจจะสาย" พวกเราเลยแบกเป้ต้องวิ่งลงจากรถไฟมาแว๊นบอยสก็อยเกริล์บนรถตุ๊กๆ แข่งกับเวลาแค่ 20 นาทีรถจะออก และพอเราขึ้นรถตุ๊กๆรถไฟดันออกจ้า ระหว่างทางก็ติดหลายไฟแดง ลุ้นจนขี้แทบเหล็ด แต่สุดท้ายก็ทัน แต่รถเลทหนึ่งช.ม จ้าาาาาา
เราชอบอารมณ์ตอนที่นั่งรถไฟนะ มันได้เห็นธรรมชาติสองข้างทาง เห็นวิถีชีวิตของผู้คนแต่ละพื้นที่ดี ของกินก็มีให้เลือกสรรตลอดทาง ป้าที่ขึ้นมาขายหม้อแกงแถวสถานีเพชรบุรีอร่อยมาก ถ้ามีโอกาสได้นั่งรถไฟลองซื้อกินดู และนั่งรถไฟสายยาวนี่เราจะเห็นผู้โดยสารแต่ละคนจะมีสกิลการนอนที่เทพมาก จะสูงตัวใหญ่ขนาดไหนไม่ใช่อุปสรรคคะ ณ จุดนั้นๆ สกิลยิมนาสติก หด ยืด ตัวแต่ละคนที่เทพจนขนาดเบาะรถไฟที่ว่าเล็กก็ไม่ใช่อุปสรรคในการนอน 55555
วิวแถวๆสระบุรีค่ะ
วิวตอนเช้าตรู่ก่อนถึงสถานีรถไฟสุราษฎ์
อาหารตา แซ่บตั้งแต่อยู่บนรถไฟเลย แอบถ่ายรูปมาได้ไม่มากค่ะ กลัวเค้ารู้
ตอนแรกพวกเราแพลนว่าพอถึงสุราษฏ์ เราจะหาที่เที่ยวในจังหวัดสุราษฏ์ก่อนเพราะไหนๆก็ได้ไปใต้ทั้งที แล้วจะไปต่อเรือนอนที่ท่าเรือบ้านดอนตอนห้าทุ่มซึ่งถึงก่อนท่าเรือดอนสักเพื่อความประหยัดค่าห้องพักแต่อารมณ์ 24 ช.ม น้ำไม่ได้อาบ สภาพมันแบบไม่ไหวจริงๆอ่ะ เลยตงลงกันว่า เฮ้ย จองที่พักอีกคืนไม แบบไม่ไหมล่ะสภาพแบบเน่าแรง ไม่ไหวจริงๆ ก็เลยเปลี่ยนแพลนตอนนั้นเลยโทรไปถามรีสอร์ทที่จองไว้ว่ามีที่พักไหมจะขอเข้าก่อนอีก 1 คืน ถ้าจะเข้าพักวันนี้มีห้องว่างไหม ปรากฏมีจ้าเลยเปลี่ยนไปเรือเฟอร์รรี่แทนโดยการต่อรถเหมาจากสถานีไปลงในเมืองคนละ 80 บาท ลุงแกขับเร็วมากกกกกกกกกก กลัวเราไม่ทันเรือรอบ 10 โมงเช้า แต่บางทีเราก็ไม่ได้รีบขนาดนั้นไหม (จริงๆมีรถบัสจากสถานีรถไฟไปในตัวเมืองนะ 15 บาทแต่แบบอารมณ์เซ่อนอนไง ไปแบบงงๆ 555) ต่อรถจากไหนไม่รู้ของสักที่นี่แหละขึ้นรถบัสไปอ.ดอนสักท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ห่างจากตัวเมือง 50 โล รวมค่าเรือแล้วคนละ 550 ลงรถปุ๊บ "มาๆแบบคนละ 550 ขึ้นเลยเร็วๆ รถออกเลยๆ "จนต้องบอกว่า"พี่หนูยังไม่ได้กดตัง" ขึ้นรถมาก็เพิ่งมาคิดได้ว่า "เอ้า เค้าคือไม่ให้ตั๋วละ " ก็แอบหวั่นๆสรุปพอถึงท่าเรือพี่คนขับเป็นคนลงไปซื้อตั๋วเรือให้และบอก “ยืนรอรถนะเดี๋ยวมีรถมารับ “แล้วก็ขับรถจากไปแบบงงๆและเร็วมาก แล้วก็หันมาถามกันว่า รอรถไรว่ะ55555 เอ้างง พอดีมีลุงแถนั้นแกถามว่าจะไปไหนกัน ก็บอกจะไปขึ้นเรือราชาเฟอร์รี่พะงัน