รึพี่สาวฉันจะเกลียดแม่

ตามชื่อกระทู้เลยค่ะ ถึงจะไม่มีคำพูดออกมา แต่การกระทำมันชัดเจน เราสัมผัสได้ และแม่ก็สัมผัสได้ เรากับพี่สาวมีครอบครัวแล้วทั้งคู่ พี่สาวไปอยู่บ้านสามีคนละอำเภอกับแม่ และเราทำงานอยู่ต่างจังหวัด

เดิมๆ ครอบครัวเราอบอุ่นนะ ในสายตาของคนภายนอก อย่างน้อยเราก็เคยรู้สึกอย่างนั้น เพราะเราและพี่สาวเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จกันทั้งคู่  เรากลับบ้านทุกอาทิต และพี่สาวก็จะมาที่บ้านแม่บ่อยๆ บางครั้งแม่ยังไปเลี้ยงหลานๆ เวลาที่พี่สาวมีธุระ ทุกอย่างดูปกติ มีความสุขดี

แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป (หรืออาจจะไม่เคยเปลี่ยน แต่พึ่งแสดงตัวตนออกมา) ตั้งแต่ที่พ่อเราเริ่มป่วย  พ่อป่วยเมื่อปลายปีที่แล้วป่วยหนักมาก  ตลอดเวลาที่พ่อป่วย พ่อกับแม่มาอยู่ทีาบ้านพร่สาว เพราะใกล้โรงพยาบาลมากกว่า และพี่สาวสะดวกในการไปรับไปส่งที่โรงพยาบาล พี่สาวเราดีกับพ่อมาก ดูแลเอาใจใส่ แต่กับแม่ตรงกันข้าม แม่ทำอะไรก็จะดูขัดตาเค้าไปซะหมด และหงุดหงิดทุกการกระทำของแม่ เราเข้าใจแม่นะกับอาการป่วยของพ่อ ที่เรียกได้ว่าไม่มีทางรักษาหาย แม่มีอาการเสียศูนย์ แม่ปรนิบัตรพ่อทุกอย่าง เอาใจสารพัด แทบจะทำทุกอย่างแทนพ่อ แม่คงอยากทำทุกอย่างให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย

แต่ทุกการกระทำของแม่ มันสร้างความไม่พอใจกับพี่สาว  เค้าจะคอยห้ามคอยขัด จนแม่ไม่กล้าทำอะไรเลย ฉันที่อยู่ต่างจังหวัดก็จะกลับไปหาพ่อ ได้แค่ปลายสัปดาห์ รึบางวันที่พ่อต้องไปหาหมอ ก็จะมีโดดงานเป็นบางครั้ง แรกๆ พี่ก็จะโทรมาบ่นแม่ให้ฟัง เราก็อืมๆ ฟังไป เพราะแม่เรามีนิสัยชอบจัดชอบแจงอยู่แล้ว  พอนานๆ ไป ฉันไม่ดห็นว่าอาการที่แม่ทำมันคือปัญหาอะไรเลย ฉันเข้าใจและสงสารแม่มาก ประกอบกับอาการป่วยของพ่อที่ทรุดลงตลอดเวลา

ทุกแผนการรักษา ทุกการตัดสินใจพี่สาวเราเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งเรากับแม่ก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไร เราไม่อยากยื้อพ่อให้ทรมานไปมากกว่านี้ ถ้ามันถึงเวลาเราก็อยากให้พ่อจากไปอย่างสงบ  และความสัมพันของแม้กับพี่สาวก็แย่ลงตามอาการของพ่อ ตอนนั้นฉันลางานยาวเพีอมาอยู่เฝ้าพ่อ  เรา 3 คนอยู้ดูแลพ่อตลอดเวลา 3 สัปดาที่พ่ออยู่โรงพยาบาลก่อนที่พ่อจะจากไป

ช่วง 3 สัปดาห์ฉันเห็นพฤติกรรมที่พี่สาวแสดงกับแม่ เค้าไม่ได้แสดงกริยาไม่ดีกับแม่ให้คนอื่นสัมผัสได้ แต่ฉันอยู่ในทุกเหตุการณ์ ฉันเห็นทุกการกระทำ ทุกอารมณ์ และทุกสายตาที่พี่สาวทำให้แม่เจ็บปวด คำพูดที่ไร้ซึ่งอารมณ์ แววดาที่เฉยชา ความเห็นที่ขัดแย้ง คือแม่ทำอะไร มันจะดูไม่เข้าท่าในสายตาพี่สาวอยู่เสมอ

