สวัสดีทุกคนนะครับ วันนี้ผมด้วยความที่ได้กลับบ้าน(เน็ตแรงมากมาย) ทำให้อยากแนะนำสิ่งที่ตนเองเรียนมา
เพราะว่าหวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อน้องๆไม่มากก็น้อยนะครับ
พี่ไม่ได้เงินเพิ่มถ้าน้องมาเรียน ฉะนั้นพี่มาพิมพ์ด้วยใจ เพราะอยากแนะนำ
สำหรับบางท่านที่อยากจะมาด่าหลักสูตรหรือมหาวิทยาลัย ก็ขอความกรุณาปิดกระทู้นี้แล้วอ่านกระทู้อื่นดีกว่าเนอะ
-----------------------------------------
ชื่อนี้ตามกระทู้ ว่าแนะนำพรีดิกรี (Pre-degree) มหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ฟังครับ
ก่อนที่จะแนะนำอะไร แนะนำคนเขียนก่อน
ชื่อมิตรครับ ปัจจุบันนี้ศึกษาอยู่ชั้นปีสุดท้าย คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยาการให้คำปรึกษาและแนะแนว
(เทอมหน้าเรียนเทอมสุดท้ายก่อนฝึกงานอีก 1 เทอม)
------------------------------------------
1.มาเรียนได้ไงอ่ะ??
ตอบ พี่อยากเรียนเพราะว่าวารสาร รร.พี่ เคยมีเด็กท่านหนึ่งเรียนนิติ ม.รามจบอายุ 18 ปี พี่สนใจ(มาก)เพราะอยากเรียนเลยลองเรียน
ต่อมาเลือกคณะ พี่ไม่ชอบนิติ ตอนนั้นพี่อยากเรียนศึกษาศาสตร์เอกเคมี แต่!!!!!!มีปัญหาเรื่องใบประกอบวิชาชีพ เลยไม่เรียน
ต่อมา เรียนอะไรเข้าใจเรามากสุด? ตอบเลย จิตวิทยา ONLY เลยลงเรียนสาขานี้
ทำไมเอกปรึกษา พี่ไม่ชอบคลีนิกเพราะแบบทดสอบเยอะ ไม่ชอบ IO เพราะไม่ชอบอยู่ในโรงงาน (ความคิดขณะนั้น) เลยเรียน Counseling
2. วิธีการเรียนของพี่ล่ะ???
ตอบ ในการเรียนนั้นมิตรตั้งความหวังตั้งแต่วันแรกที่สมัครว่า ฉันต้องจบรามคำแหงให้ได้ ให้เป็นบัณฑิตที่อายุน้อยให้ได้ เมื่อเราสร้างกำลังใจและแรงกดดันแล้วจะนำไปสู่การอ่านหนังสือ โดยในเวลาเรียนมิตรจะตั้งใจเรียน หากสงสัยประเด็นใดจะสอบถามอาจารย์เลย ไม่ปล่อยเป็นคำถาม และเวลากลางวันมิตรจะรีบกินข้าวเพื่อมาทำการบ้านที่ตอนเช้าอาจารย์ได้สั่งเอาไว้ ก่อนกลับบ้านมิตรจะเคลียการบ้านในช่วงบ่ายที่อาจารย์ที่สั่งไว้ให้หมด ถ้าหากเป็นงานกลุ่มมิตรจะประชุมกลุ่มแล้วจะกระจายงานทันทีในวันที่สั่ง และจะกำหนดตารางงานหรือการบ้านที่ต้องมีระยะเวลาในการทำว่าเราจะทำให้เสร็จภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ เป็นต้น การทำแบบนี้ทำให้มิตรแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือของรามคำแหงได้ง่ายขึ้น โดยช่วงเรียนจะอ่านและฟังคำประกอบบรรยาย และสรุปในวันนั้นทันที ในช่วงก่อนสอบมิตรจะอ่านสิ่งที่สรุปและทำแนวข้อสอบเก่าย้อนหลัง แต่ถ้าเป็นวิชาเอกจิตวิทยามักจะไม่มีข้อสอบ มิตรจะทำแบบฝึกหัด ตั้งคำถามด้วยตนเอง เป็นการทำให้เข้าใจกับสิ่งที่เรียนมากขึ้น การเรียนจิตวิทยานั้นหากพื้นฐานดี เจาะลึกไปเรื่อยๆจะดีเอง เหมือนการเดินทางที่เดินไปเรื่อยๆบางครั้งมีอุปสรรค บางครั้งมีการนั่งพัก เหมือนการเรียนเหมือนกันครับ แต่ในช่วงซัมเมอร์มิตรจะมาเข้าเรียน และจะเรียนวิชาที่คิดว่าอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจแน่นอน เพราะมีการวิจัยหรือแนวทางที่เมื่อเรียนแล้วจะสามารถทำข้อสอบหรือเข้าใจมากขึ้นนั่นเองครับ
ในช่วงมัธยมปีที่ 6 มิตรจะมีงานเยอะ ทั้งงานโรงเรียน หรืองานนักศึกษาวิชาทหาร วิชาที่มิตรลงก็จะลงวิชาที่สอดคล้องกับการเตรียมตัวสอบ GAT PAT O-net เพื่อไม่ต้องอ่านหนังสือมากๆ การทำวิธีนี้ทำให้เราอ่านได้หลายต่อทันที นอกจากจะไม่ต้องเรียนพิเศษ ยังมีคำบรรยายซึ่งบางครั้งตรงกับข้อสอบมัธยมปลายอีกด้วยครับ ในเทอมที่ 2 ด้วยกิจกรรมโรงเรียนน้อยลงและมีวันที่เด็ก ม.6 หยุดมากกว่าชั้นอื่นๆ มิตรจึงสามารถมาฟังบรรยายอาจารย์ได้หลายๆครั้งมิตรจึงลงวิชาเอกจิตวิทยา เพราะว่าวิชาเอกนั้น อาจารย์จะมีการแทรกความรู้เพิ่มเติมซึ่งเป็นแนวในการสอบได้ด้วยครับ
