ผมสมัครมาตั้งกระทู้นี้มาเพื่อปรึกษาปัญหาที่ผมกำลังเผชิญและหาคำตอบไม่ได้สักที
ถ้าเล่างงต้องขอโทษด้วยครับผม..
คือผมมีเพื่อนผู้หญิงอยู่คนนึงผมขอสมมุติว่าชื่อ พริม ละกันครับ
ตอนเรียนเราไม่ค่อยได้คุยกันเพราะผมเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูด
ส่วนมันเป็นผู้หญิงที่ร่าเริง พูดเก่งมาก ออกจะห้าวๆ ไม่ค่อยเรียบร้อย
ดูแมนๆเลยครับ กลุ่มเรามีมันเป็นผู้หญิงคนเดียว
ผมก็อยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่มักจะไปเที่ยวดื่มสังสรรค์กันบ่อยๆ จนเรียนจบทำงาน
ผมก็หายไปจากเพื่อนกลุ่มนี้สักพัก จนเมื่อสามปีก่อนเราได้นัดรวมตัวกัน ไปที่ร้านแฟนของพริมมัน
ผมก็ไม่ได้อะไรกับมันนะยังคงเป็นเพื่อนกันปกติ
แต่วันนั้นอยู่ดีๆมันก็ทะเลาะกับแฟนรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือกันในร้าน
เพื่อนๆเลยต้องพามันไปสงบสติอารมณ์กันถึงต่างจังหวัดเลยเพราะมันร่ำร้องอยากไปก็ไปกันคืนนั้นทันที
ผมเองเป็นคนขับรถเลยต้องตกกะไดพลอยโจนไปด้วย มันไม่ร้องไห้ไม่เศร้าไม่อะไรเลย
ผมรู้สึกทึ่งนิดๆที่มันเข้มแข็งมาก ทั้งๆที่เพิ่งโดนทำร้ายร่างกายมา
วันนั้นผมจำได้ว่าผมมองมันตลอดเวลา คือด้วยความเป็นห่วงเพื่อนด้วยกลัวมันจะนอยด์
พอกลับมาถึงกรุงเทพ ผมกลับรู้สึกว่าที่ผมมองมันตลอดไม่ใช่ความเห็นห่วงแบบเพือน
มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นแต่ผมก็ไม่ได้คิดจะบอกหรือคิดจะจีบ
ผมเก็บความรู้สึกเอาไว้เงียบๆ หลังจากนั้นผมก็หายไปจากเพื่อนกลุ่มนี้อีกเพราะ
ต้องไปทำงานต่างจังหวัด จนผ่านไปสองปีในระหว่างสองปีนี้เพื่อนๆมันก็เจอกันสังสรรค์กันบ้างขาดแค่ผมคนเดียว
จนปลายปีที่แล้วพริมเป็นตัวตั้งตัวตีรวมกลุ่มเพื่อนอีกครั้งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
พอดีกับที่ผมย้ายกลับมากรุงเทพs ผมได้มาเจอมันอีกครั้ง มันดูดีมาก คือความรู้สึกผมมันสับสนแปลกๆ
ทั้งที่พูดกันแบบเพื่อน กรูๆเมิงๆ คำหยาบตลอด
แต่มันกลับไม่เหมือนคุยกับเพื่อนเลย
สรุปวันนั้นผมต้องไปส่งมันที่บ้านเพราะมันเพิ่งย้ายบ้านใหม่และเป็นทางผ่านบ้านผมพอดี