ฉันรู้ว่าแม่อดทนแค่ไหน แม่ต้องเสียใจที่พ่อกำลังจากไป  และแม่ก็ต้องมาช้ำใจกับอาการเฉยชาของลูกสาว ฉันสงสารแม่มาก พยายามพูดปลอบใจว่าไม่มีอะไร ทั้งๆที่ในใจไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันเป็นตัวกลางองทั้ง 2 คน แม่ก็จะมาพูดจาระบายความในใจให้ฟัง ส่วนพี่สาวก็จะมาบ่นๆๆๆ กับพฤติกรรมของแม่ที่เค้าไม่พอใจ ซึ่งฉันรู้สึกว่าทันไร้สาระที่จะเก็บไปใส่ใจมาก ฉันต้องพยายามพูดให้ 2 ฝ่ายเข้าใจกัน ซึ่งมันล้มเหลวไม่เป็นท่า

หลังจากงานศพพ่อเสร็จลง ฉันยังลางานอยู่กับแม่อีก 3 วัน  พี่สาวกลับบ้านไปหลังจากงานศพพ่อ และไม่เคยมาเยี่ยมแม่อีกเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ระยะเวลา 2 สัปดาห์ในเหตุการณ์ปกติอาจจะดูไม่นาน แต่สำหรับคนหนึ่งคนทึ่พึ่งสูญเสียคนที่รักที่สถดไปมันยาวนานมาก ฉันโทรหาแม่ทุกวัน แม้ถามเสมอว่าพี่สาวโทรหาฉันบ้างไหม คุยกันบ้างไหม จนฉันทนไม่ได้โทรหาพี่สาว ชวนคุยนู่น คุยนี้ให้ดูปกติ แล้วค่อยๆ ยิงคำถามว่าไปหาแม่บ้างไหม  คำตอบที่ฉันได้รับคือ จัดบ้านไม่เสร็จ อึ้ง จัดบ้าน จัดไรว้าาาา บ้านหลังนั้นอยู่มา 10 ปี มาจัดอะไรตอนนี้

และวันรุ่งขึ้นพี่สาวก็ไปบ้านแม่ ไปแบบให้ชาวบ้านรู้ว่าไป  ไม่เคยถามว่าแม่เป็นยังไง นอนได้ไหม กินข้าวเป็นไง  ไปเพื่อ...

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่มีอะไรดีขึ้น ความห่างเหินยังมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับความทุกใจของแม่ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

ฉันในฐานะคนกลางก็ได้แต่ปลอบใจแม่ ไม่ให้แม่ไปโฟกัสกับพี่สาวมากนัก ส่วนกับพี่สาวฉันก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้อีก เพราะเค้าเคยบอกว่ากับฉันเวลาฉันเปิดประเด็นว่า "แม่เอาเรื่องอะไรไปฟ้องอีก..."

ฉันชวนแม่มาอยู่กับฉันที่บ้าน แม่ก็ไม่กล้ามา แม่กลัวพี่สาวเสียใจ กลัวพี่สาวน้อยใจ แม่จะไปบ้านพี่สาวก็กลัวว่าจะเป็นภาระ. ถ้าจะไม่ไปก็กลัวพี่สาวบอกว่าไม่ไปหา

ฉันไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ ทุกอย่างดูดีมาตลอด แต่ทำไมวันนี้ถึงกลายเป็นอย่างนี้  พอพ่อไม่อยู่อะไรก็ไม่ดีไปหมด  พี่สาวที่เคยดี ก็กลับมาเฉยชา และทำร้ายจิตใจแม่ ยิ่งฉันเห็นแม่ทุกข์ใจเท่าไหรฉันก็ยิ่งรักแม่ ฉันทำดีกับแม่ทุกอย่าง เพื่อหวังจะชดเชยในสิ่งที่แม่ไม่ได้รับจากพี่สาว

ไม่รู้ต้องทำไง พี่สาวถึงจะยอมเปิดใจ รึพี่สาวจะเกลียดแม่จริงๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่