>>>>ทำให้มิตรนอกจากเก็บหน่วยกิตที่รามได้ 124 หน่วยกิต มิตรก็สามารถสอบติดที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วยครับ แต่ด้วยความรักราม และมั่นใจว่าเราจบก่อนแน่นอน มิตรจึงเรียนที่รามอย่างเดียวครับ<<<<
3. ข้อคิด หรือปรัชญาใด ในการเรียนหรือการใช้ชีวิต
ข้อคิดของมิตรในการเรียนคือการสร้างศรัทธากับมหาวิทยาลัยรามคำแหง การสร้างศรัทธานั้นนำไปสู่ทุกอย่าง อาทิ วิธีการอ่านหนังสือ การหาแนวข้อสอบ เราเชื่อว่าสถาบันแห่งนี้สามารถทำให้เราจบปริญญาตรีในอายุที่เราคาดหวังไว้ได้ เมื่อเราสร้างศรัทธา เราก็จะขยัน สู้และอดทนกับวิชาเรียนที่รามและโรงเรียนตนเองต่อไป ส่วนคติที่มิตรยึดไว้คือ ไม่เชื่อว่าแพ้ เราก็จะไม่แพ้ครับ
4.อยากให้ฝากข้อคิด หรือคติประจำใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปจนประสบความสำเร็จ หรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
การเรียนพรีดิกรีนั้นเปรียบเหมือนการเดินทางครับ บางครั้งการเดินทางจะไม่สวยงามเสมอ เปรียบอุปสรรค น้องๆจะได้รับความอดทนต่อตนเอง เพื่อเป็นเกราะในการเรียนภายภาคหน้า แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทางมันย่อมจะสวยงาม และประทับใจแน่นอนครับ เราอดทนในวันนี้และสบายในวันหน้า อยากให้ทุกๆคนที่อ่านคอลัมม์นี้มาเรียนพรีดิกรีกันมากๆ หลักสูตรนี้ไม่กระทบเวลาเรียนแน่นอน ถ้าหากน้องกล้าเผชิญกับสิ่งนี้น้องก็จะได้สิ่งตอบแทนที่เลิศเลอกว่าใครๆแน่นอน
อีกข้อหนึ่ง มีผู้ใหญ่ชอบพูดว่ารีบเรียนทำไม ยังใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มเลย พี่อยากจะฝากว่า การใช้ชีวิต ม.ปลายก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มหรอกครับ มันจะคุ้มหรือไม่คุ้มอยู่ที่น้อง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เชิญชวนเบาๆ ทุกอย่างอยู่ที่น้องเนอะ
หากมีข้อสงสัยในเรื่องเรียนรามฯ หรือการเรียนมัธยมปลายสามารถสอบถามได้นะครับ
ในพันทิปนี้ หรือที่ FB
https://www.facebook.com/PreDegreePoliticLaw ครับ
หวังว่าคงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ และติชมได้นะครับ
ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อ่านครับ
[CR] แนะนำหลักสูตร Pre-degree ม.รามคำแหง
เพราะว่าหวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อน้องๆไม่มากก็น้อยนะครับ
พี่ไม่ได้เงินเพิ่มถ้าน้องมาเรียน ฉะนั้นพี่มาพิมพ์ด้วยใจ เพราะอยากแนะนำ
สำหรับบางท่านที่อยากจะมาด่าหลักสูตรหรือมหาวิทยาลัย ก็ขอความกรุณาปิดกระทู้นี้แล้วอ่านกระทู้อื่นดีกว่าเนอะ
-----------------------------------------
ชื่อนี้ตามกระทู้ ว่าแนะนำพรีดิกรี (Pre-degree) มหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ฟังครับ
ก่อนที่จะแนะนำอะไร แนะนำคนเขียนก่อน
ชื่อมิตรครับ ปัจจุบันนี้ศึกษาอยู่ชั้นปีสุดท้าย คณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยาการให้คำปรึกษาและแนะแนว
(เทอมหน้าเรียนเทอมสุดท้ายก่อนฝึกงานอีก 1 เทอม)
------------------------------------------
1.มาเรียนได้ไงอ่ะ??