ในรถมีกันหลายคนที่กลับทางเดียวกัน เราก็คุยกันมาเรื่อยๆ
จนเพื่อนคนนึงมันพูดเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายขึ้นมาแล้วบอกว่า
ไอ้พริม

ชอบผู้ชายแบบนี้ๆ มันก็ตอบว่า ไม่ๆ กูชอบผู้ชายมีเครา ตัวสูงๆ
ไม่รู้เพราะเมาหรืออะไรผมพูดไปว่า งั้นกรุก็มีสิทธิ์สิ่
มันก็หันมามองผมแบบทำตาโตๆ ผมนี่ใจหายวาบเลย
มันพูดขึ้นมาว่า นี่คิดอะไรกับกูป่ะเนี่ย ปากผมไวกว่าความคิดตอบมันไปว่า
กูคิดตั้งแต่ไปเที่ยวครั้งก่อนโน้นแล้ว ไม่รู้ตัวเองอะ
แล้วมันก็ค่อยๆยิ้มออกมาแบบผมทำอะไรไม่ถูกดีที่เพื่อนคนอื่นไม่ได้สนใจฟังที่เราคุยกัน
หลังจากนั้นมันก็นั่งเงียบตลอดทางจนถึงบ้าน ตอนนั้นผมก็คิดนะว่าผมคงเสียมันไปแน่ๆ
เพราะจริงๆมันก็ยังคงคบกับแฟนคนเดิมและมันก็รู้ว่าผมเองก็มีแฟนอยู่แล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่มันจะตอบรับความรู้สึกผม
แต่สิ่งที่ผมคิดมันไม่ใช่ วันต่อมามันชวนผมออกไปกินข้าว
ผมก็ออกไปนะ คืนนั้นมันถามผมว่าที่ผมพูดจริงรึเปล่า
ผมไม่ปฏิเสธเพราะมันเป็นเรื่องจริง มันบอกผมว่า กูมีอะไรจะบอก อย่างน้อยๆกูจะได้ไม่ต้องมีความลับอะไรเก็บไว้อีกก
มันบอกว่ามันเองก็ชอบผมมาตั้งนานแล้ว ชอบในช่วงจังหวะเดียวกับที่ผมรู้สึกกับมัน
ผมนี่อึ้งไปนานเลย ได้แต่คิดว่านี่เรื่องจริงหรือกรูเมาจนหลับฝันไปแล้ววะ
แต่เรื่องจริงก็คือเรื่องจริงหลังจากนั้น ผมก็คุยกันมันมาเรื่อยๆ
ทั้งที่ตอนแรกมันเองก็บอกผมว่า ผมกับมันคงเป็นเพื่อนกันปกติ สรรพนามยังกรูเมิงหยาบคายไม่เปลี่ยน
ผมรู้สึกแปลกใจมากว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง
มีอะไรก็คุยกันทุกเรื่องบอกตลอดไปนั่นไปนี่
บอกก่อนว่าผมไม่ได้อยู่ใกล้กับแฟนเท่าไหร่เดือนนึงจะเจอกันสักหนนึง
แต่พริมอยู่บ้านเดียวกับแฟน ใจจริงๆผมก็กลัวว่าแฟนมันจะจับได้แต่มันก็บอกผมว่า

เป็นเพื่อนกรุทำไมกรุจะคุยกับเพื่อนไม่ได้ ผมเลยต้องยอมรับเหตผลมันทั้งที่รู้อยู่ว่าไม่บริสุทธิ์ใจทั้งคู่
เราคุยกัน ไปกินข้าวกันบ้างเป็นแบบนี้อยู่หกเดือนไม่มีใครสงสัยเรื่องของผมกับมัน
