ขออนุญาติร้องเรียนผู้ที่เกี่ยวข้อง และแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันครับ
ผมได้กู้ซื้อบ้านกับไทยพาณิชย์ และได้ขายต่อโดยผู้ซื้อต่อได้ทำการขอสินเชื่อกับธนาคาร UOB หลังจากที่ UOB อนุมัติผลการกู้แก่ผู้ซื้อแล้ว ผมได้ไปยื่นเรื่องไถ่ถอนโฉนดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เชียงใหม่ สาขาสันกำแพง(0841) เมื่อวันที่ 1/9/2558 เวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งผู้จัดการได้แจ้งเวลาในการไถ่ถอนโฉนด คือ 15 วัน หลังจากนั้นผมก็รอมาเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปถึง 24 วัน ก็ยังไม่มีใครติดต่อกลับมา
ผมจึงทำการติดต่อกลับไปที่สาขาเมื่อวันที่ 24/9/2558 เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าว่าไปถึงไหนแล้ว เนื่องจากผู้ซื้อต้องการโอนและเข้าอยู่ภายในสิ้นเดือนนี้ ปรากฏว่าพนักงานผู้ชายคนที่ทำสินเชื่อไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้เลยนอกจากพูดจาดูวกไปวนมา ฟังไม่รู้เรื่อง พยายามโยนความผิดให้ส่วนกลางว่าระบบไม่ดี ไม่ใช่ความผิดเค้าที่ทำให้เรื่องล่าช้า ดูท่าทางไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยทั้งๆที่อายุก็ดูมากแล้ว สรุปพอเราขอถามครั้งสุดท้ายว่าพอจะทราบวันโอนได้คร่าวๆหรือเปล่าๆเพราะรีบมาก ปรากฏว่าคือตอบไม่ได้ รอไปก่อน ผมก็อารมณ์เสียมาก
จากนั้นในวันเดียวกันช่วงเย็นก็ให้แฟนโทรไปสอบถามอีกครั้งว่ามันเกิดอะไรขึ้นและต้องการคำตอบที่แน่นอนภายในเดือนนี้ ทั้งพนักงานสินเชื่อผู้ชายและผู้จัดการก็ยังตอบเหมือนเดิมคือให้คำตอบไม่ได้ แฟนจึงให้คำขาดไปว่าหากไม่ได้คำตอบแบบนี้ก็จะขอทำร้องเรียน และคำตอบที่เราได้ซึ่งเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึง คือบอกให้เราร้องเรียนได้เลย เต็มที่เลย พูดแบบไม่แคร์มากๆ ผมงงเลยว่านี่คือคำตอบของคนที่เป็นผู้จัดการธนาคารสีม่วงเหรอ ดูไร้วุฒิภาวะยังไงก็ไม่รู้ ปกติที่เห็นผู้จัดการสาขาอื่นเค้าจะพยายามประนีประนอมไว้ก่อน แล้วค่อยพยายามแก้ปัญหาให้ทีละจุด ไม่ใช่แบบนี้ เสียความรู้สึกมากๆเพราะไม่เคยคิดว่าไทยพาณิชย์จะมีพนักงานแบบนี้ เสียใจมากเพราะจากคนที่ควรจะพึ่งได้มากที่สุดกลับมาทำแบบนี้กับเรา ไม่รู้ว่าไทยพาณิชย์ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาเลือกคนมาเป็นผู้จัดการสาขา(นึกว่าจับฉลากมา) คือตอบได้ไร้วุฒิภาวะมาก
ตอนนี้ผมยังต้องรอแบบไร้จุดหมาย และกังวลว่าหากพ้นสิ้นเดือนนี้ไปแล้วผมก็ต้องจ่ายค่างวดอีก 1 เดือนเป็นเงินประมาณ 32,000 บาท ซึ่งเงินต้นน้อยมาก ส่วนที่เหลือเป็นดอกเข้าแบงค์หมด (ดอกเบี้ยบ้านเค้าคิดประมาณวันละ 700 กว่าบาท) แล้วผมจะหาใครมารับผิดชอบเงินในส่วนนี้ ส่วนทางผู้ซื้อเค้าก็รอจนแทบจะไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าหากภายในอาทิตย์นี้ผมยังไม่ได้คำตอบอย่างชัดเจน คงต้องดำเนินการทางกฎหมายแต่ยังไม่ทราบว่าจะแจ้งข้อหาอะไรบ้าง หากใครมีข้อแนะนำรบกวนช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
update : ตอนนี้ผมได้ทำการร้องเรียนผ่านระบบ call center และยื่นเอกสารร้องเรียนไปยังแบงค์ชาติแล้วครับ