ตอบ พี่อยากเรียนเพราะว่าวารสาร รร.พี่ เคยมีเด็กท่านหนึ่งเรียนนิติ ม.รามจบอายุ 18 ปี พี่สนใจ(มาก)เพราะอยากเรียนเลยลองเรียน
ต่อมาเลือกคณะ พี่ไม่ชอบนิติ ตอนนั้นพี่อยากเรียนศึกษาศาสตร์เอกเคมี แต่!!!!!!มีปัญหาเรื่องใบประกอบวิชาชีพ เลยไม่เรียน
ต่อมา เรียนอะไรเข้าใจเรามากสุด? ตอบเลย จิตวิทยา ONLY เลยลงเรียนสาขานี้
ทำไมเอกปรึกษา พี่ไม่ชอบคลีนิกเพราะแบบทดสอบเยอะ ไม่ชอบ IO เพราะไม่ชอบอยู่ในโรงงาน (ความคิดขณะนั้น) เลยเรียน Counseling
2. วิธีการเรียนของพี่ล่ะ???
ตอบ ในการเรียนนั้นมิตรตั้งความหวังตั้งแต่วันแรกที่สมัครว่า ฉันต้องจบรามคำแหงให้ได้ ให้เป็นบัณฑิตที่อายุน้อยให้ได้ เมื่อเราสร้างกำลังใจและแรงกดดันแล้วจะนำไปสู่การอ่านหนังสือ โดยในเวลาเรียนมิตรจะตั้งใจเรียน หากสงสัยประเด็นใดจะสอบถามอาจารย์เลย ไม่ปล่อยเป็นคำถาม และเวลากลางวันมิตรจะรีบกินข้าวเพื่อมาทำการบ้านที่ตอนเช้าอาจารย์ได้สั่งเอาไว้ ก่อนกลับบ้านมิตรจะเคลียการบ้านในช่วงบ่ายที่อาจารย์ที่สั่งไว้ให้หมด ถ้าหากเป็นงานกลุ่มมิตรจะประชุมกลุ่มแล้วจะกระจายงานทันทีในวันที่สั่ง และจะกำหนดตารางงานหรือการบ้านที่ต้องมีระยะเวลาในการทำว่าเราจะทำให้เสร็จภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ เป็นต้น การทำแบบนี้ทำให้มิตรแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือของรามคำแหงได้ง่ายขึ้น โดยช่วงเรียนจะอ่านและฟังคำประกอบบรรยาย และสรุปในวันนั้นทันที ในช่วงก่อนสอบมิตรจะอ่านสิ่งที่สรุปและทำแนวข้อสอบเก่าย้อนหลัง แต่ถ้าเป็นวิชาเอกจิตวิทยามักจะไม่มีข้อสอบ มิตรจะทำแบบฝึกหัด ตั้งคำถามด้วยตนเอง เป็นการทำให้เข้าใจกับสิ่งที่เรียนมากขึ้น การเรียนจิตวิทยานั้นหากพื้นฐานดี เจาะลึกไปเรื่อยๆจะดีเอง เหมือนการเดินทางที่เดินไปเรื่อยๆบางครั้งมีอุปสรรค บางครั้งมีการนั่งพัก เหมือนการเรียนเหมือนกันครับ แต่ในช่วงซัมเมอร์มิตรจะมาเข้าเรียน และจะเรียนวิชาที่คิดว่าอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าใจแน่นอน เพราะมีการวิจัยหรือแนวทางที่เมื่อเรียนแล้วจะสามารถทำข้อสอบหรือเข้าใจมากขึ้นนั่นเองครับ
ในช่วงมัธยมปีที่ 6 มิตรจะมีงานเยอะ ทั้งงานโรงเรียน หรืองานนักศึกษาวิชาทหาร วิชาที่มิตรลงก็จะลงวิชาที่สอดคล้องกับการเตรียมตัวสอบ GAT PAT O-net เพื่อไม่ต้องอ่านหนังสือมากๆ การทำวิธีนี้ทำให้เราอ่านได้หลายต่อทันที นอกจากจะไม่ต้องเรียนพิเศษ ยังมีคำบรรยายซึ่งบางครั้งตรงกับข้อสอบมัธยมปลายอีกด้วยครับ ในเทอมที่ 2 ด้วยกิจกรรมโรงเรียนน้อยลงและมีวันที่เด็ก ม.6 หยุดมากกว่าชั้นอื่นๆ มิตรจึงสามารถมาฟังบรรยายอาจารย์ได้หลายๆครั้งมิตรจึงลงวิชาเอกจิตวิทยา เพราะว่าวิชาเอกนั้น อาจารย์จะมีการแทรกความรู้เพิ่มเติมซึ่งเป็นแนวในการสอบได้ด้วยครับ