แต่ตัวผมเองเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นส่วนนึงในชีวิตผมไปละ
เพราะตื่นขึ้นมาไปทำงานมันจะเป็นคนแรกที่ผมไลน์หา
ส่วนมันเองก็เช่นเดียวกันกับผม และวันหายนะก็มาเยือน
มันทะเลาะกับแฟนและโดนซ้อมตาเขียว ปากแตกเลือดไหลเป็นทาง
มันโทรหาผมตอนตี2 ผมรีบไปรับมันเห็นมันในสภาพที่ผมแทบจะรับไม่ได้
ครั้งก่อนมันไม่ร้องไห้แต่ครั้งนี้มันร้องเป็นวรรคเป็นเวร
ผมพยายามถามว่าสาเหตคืออะไรมันก็ตอบแค่ว่าเป็นแบบนี้บ่อยๆ
แค่พูดไม่เข้าหูกัน ผมถามว่าแล้ว

จะทนกับเค้าไปทำไม
มันก็ไม่ตอบผม มันบอกผมว่าอยากไปทะเล ผมก็พามันไปทริปกะทันหันนั้นทำให้ผมได้เจอมันในมุมสงบๆ
เพราะปกติมันเป็นคนเสียงดัง ขี้โวยวาย เถื่อนมากๆ
แต่เวลานั้นมันดูเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงจริงๆ อาจเป็นเพราะยังเสียใจอยู่ด้วยมั้งครับ
เรากินเหล้ากันจนเกือบเช้า แล้วก็อย่างที่รู้ๆกันครับ ผมมีอะไรกับเพื่อนตัวเอง
รู้ว่าผิดครับ แต่ทำไปแล้วมันเอาอะไรคืนไม่ได้
หลังจากกลับจากทะเล ความสัมพันธ์เราเหมือนแนบแน่นขึ้นไปอีกระดับ
ผมรู้สึกจริงจังกับมันมากขึ้นมองมันเป็นคนรักไปเลยเวลาอยู่ด้วยกัน
แต่ผมต้องห้ามตัวเองบ่อยๆว่ามันไม่ใช่แฟนผม เราเป็นเพื่อนกัน
สักวันเรื่องนี้ต้องจบลง แต่อาจจะไม่ได้จบเพราะผมหรอก
คงเป็นมันมากกว่าที่จะเดินมาบอกว่าเรากลับไปเป็นเพื่อนกันนะอะไรทำนองนี้
มันบอกผมตลอดว่าอย่ารักกันเลย กรูกับเมิงเป็นแบบนี้ดีแล้ว
บางทีผมก็เจ็บกับคำพูดมันนะ ผมไม่รู้เลยว่ามันคิดอะไรอยู่
บางทีมันก็ทำและพูดกับผมเหมือนเราเป็นแฟนกัน
แล้วไม่นานมันก็กลับมาหยาบคายใส่ผมเหมือนเมื่อกี้มันไม่เคยพูดอะไรหวานๆกับผมมาก่อน
ส่วนตัวผมเองก็คบกับผู้หญิงมาเยอะเหมือนกันและ
ผมไม่ทนกับความงี่เง่าของผู้หญิงบางคนที่เข้ามา
แต่กับมันนี่ผมยอม ยอมแล้วยอมทั้งตัวทั้งใจ
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ผมพยายามหาคำตอบว่าผมรักมันเหรอ รักไหม?
ผมไม่รู้ไม่เข้าใจตัวเอง ผมไม่เคยเจอผู้หญิงแบบที่ไม่ตาม ไม่งี่เง่า
ไปกินเหล้าดูบอลที่ไหนไปได้ ไปด้วยหมด กินเหล้าเป็นน้ำ เชียร์บอลเสียงดังกว่าผมอีก!!
