[เตือนภัย] เป็นหนี้บัตรเครดิตกว่า 150,000+ โดยไม่รู้ตัว

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะทุกคน เรามีเรื่องอยากแชร์ เราเป็นหนี้บัตรเครดิตโดยไม่รู้ตัว ไม่เคยใช้ ไม่เคยสมัคร แต่อยู่ๆ มีใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตส่งมาที่บ้าน จำนวนหนี้คือ 76,000+ บาท และมีหนี้อีก 80,000+ ของอีกธนาคาร T^T อยากให้อ่านจนจบนะ เพราะเรื่องแบบนี้มีโอกาสเกิดได้กับทุกคน อ่านแล้วจงมีสติในการใช้ชีวิต

ปล. เรายืมไอดีเพื่อนมานะ

เรื่องมีอยู่ว่า . . . เมื่อประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2558 มีจดหมายทวงหนี้บัตรเครดิตจากธนาคาร A ส่งมาที่บ้านต่างจังหวัด (ตามที่อยู่ในบัตรประจำตัวประชาชน แต่ตัวเราอยู่ กทม.) ในใบแจ้งหนี้แจ้งว่าเราเป็นหนี้ 76,000+ บาท น้องสาวเราเลยถ่ายรูปแล้วส่งมาให้ สิ่งแรกที่คิดหลังจากที่เห็นคือ ต้องโดนแก๊งมิจฉาชีพส่งมาหลอกแน่ๆ แต่เพื่อความชัวร์จึงโทรไปเช็คที่ธนาคาร สรุป!! เราเป็นหนี้บัตรเครดิตจริง คือ 76,000+ บาท

ด้วยความที่ออฟฟิศที่เราทำงานอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของธนาคาร A เราเลยปริ้นรูปจดหมายที่น้องสาวส่งให้ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลให้ได้ความว่า บัตรถูกเปิดใช้เดือน มี.ค. 58 ในวงเงิน 73,000 บาท และใช้เกินวงเดือน ยอดรวมทั้งหมดจึงเป็น 76,000+ บาท ส่วนชื่อออฟฟิศที่คนร้ายกรอกคือ บจก.XXX แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่จึงให้เราไปแจ้งความแล้วนำใบแจ้งความกับรูปจดหมายไปที่ธนาคาร A สาขารังสิต เพราะคนร้ายทำบัตรเครดิตที่นั่น (บริษัทอยู่อนุฯ แต่ไปเปิดที่รังสิต ไกลไปนะ)

** หลังกลับมาบ้าน เราเสิร์ซชื่อบริษัทในกูเกิล ปรากฏว่าไม่มี เลยเกิดข้อสงสัยว่า ทางธนาคารไม่มีการตรวจเช็คเหรอว่าบริษัทมีตัวตนจริงหรือเปล่า? **

วันรุ่งขึ้น เราไปธนาคาร A สาขารังสิต พร้อมเอกสารยืนยันตัวทั้งบัตรประจำตัวประชาชน สลิปเงินเดือน ใบแจ้งความ ภาพจดหมาย แม้กระทั่งบุ๊กแบงก์ก็ขนไป ไปถึงธนาคาร นางสาว Y มาคุยกับเรา เธอชิงตอบก่อนเราจะถามคำถามเสียอีก (เหมือนรู้ว่าจะถามอะไร) เธอบอกว่า ฝ่ายบุคคลของ บจก.XXX เอาหลักฐานของพนักงาน (สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเรา) มายื่นกับธนาคารเพื่อสมัครบัตรเครดิตให้พนักงาน พร้อมทั้งนำสลิปเงินเดือนอันสูงลิ่ว สเตดเม้นลและใบเสียภาษีมาประกอบการสมัครด้วย ทางธนาคารได้โทรไปที่บริษัทและมีคนยืนยันตัวว่าเป็นเราจริงๆ (ให้ใครรับสายแล้วแอบอ้างก็ได้เปล่านะ) เมื่อหลักฐานครบจึงอนุมัติบัตรเครดิต  

นางสาว Y ให้ข้อมูลอะไรเราได้ไม่มากเพราะเธอบอกว่า เป็นข้อมูลของลูกค้า (เธอยังคิดว่าคนร้ายเป็นลูกค้าอยู่เหรอ?) หลังจากส่งเรื่องให้กับนางสาว Y เธอบอกให้รอ 3-5 วันจะมีข้อความส่งไปยังมือถือว่าเรื่องถึงไหนแล้ว ถ้ายังไม่มีข้อความให้โทรมาตามเรื่องใหม่

