อ่านทั้งหมดได้ที่
http://dharmaxp.blogspot.sg/2015/06/blog-post_28.html
รวมความศักดิ์สิทธิ์และอานุภาพของ พระคาถาชินบัญชร
ในกาลปัจจุบันสุดยอดของพระคาถาคือ การสวดพระคาถาชินบัญชร (ซึ่งถือเป็นการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิตอยู่กับเรา) พุทธคุณทั้ง ๙ ประการ มีดังนี้เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปราศจากโรค ได้ลาภ ได้ยศ ค้าขายดี มีวิชาความรู้ เจริญรุ่งเรือง
ผู้ใดที่สามารถท่องและจำได้เป็นปกติถือว่ามีบุญมาก
ดังนั้นผู้ที่หมั่นท่องพระคาถาชินบัญชร ควรจะประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในทำนองครองธรรม
" ในโลกนี้อิทธิพลแพ้อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์แพ้บุญฤทธิ์ บุญฤทธิ์แพ้กรรมวิบาก และฤทธิ์ของกรรมลิขิต"
" ไม่มีใครหนีพ้นกรรมไปได้ เราได้บอกทุกครั้งว่าท่านไม่ต้องเชื่อเราแต่ให้พิจารณาดูตามความเป็นไป "
ความเป็นมาพระคาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้น เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงเจ้าประคุณสมเด็จ
* เริ่มสวด นโม 3 จบ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
* นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
รากศัพท์ของคำว่า "คาถา" มาจากภาษาบาลีว่า ”กถา” แปลว่า ”วาจาเป็นเครื่องกล่าว” ดังนั้น...คำพูดของคนเราทุกคำก็คือคาถาทั้งสิ้น แต่คาถาในความเข้าใจของทุกคน ไม่ใช่ความหมายเช่นนั้น...
คาถาที่เรารู้จัก คือถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถแสดงผลอันวิเศษแก่ผู้ที่ยึดถือท่องบ่น ในบรรดาคาถาที่ท่านผู้รู้ผูกขึ้นมานั้น คาถาชินบัญชร ของ สมเด็จพุฒาจารย์ หรือ หลวงพ่อโต วัดระฆัง นับว่าแพร่หลายที่สุด...
คาถา ชินบัญชรนี้เพียบพร้อมไปด้วยอรรถและฉันทลักษณ์ ทั้งยังคงความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง กระทั่งพระเครื่องสมเด็จวัดระฆังที่ลือลั่นสนั่นเมือง ก็ปลุกเสกด้วยพระคาถานี้เอง...
แต่ ว่า...คาถาชินบัญชรนี้ ก็ยังมีแปลกแตกต่างไปหลายฉบับ บางฉบับก็เพิ่มมาหนึ่งบทบางฉบับก็หดหายไปสองบรรทัด คาถาบางตัวก็ผิดเพี้ยนกันไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...
“ ความ ศักดิ์สิทธิ์ของคาถานั้น ขึ้นอยู่กับสมาธิจิตของผู้ท่องบ่น ต่อให้คาถาผิดพลาดเพียงไรก็ตาม หากจิตเป็นสมาธิแนบแน่นมั่นคงเสียแล้ว ผลก็เป็นไปตามการอธิษฐานทุกประการ... ”
หาก ท่านผู้อ่านผู้ฟังตัดความตะขิดตะขวงใจในตัวคาถาเสีย ตั้งใจท่องบ่นอย่างจริงจัง ผลดีย่อมบังเกิดแก่ท่านอย่างไม่ต้องสงสัย และต้องอัศจรรย์ใจในคาถาอันวิจิตรไพเราะ ที่เป็นผลผลิตจากอัจฉริยภาพของเจ้าประคุณสมเด็จท่านเป็นแน่แท้...