กินข้าวแบบไม่เคยอายว่าต้องกินเท่านั้นเท่านี้ หมูมันๆก็กิน
คุยได้กับทุกคน และดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นสุภาพบุรุษเวลาอยู่กับมัน
ถือของหนักๆมันไม่เคยบอกให้ผมต้องถือให้
มันบอกมีมือสองข้างเหมือน

กรูถือเองได้
มีแต่ผมต้องแย่งมาถือให้ อยู่ด้วยแล้วโคตรสนุก
ชีวิตมีสีสันมาก ทั้งที่แฟนผมก็มี แต่ช่วงหลังผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับเค้าเท่าไหร่
เลยเหมือนต่างคนต่างหายไม่ตามไม่ถามไม่โทร ผมไม่รู้สึกอะไรกับแฟนผมเลย
ในตอนนี้มีแต่มัน มันคนเดียวที่ผมอยากจะให้ไปไหนมาไหนด้วยตลอด
ตอนนี้เพื่อนคนอื่นก็เริ่มสงสัยแล้วแต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดอะไร
มันเองก็ไม่ซีเรียสว่าเพื่อนจะรู้หรือไม่
เพียงแต่รอให้เวลามันเปิดเผยความลับเองดีกว่าจะบอกด้วยปากออกไป
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมันทะเลาะกับแฟนมันอีกคราวนี้หนักกว่าครี่งเก่า
สภาพดูไม่ได้เลยครับ หน้าบวมหัวแตก โทรหาผมตีสามตีสี่ให้มารับ
คราวนี้มันขนเสื้อผ้าออกมาจากบ้านด้วย ผมสงสารจับใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
มันไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนสภาพแบบนี้กลับบ้านตัวเองก็ไม่ได้ผมก็เลยพามาอยู่ที่คอนโดผมชั่วคราว
ดูแลพาไปหาหมอ ผมอยากให้มันแจ้งความแต่มันก็ไม่ยอม
มันบอกอยากให้หมดเวรกรรมสักทีมันตัดสินใจจะเลิกแต่ผู้ชายคนนั้นก็กลับมาขอโทษ
ตามหามัน ให้กลับไปบ้าน มันก็หนีหน้า เค้าไปดักที่ทำงานมันก็ไม่ยอมไปทำงาน
ใจจริงๆผมไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะที่จะบอกมันว่าให้มันทำแบบนี้ๆ สั่งมันบังคับมันได้บ้างไหม
ผมอยากดูแลมันอยากให้มันอยู่ข้างๆผมตลอดไปจะได้ไม่ต้องเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้อีก
โดนซ้อมโดนตบตีก็ทนอยู่ได้นับครั้งไม่ถ้วน ผมไม่รู้ว่ามันรักผมบ้างไหม ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ผมควรทำยังไงต่อไปดี
ถ้าหากวนันนึงมันใจอ่อนยอมกลับไปหาแฟนมัน แล้วผมจะต้องทนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปอีกนานแค่ไหน
ขออภัยถ้ายาวไปสักหน่อย ได้โปรดแนะนำผมทีครับ
เพื่อนรัก ความลับ
ถ้าเล่างงต้องขอโทษด้วยครับผม..
คือผมมีเพื่อนผู้หญิงอยู่คนนึงผมขอสมมุติว่าชื่อ พริม ละกันครับ
ตอนเรียนเราไม่ค่อยได้คุยกันเพราะผมเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูด
ส่วนมันเป็นผู้หญิงที่ร่าเริง พูดเก่งมาก ออกจะห้าวๆ ไม่ค่อยเรียบร้อย
ดูแมนๆเลยครับ กลุ่มเรามีมันเป็นผู้หญิงคนเดียว
ผมก็อยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่มักจะไปเที่ยวดื่มสังสรรค์กันบ่อยๆ จนเรียนจบทำงาน