หลังจากส่งเรื่องเรียบร้อยเลยไปเช็คเครดิตบูโรเสียหน่อยว่าโดนธนาคารอื่นด้วยมั้ย ในใจก็แอบหวังว่าแค่ธนาคารเดียวเถอะ รอผลไม่นาน ไม่ลีลารีบแกะซองดู ใจจะวายคนร้ายมันเปิดบัตรเครดิตของธนาคาร B อีก 2 ใบ! วันที่บัตรใช้งานก็ใกล้เคียงกับบัตรเครดิตของธนาคาร A ส่วนวงเงินของบัตรเครดิตธนาคาร B 2 ใบ ใบละ 40,000 บาท บัตรหนึ่งเป็นวีซ่า อีกบัตรเป็นมาสเตอร์การ์ด ซึ่งใช้เกินวงเงินทั้งสองใบ

รู้ปุ๊บรีบวิ่งไปธนาคาร B สาขาที่ใกล้ที่สุด เพื่อสอบถามความจริง เจ้าหน้าที่โทรหาคอลเซนเตอร์ให้ คอลเซนเตอร์บอกว่า มีการรูดซื้อของและกดเงินสด บัตรทั้งสองใบถูกเปิดที่สาขาสี่มุมเมือง รังสิต (มีกลิ่นแปลกๆ ล่ะ) ส่วนที่ทำงานก็เป็น บจก.XXX (บริษัทเดียวกับที่ใช้สมัครบัตรเครดิตธนาคาร A) ขั้นตอนต่อไปคือ แจ้งความแล้วเอาใบแจ้งความไปให้ธนาคาร B สาขาไหนก็ได้

หลังวางสายจากคอลเซนเตอร์เลยสอบถามพนักงานเพิ่มเติมว่า
1.เราจะป้องกันยังไงไม่ให้คนร้ายไปเปิดบัตรมั่วซั่วอีก?
เธอตอบว่า ป้องกันไม่ได้ ที่ทำได้คือ รอว่าจะมีเซอร์ไฟส์จากธนาคารไหนแล้วค่อยตามไปแจ้งเรื่อง
2.เราสามารถฝากเอกสารให้เพื่อนหรือใครมาสมัครบัตรเครดิตแทนเราได้ไหม?
เธอตอบว่า ได้
3.เจ้าของหลักฐานไม่ต้องเซ็นต์ชื่อต่อหน้าพนักงานเหรอ?
เธอตอบว่า แล้วแต่กรณี แล้วแต่การตกลงระหว่างลูกค้ากับพนักงาน
4.ถ้าเราทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ล่ะ จะช่วยได้ไหม?
เธอตอบว่า ไม่ได้ เพราะข้อมูลยังเป็นข้อมูลของเรา

เอาล่ะไปแจ้งความดีกว่า และต้องเจอกับเรื่องปวดหัวอีก ด้วยความที่ธนาคาร B ไม่มีใบแจ้งหนี้มาที่บ้านแต่เรารู้ว่าเป็นหนึ้เพราะไปเช็คเครดิตบูโร เราเลยเอาใบของเครดิตบูโรไปแจ้งความ ตำรวจบอกว่า "แจ้งไม่ได้ ไม่มีจดหมายทวงหนี้มาให้ดู ไม่มีหลักฐาน มีแค่ใบของเครดิตบูโรมาแบบนี้ใครก็แจ้งได้ซิ จริงๆ คุณอาจทำบัตรเครดิตแล้วบอกว่าไม่ได้ทำก็ได้" (อ้าว...) เราเลยบอกไปว่า "ก่อนหน้านี้เราโดนของธนาคารอื่นส่งใบแจ้งหนี้ไปที่บ้านถึงรู้ว่าเป็นหนี้โดยไม่ได้ก่อ เลยไปเช็คเครดิตบูโรและมันขึ้นว่าเราเป็นหนี้ของธนาคาร B ด้วย เลยมาแจ้งความ อีกอย่างที่อยู่ที่คนร้ายกรอกให้ส่งจดหมายทวงหนี้ไปคือ บจก.XXX ซึ่งเราไม่ได้ทำงานที่นั่น แล้วจะมีใบแจ้งหนี้ได้ไง" แต่ตำรวจไม่ยอม จะเอาจดหมายทวงหนี้ให้ได้