ความศักดิ์สิทธิ์พระคาถาชินบัญชร
ความอัศจรรย์สิ่งเร้นลับและอานุภาพต่างๆ นี้ บางท่านก็ได้เคยประสบพบเห็นมาด้วยตัวเอง หรือจากปากของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นอานุภาพของพระเครื่องก็ดี พระคาถาต่างๆ ก็ดี บางครั้งบางคราวเราท่านก็ยากแก่การจะพิสูจน์ได้โดยง่ายและทันต่อเวลาเสมอ ซึ่งไม่เหมือนหลักวิทยาศาสตร์ นอกเสียจากว่าท่านจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน
จะว่ากันไปแล้วไสยศาสตร์ก็เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ซึ่งเป็นศาสตร์เกี่ยวกับพลังจิต ความเชื่อ ความศรัทธา บางท่านก็เชื่ออย่างงมงาย บางท่านก็ไม่เชื่อเลย
โดยส่วนตัวของผมนั้น
(ฟ้าทะลายโจร) ผมท่องพระคาถา หรือปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็เพื่อความสบายใจของตนมิได้หวังพึ่งผลของพระคาถาให้เกิดผลนัก
ซึ่งถือว่าเป็นการที่เราได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อจิตใจ เพิ่มคุณภาพ และอนุภาพของพลังจิตภายใน
แต่ประสบการณ์เกี่ยวกับพระคาถานั้นก็มีมาก พระคาถาชินบัญชรนี้เปรียบเสมือน การที่เราให้ความเคารพนับถือต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ซึ่งเหมือนกับเป็นการอัญเชิญเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาชุมนุมกัน และก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายช่วยชี้แนะ แนะนำ สอนสั่ง และปกปักรักษา ในชีวิตประจำวันของเรา และเพื่อให้ผู้ท่องคาถานั้นประพฤติ ปฏิบัติตนอยู่ในทำนองครองธรรม มีสิ่งดลใจให้เลือกทางได้ถูกต้อง
พูดถึงเรื่องของกรรม ถ้าหากตนมีกรรมที่ต้องชดใช้ เรานั้นก็ยังต้องชดใช้ แต่หากจะผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา ดังเช่นหากเรามีเคราะห์ให้ถึงกับสูญเสีย หรือเป็นพิการ จากกรรมลิขิตต่างๆ ส่วนตัวก็จะได้รับเพียงรอยแผล หรือฟกช้ำเพียงเท่านั้น และนี่ยังนับรวมสมาชิกต่างๆ ในครอบครัวเช่นกัน
โดยส่วนตัว หากกระผม (ฟ้าทะลายโจร) เดินทางไปที่ไหน ป่าเขา หรือขับรถ ลงเรือ ก็จะท่องพระคาถาฉบับย่อนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดกับตน หรือผู้อื่นในใจ
* โดยให้เริ่มด้วย นะโม 3 จบ และนึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
จากนั้นก็ค่อยทำการท่องภายในใจจะกี่จบก็ตามที่สบายใจ
"ชินะปัญชะระปะริต ตังมังรักขะตุสัพพะทา"
รวมความศักดิ์สิทธิ์ของ พระคาถาชินบัญชร (ฉบับสมบูรณ์)
อ่านทั้งหมดได้ที่
http://dharmaxp.blogspot.sg/2015/06/blog-post_28.html
รวมความศักดิ์สิทธิ์และอานุภาพของ พระคาถาชินบัญชร
ในกาลปัจจุบันสุดยอดของพระคาถาคือ การสวดพระคาถาชินบัญชร (ซึ่งถือเป็นการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิตอยู่กับเรา) พุทธคุณทั้ง ๙ ประการ มีดังนี้เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปราศจากโรค ได้ลาภ ได้ยศ ค้าขายดี มีวิชาความรู้ เจริญรุ่งเรือง
ผู้ใดที่สามารถท่องและจำได้เป็นปกติถือว่ามีบุญมาก
ดังนั้นผู้ที่หมั่นท่องพระคาถาชินบัญชร ควรจะประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในทำนองครองธรรม
" ในโลกนี้อิทธิพลแพ้อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์แพ้บุญฤทธิ์ บุญฤทธิ์แพ้กรรมวิบาก และฤทธิ์ของกรรมลิขิต"
" ไม่มีใครหนีพ้นกรรมไปได้ เราได้บอกทุกครั้งว่าท่านไม่ต้องเชื่อเราแต่ให้พิจารณาดูตามความเป็นไป "
ความเป็นมาพระคาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
พระคาถานี้เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ตกทอดมาจากลังกา ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้น เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงเจ้าประคุณสมเด็จ
* เริ่มสวด นโม 3 จบ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
* นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
รากศัพท์ของคำว่า "คาถา" มาจากภาษาบาลีว่า ”กถา” แปลว่า ”วาจาเป็นเครื่องกล่าว” ดังนั้น...คำพูดของคนเราทุกคำก็คือคาถาทั้งสิ้น แต่คาถาในความเข้าใจของทุกคน ไม่ใช่ความหมายเช่นนั้น...
คาถาที่เรารู้จัก คือถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถแสดงผลอันวิเศษแก่ผู้ที่ยึดถือท่องบ่น ในบรรดาคาถาที่ท่านผู้รู้ผูกขึ้นมานั้น คาถาชินบัญชร ของ สมเด็จพุฒาจารย์ หรือ หลวงพ่อโต วัดระฆัง นับว่าแพร่หลายที่สุด...