ผมก็หายไปจากเพื่อนกลุ่มนี้สักพัก จนเมื่อสามปีก่อนเราได้นัดรวมตัวกัน ไปที่ร้านแฟนของพริมมัน
ผมก็ไม่ได้อะไรกับมันนะยังคงเป็นเพื่อนกันปกติ
แต่วันนั้นอยู่ดีๆมันก็ทะเลาะกับแฟนรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือกันในร้าน
เพื่อนๆเลยต้องพามันไปสงบสติอารมณ์กันถึงต่างจังหวัดเลยเพราะมันร่ำร้องอยากไปก็ไปกันคืนนั้นทันที
ผมเองเป็นคนขับรถเลยต้องตกกะไดพลอยโจนไปด้วย มันไม่ร้องไห้ไม่เศร้าไม่อะไรเลย
ผมรู้สึกทึ่งนิดๆที่มันเข้มแข็งมาก ทั้งๆที่เพิ่งโดนทำร้ายร่างกายมา
วันนั้นผมจำได้ว่าผมมองมันตลอดเวลา คือด้วยความเป็นห่วงเพื่อนด้วยกลัวมันจะนอยด์
พอกลับมาถึงกรุงเทพ ผมกลับรู้สึกว่าที่ผมมองมันตลอดไม่ใช่ความเห็นห่วงแบบเพือน
มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้นแต่ผมก็ไม่ได้คิดจะบอกหรือคิดจะจีบ
ผมเก็บความรู้สึกเอาไว้เงียบๆ หลังจากนั้นผมก็หายไปจากเพื่อนกลุ่มนี้อีกเพราะ
ต้องไปทำงานต่างจังหวัด จนผ่านไปสองปีในระหว่างสองปีนี้เพื่อนๆมันก็เจอกันสังสรรค์กันบ้างขาดแค่ผมคนเดียว
จนปลายปีที่แล้วพริมเป็นตัวตั้งตัวตีรวมกลุ่มเพื่อนอีกครั้งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
พอดีกับที่ผมย้ายกลับมากรุงเทพs ผมได้มาเจอมันอีกครั้ง มันดูดีมาก คือความรู้สึกผมมันสับสนแปลกๆ
ทั้งที่พูดกันแบบเพื่อน กรูๆเมิงๆ คำหยาบตลอด
แต่มันกลับไม่เหมือนคุยกับเพื่อนเลย
สรุปวันนั้นผมต้องไปส่งมันที่บ้านเพราะมันเพิ่งย้ายบ้านใหม่และเป็นทางผ่านบ้านผมพอดี
ในรถมีกันหลายคนที่กลับทางเดียวกัน เราก็คุยกันมาเรื่อยๆ
จนเพื่อนคนนึงมันพูดเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายขึ้นมาแล้วบอกว่า
ไอ้พริม
ไม่รู้เพราะเมาหรืออะไรผมพูดไปว่า งั้นกรุก็มีสิทธิ์สิ่
มันก็หันมามองผมแบบทำตาโตๆ ผมนี่ใจหายวาบเลย
มันพูดขึ้นมาว่า นี่คิดอะไรกับกูป่ะเนี่ย ปากผมไวกว่าความคิดตอบมันไปว่า
กูคิดตั้งแต่ไปเที่ยวครั้งก่อนโน้นแล้ว ไม่รู้ตัวเองอะ
แล้วมันก็ค่อยๆยิ้มออกมาแบบผมทำอะไรไม่ถูกดีที่เพื่อนคนอื่นไม่ได้สนใจฟังที่เราคุยกัน
หลังจากนั้นมันก็นั่งเงียบตลอดทางจนถึงบ้าน ตอนนั้นผมก็คิดนะว่าผมคงเสียมันไปแน่ๆ
เพราะจริงๆมันก็ยังคงคบกับแฟนคนเดิมและมันก็รู้ว่าผมเองก็มีแฟนอยู่แล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่มันจะตอบรับความรู้สึกผม
แต่สิ่งที่ผมคิดมันไม่ใช่ วันต่อมามันชวนผมออกไปกินข้าว
ผมก็ออกไปนะ คืนนั้นมันถามผมว่าที่ผมพูดจริงรึเปล่า
ผมไม่ปฏิเสธเพราะมันเป็นเรื่องจริง มันบอกผมว่า กูมีอะไรจะบอก อย่างน้อยๆกูจะได้ไม่ต้องมีความลับอะไรเก็บไว้อีกก