โชคดีในโชคร้าย ตำรวจหนุ่มซึ่งมียศสูงกว่าตำรวจคนนี้เดินเข้ามาสอบถามเรื่องราวของเรา สุดท้ายเขายอมให้ลงบันทึกประจำวัน และแนะนำให้ไปแจ้งความที่รังสิตด้วยเพื่อง่ายต่อการดำเนินการ หลังแจ้งความเสร็จเราเอาใบแจ้งความไปยื่นที่ธนาคาร B สาขาใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่แนะนำให้โทรหาคอลเซนเตอร์เพื่ออายัดบัตร และภายใน 2-3 วันจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อมา

หลังจากแจ้งเรื่องหนี้บัตรเครดิตไปทั้ง 2 ธนาคาร โดยระยะเวลาห่างกันแค่ 1 วัน ผลปรากฎว่า ธนาคาร B โทรมาก่อนเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และบอกข้อมูลคนร้ายว่า มันใช้ชื่อ สกุลเราในการสมัครบัตรเครดิต ที่อยู่ระบุเป็นคลองเตย (คนละที่กับเราเลย) ทำงานที่ บจก.XXX เบอร์โทรศัพท์ที่ให้ก็ไม่ตรงกับเบอร์ของเรา และเป็นเบอร์ที่ติดต่อไม่ได้ ที่สำคัญ ปลอมชื่อพ่อเราด้วย! ขั้นตอนต่อจากนี้คือ รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการรูดและกดเงิน แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อมา ส่วนธนาคาร A เงียบเลยยย

หลังจากวันที่ธนาคาร B โทรมา 2 วัน เราโทรไปที่ธนาคาร A สาขารังสิต ซึ่งนางสาว Y บอกว่าแฟกซ์เอกสารของเราไปให้ทางสำนักงานใหญ่แล้ว เราเลยโทรไปคอลเซนเตอร์ ซึ่งเขาบอกว่ายังไม่ได้รับเอกสารอะไรเลย เราโทรกลับไปหานางสาว Y อีกครั้ง เพื่อบอกว่าทางสำนักงานใหญ่ยังไม่ได้รับเอกสารอะไรเลย เธอเลยบอกว่าจะส่งอีเมลไปสำนักงานใหญ่อีกครั้ง บอกให้เราใจเย็นๆ

ผ่านไปเกือบ 2 เดือน เจ้าหน้าที่ธนาคาร A แจ้งมาว่าจับคนร้ายได้ 1 คน แต่มันปฏิเสธ หลังค้นตัวเจอบัตรเครดิตของคนอื่น แต่ไม่เจอบัตรเครดิตของเราจึงต้องอยู่ในช่วงขยายผล และทางธนาคาร A บอกให้ไปแจ้งความเพื่อขอลบข้อมูลบนเครดิตบูโร ซึ่งทางธนาคารสามารถจัดการให้ได้แต่อาจล่าช้าและตกหล่น จึงบอกเราให้ไปดำเนินการแจ้งความเอง แล้วแฟกซ์ใบแจ้งความมาที่ธนาคาร ส่วนธนาคาร B เงียบไปเลย

ผ่านไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ธนาคาร A โทรมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ทางเครดิตบูโรได้ลบข้อมูลให้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าลบให้ทั้งสองธนาคารหรือเปล่า (ได้ยินแค่นี้ก็โล่งใจแล้ว) ส่วนธนาคาร B ก็ยังไม่ติดต่อมาเลย

วันนี้ไปเช็คเครดิตบูโรด้วยความหวังว่ามันจะเป็น 0 และไม่มีหนี้สินจากธนาคารไหนอีก รับซองจากเจ้าหน้าที่มาเปิดดูปรากฏว่า 0 ทั้งสองธนาคาร โล่งใจมาก ^^

--- จบแล้วจ้า --- เล่าแบบย่อนะ

เพิ่มเติม
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเราหลุดจากไหน?
เราคาดว่าหลุดจากการสมัครงานเมื่อช่วงต้นปี 2557 เพราะแฟนก็ยื่นใบสมัครงานที่เดียวกันกับเราและโดนเหมือนกัน แต่โดนแค่ธนาคาร A วงเงินเท่าเราและเปิดบัตรที่เดียวกับเรา ส่วนธนาคาร B ไม่โดนเพราะปัจจุบันเงินเดือนเขาเข้าธนาคาร B เลยรอดตัวไป
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่