เรื่องเล่าจากยาย

กระทู้สนทนา
เราเคยเล่าเรื่องไว้ 1 เรื่องถ้วน ... นั่งสิงห้องนี้อ่านเรื่องของเพื่อนๆไปเรื่อยๆ ได้แรงบันดาลใจมาจากกระทู้ของเพื่อนที่ฟังเรื่องเล่ามาจากยายบ้าง แม่บ้าง ทำให้เรานึกขึ้นได้ว่า เฮ้ย!! เราก็เคยฟังยาย ฟังแม่เล่าเรื่องผีให้ฟังอยู่นี่นา และเป็นเรื่องที่เราฟังมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งเวลาแม่ไปเยี่ยมยายที่บ้าน จับกลุ่มกันทีไร จะเล่าเรื่องนี้ทุกที แสดงว่าคงฝังใจกับคนในครอบครัวพอสมควร เราจะพยายามถ่ายทอดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะจำได้นะคะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------

ตากับยายเราในสมัยก่อนโน้นทำอาชีพรับจ้างตีเหล็ก อยู่ในจังหวัดสุโขทัย ... ยึดบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่ง เป็นทั้งบ้าน และเตาหลอมเหล็ก แท่นตีเหล็ก เปิดเป็นร้านเล็กๆร้านหนึ่งติดริมถนน เพื่อการซื้อขายจะได้สะดวกกับคนที่จะมาซื้อ

ตากับยายเรามีลูกด้วยกัน 5 คน คนโตคือแม่เราเอง ตากับยายก็จะช่วยกันตีเหล็กขายกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ย้ายมาบ้านหลังนี้ ลูกค้าประจำมักจะมาบ่นให้ฟังเสมอว่า "เอ... เวลาตั้งใจจะมาซื้อเหล็กที่นี่ ฉันมองไม่เห็นบ้าน ขับเลยไปเสียทุกที ไม่รู้เป็นอะไร" จากนั้นก็เริ่มจากตาเราจะฝันถึงผู้ชายคนหนึ่งร่างสูงใหญ่ กำยำ นุ่งโจงกระเบนแดง แต่งตัวแบบคนสมัยโบราณ มายืนชี้หน้า หน้าตาดุ ถทึง โกรธเกรี้ยว แล้วบอกตาเราว่า "ที่นี่คือที่ของกู พวกมาทำอะไรบนหัวกู เสียงดัง พวกออกไปจากที่กูเสียเดี๋ยวนี้" แต่ตาของเราก็เป็นประเภทไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ ก็คิดแค่ว่าฝันไป คงคิดมากหรืออะไร ก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงตีเหล็กขายกับยายต่อไป

อีกสักพักยายเราก็ฝันเห็นผู้ชายโบราณคนเดียวกันกับตา มายืนชี้หน้าอย่างโกรธเกรี้ยว "กูบอกให้พวกออกไปจากที่กู" ยายเราก็เล่าให้ตาฟัง ตาก็เห็นว่าฝันอย่างเดียวกัน ก็เลยให้ยายนำของมาเซ่นไหว้ ขอขมา บอกว่าเรามาขอประกอบอาชีพเลี้ยงตัวไม่ได้จะมาทำอะไรไม่ดี แต่เขาก็ไม่ยอม ยายก็ยังคงฝันถึงชายโบราณคนนั้นมาบอกในฝันอยู่เนืองๆ ให้ย้ายออกไป แต่ด้วยความจน เพิ่งจะพากันมาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้เท่าไร จะให้ย้ายก็ไม่มีเงินพอจะไปอยู่ไหน ได้แต่ไหว้ขอขมากันไป

ตอนนั้นแม่มีเราแล้ว พอเราโตมาหน่อยคงสักประมาณขวบ สองขวบก็พาเรากับพ่อไปเยี่ยมยายที่บ้าน เพราะทำงานอยู่ต่างจังหวัด แม่เล่าว่าแม่กลัวบ้านหลังนี้ เวลาอยู่ในบ้านหลังนี้มีความรู้สึกเหมือนมีคนคอยจ้องมองตลอดเวลา และเหมือนไม่ได้มีแค่เราอยู่ ช่วงมาเยี่ยมยายกลางดึกแม่จะต้องลุกขึ้นไปชงนมให้เรา แม่จะรีบเดิน รีบชง ทุกครั้งเวลาก้มหน้าชงนมแม่จะเห็นเป็นเงาดำๆ มายืนรุมล้อมรอบโต๊ะที่แม่ชงนม แม่ว่าเหมือนเขามายืนรุมดูว่าแม่กำลังทำอะไร พอแม่กลั้นใจเงยหน้าขึ้นมาดู เงาดำๆก็หายไป ไม่มีอะไร พอก้มหน้าชงต่อก็จะเห็นอีกเหมือนเดิม ... คืนหนึ่งนอนเรียงกันหน้าทีวี แม่ พ่อ เรา น้าๆ ... พอเริ่มดึก เคลิ้มๆจะหลับกัน ก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเอาหินก้อนใหญ่ๆ ทุ่มลงกลางบ้าน ตึ้ม!!!! กระดานบ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน มีแค่แม่กับพ่อเราสองคนที่ผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก คนอื่นๆนอนกันเงียบกริบเหมือนไม่รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงพ่อกับแม่เราสองคนที่โดน หลังจากนั้นก็นอนไม่หลับกันจนเช้า พอเช้ามาถามใครก็ไม่มีใครรู้สึกถึงเรื่องนี้เลย แม่กับพ่อยังสงสัยมาจนวันนี้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น