มันบอกว่ามันเองก็ชอบผมมาตั้งนานแล้ว ชอบในช่วงจังหวะเดียวกับที่ผมรู้สึกกับมัน
ผมนี่อึ้งไปนานเลย ได้แต่คิดว่านี่เรื่องจริงหรือกรูเมาจนหลับฝันไปแล้ววะ
แต่เรื่องจริงก็คือเรื่องจริงหลังจากนั้น ผมก็คุยกันมันมาเรื่อยๆ
ทั้งที่ตอนแรกมันเองก็บอกผมว่า ผมกับมันคงเป็นเพื่อนกันปกติ สรรพนามยังกรูเมิงหยาบคายไม่เปลี่ยน
ผมรู้สึกแปลกใจมากว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง
มีอะไรก็คุยกันทุกเรื่องบอกตลอดไปนั่นไปนี่
บอกก่อนว่าผมไม่ได้อยู่ใกล้กับแฟนเท่าไหร่เดือนนึงจะเจอกันสักหนนึง
แต่พริมอยู่บ้านเดียวกับแฟน ใจจริงๆผมก็กลัวว่าแฟนมันจะจับได้แต่มันก็บอกผมว่า
เราคุยกัน ไปกินข้าวกันบ้างเป็นแบบนี้อยู่หกเดือนไม่มีใครสงสัยเรื่องของผมกับมัน
แต่ตัวผมเองเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นส่วนนึงในชีวิตผมไปละ
เพราะตื่นขึ้นมาไปทำงานมันจะเป็นคนแรกที่ผมไลน์หา
ส่วนมันเองก็เช่นเดียวกันกับผม และวันหายนะก็มาเยือน
มันทะเลาะกับแฟนและโดนซ้อมตาเขียว ปากแตกเลือดไหลเป็นทาง
มันโทรหาผมตอนตี2 ผมรีบไปรับมันเห็นมันในสภาพที่ผมแทบจะรับไม่ได้
ครั้งก่อนมันไม่ร้องไห้แต่ครั้งนี้มันร้องเป็นวรรคเป็นเวร
ผมพยายามถามว่าสาเหตคืออะไรมันก็ตอบแค่ว่าเป็นแบบนี้บ่อยๆ
แค่พูดไม่เข้าหูกัน ผมถามว่าแล้ว
มันก็ไม่ตอบผม มันบอกผมว่าอยากไปทะเล ผมก็พามันไปทริปกะทันหันนั้นทำให้ผมได้เจอมันในมุมสงบๆ
เพราะปกติมันเป็นคนเสียงดัง ขี้โวยวาย เถื่อนมากๆ
แต่เวลานั้นมันดูเป็นผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงจริงๆ อาจเป็นเพราะยังเสียใจอยู่ด้วยมั้งครับ
เรากินเหล้ากันจนเกือบเช้า แล้วก็อย่างที่รู้ๆกันครับ ผมมีอะไรกับเพื่อนตัวเอง
รู้ว่าผิดครับ แต่ทำไปแล้วมันเอาอะไรคืนไม่ได้
หลังจากกลับจากทะเล ความสัมพันธ์เราเหมือนแนบแน่นขึ้นไปอีกระดับ
ผมรู้สึกจริงจังกับมันมากขึ้นมองมันเป็นคนรักไปเลยเวลาอยู่ด้วยกัน
แต่ผมต้องห้ามตัวเองบ่อยๆว่ามันไม่ใช่แฟนผม เราเป็นเพื่อนกัน
สักวันเรื่องนี้ต้องจบลง แต่อาจจะไม่ได้จบเพราะผมหรอก
คงเป็นมันมากกว่าที่จะเดินมาบอกว่าเรากลับไปเป็นเพื่อนกันนะอะไรทำนองนี้
มันบอกผมตลอดว่าอย่ารักกันเลย กรูกับเมิงเป็นแบบนี้ดีแล้ว
บางทีผมก็เจ็บกับคำพูดมันนะ ผมไม่รู้เลยว่ามันคิดอะไรอยู่
บางทีมันก็ทำและพูดกับผมเหมือนเราเป็นแฟนกัน
แล้วไม่นานมันก็กลับมาหยาบคายใส่ผมเหมือนเมื่อกี้มันไม่เคยพูดอะไรหวานๆกับผมมาก่อน
ส่วนตัวผมเองก็คบกับผู้หญิงมาเยอะเหมือนกันและ
ผมไม่ทนกับความงี่เง่าของผู้หญิงบางคนที่เข้ามา
แต่กับมันนี่ผมยอม ยอมแล้วยอมทั้งตัวทั้งใจ
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ผมพยายามหาคำตอบว่าผมรักมันเหรอ รักไหม?
