{One Day Trip} ทริปปุบปับกับภาพใต้น้ำมือสมัครเล่น ณ เกาะขาม สัตหีบและความประทับใจ...

... สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกนี่เป็นกระทู้แรกแล้วไม่รู้จะเป็นกระทู้เดียวหรือป่าว กับการรีวิวเที่ยวครั้งนี้ หลังจากที่เก็บข้อมูลจากพี่ๆในนี้หลายกระทู้แล้ว อยากไปบ้าง ในเมื่อร่างกายต้องการทะเล สาวออฟฟิสที่ไม่ค่อยมีเวลาอย่างเราเมื่อมีโอกาสจะได้เที่ยวทั้งทีก็ต้องไปให้ได้ค่ะ

... สถานที่ที่เราเลือกจะไปลำบากกันในวันนั้นก็คือ  เกาะขาม แสมสาร ณ สัตหีบ ค่ะ เหตุผลที่ไปที่นี่เพราะว่าดูมาหลายรีวิว สวย น้ำใส ธรรมชาติยังสมบูรณ์ การเดินทางไปกลับสะดวก สามารถไปได้ทั้งรถส่วนตัวแล้วก็รถตู้โดยสาร เป็นทริปที่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ หรือจะค้างคืนแล้วต่อเกาะแสมสารก็ได้ เราจึงเลือกไปที่นี่ ในตอนแรกคิดว่าจะไปเกาะล้าน แต่ไปบ่อยแล้ว และกิจกรรมที่เกาะล้านก็เหมาะที่จะไปกับพรรคพวกเยอะๆ แต่ครั้งนี้ เราไปกับพี่ที่ทำงานแค่ 2 คนและหลานชายอีก 1 คน เรียกว่า ไปลำบากกันเลยค่ะ เป็นยังไงลองมาดูกันค่ะ

... เริ่มแรก พี่ที่ทำงานเขาอยากไปเกาะล้านเนื่องจากใกล้แล้วก็สะดวกค่ะ แต่เราเล็งว่าจะไปเกาะขามในเดือนหน้าอยู่แล้ว เนื่องจากเกาะพึ่งเปิดให้เข้าชมไปเมื่อต้นเดือนกันยายน หลังจากปิดเกาะเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติไป นับได้ว่าคุยกันวันศุกร์ เช้าวันเสาร์ออกเดินทางเลยค่ะ  เราก็เริ่มด้วยการโทรไปหาเจ้าหน้าที่บนเกาะ ตามเว็บไซต์ http://www.nac1.navy.mi.th/kham/  เบอร์ติดต่อ 0-3843-9444 หรือ 0-3843-7927 (ในเวลาราชการ) 0-3843-9444 หรือ 0-3843-7927 (ในเวลาราชการ)  และ 08-7004-8512 ค่ะ เราโทรในวันทำการ เจ้าหน้าที่รับสาย เราจึงถามการเดินทางเล็กน้อย โดยพี่เขาให้คำตอบว่า ทางเขาจะเปิดทำการขายบัตรตั้งแต่ 7 โมงเช้า หมดก็คือหมด แล้วมีการทิ้งท้ายให้สยองเล็กน้อยว่า “เห็นว่าพรุ่งนี้มรสุมจะเข้า ไม่รู้จะออกได้ไหม”  นาทีนั้นใจแป้วเลยค่ะ อยากเที่ยวมากจนตัวสั่น คิดในใจ เอาวะ อย่างน้อยไปก่อนแล้วฝนตกมรสุมเข้ายังไง จะหาหาดแถวนั้นเที่ยวดู หลังจากนั้นเราก็ใช้เวลาศึกษาเส้นทาง การเดินทางว่าจะต้องใช้เวลายังไงเพื่อจะให้ออกจากพระราม 2 ให้ทันซื้อบัตร 7 โมงเช้า โดยกะว่ายังไง ฉันก็ต้องไปให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่  หลังจากศึกษาเส้นทางแล้ว จึงได้ตกลงกับผู้ร่วมชะตากรรมในครั้งนี้ว่า เราจะต้องตื่นนอนกันตอนตี 4 และออกจากบ้านอย่างน้อยตี 5 เพื่อไปขึ้นรถที่หน้าเซ็นทรัลพระราม 2 ไปยังอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่มีดินแดนรถตู้ทั่วทุกสารทิศ เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็รอเวลา