เวลาก็ผ่านไปไม่นาน ยายเราก็ฝันถึงผู้ชายโบราณคนเดิม "ถ้าพวกยังไม่ออกไป กูจะเอาไปทีละคน" ... ยายเล่าว่า ตลอดเวลาที่ยายไหว้ขอขมา ขอตีเหล็กที่นี่ ก็จะฝันมาเรื่อยว่าเขาบอกไม่ให้ ให้ออกไปลูกเดียว แต่ยายไม่กล้าจะบอกใคร กลัวลูกจะกลัว และไม่มีเงินจะขยับขยายไปทางไหน จากนั้นตาเราก็เริ่มป่วย รักษายังไงก็ไม่หาย ให้กินยาก็ไม่กิน เอาแต่ดมกาว (ยายกับแม่เล่าว่าอย่างนั้น เราก็ไม่แน่ใจว่ากาวหรืออะไรแต่มันคงเป็นสารระเหยอย่างหนึ่ง) เวลาใครบอกให้กินยา ตาก็จะเถียงว่า ผีมาบอกกูให้ดมนี่ ดมแล้วจะหาย ... ตาเราดื้อไม่ฟังใคร และเชื่อในยาผีบอก จนท้ายที่สุดตาเราก็ตายไป ก็เหลือเพียงยายเราและน้าๆ ส่วนแม่เราไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยความที่เหลือเพียงยายคนเดียว ก็ยังต้องจำทนอยู่ในที่เดิม ...

สักพักยายเราก็ฝันอีก ว่าชายคนนั้นมาบอกว่า "ถ้ายังขืนไม่ย้ายกูจะเอาลูกไป" ... ด้วยความกลัวในตอนนั้นยายเราก็เริ่มคิดจะหาที่ หาทางขายบ้านหลังนี้และหาที่อยู่ใหม่ ระหว่างที่คิดหาทางมันก็คงใช้เวลาพอสมควรในหารรวบรวมเงิน และหาบ้านหลังใหม่ จนเกิดเหตุขึ้นอีก น้าคนรองจากแม่เราสมัยนั้นทำอาชีพขับรถบรรทุกขนท่อนซุงไปทางภาคเหนือ ก็ต้องขับรถขึ้นเขาลงเขาเป็นประจำ มาวันนึงก็มีคนมาบอกข่าวว่า รถที่น้าคนรองเราขับไปนั้นเสียหลักฟาดเข้ากับภูเขาข้างทาง โซ่รัดท่อนซุงก็หลุด ซุงหลายท่อนจากด้านหลังเทอัดทะลุมาด้านหน้า น้าเราก็เลยเสียชีวิตทันที เมื่อยายเรารู้ข่าวก็เป็นลม เสียใจมาก พากันชวนน้าชายคนถัดมา ไปรับศพน้าคนรองกลับมาบำเพ็ญกุศลกันต่อไป สมัยนั้นมีแต่ป่าแต่เขา ถนนหนทางยังไม่เจริญเท่าทุกวันนี้ จำต้องขนศพน้าคนรองเราผ่านป่าหนึ่ง ในป่านั้นมีหมู่บ้านชาวเขาอยู่ เขาไม่ให้ขนคนตายผ่านหมู่บ้านเขาจะเกิดอาเพศอะไรทำนองนั้น เจรจาอะไรยังไงก็ไม่ยอมท่าเดียว ยายกับน้าเราเลยต้องตัดสินใจเผาศพน้าคนรองเรากลางป่าตรงนั้นเลย และเอากลับมาได้แต่เถ้ากระดูก ตอนนั้นเหมือนยายเราไปดูหมอ หรือดูพระ เขาก็ว่าน้าคนรองเรานี่มีกรรมเกี่ยวข้องกับที่ตรงนั้น เมียเขามาเอามันไป เมียมันดักรอมันอยู่แถวนั้นแหละ ... ยายเราฟังแล้วก็ขนลุก และทำใจ กรรมใครกรรมมัน

หลังจากกลับมา ยายเราคิดว่าขืนอยู่ต่อไปคงไม่ได้การ ประจวบกับมีคนมาติดต่อดูบ้าน ยายเราเลยขายให้ในราคาที่ถูกมาก แล้วเอาเงินที่ได้ไปหาบ้านหลังอื่นอยู่ต่อในทันที ไม่รีรออีกแล้ว ... เราเคยถามแม่ว่า แม่แล้วบ้านหลังนั้นที่มีคนซื้อต่อ เขาจะอยู่กันได้เหรอ แม่ก็ตอบว่าแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะแม่กับยาย และน้าๆก็ไม่เคยคิดที่จะกลับไปบ้านหลังนั้นอีกเลย

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องที่เราจำมาได้ก็มีเพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่