>>>>ทำให้มิตรนอกจากเก็บหน่วยกิตที่รามได้ 124 หน่วยกิต มิตรก็สามารถสอบติดที่คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วยครับ แต่ด้วยความรักราม และมั่นใจว่าเราจบก่อนแน่นอน มิตรจึงเรียนที่รามอย่างเดียวครับ<<<<
3. ข้อคิด หรือปรัชญาใด ในการเรียนหรือการใช้ชีวิต
ข้อคิดของมิตรในการเรียนคือการสร้างศรัทธากับมหาวิทยาลัยรามคำแหง การสร้างศรัทธานั้นนำไปสู่ทุกอย่าง อาทิ วิธีการอ่านหนังสือ การหาแนวข้อสอบ เราเชื่อว่าสถาบันแห่งนี้สามารถทำให้เราจบปริญญาตรีในอายุที่เราคาดหวังไว้ได้ เมื่อเราสร้างศรัทธา เราก็จะขยัน สู้และอดทนกับวิชาเรียนที่รามและโรงเรียนตนเองต่อไป ส่วนคติที่มิตรยึดไว้คือ ไม่เชื่อว่าแพ้ เราก็จะไม่แพ้ครับ
4.อยากให้ฝากข้อคิด หรือคติประจำใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปจนประสบความสำเร็จ หรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต
การเรียนพรีดิกรีนั้นเปรียบเหมือนการเดินทางครับ บางครั้งการเดินทางจะไม่สวยงามเสมอ เปรียบอุปสรรค น้องๆจะได้รับความอดทนต่อตนเอง เพื่อเป็นเกราะในการเรียนภายภาคหน้า แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทางมันย่อมจะสวยงาม และประทับใจแน่นอนครับ เราอดทนในวันนี้และสบายในวันหน้า อยากให้ทุกๆคนที่อ่านคอลัมม์นี้มาเรียนพรีดิกรีกันมากๆ หลักสูตรนี้ไม่กระทบเวลาเรียนแน่นอน ถ้าหากน้องกล้าเผชิญกับสิ่งนี้น้องก็จะได้สิ่งตอบแทนที่เลิศเลอกว่าใครๆแน่นอน
อีกข้อหนึ่ง มีผู้ใหญ่ชอบพูดว่ารีบเรียนทำไม ยังใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มเลย พี่อยากจะฝากว่า การใช้ชีวิต ม.ปลายก็ใช้ชีวิตวัยรุ่นไม่คุ้มหรอกครับ มันจะคุ้มหรือไม่คุ้มอยู่ที่น้อง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เชิญชวนเบาๆ ทุกอย่างอยู่ที่น้องเนอะ
หากมีข้อสงสัยในเรื่องเรียนรามฯ หรือการเรียนมัธยมปลายสามารถสอบถามได้นะครับ
ในพันทิปนี้ หรือที่ FB https://www.facebook.com/PreDegreePoliticLaw ครับ
หวังว่าคงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ และติชมได้นะครับ
ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อ่านครับ