ลุงแกเลยบอกเดี๋ยวมีรถรางมารับไปลงเรือ สักพักก็มีรถรางมารับไปที่ทาเรือแล้วก็ขึ้นเรือหาทีนั่งเลยคะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบฟาสมากชีวิตสโลวไลฟ์จบลงทันทีเพียงแค่เท้าเหยียบสถานีเลย รู้ตัวอีกทีคือขึ้นเรือแล้ว เมื่อกี้ยังเซอร์นอนอยู่เลย งานนี้ ฝรั่งเต็มเรือ ลั้ลลากันมาก 5555 สบายหูสบายตาจังเลยย ระยะเวลานั่งเรือมาถึงท่าเรือท้องศาลา ประมาณ 2 ชม.ครึ่งค่ะ
วิวแถวตรงท่าเรือ น้ำใสมากกกกกกก
วิวสวย อากาศดี จนลืมเมาเรือไปเลย
พอถึงท่าเรือที่ท้องศาลา ณ จุดนั้นเดินถามประชาสัมพันธ์เลยค่ะ “เซเว่นอยู่ตรงไหนค่ะ”หิวมากอารมณ์แบบปอปลง (จริงๆในเรือก็มีของขายนะแต่แบบแพงเบาๆเราเลยไม่ซื้อค่ะ)จากนั้นเดินซื้อของในเซเว่นและกลับมาถามพี่ประชาสัมพันธ์ว่าจะไปที่พักยังไง พี่ก็บอกแท็กซี่เลยน้อง เรียกแท็กซี่ให้คนละ100 (ราคานี้ไปทุกที่ 100 ตลอดทางนะคะ ราคาเท่ากันหมดทั้งคนไทยคนต่างชาติ)ที่ท่าเรือจะมีคิวรถแท็กซี่ที่บ้านเราเรียกว่ารถสองแถวอยู่ เค้าก็จะกรูกันมาถามอยู่แล้วว่าเราจะไปไหน พี่ประชาสัมพันธ์สองคนเฟรนลี่ดีค่ะ ยืนคุยสารทุกข์สุขดิบกับพวกพี่เค้านานอยู่ อารมณ์แกก็ถามว่ามาฟลูมูลใช่ไหม ก็เตือนว่าอย่าไปกินบัตเกตส์จากคนแปลกหน้านะมันแรงมากพี่เคยโดนมาแล้ว และก็บอกว่าแท็กซี่ที่เกาะไม่เกินคนละ 100 หรอกไปไหนก็100หมดถ้ามากกว่านั้นคือโกงละ เราก็จ้ะๆรับฟังแต่ถามว่าที่พี่เค้าเตือนเราทำไหม ก็ทำ 555555 โดนโกงไหมก็โดน ถึงพี่พักก็ถ่ายรูปเล่นรอบรีสอร์ทและพอดีวันที่เราไปถึงเกาะเป็นวันเสาร์มีถนนคนเดินที่รู้มาจากคนขับรถแท็กซี่ เราก็เลยเช่ามอไซต์ของทางรีสอร์ท200 พร้อมน้ำมันเต็มถัง 24 ช.ม เช่าตอนไหนคืนตอนนั้น ไปถนนคนเดินที่ท้องศาลา ถนนคนเดินก็มีขายทุกอย่างค่ะเสื้อผ้า ของกิน เครื่องประดับ อาหารเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ฝรั่ง ญี่ปุ่น อาหารถิ่น มีหมด ราคาก็ไม่แพงไรมาก มีที่นั่งไว้รับประทานอาหารเดินริมทะเลด้วย คือดีอะ เวลาตั้งก็ประมาณ 17.00-20.00 แต่ทุ่มกว่าๆก็เริ่มเก็บของหมดแล้วค่ะ
วิวหลังรีสอร์ท
รีสอร์ทข้างๆ อลังการมาก
บรรยากาศถนนคนเดิน ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมาก คนเยอะ
ผัดไทยใต้ อร่อยมาก 50 บาทรสชาติเหมือนพริกแกงผัดใส่น้ำกระทิแต่ไม่เผ็ดนะ ออกหวานๆนิดนึ่ง
อันนี้เป็นขนมจีนน้ำยาใต้ กับพิชซ่าไรไม่รู้ ขนมจีนอร่อย แต่พิซซ่าแป้งมันแข็งอะ
วิวที่นั่งตรงถนนคนเดิน