คาถา ชินบัญชรนี้เพียบพร้อมไปด้วยอรรถและฉันทลักษณ์ ทั้งยังคงความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง กระทั่งพระเครื่องสมเด็จวัดระฆังที่ลือลั่นสนั่นเมือง ก็ปลุกเสกด้วยพระคาถานี้เอง...
แต่ ว่า...คาถาชินบัญชรนี้ ก็ยังมีแปลกแตกต่างไปหลายฉบับ บางฉบับก็เพิ่มมาหนึ่งบทบางฉบับก็หดหายไปสองบรรทัด คาถาบางตัวก็ผิดเพี้ยนกันไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...
“ ความ ศักดิ์สิทธิ์ของคาถานั้น ขึ้นอยู่กับสมาธิจิตของผู้ท่องบ่น ต่อให้คาถาผิดพลาดเพียงไรก็ตาม หากจิตเป็นสมาธิแนบแน่นมั่นคงเสียแล้ว ผลก็เป็นไปตามการอธิษฐานทุกประการ... ”
หาก ท่านผู้อ่านผู้ฟังตัดความตะขิดตะขวงใจในตัวคาถาเสีย ตั้งใจท่องบ่นอย่างจริงจัง ผลดีย่อมบังเกิดแก่ท่านอย่างไม่ต้องสงสัย และต้องอัศจรรย์ใจในคาถาอันวิจิตรไพเราะ ที่เป็นผลผลิตจากอัจฉริยภาพของเจ้าประคุณสมเด็จท่านเป็นแน่แท้...
ความศักดิ์สิทธิ์พระคาถาชินบัญชร
ความอัศจรรย์สิ่งเร้นลับและอานุภาพต่างๆ นี้ บางท่านก็ได้เคยประสบพบเห็นมาด้วยตัวเอง หรือจากปากของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นอานุภาพของพระเครื่องก็ดี พระคาถาต่างๆ ก็ดี บางครั้งบางคราวเราท่านก็ยากแก่การจะพิสูจน์ได้โดยง่ายและทันต่อเวลาเสมอ ซึ่งไม่เหมือนหลักวิทยาศาสตร์ นอกเสียจากว่าท่านจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน
จะว่ากันไปแล้วไสยศาสตร์ก็เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ซึ่งเป็นศาสตร์เกี่ยวกับพลังจิต ความเชื่อ ความศรัทธา บางท่านก็เชื่ออย่างงมงาย บางท่านก็ไม่เชื่อเลย
โดยส่วนตัวของผมนั้น (ฟ้าทะลายโจร) ผมท่องพระคาถา หรือปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็เพื่อความสบายใจของตนมิได้หวังพึ่งผลของพระคาถาให้เกิดผลนัก
ซึ่งถือว่าเป็นการที่เราได้กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อจิตใจ เพิ่มคุณภาพ และอนุภาพของพลังจิตภายใน
แต่ประสบการณ์เกี่ยวกับพระคาถานั้นก็มีมาก พระคาถาชินบัญชรนี้เปรียบเสมือน การที่เราให้ความเคารพนับถือต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านได้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ซึ่งเหมือนกับเป็นการอัญเชิญเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มาชุมนุมกัน และก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายช่วยชี้แนะ แนะนำ สอนสั่ง และปกปักรักษา ในชีวิตประจำวันของเรา และเพื่อให้ผู้ท่องคาถานั้นประพฤติ ปฏิบัติตนอยู่ในทำนองครองธรรม มีสิ่งดลใจให้เลือกทางได้ถูกต้อง
พูดถึงเรื่องของกรรม ถ้าหากตนมีกรรมที่ต้องชดใช้ เรานั้นก็ยังต้องชดใช้ แต่หากจะผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา ดังเช่นหากเรามีเคราะห์ให้ถึงกับสูญเสีย หรือเป็นพิการ จากกรรมลิขิตต่างๆ ส่วนตัวก็จะได้รับเพียงรอยแผล หรือฟกช้ำเพียงเท่านั้น และนี่ยังนับรวมสมาชิกต่างๆ ในครอบครัวเช่นกัน
โดยส่วนตัว หากกระผม (ฟ้าทะลายโจร) เดินทางไปที่ไหน ป่าเขา หรือขับรถ ลงเรือ ก็จะท่องพระคาถาฉบับย่อนี้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดกับตน หรือผู้อื่นในใจ
* โดยให้เริ่มด้วย นะโม 3 จบ และนึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน
ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ
จากนั้นก็ค่อยทำการท่องภายในใจจะกี่จบก็ตามที่สบายใจ
"ชินะปัญชะระปะริต ตังมังรักขะตุสัพพะทา"