ไถ่ถอนโฉนดกับธนาคารไทยพาณิชย์มาเกือบเดือน พนักงานให้คำตอบวันโอนไม่ได้ เรื่องไม่คืบหน้า แถมท้าให้ร้องเรียนได้เลย
ผมได้กู้ซื้อบ้านกับไทยพาณิชย์ และได้ขายต่อโดยผู้ซื้อต่อได้ทำการขอสินเชื่อกับธนาคาร UOB หลังจากที่ UOB อนุมัติผลการกู้แก่ผู้ซื้อแล้ว ผมได้ไปยื่นเรื่องไถ่ถอนโฉนดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เชียงใหม่ สาขาสันกำแพง(0841) เมื่อวันที่ 1/9/2558 เวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งผู้จัดการได้แจ้งเวลาในการไถ่ถอนโฉนด คือ 15 วัน หลังจากนั้นผมก็รอมาเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปถึง 24 วัน ก็ยังไม่มีใครติดต่อกลับมา
ผมจึงทำการติดต่อกลับไปที่สาขาเมื่อวันที่ 24/9/2558 เพื่อสอบถามถึงความคืบหน้าว่าไปถึงไหนแล้ว เนื่องจากผู้ซื้อต้องการโอนและเข้าอยู่ภายในสิ้นเดือนนี้ ปรากฏว่าพนักงานผู้ชายคนที่ทำสินเชื่อไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้เลยนอกจากพูดจาดูวกไปวนมา ฟังไม่รู้เรื่อง พยายามโยนความผิดให้ส่วนกลางว่าระบบไม่ดี ไม่ใช่ความผิดเค้าที่ทำให้เรื่องล่าช้า ดูท่าทางไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยทั้งๆที่อายุก็ดูมากแล้ว สรุปพอเราขอถามครั้งสุดท้ายว่าพอจะทราบวันโอนได้คร่าวๆหรือเปล่าๆเพราะรีบมาก ปรากฏว่าคือตอบไม่ได้ รอไปก่อน ผมก็อารมณ์เสียมาก
จากนั้นในวันเดียวกันช่วงเย็นก็ให้แฟนโทรไปสอบถามอีกครั้งว่ามันเกิดอะไรขึ้นและต้องการคำตอบที่แน่นอนภายในเดือนนี้ ทั้งพนักงานสินเชื่อผู้ชายและผู้จัดการก็ยังตอบเหมือนเดิมคือให้คำตอบไม่ได้ แฟนจึงให้คำขาดไปว่าหากไม่ได้คำตอบแบบนี้ก็จะขอทำร้องเรียน และคำตอบที่เราได้ซึ่งเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึง คือบอกให้เราร้องเรียนได้เลย เต็มที่เลย พูดแบบไม่แคร์มากๆ ผมงงเลยว่านี่คือคำตอบของคนที่เป็นผู้จัดการธนาคารสีม่วงเหรอ ดูไร้วุฒิภาวะยังไงก็ไม่รู้ ปกติที่เห็นผู้จัดการสาขาอื่นเค้าจะพยายามประนีประนอมไว้ก่อน แล้วค่อยพยายามแก้ปัญหาให้ทีละจุด ไม่ใช่แบบนี้ เสียความรู้สึกมากๆเพราะไม่เคยคิดว่าไทยพาณิชย์จะมีพนักงานแบบนี้ เสียใจมากเพราะจากคนที่ควรจะพึ่งได้มากที่สุดกลับมาทำแบบนี้กับเรา ไม่รู้ว่าไทยพาณิชย์ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาเลือกคนมาเป็นผู้จัดการสาขา(นึกว่าจับฉลากมา) คือตอบได้ไร้วุฒิภาวะมาก
ตอนนี้ผมยังต้องรอแบบไร้จุดหมาย และกังวลว่าหากพ้นสิ้นเดือนนี้ไปแล้วผมก็ต้องจ่ายค่างวดอีก 1 เดือนเป็นเงินประมาณ 32,000 บาท ซึ่งเงินต้นน้อยมาก ส่วนที่เหลือเป็นดอกเข้าแบงค์หมด (ดอกเบี้ยบ้านเค้าคิดประมาณวันละ 700 กว่าบาท) แล้วผมจะหาใครมารับผิดชอบเงินในส่วนนี้ ส่วนทางผู้ซื้อเค้าก็รอจนแทบจะไม่ไหวแล้ว ผมคิดว่าหากภายในอาทิตย์นี้ผมยังไม่ได้คำตอบอย่างชัดเจน คงต้องดำเนินการทางกฎหมายแต่ยังไม่ทราบว่าจะแจ้งข้อหาอะไรบ้าง หากใครมีข้อแนะนำรบกวนช่วยแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
update : ตอนนี้ผมได้ทำการร้องเรียนผ่านระบบ call center และยื่นเอกสารร้องเรียนไปยังแบงค์ชาติแล้วครับ