ผมไม่รู้ไม่เข้าใจตัวเอง ผมไม่เคยเจอผู้หญิงแบบที่ไม่ตาม ไม่งี่เง่า
ไปกินเหล้าดูบอลที่ไหนไปได้ ไปด้วยหมด กินเหล้าเป็นน้ำ เชียร์บอลเสียงดังกว่าผมอีก!!
กินข้าวแบบไม่เคยอายว่าต้องกินเท่านั้นเท่านี้ หมูมันๆก็กิน
คุยได้กับทุกคน และดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องเป็นสุภาพบุรุษเวลาอยู่กับมัน
ถือของหนักๆมันไม่เคยบอกให้ผมต้องถือให้
มันบอกมีมือสองข้างเหมือน
มีแต่ผมต้องแย่งมาถือให้ อยู่ด้วยแล้วโคตรสนุก
ชีวิตมีสีสันมาก ทั้งที่แฟนผมก็มี แต่ช่วงหลังผมก็ไม่ค่อยได้คุยกับเค้าเท่าไหร่
เลยเหมือนต่างคนต่างหายไม่ตามไม่ถามไม่โทร ผมไม่รู้สึกอะไรกับแฟนผมเลย
ในตอนนี้มีแต่มัน มันคนเดียวที่ผมอยากจะให้ไปไหนมาไหนด้วยตลอด
ตอนนี้เพื่อนคนอื่นก็เริ่มสงสัยแล้วแต่ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดอะไร
มันเองก็ไม่ซีเรียสว่าเพื่อนจะรู้หรือไม่
เพียงแต่รอให้เวลามันเปิดเผยความลับเองดีกว่าจะบอกด้วยปากออกไป
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมันทะเลาะกับแฟนมันอีกคราวนี้หนักกว่าครี่งเก่า
สภาพดูไม่ได้เลยครับ หน้าบวมหัวแตก โทรหาผมตีสามตีสี่ให้มารับ
คราวนี้มันขนเสื้อผ้าออกมาจากบ้านด้วย ผมสงสารจับใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
มันไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนสภาพแบบนี้กลับบ้านตัวเองก็ไม่ได้ผมก็เลยพามาอยู่ที่คอนโดผมชั่วคราว
ดูแลพาไปหาหมอ ผมอยากให้มันแจ้งความแต่มันก็ไม่ยอม
มันบอกอยากให้หมดเวรกรรมสักทีมันตัดสินใจจะเลิกแต่ผู้ชายคนนั้นก็กลับมาขอโทษ
ตามหามัน ให้กลับไปบ้าน มันก็หนีหน้า เค้าไปดักที่ทำงานมันก็ไม่ยอมไปทำงาน
ใจจริงๆผมไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะที่จะบอกมันว่าให้มันทำแบบนี้ๆ สั่งมันบังคับมันได้บ้างไหม
ผมอยากดูแลมันอยากให้มันอยู่ข้างๆผมตลอดไปจะได้ไม่ต้องเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้อีก
โดนซ้อมโดนตบตีก็ทนอยู่ได้นับครั้งไม่ถ้วน ผมไม่รู้ว่ามันรักผมบ้างไหม ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ผมควรทำยังไงต่อไปดี
ถ้าหากวนันนึงมันใจอ่อนยอมกลับไปหาแฟนมัน แล้วผมจะต้องทนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไปอีกนานแค่ไหน
ขออภัยถ้ายาวไปสักหน่อย ได้โปรดแนะนำผมทีครับ