...  ณ วันเดินทาง ต่างคนต่างหลับสนิทรู้ตัวอีกที ตี4.30 พึ่งจะอาบน้ำ ออกมา ณ จุดนัดพบกว่าจะได้เดินทางก็เกือบ ตี 5.30 น. สุดท้ายก็เลทจนได้ จึงเปลี่ยนแผนจากการนั่งรถตู้ไปอนุเสาวรีย์ เป็นการนั่งแท็กซี่แทน โดยเราเป็นคนออกค่าทางด่วน และพี่อีกคน ออกค่ารถแท็กซี่ 165 บาท ส่วนค่าทางด่วน 50 บาท ใช้เวลาเดินทางจากพระราม 2 เป็นเวลา เกือบ 30 นาที เพราะยังเช้าอยู่รถไม่ติด แล้วเมื่อถึงก็เป็นเวลาประมาณ 6.10 นาที แล้วก็ได้ทำการซื้อบัตร กรุงเทพ-สัตหีบ ค่าโดยสารคนละ 140 บาท  แล้ว 10 นาทีเขาก็เรียกขึ้นรถ ยังเช้าอยู่ไม่มีคนคือดีมาก (ครั้งก่อนเคยไปเกาะล้านมา 8.00 โมงกว่า ได้นั่งรถเที่ยง เข็ดและหลาบจำไปอีกนานแสนนาน) หลังจากนั้นการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น .....



...  ในระหว่างที่เราเดินทางนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่แต่ละคนจะเก็บแรงไว้ดำน้ำ พร้อมกับใจที่คิดว่า เราจะทันได้ซื้อตั๋วไหม การเที่ยวครั้งนี้จะเป็นโมฆะไหม ถึงขั้นกับบนบานศาลกล่าวเมื่อเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละที่ว่าขอให้ลูกช้างไปให้ทันซื้อตั๋วด้วยเถิด จนเราเริ่มเข้าเขตพัทยาเป็นช่วงเวลา 9.00 น. นิดๆ ผู้โดนสารก็ทะยอยลงกันดีมากที่ช่วงเช้ายังไม่ต้องแวะไปส่งคนที่แหลมบาลีฮาย ไม่งั้นก็คงไม่ได้เที่ยวแน่ แล้วก็ใช้เวลาอีก 30 นาที จนถึงจุดสุดท้ายของรถตู้ และแล้วเขาก็ทิ้งเราไว้ตรงกลางทาง แต่เป็นจุดที่มีรถสองแถวสีน้ำเงิน แสมสาร-สัตหีบวิ่งพอดี  ในตอนแรกวางแผนมาดิบดีว่าจะนั่งรถสองแถวเพื่อประหยัดการเดินทางในครั้งนี้ แต่ในเวลามันไม่ได้ เรากับเพื่อนร่วมชะตากรรมจึงเปลี่ยนแผนโดยการนั่งมอเตอร์ไซน์รับจ้างแทน จากที่อ่านมาหลายกระทู้ ทุกคนบอกว่า เสียค่าเดินทางมอไซด์รับจ้างแค่ 50 บาท แต่มันไม่เป็นแบบนั้น เขาเรียกคนละ 100 บาท พร้อมหลานชายเขาคิดแค่ 20 บาท โดยบอกว่า การเดินทางนั้นไกลถึง 14 กิโล เมื่อถึงท่าเรือเขาหมาจอ เอาก็เอาเป็นไงเป็นกัน เลยซ้อน 3 เพื่อรีบไปให้ทันเรืออะไรก็ยอม โดนค่าเดินทางไปอีก 220 บาท สุดท้ายเราก็ได้มาถึงที่ ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ รีบตรงดิ่งไปถามพี่ๆทหาร ว่าตั๋วขายหมดหรือยัง ได้รับคำตอบว่า “ยัง” นาทีนั้นเหมือนถูกหวยก็ไม่ปราน รีบไปซื้อตั๋วลงเกาะขามเลยค่ะ  โดยราคาตั๋วผู้ใหญ่ 200 บาทและเด็ก 150 บาท พร้อมกับดำน้ำ 2 คน ตกคนละ 50 บาท หลังจากนั้นก็รอเรียกขึ้นรถสองแถวของทหารเพื่อไปท่าเทียบเรือ  













... ในขณะที่กำลังรอเรือ เราก็แวะทานกาแฟ ชาเขียว เติมพลังก่อนเผื่ออาจจะมีการให้อาหารปลาบนเรือเกิดขึ้น แล้วเวลา 10.00 โมงนิดๆ เราก็ได้เวลาลงเรือแล้ว ใช้เวลาจากท่าเรือไปที่เกาะขามประมาณ 15 นาทีเราก็ถึงแล้วค่ะ นาทีที่เรากำลังจะได้ดื่มดำกับน้ำทะเลท้องฟ้าปะการัง หาดทรายสายลม แสงแดด แต่ก็ต้องลงเรือท้องกระจกเพื่อเข้าเกาะใช้เวลาอีกประมาณนึง ถึงจะยกพลขึ้นฝั่งโดยมีพี่ๆทหารช่วยเหลือ  





...  หลังจากลงเรือเข้าเกาะแล้ว ก็เดินตามทางสะพานไม้ที่เป็นจุดที่เขาบอกว่าสวยงาม เหมาะสำหรับการถ่ายพรีเวดดิ้งมากๆค่ะ  หลังจากนั้นก็เดินไปจนถึงจุดบริการของทหาร เพื่อทำการนำบัตรประชาชนไปแลกเสื้อฟรี และชูชีพพร้อมกับ  สน๊อกเกิ้ล  และก็เติมพลังกับอาหารที่มีขายบนเกาะ ขนมน้ำสามารถซื้อบนเกาะได้เลย และแล้วก็ถึงเวลาของความสนุกและการเปลี่ยนสีผิวแล้วค่ะ









... ภาพใต้น้ำ เป็นภาพที่ถ่ายกับกล้อง Nikon Waterproof AW130 ใต้ท้องทะเลที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่พบปลาต่างๆ และสิ่งที่เราชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นหอยมือเสือ สีสันต่างๆ เรียกได้ว่า ดำ 50 บาทนั้นคุ้มค่ากับที่รอคอยจริงๆ ระหว่างที่กำลังเริงร่าเป็นมีนานุชเกยตื้นอยู่นั่น จู่ๆขาเราก็ดันเป็นตระคริวในน้ำ เรียกได้ว่า ความสนุกลดลงมาพร้อมกับความทรมานที่ต่อลากสังขารขึ้นมาบนบกไม่ต่างจากผีเสื้อสมุทรตามหาพระอภัยมณีก็ไม่ปราน ฮ่าๆๆ จนพยุงตัวเองกลับไปจุดที่ปูเสื่อไว้









... มาชมภาพใต้น้ำกัน ในวันที่ไปเล่นน้ำไม่ใสมากนะคะ อันนี้เราทำการปรับภาพให้สวยชัดเจนยิ่งขึ้น




























ปูกำลังกินอาหารเลย ภาพนี้










นี่คือโฉมหน้าผู้ร่วมชะตากรรมค่ะ  ฮ่าๆ

... แล้วก็ปล่อยให้ผู้ร่วมชะตากรรมอีก 2 คนมีความสุขกันไปก่อน  นอกเหนือจากกิจกรรมดำน้ำ ยังมีการพายเรือแคนนู ที่ทางทหารเตรียมไว้ให้เช่า 1 ชม.ราคา 100 บาท 30 นาที 60 บาท หลานชายจึงขอพายเรือ 30 นาที เราจึงไปพายเป็นเพื่อน ทั้งๆที่ก็พายกันไม่เป็น วนไปวนมา ต้องขอโทษคนเล่นน้ำบอกให้เขาหลบจนเซ็งกันเลยทีเดียว  



…. ช่วงเวลาที่รอขาหายเกร็งก็มานั่งเล่นนอนเล่นฟังเสียงคลื่นซัดซาดหาดทราย มีความสุขจริงๆ หากเปิดเพลง สุขใจ ของคณะ Kai-Jo Brother

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่